เงินอีกหลายหมื่นล้านเข้าบัญชี ชีวิตมันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง
[ขอแสดงความยินดีด้วย! คุณได้รับ : หุ้น 5% ของ Porsche Group (สัญญาซื้อหุ้นได้ถูกจัดส่งไปยังห้องหนังสือของคุณแล้ว โปรดตรวจสอบ)]
“หืม?!”
เมื่อเห็นรางวัลพิเศษเพิ่มเติมจากภารกิจ เย่เฉิน รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าครั้งนี้จะได้หุ้นของ Porsche Group มาด้วย นี่มันไม่เลวเลย…
เมื่อรวมกับหุ้น 5% ที่ เย่เฉิน มีอยู่ก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขาก็ถือหุ้นใน Porsche Group รวมแล้ว 10% พอดี
เงินอีกหลายหมื่นล้านเข้าบัญชีอีกแล้ว…ชีวิตนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง
เย่เฉิน เปิดกระเป๋าเป้(ไอเท็ม)ในเกม แล้วก็ค้นหา [การ์ดเตือนภัยแผนการร้ายระดับสูง] ที่เพิ่งได้รับมาเมื่อครู่นี้
นี่เป็นครั้งแรกที่ เย่เฉิน ได้รับ [การ์ดเตือนภัยแผนการร้ายระดับสูง] เขาเลยตั้งใจศึกษาความแตกต่างระหว่างการ์ดระดับกลาง กับการ์ดระดับสูงอย่างละเอียด
ไม่กี่นาทีต่อมา เย่เฉิน ก็เข้าใจทุกอย่างอย่างกระจ่าง
[การ์ดเตือนภัยแผนการร้ายระดับสูง] มันสุดยอดจริงๆ
ไม่เพียงแต่จะสามารถเตือนภัยล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนร้ายใหญ่ๆ ที่มีต่อผู้เล่นได้ถึง 3 ครั้ง แต่ยังจะเปิดเผยรายละเอียดของแผนร้ายทั้งหมดให้ผู้เล่นทราบด้วย
ตัวอย่างเช่นตอนที่ เย่สยง จากตระกูลเย่ในปักกิ่ง ส่งสายลับมาแฝงตัวอยู่ข้างกาย เย่เฉิน
[การ์ดเตือนภัยแผนการร้ายระดับกลาง] ก็แค่เตือนว่า ‘ให้ระวัง’ แต่ไม่ได้บอกเลยว่าสายลับคนนั้นคือใคร มาจากไหน หรือมีแผนอะไรกันแน่
แต่ถ้าหากในตอนนั้นเป็น [การ์ดเตือนภัยแผนการร้ายระดับสูง] มันจะบอกครบทุกอย่าง ไม่ว่า ใครเป็นสายลับ, ความสัมพันธ์กับ เย่สยง, รายละเอียดของแผนการ, พื้นหลังของสายลับ, ความเชื่อมโยง, และอื่นๆ
นี่แหละของดี!
แบบนี้ เย่เฉิน ก็ไม่ต้องเสียเวลาสืบเอง สามารถรับมือกับแผนร้ายได้ง่าย และแม่นยำมากขึ้นอีกด้วย
[การ์ดเตือนภัยแผนการร้ายระดับสูง] เป็นของดีจริงๆ
เย่เฉิน ไม่ลังเลเลย กดใช้งาน [การ์ดเตือนภัยแผนการร้ายระดับสูง] ทันที
[ติ๊ง]
[การ์ดเตือนภัยแผนการร้ายระดับสูง กำลังทำงาน…]
เปิดใช้งานเรียบร้อย เย่เฉิน ก็รู้สึกเบาใจไปได้เยอะ
คืนนั้น เย่เฉิน ทานข้าวกับ ซู หนิงซวง และครอบครัวของ ลุงซู
หลังมื้อเย็น เย่เฉิน ก็บอกข้อมูลลับเกี่ยวกับตระกูลลั่ว และตระกูลชุยให้พ่อของ ซู หนิงซวง รับรู้
เนื่องจาก เย่เฉิน จะไม่ได้อยู่ที่หางโจวเป็นเวลานาน ข้อมูลพวกนี้เขาใช้ประโยชน์เองไม่ได้มาก แต่สำหรับ ลุงซู แล้ว มันคืออาวุธทรงพลัง
เมื่อมีข้อมูลแบล็กเมล์ของสองตระกูลใหญ่แบบนี้ ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวว่าพวกนั้นจะมาก่อกวนตระกูลซูอีก
ถ้า ลุงซู ใช้ให้ถูกวิธี อาจจะสามารถเปลี่ยนสองตระกูลนั้นให้กลายมาเป็นพรรคพวกของตระกูลซูได้ด้วยซ้ำ กลายเป็นลูกน้องที่จะต้องเชื่อฟังคำสั่งตระกูลซูทุกอย่าง
นอกจากนี้ เย่เฉิน ยังมอบเอกสารบ้านบรรพบุรุษของตระกูลตงให้กับ ลุงซู ด้วย
สำหรับคนทั่วไป บ้านบรรพบุรุษหลังนี้อาจจะไม่ใช่อะไรใหญ่โต คงแค่ที่ดินไม่กี่ร้อยล้านหยวนเท่านั้น
แต่สำหรับตระกูลตงแล้ว มันคือสัญลักษณ์ของเกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของตระกูลของพวกเขา
สำหรับตระกูลใหญ่แบบพวกเขา ‘ศักดิ์ศรี’ สำคัญยิ่งกว่าเงินทองเสียอีก!!!
ต่อจากนี้ ถ้าต้องรับมือกับตระกูลตง ลุงซู ก็สามารถใช้บ้านบรรพบุรุษนี้เป็นเครื่องต่อรอง หรือไม่ก็เรียกค่าไถ่ก้อนโตจากตระกูลตง เพื่อแลกกับการไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในของตระกูลซู
เมื่อทุกอย่างในหางโจวถูกควบคุมไว้ในมือของ ลุงซู แล้ว วันหนึ่งที่ หนิงซวง ขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าตระกูลซู เธอเองก็จะไม่ต้องเหนื่อยอะไรเลย
บางทีในตอนนั้น ตระกูลซู อาจจะก้าวขึ้นเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในหางโจว และภูมิภาคใกล้เคียงก็เป็นได้!!!
คืนนั้น เย่เฉิน และซู หนิงซวง ก็ออกเดินทางจากหางโจว กลับมายังมหานครเซี่ยงไฮ้
วันจันทร์ถัดมา พวกเขาก็กลับไปเรียนตามปกติ
ในช่วงเที่ยง เย่เฉิน ได้รับข่าวว่า รองประธานของ Marriott International ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบกลุ่มโรงแรมระดับโลก – เกรเกอร์รี่ เคลย์ตัน ต้องการมาพบกับ เย่เฉิน เจ้าของกลุ่ม Hilton International Hotels
ในกลุ่มโรงแรมระดับโลกนั้น Marriott International อยู่ในอันดับสูงกว่า Hilton และมูลค่าบริษัทของ Marriott ก็สูงถึงกว่า 4 แสนล้าน ถือเป็นยักษ์ใหญ่ตัวจริงของอุตสาหกรรมโรงแรมระดับโลก
“โอ้ ทราบแล้ว”
เย่เฉิน ตอบสั้นๆ
แต่เพราะยังต้องเรียนอยู่ เย่เฉิน เลยไม่ได้พูดอะไรมากนัก
หลังเลิกเรียนช่วงบ่าย เย่เฉิน ขับรถมุ่งหน้าไปสนามบินเซี่ยงไฮ้ เขามีนัดจะไปรับเพื่อนเก่าคนหนึ่ง
สนามบินเซี่ยงไฮ้ เป็นหนึ่งในสนามบินที่พลุกพล่านที่สุดในโลก มีคนเข้าออกตลอดเวลา และมีเที่ยวบินขึ้นลงแทบไม่ขาดสาย
เมื่อ เย่เฉิน มาถึง เขาก็ได้เช็คเวลา และคาดว่าอีกไม่นานคนที่เขารอจะมาถึง
ในขณะที่ เย่เฉิน กำลังรออยู่นั้น กลุ่มชาวต่างชาติผมทองตาสีฟ้าก็เดินออกมาจากสนามบิน
คนเหล่านี้ต่างเดินรายล้อมชายวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของกลุ่ม
และชายผู้นั้นก็คือ รองประธานของ Marriott International – เกรเกอร์รี่ เคลย์ตัน
นอกจากจะดำรงตำแหน่งรองประธานของ Marriott International แล้ว เขายังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 5 ของ Marriott อีกด้วย ซึ่งถือว่ามีสถานะที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
“ท่านรองประธานครับ เราได้แจ้งทาง Hilton แล้วว่าท่านจะมาถึง”
ผู้ติดตามคนหนึ่งรายงานขณะเดินออกจากสนามบิน
“ไม่ทราบว่าท่านต้องการให้เราติดต่อพวกเขาอีกครั้ง เพื่อที่เราจะได้ไปพบ เย่เฉิน ไหมครับ?”
“หา? ไป ‘พบ’ เย่เฉิน?”
เกรเกอร์รี่ เคลย์ตัน แสดงท่าทีดูถูกทันทีเมื่อได้ยินคำนี้
“คุณพูดเล่นหรือเปล่า? ให้ฉันไปพบ เย่เฉิน เนี่ยนะ?!”
“ต้องให้ เย่เฉิน มาหาฉันต่างหาก!”
เกรเกอร์รี่ เคลย์ตัน แก้ไขคำพูดของลูกน้องอย่างไม่พอใจ
ฉันเป็นใคร? ฉันเป็นถึงรองประธาน และผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับที่ห้าของกลุ่ม Marriott ที่มีชื่อเสียงระดับโลก!
ไม่ว่าจะเป็นในแง่อันดับโลก หรือมูลค่าบริษัท Marriott ก็เหนือกว่า Hilton อย่างเห็นได้ชัด!!!
แค่ฉันเดินทางมาที่เซี่ยงไฮ้เพื่อพบ เย่เฉิน ก็ถือว่าให้เกียรติอีกฝ่ายมากแล้ว แต่จะให้ฉันไปหา เย่เฉิน ก่อน? นี่มันเรื่องตลกชัดๆ!
‘ต้องให้ เย่เฉิน มา ‘เคารพ’ ฉันสิถึงจะถูก!’
“ท่านรองประธาน แบบนั้นอาจจะดูไม่เหมาะสมมั้งครับ?”
ลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างระวัง
“ไม่เหมาะตรงไหน? ดูตัวฉันสิ แล้วดูตัว เย่เฉิน สิ เขาต้องเป็นฝ่ายมาหาฉัน! แล้วพอเขามาถึง ฉันจะปล่อยให้เขารอซัก 1–2 ชั่วโมง ให้เขารู้ซะบ้างว่าใครมีอำนาจกว่ากัน!”
เกรเกอร์รี่ เคลย์ตัน แสดงความไม่พอใจอย่างมากกับสิ่งที่ลูกน้องของเขาพูด
ในขณะที่พวกเขาคุยกัน พวกเขาก็เดินออกมาด้านนอกสนามบินแล้ว
“หืม? ท่านรองประธาน ดูนั่นสิครับ เหมือนว่า...นั่นคือ เย่เฉิน เจ้าของ Hilton!”
จู่ๆ ลูกน้องคนหนึ่งของ เกรเกอร์รี่ เคลย์ตัน ก็สังเกตเห็น เย่เฉิน
“โอ้?”
“เด็กคนนี้รู้จักมารยาทดีนี่ เรายังไม่ทันบอก เขาก็ยอมลดตัวลงมารอต้อนรับฉันด้วยตัวเอง ไม่เลวๆ”
เกรเกอร์รี่ เคลย์ตัน พยักหน้าอย่างพอใจ และเขารู้สึกดีที่ เย่เฉิน รู้จักให้เกียรติพวกเขาที่ถึงขนาดมาต้อนรับพวกเขาด้วยตัวเอง
นี่แสดงให้เห็นว่า Marriott International มีอิทธิพลมากขนาดไหน!!!
“ไปกันเถอะ เราเดินไปหาเขากัน”
หลังจากนั้น เกรเกอร์รี่ เคลย์ตัน ก็เป็นคนเดินนำไปหา เย่เฉิน ด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจเต็มเปี่ยม