มาหาเองถึงที่?!
เย่เฉิน หาข้ออ้าง ลุกขึ้นจากโต๊ะเพียงลำพัง แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ
เมื่อเข้ามาถึงห้องน้ำ รอบๆ ไม่มีใครอยู่ เย่เฉิน จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู และแน่นอนว่าเป็นข้อความแจ้งเตือนจากเกมจริงๆ
[ติ๊ง!]
[พา ซู หนิงซวง ไปเที่ยวพักผ่อน ใช้เวลาหนึ่งวันแบบสบายๆ – ภารกิจท้าทายสำเร็จ]
[ขอแสดงความยินดีด้วย! คุณได้รับ : หนึ่งในสิบบริษัทจัดหางานชั้นนำของโลก ‘Nicholson International Consulting’ 100% กลายเป็นเจ้าของเบื้องหลังของบริษัท (หมายเหตุ : เนื่องจากความพิเศษของบริษัท ภายใน 24 ชั่วโมง เจ้าของเดิมของ Nicholson International Consulting จะติดต่อผู้เล่นโดยตรงเพื่อทำสัญญา และดำเนินการทุกขั้นตอนให้เสร็จสิ้น)]
[ขอแสดงความยินดีด้วย! คุณได้รับ : 237 คะแนนค่าประสบการณ์]
[ขอแสดงความยินดีด้วย! คุณได้รับ : 134 คะแนนสะสม(ร้านค้า)]
ภารกิจสำเร็จไปได้อย่างง่ายดาย และตอนนี้ เย่เฉิน ได้ครอบครอง Nicholson International Consulting อย่างสมบูรณ์แล้ว
ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เย่เฉิน ก็คือเจ้าของเบื้องหลังของบริษัท Nicholson International Consulting อย่างแท้จริง
บางทีอาจเป็นเพราะลักษณะของบริษัท Nicholson International Consulting นี้ที่ค่อนข้างพิเศษ เขายังต้องเซ็นเอกสารด้วยตนเอง
มันเป็นเพียงเรื่องแค่เซ็นชื่อเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เย่เฉิน ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
เมื่อได้บริษัท Nicholson International Consulting นี้มาแล้ว การหาผู้บริหารที่เหมาะสม และกำจัดมือขวาของ อันโตนิโอ ที่แฝงตัวอยู่ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ดีมาก!
เย่เฉิน ยกยิ้มก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะ
เช้าวันรุ่งขึ้น เย่เฉินได้รับโทรศัพท์จาก คองกรีฟ อดีตเจ้าของบริษัท Nicholson International Consulting ทาง คองกรีฟ โทรมาเพื่อพูดคุย และนัดหมายเวลาเซ็นสัญญา
ตอนแรก เย่เฉิน คิดว่า คองกรีฟ อาจจะอยู่ที่ปารีส และเขาคงต้องรอให้ตัวเองกลับไปก่อนถึงจะได้เจอกัน แต่ปรากฏว่า คองกรีฟ อยู่ในประเทศที่ เย่เฉิน กำลังพักผ่อนอยู่ในขณะนี้
เนื่องจากประเทศนี้ไม่ใหญ่มาก จากโรงแรมที่ เย่เฉิน พักอยู่ เดินทางไปหา คองกรีฟ ใช้เวลาเพียงหนึ่ง ถึงสองชั่วโมงเท่านั้น
ดังนั้น เย่เฉิน จึงรีบตอบตกลงนัดหมายเป็นช่วงเวลาบ่ายของวันนี้ จะได้ดำเนินการเรื่องเอกสารให้เสร็จเร็วๆ แล้วจัดการกับพวกกลุ่มมือขวาของ อันโตนิโอ ให้หมดไป
ช่วงเที่ยง มิราเบล ฮาร์กินส์ ซีอีโอของ Nicholson International Consulting ได้เดินออกจากสนามบินพร้อมกับพนักงานอีกสองสามคน
เธอมาที่นี่เพื่อเข้าพบกับเจ้านายของเธอ คองกรีฟ
แม้ว่าเธอจะบอกว่ามาเพื่อรายงานสถานการณ์ของบริษัท แต่ที่จริงแล้ว.. มิราเบล ฮาร์กินส์ มีเป้าหมายอีกอย่างหนึ่งที่มาที่นี่
นั่นมันก็คือเรื่องของ เย่เฉิน ซีอีโอคนใหม่ของ Kering Group
เมื่อวานนี้ ช่วงแรกที่เธอพูดคุยกับ เย่เฉิน เป็นไปได้ค่อนข้างราบรื่น เธอยังรู้สึกยินดีที่บริษัทสามารถคว้าดีลใหญ่ได้อีกหนึ่งงาน
แต่แล้ว ในระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น จู่ๆ สามีของเธอก็รีบร้อนวิ่งเข้ามาขอยืมเงินเธอ
และมันก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ
เรื่องนี้ทำให้ มิราเบล ฮาร์กินส์ ตกใจเป็นอย่างมาก
เมื่อเธอได้ฟังเรื่องที่สามีของเธอเล่าให้ฟังจนจบ เธอก็เริ่มโกรธ เย่เฉิน ทันที แล้วเหตุการณ์ทั้งหมดก็นำไปสู่การปฏิเสธ เย่เฉิน พร้อมกับเธอที่ได้ ‘สาปแช่ง’ ให้เขากลายเป็น อันโตนิโอ คนต่อไป
ปรากฏว่าที่แท้ สามีของ มิราเบล ฮาร์กินส์ แอบใช้เงินเก็บของครอบครัวร่วมมือกับ อันโตนิโอ ทำธุรกิจบางอย่างอย่างลับๆ
และเพื่อขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น สามีของเธอยังได้ไปกู้เงินมาอีกจำนวนมาก...
เป็นผลให้เมื่อวานนี้ หลังจากที่ อันโตนิโอ ถูกปลดออกจากตำแหน่งที่ Kering Group อำนาจทั้งหมดในมือของ อันโตนิโอ ก็หายไป ส่งผลให้ธุรกิจของพวกเขาล้มละลายตามไปด้วย
เมื่อธุรกิจพังไม่เป็นท่า สามีของ มิราเบล ฮาร์กินส์ คำนวณแล้วพบว่า ไม่เพียงแต่เงินลงทุนของเขาจะหายไปทั้งหมด แต่เขายังต้องชดใช้หนี้ก้อนโตอีกด้วย ด้วยความหมดหนทาง เขาจึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากภรรยา
เมื่อ มิราเบล ฮาร์กินส์ รู้ว่าสามีของเธอขาดทุนไปเกือบสิบหลัก เธอโกรธจนแทบระเบิด
หลังจากเข้าใจต้นสายปลายเหตุแล้ว มิราเบล ฮาร์กินส์ ก็โยนความผิดทั้งหมดไปที่ เย่เฉิน เธอเชื่อว่าการที่ครอบครัวของเธอต้องเป็นหนี้มากมายขนาดนี้ ล้วนเป็นเพราะ เย่เฉิน ทั้งสิ้น
แม้ว่าเมื่อวานนี้เธอจะด่า เย่เฉิน ได้สะใจมาก แต่เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ดูอีกที เธอก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
เพราะอย่างไรซะ เย่เฉิน ก็เป็นซีอีโอของ Kering Group ถ้าเขาโกรธ และไปพูดอะไรกับเจ้าของบริษัทของเธอ? ..เธออาจจะซวยก็ได้
แม้ว่าหลายเรื่องในบริษัทจะอยู่ในมือของเธอ แต่บริษัทก็ยังเป็นของเจ้าของเดิมอยู่ดี ถ้าเขาเอ่ยปากเพียงคำเดียว เธอก็คงจบเห่ได้ทันทีเช่นกัน
ดังนั้น มิราเบล ฮาร์กินส์ จึงอ้างว่ามารายงานความคืบหน้าของบริษัท แต่ที่จริงแล้ว.. เธอมาเพื่อพูดคุยกับเจ้านายก่อนล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น
หลังจากออกจากสนามบิน และหาอะไรทานเสร็จ มิราเบล ฮาร์กินส์ ก็พาพนักงานตรงไปที่บ้านของเจ้านายเธอทันที
ในช่วงบ่าย เย่เฉิน เดินทางมาถึงบ้านของ คองกรีฟ ก่อน
“ไม่อยากเชื่อเลยว่า คุณเย่ จะยังหนุ่มขนาดนี้ น่าทึ่ง น่าทึ่งมากจริงๆ!”
คองกรีฟ กล่าวอย่างอบอุ่น และเชิญมหาเศรษฐีลึกลับอย่าง เย่เฉิน เข้าไปในบ้านอย่างกระตือรือร้น
หลังจากพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองเล็กน้อย คองกรีฟ ก็เริ่มอธิบายเกี่ยวกับบริษัท Nicholson International Consulting อย่างละเอียด รวมไปถึงความลับต่างๆ ของบริษัท
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายก็ทำขั้นตอนในเอกสารที่เหลือจนเสร็จสมบูรณ์
ในวินาทีนั้น บริษัท Nicholson International Consulting ก็กลายเป็นของ เย่เฉิน โดยสมบูรณ์
เมื่อเสร็จสิ้นเรื่องทั้งหมด เย่เฉิน ตั้งใจจะขอตัวกลับ เพราะการอยู่ที่นี่ต่อไปก็คงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป
แต่ก่อนที่ เย่เฉิน จะพูดอะไรออกมา อยู่ๆ คนรับใช้ก็เดินเข้ามา
“นายท่าน มิราเบล ฮาร์กินส์ มาครับ”
“หืม? มิราเบล ฮาร์กินส์ มาเหรอ?”
คองกรีฟ รู้สึกแปลกใจ ในฐานะซีอีโอของเขา ทำไมจู่ๆ เธอถึงมาที่นี่ทำไมกัน?
“คุณเย่ บังเอิญจริงๆ มิราเบล ฮาร์กินส์ เป็น... เอ่อ ตอนนี้ต้องบอกว่าเป็นซีอีโอของ Nicholson International Consulting ของคุณ ก่อนหน้านี้ฉันมอบหมายให้เธอดูแลธุรกิจแทบทั้งหมดของบริษัท”
จากนั้น คองกรีฟ ก็เสนอขึ้นมาว่า :
“ในเมื่อเธอมาพอดี ให้ฉันแนะนำเธอให้คุณรู้จักดีไหมครับ?”
“มิราเบล ฮาร์กินส์ มาที่นี่งั้นเหรอ?”
รอยยิ้มเย็นชาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ เย่เฉิน
นี่มันช่าง บังเอิญ จริงๆ
เย่เฉิน ยังจำได้ดีว่าเมื่อวาน มิราเบล ฮาร์กินส์ ‘อวยพร’ เขาอย่างไรบ้าง
ตอนแรก เย่เฉิน ตั้งใจว่าพอกลับไปถึงบริษัท Nicholson International Consulting เมื่อไหร่ เขาก็จะไล่ มิราเบล ฮาร์กินส์ ออกทันที
แต่ดูเหมือนว่า มิราเบล ฮาร์กินส์ จะเดินมาหาเขาเองถึงที่... เยี่ยมมาก!
“งั้นผมคงต้องขอบคุณ คุณคองกรีฟ แล้วครับ”
เย่เฉิน ยิ้ม ตอบรับน้ำใจของ คองกรีฟ
“คุณเย่ พูดเกรงใจเกินไปแล้ว”
เมื่อเห็นว่า เย่เฉิน เห็นด้วย คองกรีฟ จึงสั่งคนรับใช้ทันที :
“ไปเชิญ มิราเบล ฮาร์กินส์ เข้ามา”
“ครับ”
เพียงไม่กี่สิบวินาทีต่อมา ภายใต้การนำทางของคนรับใช้ มิราเบล ฮาร์กินส์ และพนักงานไม่กี่คนก็ค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้องรับแขก...