เย่เฉิน ยอมแพ้เองอย่างนั้นหรือ?!
เรื่องดีๆ ที่ถูกส่งมาถึงมือแบบนี้ เย่เฉิน จะปฏิเสธได้อย่างไร?
“ท่านของพวกคุณเอาแหล่งน้ำมันแห่งใหม่มาเดิมพัน แล้วผมต้องวางเดิมพันอะไรบ้าง?”
เย่เฉิน ย้อนถามกลับ
“ท่านเพียงแค่ใช้หมู่เกาะเอกีนาดส์ทั้งหกเป็นเดิมพันก็พอ นอกจากนี้ นายท่านของเรา มีเงื่อนไขเล็กน้อยเพิ่มเติม”
พ่อบ้านของตระกูล อัล-มาห์หมัด อธิบาย
“นั่นก็คือ สถานที่แข่งขัน และการจัดเตรียมงานทั้งหมด จะถูกกำหนดโดยตระกูล อัล-มาห์หมัด ของเรา”
“ตกลง”
เย่เฉิน พยักหน้า
เขาแค่ต้องใช้หมู่เกาะเอกีนาดส์เล็กๆ ทั้งหกเกาะเป็นเดิมพันเพียงเท่านั้น
ถ้าชนะ เย่เฉิน จะได้แหล่งน้ำมันเป็นของตัวเอง แต่ถ้าหากแพ้ เขาก็แค่เสียเกาะเล็กๆ ทั้งหกที่เพิ่งได้มาไป ซึ่งไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากนัก
ที่สำคัญที่สุดคือ…ฉันจะแพ้ได้ยังไงกัน?!
พ่อบ้านของตระกูล อัล-มาห์หมัด นำคำตอบกลับไปรายงาน
วันรุ่งขึ้น เย่เฉิน ติดต่อกับ อัล-มาห์หมัด ในท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่า การแข่งขันจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ โดยจะมีเพียง เย่เฉิน กับอัล-มาห์หมัด เท่านั้นที่แข่งขันกัน และใช้ระบบ ‘ชนะสองในสาม’ เพื่อตัดสินผลแพ้ชนะ
ตอนนี้ เย่เฉิน ต้องการอูฐชั้นยอดจำนวนหนึ่งอย่างเร่งด่วน
แม้ว่า เย่เฉิน จะซื้ออูฐตัวหนึ่งจากการแข่งขันเมื่อวานมา แต่เขาไม่คิดจะใช้อูฐตัวนั้น
ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าท้าทาย เย่เฉิน อีกครั้ง แสดงว่าต้องเตรียมตัวมาอย่างดี และอาจหาอูฐที่ดีกว่าเดิมมาแทนทีด้วยแล้ว หากเขายังคงใช้อูฐตัวเดิม มันคงเหมือนกับการยอมแพ้ไปโดยปริยาย
เวลามีจำกัด ถ้าการแข่งขันถูกเลื่อนไปอีกสิบวัน หรือครึ่งเดือน เย่เฉิน อาจจะฝึกอูฐตัวนั้นใหม่ได้ แต่ในเมื่อจะแข่งวันพรุ่งนี้ เขาไม่มีเวลามากขนาดนั้น
ดังนั้น เย่เฉิน จึงใช้เครือข่ายของตัวเอง สั่งให้คนของเขาหาอูฐชั้นยอดมาให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
ในช่วงกลางวัน เย่เฉิน และมอยเซส ก็พยายามออกตามหาอูฐที่พอใช้ได้มาเผื่อไว้
จนถึงช่วงเย็น คนของ เย่เฉิน สามารถจัดหาอูฐชั้นยอดมาได้กว่า 10 ตัว ทั้งหมดถูกลำเลียงมาทางอากาศจากประเทศอื่นในตะวันออกกลาง
หลังจากคัดเลือกอย่างรอบคอบ เย่เฉิน เลือกอูฐที่ดีที่สุด 3 ตัวสำหรับใช้สำหรับแข่งขันในวันพรุ่งนี้
——
วันรุ่งขึ้น เย่เฉิน พา ซู หนิงซวง และคนอื่นๆ รวมถึงอูฐทั้งสามตัว เดินทางไปยังสถานที่แข่งขันที่ ชีค อัล-มาห์หมัด จัดเตรียมไว้
เมื่อ เย่เฉิน มาถึง ที่นั่นมีเหล่าเศรษฐี และบุคคลสำคัญจากตะวันออกกลางมารวมตัวกันหลายสิบคน ในนั้นยังมีเชื้อพระวงศ์อยู่หลายคนอีกด้วย
ทันทีที่ เย่เฉิน เพิ่งก้าวลงจากรถ เขาก็มองเห็นอูฐทั้งสามตัวที่ อัล-มาห์หมัด เตรียมไว้
อัล-มาห์หมัด ได้กำหนดหมายเลขให้กับอูฐแต่ละตัว คือหมายเลข 1, 2 และ 3
เมื่อเห็นดังนั้น เย่เฉิน ก็เปลี่ยนแผนที่คิดไว้ทันที วินาทีนั้นแผนใหม่ที่มั่นใจว่าจะชนะอย่างแน่นอนผุดขึ้นมาในหัวของ เย่เฉิน
“คุณเย่ มาแล้ว”
อัล-มาห์หมัด นำคนออกมาต้อนรับ เมื่อเทียบกับลูกชายของเขาแล้ว ชีค อัล-มาห์หมัด ผู้มีประสบการณ์โชกโชน สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีกว่ามาก
“คุณอัล-มาห์หมัด”
เย่เฉิน กล่าวทักทายตามมารยาท
ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกัน อูฐของ เย่เฉิน ก็ถูกปล่อยลงจากรถด้วยเช่นกัน
ตามกติกาที่ อัล-มาห์หมัด ตั้งไว้ อูฐของเขาจะแข่งตามหมายเลขที่กำหนด และเย่เฉิน ก็จัดหมายเลขให้กับอูฐของตัวเองเช่นกัน
หลังจากทักทายกันเสร็จ สักพักการแข่งขันจริงๆ ก็เริ่มต้นขึ้น โดยในรอบแรก อูฐหมายเลข 1 ของทั้งสองจะเป็นฝ่ายลงแข่ง
ในอีกด้านหนึ่ง ชีค อัล-มาห์หมัด, อาเหม็ด ชายสวมแว่นดำ และกลุ่มเพื่อนของเขากำลังสนทนากัน
“ท่านพ่อ รอบแรกเราต้องชนะให้ได้”
ชายสวมแว่นดำกล่าวด้วยความกระตือรือร้น
เนื่องจากความพ่ายแพ้ในครั้งก่อนทำให้เขาเสียหน้าอย่างมาก และครั้งนี้เขาแทบรอไม่ไหวแล้วที่จะเอาชัยชนะกลับคืนมา!
“แน่นอน! อูฐหมายเลข 1 ของเราคืออูฐที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสามตัวนี้!”
ชีค อัล-มาห์หมัด กล่าวด้วยความมั่นใจ
เขาต้องการให้ เย่เฉิน ได้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตระกูล อัล-มาห์หมัด ของพวกเขาตั้งแต่ในรอบแรก!!!
ฝั่งของ เย่เฉิน ซู หนิงซวง และคนอื่นๆ ต่างส่งเสียงเชียร์ หวังว่าจะคว้าชัยชนะในรอบแรกเพื่อเป็นฤกษ์ดี
แต่ในตอนนั้นเอง เย่เฉิน กลับกล่าวอะไรบางอย่างที่น่าตกใจขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง …สิ่งนี้ราวกับราดน้ำเย็นลงไปบนหัวพวกเธอ
“รอบแรก…เราจะแพ้ แถมยังแพ้อย่างยับเยินด้วย”
“อะไรนะ?!”
“พี่เขย…พี่พูดว่าอะไรนะ?”
จ้าว ซูซวน และซู หลิงเอ๋อร์ ตกตะลึงไปหมด การแข่งขันยังไม่ทันเริ่มเลย แต่พี่เขยกลับพูดเหมือนว่าตัวเองจะแพ้ซะอย่างนั้น?
ถ้างั้นจะรออะไรอยู่ รีบเปลี่ยนอูฐไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?!
ซู หนิงซวง เองก็ตกใจ แต่เมื่อเธอเห็นสีหน้าของ เย่เฉิน ที่ยังสงบนิ่ง ไม่ได้กังวลแม้แต่น้อย เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย
“อีกสักพักพวกเธอก็จะเข้าใจเอง”
เย่เฉิน ไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม
เมื่อเห็นเช่นนี้ ซู หลิงเอ๋อร์ กับจ้าว ซูซวน ยังงุนงงอยู่ ซู หลิงเอ๋อร์ ไม่เข้าใจจริงๆ
นี่พี่เขยกำลังจะยอมแพ้จริงๆ อย่างนั้นเหรอ?
ไม่น่าใช่นะ? พี่เขยของฉันไม่ใช่คนแบบนั้นนี่นา?
“เริ่มการแข่งขันได้!!!”
ทันใดนั้นกรรมการประกาศเริ่มการแข่งขัน และอูฐทั้งสองตัวทะยานออกไปข้างหน้า
ทันทีที่เริ่มต้น อูฐของ เย่เฉิน ก็ตามหลังอูฐของ อัล-มาห์หมัด ไปหนึ่งถึงสองเมตร และช่องว่างระหว่างทั้งสองก็ยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป
“เยี่ยมมาก!!!”
“ท่านพ่อหามาได้สุดยอดจริงๆ! ไม่เสียแรงที่เคยเป็นแชมป์มาก่อน! รอบแรกก็ถล่มคู่แข่งอย่างราบคาบเลย!”
ชายสวมแว่นดำตื่นเต้นจนแทบกระโดด
บนใบหน้าของ ชีค อัล-มาห์หมัด เองก็เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เกมในรอบแรกใกล้จะชนะแล้ว ศักดิ์ศรีของตระกูล อัล-มาห์หมัด และเกาะทั้งหกแห่งในหมู่เกาะเอกีนาดส์กำลังจะได้กลับคืนมาในไม่ช้า
บนแผ่นดินของพวกเราชายต่างชาติคนหนึ่งหวังจะเอาชนะพวกเราในการแข่งอูฐได้อีกครั้งอย่างนั้นเหรอ? มันจะเป็นไปไม่ได้อย่างไร!!!
ครั้งที่แล้วเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น!
ผ่านไปแปดถึงเก้านาที การแข่งขันสิ้นสุดลง อูฐของ อัล-มาห์หมัด คว้าชัยในเกมแรกด้วยความได้เปรียบที่ท่วมท้น
ฝั่งของตระกูล อัล-มาห์หมัด โห่ร้องดีใจ
ชายสวมแว่นดำยังถึงขั้นเย้ยหยัน เย่เฉิน จากระยะไกลอีกด้วย
“พี่เขย…แพ้จริงๆ เหรอ?”
ซู หลิงเอ๋อร์ ยังคิดว่าเมื่อกี้พี่เขยของเธอแค่ล้อเล่น แต่ผลการแข่งขันกลับเป็นไปตามที่พี่เขยของเธอพูดเป๊ะๆ เลย
รอบแรกแพ้ไปแล้ว หากแพ้อีกรอบเดียว การแข่งขันก็จะจบลง หมู่เกาะส่วนตัวที่เพิ่งได้มาก็จะหายไปทันทีด้วย!
จ้าว ซูซวน เริ่มวิตกกังวลเช่นกัน
ในบรรดาผู้ที่อยู่ ณ ที่นั้น มีเพียง ซู หนิงซวง เท่านั้นที่เข้าใจความหมายของ เย่เฉิน
“หลิงเอ๋อร์ เธอเคยได้ยินเรื่องนี้ไหม?”
ซู หนิงซวง อดไม่ได้ที่จะกระซิบบอกน้องสาวของเธอ
“เรื่องอะไรเหรอ?”
ซู หลิงเอ๋อร์ รู้สึกสับสน เพราะตอนนี้เรายังมีเวลาฟังนิทาน เรื่องเล่าต่างๆ อยู่อีกเหรอ?
“เถียนจี้แข่งม้า”(1)
ซู หนิงซวง กล่าวเป็นนัย
เถียนจี้แข่งม้า?!
เมื่อได้รับคำใบ้นี้ ซู หลิงเอ๋อร์ และจ้าว ซูซวน ก็ตาโตขึ้นมาทันที และพวกเธอเริ่มเข้าใจบางอย่างแล้ว!
“พี่เขย?”
ซู หลิงเอ๋อร์ หันไปมอง เย่เฉิน อีกครั้ง
“หนิงซวง ยังคงเข้าใจผมที่สุด”
เย่เฉิน พยักหน้าเห็นด้วยกับ ซู หนิงซวง
สำหรับเขาแล้ว การแพ้รอบหนึ่งไม่มีความสำคัญเลย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลลัพธ์สุดท้ายต่างหากล่ะ!!!
ทันทีที่เห็นอูฐของ อัล-มาห์หมัด เย่เฉิน ก็คิดถึงกลยุทธ์ ‘เถียนจี้แข่งม้า’ ขึ้นมาได้ และรีบเปลี่ยนแผนของตัวเองทันที
เพราะเวลาเตรียมตัวมีจำกัด อูฐสามตัวที่ เย่เฉิน จัดหามาก็มีความแตกต่างด้านความแข็งแกร่ง
และอูฐของ อัล-มาห์หมัด ก็ถูกแบ่งระดับเป็นหมายเลข 1, 2 และ 3 อย่างชัดเจน ตามความแข็งแกร่งของพวกมัน
ถ้าหากแข่งกันตรงๆ โดยเอาอูฐที่แข็งแกร่งที่สุดมาสู้กันในแต่ละรอบ ผลลัพธ์อาจไม่แน่นอน
แต่ถ้าใช้กลยุทธ์ ‘เถียนจี้แข่งม้า’ ล่ะก็…มันจะต่างออกไป!
ปล่อยให้ตระกูล อัล-มาห์หมัด ได้ลำพองใจไปก่อน และอีกไม่นาน…ความสนุกที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น!!!
(1)[เถียนจี้แข่งม้า (田忌赛马)] – ‘การแข่งม้าของเถียนจี้’ เป็นสำนวนที่ใช้เพื่อเตือนใจให้รู้จักใช้กลยุทธ์ และพลิกแพลงสถานการณ์เพื่อบรรลุเป้าหมาย