มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“พี่เขย...แฟลชไดร์ฟนั่น ผมซ่อนไว้ในครัวที่คฤหาสน์ของผมครับ…”
เถียน เริ่นเซี่ยง พูดเสียงเบา อธิบายด้วยท่าทางลึกลับ
เถียน เริ่นเซี่ยง คิดว่าถ้าเอาไปซ่อนไว้ที่อื่นอาจไม่ปลอดภัย ซ่อนใกล้ตัวแบบนี้ดีที่สุด หลังจากไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ เขาจึงตัดสินใจซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่งในครัว
เถียน เริ่นเซี่ยง คิดว่าแม้มีขโมยบุกเข้าบ้าน จุดแรกที่ขโมยค้นคือห้องหนังสือ หรือห้องนอน ไม่ใช่ครัวที่เต็มไปด้วยหม้อชามกระทะ นั่นแหละถึงจะปลอดภัย
“ตอนนี้ฉันอยู่นอกบ้าน ไม่สะดวก แบบนี้ละกัน พรุ่งนี้สิบโมงเช้า แกเอาแฟลชไดร์ฟนั่นมาส่งให้ฉัน…”
จู จื่อเฮ่อ เริ่มไม่ไว้ใจ เถียน เริ่นเซี่ยง อีกแล้ว เขาคิดว่าควรเก็บของไว้กับตัวเองน่าจะปลอดภัยกว่า
“ได้ครับพี่เขย พรุ่งนี้เช้าผมจะเอาไปส่งให้ถึงบ้าน…”
เถียน เริ่นเซี่ยง รีบตอบรับ
“เดี๋ยว! อย่าส่งมาที่บ้านฉัน…”
แต่พอ เถียน เริ่นเซี่ยง พูดจบ จู จื่อเฮ่อ กลับรู้สึกไม่สบายใจ
ข้อมูลในแฟลชไดร์ฟเป็นสิ่งที่ จู จื่อเฮ่อ แอบเก็บไว้โดยไม่ให้ครอบครัว หรือสมาชิกในตระกูล ..รู้ โดยเฉพาะท่านปู่ของเขา หาก เถียน เริ่นเซี่ยง เอามาส่งถึงบ้านแล้วถูกคนในบ้านเห็นเข้า เขาอาจซวยหนัก
หลังจากคิดทบทวน จู จื่อเฮ่อ จึงตกลงนัดกับ เถียน เริ่นเซี่ยง ไปพบกันที่คาเฟ่หรูแห่งหนึ่งในปักกิ่ง
“ว่าแต่แกมีคนมากพอหรือเปล่า เดี๋ยวฉันจะส่งบอดี้การ์ดสิบคนไปช่วย รับมือไอ้หมอนั่นให้ได้”
จู จื่อเฮ่อ กังวลว่าคนของ เถียน เริ่นเซี่ยง อาจไม่เก่งพอ จึงตั้งใจจะส่งบอดี้การ์ดฝีมือดีไปเพิ่มอีกสิบคน เพื่อนช่วย เถียน เริ่นเซี่ยง โดยเฉพาะ
“ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ได้ ถึงขั้นหักขาไอ้ประธานสโมสรซูเปอร์คาร์ ‘YSWD’ นั่นก็ไม่เป็นไร ขอแค่เอาของกลับมาให้ได้ก็พอ”
จู จื่อเฮ่อ พูดออกมาด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม และเย็นชาอย่างที่สุด
ขอแค่บรรลุเป้าหมาย จะทรมาน เย่เฉิน มันอย่างไรก็ไม่สำคัญ!!!
“รับทราบครับพี่เขย ผมจะทรมานมันให้สาสม”
เถียน เริ่นเซี่ยง ก็ตอบอย่างโหดเหี้ยมเช่นกัน
ทั้งสองฝ่ายวางแผนเรียบร้อย
เช้าวันรุ่งขึ้น เถียน เริ่นเซี่ยง ถือแฟลชไดร์ฟไปยังคาเฟ่ และพบกับ จู จื่อเฮ่อ ที่รออยู่ที่นั่นแล้ว
หลังจากที่ จู จื่อเฮ่อ กำชับ เถียน เริ่นเซี่ยง อีกสองสามคำ โดยบอกให้ เถียน เริ่นเซี่ยง ไปเอาแฟลชไดร์ฟอีกอันคืนมาจาก เย่เฉิน ก่อนจะรับแฟลชไดร์ฟอันที่สอง และเตรียมตัวกลับ
“พี่เขย จะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนเหรอ?”
เถียน เริ่นเซี่ยง ถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อมองไปที่ จู จื่อเฮ่อ พี่เขยของเขาที่กำลังจะจากไป
“แกไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ยังไงก็ไม่เอาไว้ที่บ้านแน่นอน”
จู จื่อเฮ่อ ยิ้มอย่างมีเลศนัย เรื่องนี้เขาคิดมาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืน
หลังจากพูดจบ จู จื่อเฮ่อ ก็ขับรถออกไป
ในเวลาเดียวกัน เย่เฉิน ได้รับสายจากสำนักงานนักสืบเอกชน ‘เทียนเซี่ยอู๋จง’ พวกเขารายงานว่า เมื่อสักครู่ เถียน เริ่นเซี่ยง เพิ่งพบกับ จู จื่อเฮ่อ และตอนนี้ จู จื่อเฮ่อ กำลังจะออกเดินทาง ให้พวกเขาตามต่อหรือไม่?
“ใช่ ตามให้ไวเลย ตอนนี้ให้จับตาดู จู จื่อเฮ่อ เป็นพิเศษ”
เย่เฉิน สั่งการทันที
ดูเหมือนว่า แฟลชไดร์ฟอันที่สองจะปรากฏแล้ว…
ตอนนี้ เย่เฉิน มีแฟลชไดร์ฟอันแรกในมือ คนพวกนั้นจึงเริ่มเคลื่อนไหวบางอย่าง
หลังจากนั้นคนของ เย่เฉิน ก็ติดตาม จู จื่อเฮ่อ ไปทั่วปักกิ่ง วนอยู่สองรอบใหญ่ ก่อนที่ จู จื่อเฮ่อ จะหยุดอยู่หน้าอาคารแห่งหนึ่ง
แน่นอนว่า จู จื่อเฮ่อ ไม่ใช่สายลับมืออาชีพ ไม่มีทางสังเกตเห็นคนของ เย่เฉิน ที่ติดตามเขามาได้แน่นอน ซึ่งอาคารที่ จู จื่อเฮ่อ ไปมีชื่อว่า ‘อวิ๋นหมิงโหลว’
สิบกว่านาทีต่อมา จู จื่อเฮ่อ ออกมาจากอาคารอวิ๋นหมิงโหลว แล้วกลับไปที่บ้านเลย
คนของ เย่เฉิน เริ่มสืบสวนทันที
กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาได้ส่งรายงานกลับมาให้ เย่เฉิน ทั้งหมด เกี่ยวกับเรื่องทุกอย่างที่พวกเขาได้สืบสวนมา
“อวิ๋นหมิงโหลว?”
“เป็นโรงน้ำชางั้นเหรอ?”
หลังจากได้ยินชื่อนี้ เย่เฉิน ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ
“ไม่ใช่โรงน้ำชาทั่วไปครับ จากที่เราสืบได้ อวิ๋นหมิงโหลว เป็นคลับส่วนตัวระดับไฮเอนด์ในปักกิ่ง รับเฉพาะมหาเศรษฐี และคนมีอำนาจ ทุกคนที่เป็นสมาชิกจะมีห้องส่วนตัวเป็นของตัวเอง…”
นักสืบจากสำนักงานนักสืบเอกชน ‘เทียนเซี่ยอู๋จง’ อธิบายให้ เย่เฉิน ฟัง
หลังจากที่ จู จื่อเฮ่อ ออกไป คนของ เย่เฉิน พยายามเข้าไปตรวจสอบ แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกันออกมา พวกเขาบอกว่าที่นั่นรับเฉพาะสมาชิก ไม่เปิดให้คนนอก
หลังถูกกันออกมา คนของเขาจึงเฝ้าสังเกตอยู่ภายนอกราวชั่วโมงเดียว แต่แค่นั้นก็เห็นบุคคลใหญ่โตเข้าออกหลายคน ทั้งหมดมาพูดคุยเจรจาธุรกิจ ยังไม่นับช่วงค่ำที่น่าจะคึกคักยิ่งกว่า
หลังจากฟังรายงานจากลูกน้องแล้ว เย่เฉิน ก็เริ่มครุ่นคิดอย่างหนัก
“หลังจากออกจาก อวิ๋นหมิงโหลว จู จื่อเฮ่อ ไปไหน?”
เย่เฉิน ถาม
“หลักจากออกจาก อวิ๋นหมิงโหลว แล้ว จู จื่อเฮ่อ กลับไปที่คฤหาสน์เลยครับ แล้วก็ไม่ได้ออกมาอีกเลย…”
กลับบ้านทันทีหลังออกจาก อวิ๋นหมิงโหลว?!
เย่เฉิน เริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล
หลังจากเจอกับ เถียน เริ่นเซี่ยง แล้ว ทำไม จู จื่อเฮ่อ ถึงไม่กลับบ้านทันที? ทำไมต้องแวะไปที่ อวิ๋นหมิงโหลว ด้วย?!
มันต้องมีอะไรแปลกแน่ๆ
ที่ อวิ๋นหมิงโหลว นั่น มีบางอย่างผิดปกติ...