สถานะที่ทรงอิทธิพลที่สุดของ เย่เฉิน ในตอนนี้
สายโทรศัพท์สายนี้มาจากผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของ Kering Group ก่อนหน้านี้ เย่เฉิน เคยเชิญอาจารย์ของ เหยียน อวี้ตาน มาเยือนบริษัท ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับทั้งบริษัท ทำให้ผู้บริหารระดับสูงหลายคนที่เป็นกลางเริ่มแอบเข้าข้าง และหันมาสนับสนุน เย่เฉิน
และคนที่โทรเข้ามาในครั้งนี้ ก็คือหนึ่งในผู้บริหารเหล่านั้น ในเวลานั้น เย่เฉิน จำได้ว่าเขาเคยบันทึกข้อมูลติดต่อของคนคนนี้ไว้ แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก และไม่ได้คาดหวังอะไรจากมัน แต่เวลาผ่านไปไม่นาน เหตุใดเขาถึงเป็นฝ่ายติดต่อมาเอง?
ในความทรงจำของ เย่เฉิน ผู้บริหารคนนี้ไม่ได้เป็นคนบุ่มบ่าม เขาเลือกติดต่อมาตอนกลางคืนแบบนี้ แสดงว่าต้องมีเรื่องสำคัญอย่างแน่นอน
“ขอโทษนะครับ ผมขอออกไปรับโทรศัพท์สักครู่”
เย่เฉิน กล่าวกับ หัวหน้าตระกูลวิตเทลส์บาค อย่างสุภาพ เพราะตอนนี้เขาถือเป็นแขกในบ้านของอีกฝ่าย และทุกคนก็กำลังจ้องมองมาที่เขา
“เชิญตามสบายเลย คุณเย่”
แน่นอนว่า หัวหน้าตระกูลวิตเทลส์บาค ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก และพยักหน้าให้ เย่เฉิน ทำตามที่สะดวกได้เลย
เย่เฉิน เดินออกมาด้านนอกเพียงลำพัง ก่อนจะกดรับสายโทรศัพท์
“คุณเย่ ผมเพิ่งได้ยินข่าวใหญ่มาขณะกำลังดื่มอยู่ ดังนั้นผมจึงรีบโทรมาหาคุณทันทีครับ”
ผู้บริหารที่โทรมาพูดกับ เย่เฉิน ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ
“โอ้? ข่าวอะไรหรือ?”
เย่เฉิน รู้สึกอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที
ผู้บริหารคนนี้ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเล่าทุกอย่างออกมาตรงๆ เดิมที เขากำลังสังสรรค์กับผู้บริหารระดับสูงของ Kering Group อีกหลายคน เมื่อดื่มไปถึงช่วงท้ายๆ หลายคนเริ่มเมาจนไม่ได้สติ แต่เขาเป็นคนที่ดื่มเก่ง จึงยังคงมีสติอยู่ครบถ้วน
และในขณะที่ทุกคนกำลังจะลุกจากโต๊ะ ก็มีผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งเผลอหลุดปากออกมาถึง ‘ข่าวใหญ่’ เกี่ยวกับ อันโตนิโอ ซึ่งเป็นซีอีโอคนปัจจุบันของ Kering Group
ที่สำคัญ คนที่พูดเรื่องนี้เป็นหนึ่งในลูกน้องคนสนิทของ อันโตนิโอ ดังนั้น ไม่มีทางที่ข่าวนี้จะเป็นเรื่องโกหกได้เลย!
ผู้บริหารที่โทรมา เป็นคนที่เคยวางตัวเป็นกลางมาตลอด แต่หลังจากที่ เย่เฉิน ก้าวขึ้นมา เขาก็เลือกเข้าข้าง เย่เฉิน โดยไม่มีใครล่วงรู้ถึงเรื่องนี้
สำหรับข่าวที่เขาได้ยินมา ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง นั่นก็คือ...ตั้งแต่ตำแหน่งหัวหน้านักออกแบบของ Kering Group ถูกลูกน้องของ เย่เฉิน ชิงไปได้ อันโตนิโอ ไม่เพียงแต่ไม่ลดละความพยายามลง กลับยิ่งแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้น
ในท้ายที่สุด อันโตนิโอ เริ่มมองว่า เย่เฉิน เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเขา
สุดท้าย เพื่อรักษาตำแหน่งซีอีโอของตัวเองเอาไว้ อันโตนิโอ ถึงกับตัดสินใจทำข้อตกลงกับ Richemont Group ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Kering Group
อันโตนิโอ ถึงกับยอมแบ่งตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยบางส่วนให้กับ Richemont Group เพื่อแลกกับการให้ Richemont Group ช่วยเล่นงาน เย่เฉิน ภายใน Kering Group
กล่าวคือ อันโตนิโอ กำลังพยายามใช้ Richemont Group เป็นเครื่องมือในการกำจัด เย่เฉิน ให้ออกไปจาก Kering Group
“อะไรนะ?!!!”
หลังจากทราบข่าวนี้ สีหน้าของ เย่เฉิน เปลี่ยนไปทันที
ในความเป็นจริง ถ้า อันโตนิโอ สงบเสงี่ยมลงบ้าง เขาอาจปล่อยให้ อันโตนิโอ บริหาร Kering Group ต่อไปชั่วคราวได้ ท้ายที่สุดอีกไม่นาน เขาก็กำลังจะกลับประเทศจีน และไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ที่นี่นานเพียงเพราะเรื่องของ Kering Group เท่านั้น
แต่ตอนนี้...เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้บริหารคนนี้พูดมา เย่เฉิน ก็รู้สึกโกรธขึ้นมาแล้ว!
ไม่ว่าเขาจะต่อสู้กับ อันโตนิโอ อย่างไร นั่นก็คือเรื่องภายในของ Kering Group แต่ตอนนี้ อันโตนิโอ กลับคิดจะดึง Richemont Group ศัตรูของบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้อง แถมยังจะยอมสละส่วนแบ่งตลาดสินค้าแบรนด์หรูให้กับอีกฝ่าย…
นี่เป็นสิ่งที่ เย่เฉิน ไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด!!!
หากปล่อยให้ อันโตนิโอ ทำสำเร็จ Kering Group จะต้องได้รับผลกระทบหนักแน่นอน และในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัท คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ เย่เฉิน นั่นเอง!
ในเมื่อเป็นแบบนี้ อันโตนิโอ ไม่ควรได้อยู่ในตำแหน่งซีอีโอของกลุ่มอีกต่อไปแล้ว!!!
แม้ว่าในตอนนี้ เย่เฉิน จะยังไม่ได้ถือหุ้นมากกว่า 50% ตามที่ต้องการ แต่การโค่น อันโตนิโอ ให้ออกจากตำแหน่งซีอีโอก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แค่ยุ่งยากหน่อย... และอาจต้องเสียเงินเพิ่มบ้างเท่านั้นเอง
“คุณรู้รายละเอียดเกี่ยวกับการสมคบคิดของ อันโตนิโอ กับ Richemont Group หรือเปล่า?”
เย่เฉิน ถามอย่างจริงจัง
เรื่องนี้เป็นข้อมูลสำคัญ เพราะมันจะส่งผลต่อวิธีที่ เย่เฉิน จะใช้จัดการกับ อันโตนิโอ
“เรื่องนี้ยังไม่มีรายละเอียดมากนักครับ”
ผู้บริหารระดับสูงที่โทรมารีบตอบ
“แต่ผมได้ยินมาว่าพรุ่งนี้ตอนเที่ยง อันโตนิโอ จะนัดพบกับ เอลตัน แฟรงค์ รองประธานของ Richemont Group ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ”
“จากที่ลูกน้องของ อันโตนิโอ พูดมา ดูเหมือนพวกเขาเพิ่งเริ่มติดต่อกัน และยังไม่ได้ตกลงอะไรกันอย่างเป็นทางการ”
“อืม.. แบบนี้ยิ่งดีเข้าไปใหญ่”
เย่เฉิน พยักหน้า ข้อมูลนี้มีค่ามาก
“ผมจำเรื่องนี้ไว้แล้ว คุณเองก็ทำงานที่ตำแหน่งนี้มานานแล้วสินะ? บางทีคงถึงเวลาเลื่อนตำแหน่งบ้างแล้วล่ะ”
เย่เฉิน กล่าวเป็นนัยๆ เพื่อถือเป็นรางวัลสำหรับผู้บริหารระดับสูงคนนี้ที่อีกฝ่ายได้แจ้งข่าวสำคัญให้เขาทราบโดยเร็วที่สุด
“ขอบคุณครับ คุณเย่! ขอบคุณ คุณเย่ มากๆ ครับ!”
ผู้บริหารคนนั้นเข้าใจความหมายของ เย่เฉิน ทันที และดีใจจนแทบกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่
“คุณเย่ ลูกน้องของ อันโตนิโอ คนนั้นยังอยู่แถวนี้ ผมจะทำเป็นเมาต่อ แล้วลองแกล้งพูดคุยเพื่อหาข้อมูลเพิ่ม เผื่อจะได้อะไรเพิ่มเติมมาอีก”
ผู้บริหารระดับสูงมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น เมื่อพูดจบเขาก็ตัดสายไป และกลับไปดำเนินการต่อทันที
ส่วน เย่เฉิน ยืนครุ่นคิดถึงแผนการขั้นต่อไป
แต่ก่อนที่ เย่เฉิน จะกลับเข้าไปในปราสาท โทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง
[ติ๊ง]
[ภารกิจท้าทาย : ใช้วิธีของตัวเองเพื่อหยุดยั้งความร่วมมือระหว่าง อันโตนิโอ กับ Richemont Group โดยเร็วที่สุด]
[รางวัลภารกิจ : หุ้น 8% ของ Kering Group]
[รางวัลภารกิจ : 225 คะแนนค่าประสบการณ์]
[รางวัลภารกิจ : 141 คะแนนสะสม(ร้านค้า)]
“หืม?! ได้หุ้นของ Kering Group เป็นรางวัลอีกแล้วเหรอ? แบบนี้ก็เยี่ยมสุดๆ ไปเลย!!!”
เย่เฉิน ดีใจจนแทบกลั้นรอยยิ้มไม่อยู่ เมื่อครู่นี้ เขากำลังคิดพอดีว่าควรทำอย่างไรให้ อันโตนิโอ หลุดจากตำแหน่งซีอีโอ แต่แล้วเกมก็ส่งภารกิจนี้มาให้ พร้อมกับรางวัลเป็นหุ้นของ Kering Group นี่มันเรียกได้ว่ามาได้ ‘ถูกจังหวะ’ มาก!
ถ้าฉันได้หุ้น 8% จากภารกิจนี้ เมื่อรวมกับหุ้นที่ฉันมีอยู่ก่อนแล้ว มันจะทำให้ฉันถือหุ้น 54% ของบริษัท พอมีหุ้นเกิน 50% การถอดถอน อันโตนิโอ ออกจากตำแหน่งซีอีโอก็จะง่ายขึ้นมาก
และหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน เย่เฉิน จะได้เป็นซีอีโอของ Kering Group อย่างเป็นทางการ
ท้ายที่สุดแล้วตำแหน่งซีอีโอของกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกก็มีความสำคัญมาก!!!
นี่อาจเป็นสถานะที่ทรงอิทธิพลที่สุดของ เย่เฉิน ในตอนนี้เลยก็ว่าได้!!!
แม้ว่า Disney จะเป็นบริษัทที่ใหญ่กว่า Kering Group แต่ เย่เฉิน เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยของ Disney เขาถือหุ้นไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ จึงไม่มีอำนาจบริหารมากนัก
ตอนแรก เย่เฉิน ไม่ได้วางแผนจะเป็นซีอีโอของ Kering Group ก่อนกลับประเทศ เพราะมันดูเหมือนจะใช้เวลามากเกินไป
แต่ตอนนี้…เพราะ ‘การดิ้นรนครั้งสุดท้าย’ ของ อันโตนิโอ เกมเลยมอบภารกิจนี้ให้ เย่เฉิน เป็นของขวัญก่อนกลับประเทศ!
ส่วนเรื่องภารกิจ หยุด อันโตนิโอ กับ Richemont Group จากการร่วมมือกันนั้น...เย่เฉิน มีแผนการอยู่ในใจแล้ว!