ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับห้าของกลุ่มบริษัทระดับล้านล้าน!

“เริ่มตอนบ่ายสามของวันพรุ่งนี้…”

เว็บสเตอร์ ตอบทันที

“ในเมื่อ คุณเย่ สนใจ ผมจะให้คนจัดหาตั๋วสี่ใบมาให้เดี๋ยวนี้เลยครับ”

ในที่สุด เว็บสเตอร์ ก็ยังอุตส่าห์ช่วยจัดหาตั๋วให้ เย่เฉิน และคนอื่นๆ

นิทรรศการพรุ่งนี้จะเริ่มขึ้นแล้ว คนทั่วไป ต่อให้เป็นเศรษฐีบางคน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องหาตั๋วในวันนี้เลย แม้แต่เมื่อเดือนที่แล้วก็อาจจะหามาไม่ได้ เพราะงานนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนทั่วไปอาจจะลำบาก ทว่ากับตระกูลเว็บสเตอร์แล้วไม่ใช่ปัญหา พวกเขาสนิทกับผู้จัดงานนิทรรศการนี้เป็นอย่างดี

“งั้นก็ดีเลย ขอบคุณมาก”

เย่เฉิน ตอบกลับอย่างสุภาพ

เย่เฉิน รู้สึกว่า เว็บสเตอร์ เป็นคนที่ฉลาดหลักแหลม น่าคบหาอยู่ไม่น้อย

และพอดีเลย ให้ เว็บสเตอร์ ไปจัดการเรื่องตั๋ว จะได้ไม่ต้องเปิดเผยตัวตนของเขาเอง และสามารถตรวจสอบนิทรรศการได้อย่างรอบคอบว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่

หลังจากที่ เว็บสเตอร์ ออกไปจัดหาตั๋ว เย่เฉิน ก็แอบตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับนิทรรศการ ‘อูถงโจ่วอิ๋น’ ในวันพรุ่งนี้

เมื่อได้ข้อมูลเรื่องนี้แล้ว เย่เฉิน ก็ยิ่งให้ความสำคัญกับนิทรรศการนี้มากขึ้น

นี่เป็นครั้งแรกที่ ‘อูถงโจ่วอิ๋น’ จัดแสดงในยุโรป จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด

เนื่องจากเป้าหมายของนิทรรศการนี้คือการเจาะตลาดสินค้าฟุ่มเฟือย คงจะมีหลายบริษัทจับตามองอยู่ ดังนั้น นิทรรศการในวันพรุ่งนี้ต้องไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น!

ขณะที่ เย่เฉิน กำลังอ่านข้อมูลเพิ่มเติมอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีหน้าต่างจากเกมเด้งขึ้นมา

[ติ๊ง!]

[ภารกิจท้าทาย : เดินทางไปยังนิทรรศการศิลปะ ‘อูถงโจ่วอิ๋น’ จัดระเบียบปัญหา และข้อบกพร่องต่างๆ เพื่อทำให้นิทรรศการสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น]

[รางวัลภารกิจ : หุ้น 4% ของดิสนีย์ ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับห้าของ ดิสนีย์]

[รางวัลภารกิจ : 251 คะแนนค่าประสบการณ์]

[รางวัลภารกิจ : 135 คะแนนสะสม(ร้านค้า)]

“รางวัลเป็นหุ้นของ ดิสนีย์ แถมยังทำให้ฉันเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับห้าของ ดิสนีย์?!”

เย่เฉิน รู้สึกตื่นเต้นมาก

หากเขาทำภารกิจสำเร็จ หุ้นดิสนีย์ที่เขาถือครองอยู่ 10% จะเพิ่มขึ้นอีก 4% รวมเป็น 14% ทำให้เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับห้าของบริษัท

แม้อันดับจะไม่สูงนัก แต่ต้องไม่ลืมว่าดิสนีย์คือบริษัทระดับล้านล้านดอลลาร์!!!

การได้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับห้าของกลุ่มบริษัทระดับนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย!

ในคืนวันเดียวกันนั้นเอง เว็บสเตอร์ ให้คนส่งตั๋วมาที่โรงแรมของ เย่เฉิน

ช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น เย่เฉิน, ซู หนิงซวง และคนอื่นๆ ก็เดินทางไปยังนิทรรศการศิลปะ ‘อูถงโจ่วอิ๋น’ ด้วยกัน

หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจตั๋ว และตรวจความปลอดภัยเรียบร้อย พวกเขาก็เดินเข้าไปในงานนิทรรศการ

แม้ว่า เย่เฉิน จะมาค่อนข้างเร็ว แต่ในขณะนี้ภายในงานนิทรรศการก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คนแล้ว

เย่เฉิน, ซู หนิงซวง และคนอื่นๆ เดินชมงานไปเรื่อยๆ และพบว่ามีปัญหาอยู่บ้าง เช่น วิทยากรบรรยายบางคนไม่มีความเป็นมืออาชีพมากนัก แต่ยังไม่พบปัญหาร้ายแรงอื่นๆ

แต่ขณะที่ เย่เฉิน กำลังเดินชมงานต่อไป เขาก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

ไม่ไกลนัก เขาพลันเห็นฉากหนึ่งที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิด ชายชาวต่างชาติวัยกลางคนกำลังใช้มือสัมผัสหนึ่งในชิ้นงานศิลปะ!

ทั้งที่ข้างๆ มีป้ายเขียนว่า ‘ห้ามสัมผัส’ แขวนอยู่อย่างชัดเจน

“คุณทำแบบนี้ไม่ค่อยสุภาพเลยนะ”

เย่เฉิน ก้าวเดินเข้าไป และห้ามปรามชายชาวต่างชาติคนนั้น

เขาไม่เคยเห็นนิทรรศการศิลปะที่ไหนให้ผู้เข้าชมจับต้องผลงานได้ตามใจชอบเลย!

“ยุ่งอะไรด้วย?”

เมื่อ เย่เฉิน หยุดไว้ ชายชาวต่างชาติโกรธขึ้นมาทันที

“ฉันจะทำอะไร มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ!!!”

ชายชาวต่างชาติคนนั้นขึ้นเสียงใส่ เย่เฉิน มือก็ยังไม่หยุดลูบคลำงานศิลปะ

“ใช่ๆ ไอ้พวกชอบยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

เพื่อนของชายชาวต่างชาติคนนั้นก็พูดเสริมด้วยท่าทีไม่พอใจ

ในขณะนั้นเอง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินผ่านมา และเห็นชายชาวต่างชาติทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่กลับไม่พูดอะไรเลยสักคำ

“เห็นไหม? แม้แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ห้ามฉัน แล้วนายจะมายุ่งเรื่องของพวกเราทำไม?!”

เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่เพิกเฉย ชายชาวต่างชาติก็ยิ่งได้ใจมากขึ้น

“เดี๋ยวก่อน!”

เย่เฉิน ทนไม่ไหว จึงเรียกเจ้าหน้าที่ที่มีปัญหาทางสายตาคนนี้เอาไว้

“นักท่องเที่ยวกำลังสัมผัสงานศิลปะ คุณไม่คิดจะห้ามหน่อยเหรอ?!”

เย่เฉิน ถามเจ้าหน้าที่เสียงแข็ง

“ทำไมผมต้องห้ามล่ะ?”

เจ้าหน้าที่ส่ายหัว ไม่อยากยุ่งเกี่ยว

ใครจะรู้ว่าคนที่สัมผัสงานศิลปะอาจเป็นมหาเศรษฐี หรือนักการเมืองใหญ่โต? เขาไม่อยากเสี่ยงมีปัญหา

เมื่อความวุ่นวายเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็เริ่มหันมามอง แต่ไม่มีใครเข้ามาห้ามชายชาวต่างชาติคนดังกล่าว

สีหน้าของ เย่เฉิน เริ่มเปลี่ยนไป

มีบางอย่างผิดปกติ!

ตอนแรก เย่เฉิน ก็รู้สึกว่าไกด์ในนิทรรศการนี้ไม่ค่อยเป็นมืออาชีพ บางคนถึงกับบอกข้อมูลผิดเกี่ยวกับ ‘อูถงโจ่วอิ๋น’ เช่น การกล่าวว่าผลงานชิ้นหนึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการสร้าง

แต่ในความเป็นจริง งานศิลปะ ‘อูถงโจ่วอิ๋น’ ระดับมาสเตอร์พีซต้องใช้เวลาหลายเดือนในการผลิต แม้แต่งานที่ธรรมดาที่สุดก็ต้องใช้เวลาถึงยี่สิบกว่าวัน

แต่คำบรรยายที่ผิดๆ นี้ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกว่า ‘อูถงโจ่วอิ๋น’ ไม่ได้มีคุณค่ามากนัก และอาจทำให้ราคาประเมินลดลง เพราะกระบวนการผลิตมีผลต่อการตั้งราคา

และตอนนี้ เย่เฉิน ก็พบว่าเจ้าหน้าที่ของนิทรรศการไม่สนใจแม้แต่น้อย ว่าจะมีนักท่องเที่ยวสัมผัสงานศิลปะโดยตรงด้วยซ้ำ

ยิ่งคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เย่เฉิน ก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติ

ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ตั้งแต่ต้น หากใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

แต่ทำไมถึงเกิดปัญหานี้ขึ้น?

ถ้าเป็นแค่เจ้าหน้าที่บางคนไม่มีความเป็นมืออาชีพ มันอาจเป็นเรื่องบังเอิญได้ แต่ถ้าส่วนใหญ่มีปัญหาเหมือนกัน มันจะเป็นเรื่องบังเอิญไปได้อย่างไร?!

บนโลกนี้มีเรื่องบังเอิญมากขนาดนั้นจริงหรือ?

เย่เฉิน เริ่มสงสัยว่ามีใครบางคนจงใจทำให้งานนิทรรศการนี้เสียหาย

“คุณเย่ ในที่สุดผมก็หาคุณเจอจนได้!”

ขณะที่ เย่เฉิน กำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เว็บสเตอร์ ก็เดินเข้ามา

“เมื่อกี้ผมไปพูดคุยกับผู้จัดงาน เลยเพิ่งมาเจอคุณ”

เว็บสเตอร์ อธิบาย

“อ้อ คุณเจอผู้จัดงานนิทรรศการนี้แล้วเหรอ?”

เย่เฉิน ถามขึ้น

“เขาอยู่ที่ไหน?”

“อ๋อ เขากำลังคุยส่วนตัวกับผู้บริหารของ Van Cleef & Arpels อยู่ครับ”

เว็บสเตอร์ ตอบแบบสบายๆ

“กำลังคุยกับผู้บริหารของ Van Cleef & Arpels งั้นเหรอ?”

เย่เฉิน หรี่ตา และสังเกตเห็นประเด็นนี้ทันที

ตอนนี้ เย่เฉิน ยิ่งมั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่นอน!

Van Cleef & Arpels เป็นแบรนด์เครื่องประดับระดับชั้นนำ และที่สำคัญคือ องค์กรที่อยู่เบื้องหลังมันไม่ธรรมดาเลยเช่นกัน!

ตอนก่อน

จบบทที่ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับห้าของกลุ่มบริษัทระดับล้านล้าน!

ตอนถัดไป