การประชุมภายใน
เฉิน จื่ออี้ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ปรากฏว่าผู้ที่โทรเข้ามาคือผู้จัดการเฉียนจากบริษัท เฉียนต๋า ฟิล์ม ซึ่งเพิ่งรับผิดชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ และเป็นคนที่เขาเพิ่งติดต่อไปเมื่อไม่นานมานี้เอง
“ผู้จัดการเฉียน สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรถึงติดต่อผมมา?”
เฉิน จื่ออี้ รับสายด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม
“คุณเก็บของแล้วออกจากกองถ่ายไปได้เลย”
“ผู้บริหารระดับสูงของ เฉียนต๋า ฟิล์ม ตัดสินใจเปลี่ยนตัวนักแสดงนำของภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว”
เสียงของ ผู้จัดการเฉียน เย็นชา และหนักแน่นอย่างที่สุด
“อะไรนะ?!”
ในชั่วขณะ..สมองของ เฉิน จื่ออี้ พลันมึนงงไปหมด ราวกับมีเสียงอื้ออึงดังอยู่ในหัว
เปลี่ยนตัวนักแสดงนำ ..เปลี่ยนตัวพระเอกงั้นเหรอ?!
นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน?!
เมื่อตอนที่เขาพบกับ ผู้จัดการเฉียน ครั้งก่อน อีกฝ่ายยังให้ความสำคัญกับเขามาก เพราะมีผู้สนับสนุนรายใหญ่หนุนหลังเขาอยู่ แถมยังบอกว่า หากมีปัญหาอะไรให้ติดต่อเขาได้ตลอด
ท่าทางของ ผู้จัดการเฉียน เหมือนจะคอยหนุนหลังเขาตลอดเวลา
แต่เพียงไม่นานหลังจากนั้น.. ทำไมจู่ๆ เขาถึงถูกปลดออกจากตำแหน่งพระเอกแบบไร้เยื่อใยเช่นนี้?
ที่สำคัญ การเปลี่ยนตัวพระเอกในขณะที่ภาพยนตร์เริ่มถ่ายทำไปแล้ว ย่อมทำให้บริษัท เฉียนต๋า ฟิล์ม ขาดทุนไม่น้อย
“ทำไมล่ะครับ ผู้จัดการเฉียน?”
เฉิน จื่ออี้ พอได้สติ ก็รีบถามกลับไปทันที
“ทำไมงั้นเหรอ? นายไปล่วงเกินใครไว้ นายย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจดี!!!”
ผู้จัดการเฉียน ตะคอกใส่ด้วยความโกรธ
เพราะเรื่องของ เฉิน จื่ออี้ แม้แต่ตัวเขาเองซึ่งเป็นคนแนะนำ เฉิน จื่ออี้ เข้ามา ยังได้รับผลกระทบไปด้วย
หลังจากพูดอย่างนั้นแล้ว ผู้จัดการเฉียน ก็วางสายทันที ไม่ปล่อยให้ เฉิน จื่ออี้ ซักถามอะไรอีก
“จบแล้ว…ทุกอย่างจบแล้ว…”
เฉิน จื่ออี้ พึมพำกับตัวเองอย่างโง่เขลา สีหน้าเหมือนคนสิ้นหวังไปโดยสิ้นเชิง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เฉิน จื่ออี้ ก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่ เย่เฉิน ด้วยสายตาตื่นตระหนกบนใบหน้าของเขา
ใครกันที่ฉันไปล่วงเกินเข้า? นั่น.. ยังจะเป็นใครไปได้อีก?
ต้องเป็นเขาแน่ๆ!
แค่คำพูดประโยคเดียว ก็สามารถทำให้ฉันสูญเสียตำแหน่งพระเอกที่ได้มาด้วยความยากลำบาก!
นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว…
เขาเป็นใครกันแน่?! ทำไมแค่คำพูดเดียวถึงมีอำนาจมากขนาดนี้?!
เฉิน จื่ออี้ รู้สึกวิงเวียนจนตาพร่าไปหมด
ในขณะเดียวกัน ข่าวการปลด เฉิน จื่ออี้ ออกจากบทพระเอกก็แพร่สะพัดไปถึง หาน ม่านฉี และคนอื่นๆ ในกองถ่ายด้วย
ทุกคนที่ได้รับข่าวต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออกไปตามๆ กัน
พวกเขาหันไปมอง เย่เฉิน อีกครั้งด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความเคารพ และหวาดเกรง
แค่คำพูดประโยคเดียว ก็สามารถเปลี่ยนการตัดสินใจของ เฉียนต๋า ฟิล์ม ได้
ตัวตนของชายหนุ่มคนนี้…ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน!
“ท่าน…ท่านครับ ผมผิดไปแล้ว…ผม..ผิดไปแล้ว…”
เฉิน จื่ออี้ รู้สึกหวาดกลัวจนทนไม่ไหว เขารีบขอโทษ เย่เฉิน ทันที
ในขณะนี้ เฉิน จื่ออี้ ไม่สนใจแล้วว่าตัวเองเป็นดาราดังแค่ไหน หรือจะเสียศักดิ์ศรีเพียงใด เขายินยอมคุกเข่าลงต่อหน้า เย่เฉิน โดยไม่ลังเล
เขาไม่กล้าหวังให้ เย่เฉิน คืนตำแหน่งนักแสดงนำ บทพระเอกอะไรนั่นให้เขาอีกแล้ว ขอแค่เพียง เย่เฉิน ไม่เล่นงานเขาต่อก็พอ
มิฉะนั้น หากล่วงเกินบุคคลระดับนี้ไป ต่อให้ไม่มีคำสั่งแบนอย่างเป็นทางการ วงการบันเทิงก็คงไม่มีใครกล้าจ้างเขาอีกต่อไป
เมื่อแฟนคลับสาวๆ ของเขาเห็นไอดอลของตัวเองตกต่ำถึงขนาดนี้ พวกเธอก็พากันรู้สึกผิดหวังจนหมดศรัทธาไปเลย
“พาเขาออกไปซะ อย่ามารบกวนพวกเราถ่ายรูป”
เย่เฉิน กล่าวกับทีมงานของ เฉียนต๋า ฟิล์ม
อย่างไรซะ ทีมงานกองถ่ายนี้ก็นับเป็นพนักงานของ เย่เฉิน เช่นกัน
ทีมงานรีบพยักหน้าทันที แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้แน่ชัดว่า เย่เฉิน เป็นใคร แต่แค่ เย่เฉิน สามารถสั่งปลด เฉิน จื่ออี้ ออกจากบทพระเอกได้อย่างง่ายดาย คำพูดของเขาย่อมไม่มีใครกล้าขัดขืน
ดังนั้น ทีมงานกองถ่ายชายสองสามคนจึงเดินเข้าไปพยุง เฉิน จื่ออี้ ขึ้นมา แล้วลากพาตัวเขาออกไป
ผู้คนรอบข้างมอง เฉิน จื่ออี้ ที่ถูกพาตัวออกไปด้วยสายตาสลดใจ
เฉิน จื่ออี้…จบสิ้นอย่างสมบูรณ์แล้วจริงๆ
เรื่องราวทั้งหมดถูกแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว เฉิน จื่ออี้ ล่วงเกินบุคคลระดับนี้ ต่อให้ไม่มีคำสั่งแบนอย่างเป็นทางการ เขาก็หมดอนาคตในวงการบันเทิงแน่นอน
จากนี้ไป คงไม่มีใครกล้าใช้ เฉิน จื่ออี้ อีกแล้ว
“คุณชาย ขอโทษจริงๆ ค่ะ เป็นพวกเราที่ล่วงเกินคุณ ได้โปรดอย่าถือโทษเลยนะคะ”
หาน ม่านฉี รีบก้าวไปข้างหน้า กล่าวคำขอโทษพร้อมกับพยายามประจบ เย่เฉิน ทั้งยังคอยเอาใจสารพัด เธอแทบอยากจะเข้าไปแนบชิดกับเขา
ในเวลานี้ หาน ม่านฉี รู้แล้วว่า เย่เฉิน เป็นบุคคลที่ผู้ทรงอิทธิพลระดับสูงของวงการ เธอจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อผูกมิตรกับเขาให้ได้
เฉิน จื่ออี้ ที่ถูกทีมงานลากตัวออกไป มองเห็น หาน ม่านฉี ผู้หญิงที่เขาเคยใฝ่ฝันถึง กำลังประจบประแจง เย่เฉิน เขายิ่งรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกแทงกลางอก
ในสายตาของบุคคลสำคัญ พวกเขาเหล่าซูเปอร์สตาร์ก็เป็นแค่เพียงตัวหมากที่ไร้ค่า ที่ไม่นับว่าเป็นอะไรเลย!
“พวกคุณออกไปเถอะ อย่ามารบกวนการถ่ายรูปของพวกเรา”
เย่เฉิน กล่าวกับทีมงาน
เมื่อไม่มีพระเอกแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องถ่ายภาพโปรโมตอะไรอีกต่อไป
คนพวกนี้อยู่ตรงนี้ที่นี่ก็แค่เกะกะสายตา
ทีมงานเข้าใจสถานการณ์ดี จึงหันหลังทยอยกันออกไป
หาน ม่านฉี ที่เต็มไปด้วยความเสียดาย และความเสียใจ ก็ต้องเดินจากไปด้วยความลังเลเช่นกัน
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายจบลง เวลาก็ล่วงเลยไปไม่น้อย
สาวๆ ที่มากับ เย่เฉิน พากันถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ขณะที่ เย่เฉิน และซู หนิงซวง ก็ถ่ายภาพคู่กัน และเปลี่ยนรูปโปรไฟล์แชทเป็นภาพถ่ายคู่ของพวกเขา
คืนนั้น เย่เฉิน ได้รับวิดีโอคอลจากบุคคลสำคัญมากคนหนึ่ง – นั่นก็คือ ซีอีโอคนปัจจุบันของ ดิสนีย์
ข่าวการที่ เย่เฉิน กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหม่ของ ดิสนีย์ รวมถึงได้รับตำแหน่งกรรมการบริหาร ได้ไปถึงหูซีอีโอของ ดิสนีย์ แล้ว และแน่นอนว่าซีอีโอของ ดิสนีย์ จึงต้องติดต่อเขามาเพื่อแสดงความยินดี และทักทาย เย่เฉิน เป็นการส่วนตัว
ท้ายที่สุดแล้ว แม้ว่าเขาจะเป็นซีอีโอ แต่ตำแหน่งนี้ก็เป็นเพียงผู้ได้รับการเสนอชื่อ ไม่ใช่ผู้คุมอำนาจที่แท้จริงของ ดิสนีย์
ซีอีโอของ ดิสนีย์ กล่าวแสดงความยินดี และพูดคุยกับ เย่เฉิน เล็กน้อย ก่อนจะวางสายไป
เช้าวันต่อมา เย่เฉิน ได้รับข้อความจาก จาง หงต๋า อดีตประธานของ ดิสนีย์ ประจำภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่
เขาแจ้ง เย่เฉิน มาว่า เรื่องที่เขาพยายามดำเนินการเพื่อปลดตำแหน่งของ จ้าว เฟยอัง รองประธาน ดิสนีย์ ประจำภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่นั้นเกิดปัญหาขึ้น ทำให้ต้องเลื่อนออกไปเล็กน้อย
แต่เขารับปากว่า จะจัดการเรื่องนี้ให้ได้แน่นอน
ตำแหน่งของ จ้าว เฟยอัง อาจจะยังอยู่ต่อไปอีกไม่กี่วัน
จาง หงต๋า พยายามอธิบายให้ เย่เฉิน เข้าใจ พร้อมขอให้ เย่เฉิน อย่าได้โกรธ
เขาเองก็ไม่มีทางเลือก เพราะได้รายงานเรื่องนี้ให้ผู้สนับสนุนของเขาในบริษัท นั่นคือ คุณเคลเลอร์ หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของ ดิสนีย์ แล้ว
คุณเคลเลอร์ ตอบรับ และเริ่มดำเนินกระบวนการ
แต่แล้วผลคือ คู่แข่งของ คุณเคลเลอร์ – ผู้บริหารระดับสูงอีกคนของ ดิสนีย์ ที่ชื่อ เคลมองต์ ก็รับรู้เรื่องดังกล่าวนี้เข้า
ในฐานะศัตรูตัวฉกาจ เคลมองต์ ย่อมไม่ปล่อยให้ เคลเลอร์ ทำอะไรได้ง่ายๆ ดังนั้น เคลมองต์ จึงเข้ามาขัดขวางการปลด จ้าว เฟยอัง ออกจากตำแหน่ง และกลายเป็นผู้สนับสนุนคนใหม่ของ จ้าว เฟยอัง
สถานการณ์จึงเกิดภาวะชะงักงัน
เคลมองต์ กับเคลเลอร์ เถียงกันหลายครั้ง แต่ก็หาข้อสรุปไม่ได้
ในที่สุด บริษัท ดิสนีย์ ตัดสินใจจัดประชุมออนไลน์ขนาดเล็ก โดยเรียกทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อหาทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้
จาง หงต๋า เองก็ต้องเข้าร่วมประชุมนี้ ดังนั้นเขาจึงรีบแจ้งพร้อมทั้งอธิบายให้ เย่เฉิน ทราบก่อนจะวางสายไป
“เลื่อนออกไปสักสองสามวัน? ไม่มีทาง”
หลังจากวางสาย เย่เฉิน พึมพำกับตัวเองขณะมองไปที่โทรศัพท์
ถ้าเป็นก่อนหน้าที่ เย่เฉิน จะทำภารกิจสำเร็จ บางทีการปลด จ้าว เฟยอัง อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย
แต่ตอนนี้? ไม่มีทาง!!!
เย่เฉิน อยากรู้เหมือนกันว่า เคลมองต์ ที่ว่านี้.. จะขัดขวางฉันไม่ให้กำจัด จ้าว เฟยอัง ได้อย่างไร?!!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่เฉิน ก็เริ่มลงมือทันทีเช่นกัน
บรรยากาศภายในบริษัท ดิสนีย์ จึงเกิดความปั่นป่วนขึ้นในทันที!
อีกด้านหนึ่ง หลังจาก จาง หงต๋า วางสาย เขาก็เตรียมตัวอย่างรวดเร็ว และรอการประชุมออนไลน์ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาที
เมื่อถึงเวลา จาง หงต๋า จะเข้าร่วมการประชุมทันที
ขณะนี้ ในห้องประชุมออนไลน์ มีผู้บริหารระดับสูงของ ดิสนีย์ หลายคน รวมถึง เคลเลอร์ ที่เป็นผู้สนับสนุนของ จาง หงต๋า และคู่แข่งตัวฉกาจของเขา – เคลมองต์
แม้แต่ จ้าว เฟยอัง ก็อยู่ที่นั่นด้วย
นอกจากนี้ ยังมีหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมคนหนึ่ง ซึ่งเธอคือผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของ ดิสนีย์ และรับหน้าที่เป็นคนกลางคอยดูแลการประชุมครั้งนี้
“ทุกคนพร้อมแล้ว งั้นเราจะเริ่มการประชุมครั้งนี้อย่างเป็นทางการ”
เมื่อเห็นว่าทุกคนมากันครบ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลก็เริ่มทำหน้าที่เป็นประธานดำเนินการประชุมทันที
ทั้งสองฝ่ายเริ่มอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยการมีผู้สนับสนุนใหม่อยู่เบื้องหลัง จ้าว เฟยอัง กลับมามั่นใจอีกครั้ง เขาเริ่มกล่าวหา จาง หงต๋า ว่าร่วมมือกับบุคคลภายนอกเพื่อใส่ร้ายพนักงานผู้ซื่อสัตย์ของ ดิสนีย์
ยิ่งเขาพูดมากขึ้นเท่าไหร่ จ้าว เฟยอัง ยิ่งทำตัวเหมือนเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำมากขึ้นเท่านั้น!!
เขาพยายามแสดงออกว่าตัวเองเป็นผู้ถูกใส่ร้าย และได้รับความอยุติธรรมอย่างหนักหน่วงที่สุด!!!