ฉันยังมีอีกหนึ่งตัวตน

“เดาว่าก็คงมีแค่ตัวอย่างหนังที่ดูดีหน่อย เป็นจุดพีคของทั้งเรื่อง ส่วนที่เหลือก็คง...เหอะๆ”

“ฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก หนังแนวนี้ต้องใช้ทุนเยอะ ทั้งบท ทั้งเอฟเฟกต์ ต้องทุ่มเงินกันหนักเลย”

“พวกที่ทำหนังแบบนี้ ส่วนใหญ่เอาเงินไปจ้างดาราหมด จะเหลือเงินที่ไหนมาทำเอฟเฟกต์ดีๆ ล่ะ?”

บนโลกออนไลน์ นอกจากคนที่ตั้งตารอ ‘ค่ำคืนอันมืดมิดกำลังมาเยือน’ แล้ว ยังมีชาวเน็ตอีกเกือบครึ่งที่เย้ยหยันภาพยนตร์เรื่องนี้กันแบบไม่ไว้หน้า

พวกเขาตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับบริษัทสร้างภาพยนตร์ที่เพิ่งตั้งขึ้นของ เย่เฉิน ซึ่งเลือกทำหนังไซไฟที่ทั้งยาก และต้องใช้ต้นทุนสูงตั้งแต่เรื่องแรกเลยด้วยซ้ำ

เย่เฉิน อ่านข้อความพวกนี้แล้วก็ไม่ได้ตอบโต้

เนื่องจากพรุ่งนี้ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะเข้าฉายแล้ว ไม่ว่าจะบท หรือเอฟเฟกต์จะเป็นอย่างไร ผู้ชมจะเป็นคนตัดสินเอง

ความจริงจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดให้กับข้อกังขาเหล่านี้…

ตามแผนของ เย่เฉิน ‘ค่ำคืนอันมืดมิดกำลังมาเยือน’ จะเข้าฉายในประเทศก่อน แล้วค่อยทยอยเข้าสู่ตลาดโลก

อย่างไรซะ นี่ก็เป็นภาพยนตร์เรื่องแรก ดังนั้น เย่เฉิน เลยไม่ได้ตั้งเป้าไว้สูงเกินไป

หลังจากขับรถต่ออีกประมาณยี่สิบนาที เย่เฉิน ก็มาถึงบริษัทภาพยนตร์ และโทรทัศน์ของเขา

แต่พอเดินเข้าไปในห้องทำงานของผู้จัดการทั่วไป กลับพบว่า เจิ้ง หลานลี่ ผู้จัดการทั่วไป กำลังโต้เถียงกับชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ใส่แว่นตาอยู่

“ท่านประธาน ท่านมาแล้วหรือครับ?”

พอสังเกตเห็น เย่เฉิน เดินเข้ามา เจิ้ง หลานลี่ ก็รีบลุกขึ้นทักทายด้วยความสุภาพ

“เกิดอะไรขึ้น?”

เย่เฉิน ถาม เจิ้ง หลานลี่ ทันที

วันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนภาพยนตร์เรื่อง ‘ค่ำคืนอันมืดมิดกำลังมาเยือน’ จะเข้าฉาย จะมีปัญหาอะไรไม่ได้เด็ดขาด

“ท่านประธาน ท่านนี้คือ คุณฟ่าน ผู้จัดการของบริษัท เฉียนต๋า ฟิล์ม สาขาเซี่ยงไฮ้ครับ”

เจิ้ง หลานลี่ แนะนำ

“เดิมที ‘ค่ำคืนอันมืดมิดกำลังมาเยือน’ มีกำหนดฉายในช่วงเวลาทองของโรงภาพยนตร์ในเครือ เฉียนต๋า ทั่วทั้งเซี่ยงไฮ้ในวันพรุ่งนี้ แต่ ผู้จัดการฟ่าน คนนี้กลับมีความคิดเห็นอื่น อยากจะเปลี่ยนเวลาให้ฉายรอบดึกแทนครับ...”

พูดตรงๆ เลยก็คือ ผู้จัดการฟ่าน คนนี้ต้องการผลประโยชน์ ต้องการเงินใต้โต๊ะนั่นเอง

เขาคิดว่าบริษัทของ เย่เฉิน ที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ แถมยังเป็นภาพยนตร์เรื่องแรก คงไม่กล้าต่อรอง และน่าจะข่มขู่ได้ง่าย

ที่จริงแล้ว ผู้จัดการฟ่าน ไม่ได้อยากเปลี่ยนรอบฉายหรอก เขาแค่อยากจะใช้เรื่องนี้มาเรียกค่าตอบแทนจาก เจิ้ง หลานลี่ ก็เท่านั้น

ผู้จัดการฟ่าน เหลือบมอง เย่เฉิน แว๊บหนึ่งโดยไม่พูดอะไร เพราะเขาไม่รู้จัก เย่เฉิน

เย่เฉิน เองก็ไม่ค่อยยุ่งกับบริษัท เฉียนต๋า ฟิล์ม เท่าไหร่ ถึงแม้จะเป็นเจ้าของใหม่ แต่เขาก็ไม่เคยไปที่นั่นเลย พนักงานในบริษัทนั้นไม่มีใครรู้จักหน้าตาเขาเลยด้วยซ้ำ

“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”

เย่เฉิน ขมวดคิ้วทันที

ถึงตอนนี้เขายังไม่ได้ครอบครองบริษัท เฉียนต๋า ฟิล์ม อย่างเต็มตัว และยังไม่ได้เป็นประธานของ เฉียนต๋า ฟิล์ม แต่ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ เฉียนต๋า ฟิล์ม เขาก็ถือว่าเป็นเจ้าของเบื้องหลังคนหนึ่งเลยทีเดียว

แล้วดูสิ คนระดับผู้บริหารในเครือของตัวเอง กล้าหาญชาญชัยมาขู่บริษัทภาพยนตร์ และโทรทัศน์ของตัวเองซะงั้น

หึหึ...

ต่อให้บริษัทภาพยนตร์ที่สร้าง ‘ค่ำคืนอันมืดมิดกำลังมาเยือน’ ไม่ใช่ของเขาเอง เย่เฉิน ก็ไม่มีวันยอมให้ ผู้จัดการฟ่าน มาแบล็กเมลแบบนี้

เพราะมัน..กระทบถึงชื่อเสียงของบริษัท เฉียนต๋า ฟิล์ม โดยตรง

“คุณเป็นประธานของที่นี่เหรอ งั้นฉันพูดตรงๆ เลยแล้วกัน ตอนนี้คิวฉายของ เฉียนต๋า ฟิล์ม แน่นมาก ถ้าคุณอยากได้ช่วงเวลาทอง ต้องมีค่าตอบแทนนิดหน่อย”

“ไม่เยอะหรอก แค่หนึ่งล้านก็พอ…”

ผู้จัดการฟ่าน เองก็ไม่กล้าเรียกมากไปกว่านี้ เลยตั้งตัวเลขไว้ที่หนึ่งล้าน ซึ่งเป็นจำนวนที่เขาคิดมาอย่างดีแล้ว

วันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนภาพยนตร์จะฉาย บริษัทใหม่แบบนี้ไม่น่าจะอยากมีปัญหาเพราะแค่เงินหนึ่งล้าน และคงยอมจ่ายเพื่อให้ภาพยนตร์ได้ฉายตามกำหนด

ผู้จัดการฟ่าน เคยใช้วิธีนี้ไปรีดไถบริษัทผลิตภาพยนตร์เล็กๆ มาหลายเจ้าแล้ว

“หนึ่งล้าน ก็ไม่ถือว่าเยอะจริงๆ”

เย่เฉิน ยิ้มอย่าง ‘เมตตา’ ก่อนจะถามขึ้นว่า :

“คุณรู้ไหม นอกจากผมจะเป็นประธานของบริษัทภาพยนต์ และโทรทัศน์แห่งนี้แล้ว ผมยังมีอีกหนึ่งตัวตนด้วยนะ?”

“หืม?”

“ตัวตนอื่น? ตัวตนอะไรกัน?”

ผู้จัดการฟ่าน ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

ไอ้หมอนี่จะเป็นใครก็ช่าง อย่างไรมันก็ไม่เห็นเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน

วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อเอาเงิน ขอแค่ได้เงินหนึ่งล้าน โอนเข้าบัญชีเมื่อไหร่ ฉันก็จะจากไปทันที

“ตัวตนที่ว่า...ไม่นานมานี้ ผมเองเพิ่งซื้อหุ้นบางส่วนของ เฉียนต๋า ฟิล์ม และปัจจุบันผมคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ เฉียนต๋า ฟิล์ม”

เย่เฉิน พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

ในชั่วพริบตาเดียว ผู้จัดการฟ่าน ที่เมื่อครู่ยังทำตัวใหญ่โต ก็เหมือนโดนฟ้าผ่าฟาดใส่ ยืนนิ่งเป็นหินไปทันที

เขาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ชายหนุ่มตรงหน้านี่น่ะเหรอ คือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฉัน!?

“คะ...คุณคือ เย่เฉิน...คุณเย่...”

ผู้จัดการฟ่าน ถามด้วยเสียงสั่นๆ

ไม่นานมานี้ เขาแค่ได้ยินข่าวว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ เฉียนต๋า ฟิล์ม เปลี่ยนจาก เฉียนต๋า กรุ๊ป มาเป็นนักธุรกิจลึกลับคนหนึ่งที่ชื่อ เย่เฉิน

ส่วนเรื่องรายละเอียดอื่นเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ อีกทั้งยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของ คุณเย่ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ว่านั่นเลย…

อย่าว่าแต่เขาเลย แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานใหญ่เองก็น่าจะยังไม่รู้จักหน้าค่าตาของ คุณเย่ ว่าเป็นอย่างไร

เพราะหลังจากที่ เย่เฉิน ซื้อหุ้นของบริษัท เฉียนต๋า ฟิล์ม แล้ว เขาก็ไม่เคยปรากฏตัวที่บริษัทเลยสักครั้งเดียว

ใครจะไปคิดล่ะ ..ว่าวันนี้เขาจะบังเอิญมาเจอกับ ‘คุณเย่’ ผู้ลึกลับคนนี้เข้าเต็มๆ

“ดูเหมือนว่าคุณจะรู้จักผมนะ”

เย่เฉิน พูดด้วยเสียงเย็นชา

“คุณเย่ ผม... เอ่อ...”

ผู้จัดการฟ่าน ยังพยายามจะแก้ตัวให้กับตัวเอง

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฝ่ายกฎหมายของบริษัทจะไปหาคุณคืนนี้”

เย่เฉิน โบกมือเบาๆ ให้เขาโดยตรง

คนแบบ ผู้จัดการฟ่าน ดูก็รู้ว่าเป็นพวกชำนาญเรื่องแบล็กเมล ไม่รู้ว่าใช้ชื่อของ เฉียนต๋า ไปรีดไถใครมาแล้วบ้าง

พนักงานแบบนี้ เย่เฉิน ไม่มีทางเก็บไว้แน่นอน

เตรียมตัวโดนฟ้อง แล้วก็เข้าคุกไปพักสักสองสามปีเถอะ

“คุณเย่ อย่าเลยครับ ผมขอโทษ...”

ในขณะนี้ ผู้จัดการฟ่าน เริ่มสำนึกเสียใจกับเรื่องนี้แล้วจริงๆ

“ใครก็ได้! ช่วยมาเอาเขาออกไปหน่อย”

เย่เฉิน ตะโกนเรียก

ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทภาพยนตร์ และโทรทัศน์ก็เข้ามา และลากตัว ผู้จัดการฟ่าน ออกไป

เมื่อเคลียร์เรื่องของ ผู้จัดการฟ่าน เสร็จ เย่เฉิน ก็กลับมาหารือกับ เจิ้ง หลานลี่ ต่อ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ ในวันพรุ่งนี้ที่ภาพยนตร์ ‘ค่ำคืนอันมืดมิดกำลังมาเยือน’ จะเข้าฉาย

เย่เฉิน อยู่ที่บริษัทจนถึงช่วงเย็น ก่อนจะออกจากบริษัทไป

เวลาค่อยๆ ผ่านไป...เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ภาพยนตร์ ‘ค่ำคืนอันมืดมิดกำลังมาเยือน’ ก็เข้าฉายอย่างเป็นทางการทั่วทั้งประเทศ!!!

ตอนก่อน

จบบทที่ ฉันยังมีอีกหนึ่งตัวตน

ตอนถัดไป