ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น?
เย่เฉิน ยังนึกว่าเป็นข้อความแจ้งเตือนจากเกม
แต่พอเปิดดู กลับกลายเป็นข้อความจากพี่สาวของเขา จ้าว ซูซวน เธอถามว่า เย่เฉิน อยู่ที่ไหนตอนนี้
เย่เฉิน ตอบข้อความกลับไป แล้วก็ถามกลับว่าก่อนหน้านี้พี่สาวมีธุระอะไรถึงได้ติดต่อมา
หลังจากส่งข้อความไปแล้ว จ้าว ซูซวน ก็ตอบกลับมาหลังจากนั้นไม่นาน บอกว่าไม่มีอะไรแล้ว ให้ เย่เฉิน กับซู หนิงซวง ใช้เวลาสองคนด้วยกันต่อเถอะ
ในเมื่อพี่สาวพูดแบบนั้น เย่เฉิน ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก สตาร์ทรถแล้วขับออกไป
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ข้อมูลของ เว่ย หยวนอี้ มหาเศรษฐีจากปักกิ่งก็ถูกส่งมาที่โทรศัพท์มือถือของ เย่เฉิน
เมื่อ เย่เฉิน เห็นข้อมูลของ เว่ย หยวนอี้ ในบางส่วน ใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้า
“น่าสนใจดีนี่”
ในข้อมูลของ เว่ย หยวนอี้ ยังรวมถึงข้อมูลพื้นฐานของภรรยาของเขา ตง ชิวเกอ บุตรสาวคนโตของตระกูลตงในหางโจวด้วย
เย่เฉิน ก็อ่านดูอย่างละเอียดเช่นกัน ไม่นาน แผนการโดยละเอียดก็ผุดขึ้นในหัวของเขาทันที
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่แน่ว่าช้าที่สุด..พรุ่งนี้ เว่ย หยวนอี้ จะได้รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจาก ‘นักศึกษา’ คนนี้ และฉันก็จะสามารถคว้าหุ้นของ Blackstone Group มาครอบครองได้ ..อย่างง่ายดาย!!!
เมื่อมีแผนในใจแล้ว เย่เฉิน ก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เริ่มดำเนินการทันที
อีกด้านหนึ่ง ที่ปักกิ่ง เว่ย หยวนอี้ ก็สืบหาข้อมูลบางส่วนของ เย่เฉิน ได้แล้วเช่นกัน
เนื่องจากเวลาเร่งรีบ เขาไม่มีคอนเนคชั่นในพื้นที่นี้มากนัก ข้อมูลที่เขาได้มาจึงมีเพียงบางส่วนเท่านั้น
หลังจากอ่านข้อมูลพวกนั้น เว่ย หยวนอี้ ก็มีภาพลักษณ์ของ เย่เฉิน ในหัวว่า เป็นแค่นักธุรกิจหนุ่มในนครเซี่ยงไฮ้ มีอิทธิพลแค่พอๆ กับตระกูลซูเท่านั้น นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่ากลัว
หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง เว่ย หยวนอี้ ก็ตัดสินใจโทรไปหานักธุรกิจคนหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ที่ชื่อ ไป๋ เซียงเต๋อ ที่เขารู้จัก
“อ้าว ประธานเว่ย โทรมาหาผมนี่ แปลกจังนะ มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ?”
หลังจากโทรติด ไป๋ เซียงเต๋อ ก็พูดขึ้นอย่างประหลาดใจ
“ประธานไป๋ ผมมีเรื่องอยากรบกวนคุณสักหน่อยนะ”
เว่ย หยวนอี้ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
ก่อนหน้านี้ ไป๋ เซียงเต๋อ เคยติดหนี้บุญคุณเขาในการทำธุรกิจ ครั้งนี้เพื่อจะจัดการกับ เย่เฉิน เว่ย หยวนอี้ จึงต้องใช้หนี้บุญคุณครั้งนั้น
“โอ๊ะ เรื่องอะไรล่ะครับ ประธานเว่ย ว่ามาได้เลย”
ไป๋ เซียงเต๋อ จำได้ว่าเขาเคยติดหนี้บุญคุณ เว่ย หยวนอี้ อยู่ ดังนั้นเขาจึงตอบรับอย่างรวดเร็ว
“ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ แค่อยากให้ ประธานไป๋ ช่วยจัดการกับเศรษฐีหนุ่มจากเซี่ยงไฮ้คนหนึ่งเท่านั้นเอง”
“เจ้าคนนี้มันกล้าล่วงเกินพ่อตาผม ผมจะให้มันรู้ซะบ้างว่ามันกำลังคิดจะเล่นกับใคร!!!”
เว่ย หยวนอี้ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“จัดการเศรษฐีหนุ่มจากเซี่ยงไฮ้งั้นเหรอ?”
ไป๋ เซียงเต๋อ อึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็พูดแบบไม่ใส่ใจว่า :
“ผมนึกว่าเรื่องใหญ่ซะอีก ที่แท้ก็แค่จัดการหนุ่มน้อยคนหนึ่งเอง เรื่องแค่นี้สบายมากครับ”
ถ้าเป็นการจัดการกับผู้มีอิทธิพลใหญ่ หรือเศรษฐีระดับแนวหน้าของเซี่ยงไฮ้ล่ะก็ ไป๋ เซียงเต๋อ อาจจะลังเลอยู่บ้าง
แต่ถ้าแค่จัดการกับหนุ่มน้อยคนหนึ่ง เรื่อง ..ง่ายจะตายไป
“ประธานเว่ย บอกชื่อเจ้าหนุ่มนั่นมาสิครับ ไม่ต้องถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ ครึ่งชั่วโมงพอ ผมจะให้มันรู้จักผลของการล่วงเกิน ประธานเว่ย ให้เอง!!!”
ไป๋ เซียงเต๋อ พูดอย่างมั่นใจ
“มันชื่อ เย่เฉิน”
เว่ย หยวนอี้ ตอบกลับ
“อ้อ มันชื่อเย่… เย่อะไรนะ?”
ไป๋ เซียงเต๋อ กำลังจะตอบตกลงทันที แต่จู่ๆ ก็รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงถามกลับไปอย่างจริงจังทันทีว่า :
“ประธานเว่ย บอกชื่อมาอีกทีสิครับ คนที่คุณจะให้ผมไปจัดการนั้นมีชื่อว่าอะไรนะ?!”
“มันชื่อ เย่เฉิน ไง ทำไม?”
เว่ย หยวนอี้ รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เนื่องจากเขาออกเสียงชัดเจนมาตลอดอยู่แล้ว
“อะไรนะ? คุณจะให้ฉันจัดการกับ คุณเย่? แถมยังเป็นคุณที่ขอให้ฉันไปจัดการเขาเนี่ยนะ? ประธานเว่ย! ถึงฉันจะติดหนี้คุณก็เถอะ แต่นี่มันเกินไปแล้ว!!!”
ในวินาทีต่อมา ไป๋ เซียงเต๋อ ก็เปลี่ยนท่าทีต่อ เว่ย หยวนอี้ ทันทีแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ แล้วเริ่มตะโกนใส่ด้วยความโมโห
“ฉัน...”
เว่ย หยวนอี้ งงเป็นไก่ตาแตก ไป๋ เซียงเต๋อ เป็นอะไรไปเนี่ย?
“เรื่องนี้คุณไปหาคนอื่นทำเถอะ”
หลังจากพูดอย่างนั้นแล้ว ไป๋ เซียงเต๋อ ก็ตัดสายทิ้งทันที แถมยังบล็อกเบอร์ เว่ย หยวนอี้ อีกด้วย
เขาเคยเจอ คุณเย่ ตัวจริงโดยบังเอิญครั้งหนึ่งในงานเลี้ยงที่เซี่ยงไฮ้ และได้ยินจากคนอื่นเล่าว่า เย่เฉิน น่ากลัวขนาดไหน
ถึงแม้ฉันจะติดหนี้บุญคุณ เว่ย หยวนอี้ ฉันก็ยังไม่อยากไปหาที่ตายให้กับตัวเอง!
หลังจากวางสาย ไป๋ เซียงเต๋อ ยังพยายามติดต่อหาคนรู้จักเพื่อจะหาทางแจ้งเรื่องที่ เว่ย หยวนอี้ คิดจะเล่นงาน เย่เฉิน ให้เขารู้ทันที
ที่เมืองปักกิ่ง เว่ย หยวนอี้ ยังคงมองโทรศัพท์มือถือในมือที่โดนวางสายไปอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“เกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย?! ไป๋ เซียงเต๋อ มันเป็นบ้าอะไรของมัน?!”
พอเริ่มสงบสติอารมณ์ได้ เว่ย หยวนอี้ ก็เดาว่า อาจเป็นเพราะ ไป๋ เซียงเต๋อ รู้จักกับ เย่เฉิน แถมความสัมพันธ์อาจจะดีพอสมควร ถึงได้ปฏิเสธเขาไปแบบนั้น
ในเมื่อทั้งคู่อยู่ในเมืองเดียวกัน โอกาสที่จะรู้จักกันก็มีความเป็นไปได้สูงอยู่…
แต่ไม่เป็นไร ถึง ไป๋ เซียงเต๋อ ไม่ช่วยฉัน ฉันก็ยังมีคอนเนคชั่นกับเศรษฐีคนอื่นๆ ในเซี่ยงไฮ้ และเมืองใกล้เคียงอีกมากมาย ถ้าหาก ไป๋ เซียงเต๋อ ไม่ช่วยจัดการ เย่เฉิน มัน ฉันก็ยังมีคนอื่นที่เรียกใช้งานได้อีก
ฉันเป็นใคร? ฉันคือ เว่ย หยวนอี้ มหาเศรษฐี และผู้ทรงอิทธิพลในปักกิ่ง!!!
แค่จะจัดการกับเด็กหนุ่มจากเซี่ยงไฮ้คนหนึ่ง มันจะไปยากอะไรนัก?
จนถึงขณะนี้ เว่ย หยวนอี้ ยังคงมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
แต่ในขณะที่เขากำลังจะโทรหาอีกคน เสียงกดกริ่งประตูพลันดังขึ้นถี่ๆ อย่างเร่งรีบ
เว่ย หยวนอี้ ที่โดนขัดจังหวะก็มีสีหน้าไม่พอใจทันที แล้วรีบเดินออกไปเปิดประตูคฤหาสน์
“ใครน่ะ?”
“ท่านประธานเว่ยครับ ผมเอง”
ชายตรงหน้าคือผู้จัดการใหญ่ของบริษัท เว่ย หยวนอี้ เอง
“คุณมาที่นี่ทำไม ดึกป่านนี้แล้ว มีอะไรก็ไว้คุยกันพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอไง? เรื่องบริษัทจะต้องรีบขนาดนั้นเลย?”
เว่ย หยวนอี้ ต่อว่าด้วยความไม่พอใจ
“รอถึงพรุ่งนี้ไม่ได้แล้วครับ ท่านประธานเว่ย ถ้ารอจนถึงพรุ่งนี้ เกรงว่าบริษัทอาจจะล้มละลายไปแล้ว หรือไม่ก็ใกล้จะล้มละลายแล้วครับ...”
ผู้จัดการตอบด้วยน้ำเสียงเจื่อนๆ
“อะไรนะ?! คุณพูดว่าอะไรนะ!?”
เว่ย หยวนอี้ ตกใจสุดขีด
เมื่อช่วงบ่ายบริษัทก็ยังปกติดี แล้วทำไมตอนนี้จู่ๆ ถึงใกล้ล้มละลายได้ล่ะ?!
ช่วงนี้ก็ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นเลยไม่ใช่เหรอ?!!