เปิดเผยทั้งหมด ตัวเลือกที่ไม่มีใครคาดคิด!

“ทำไมผมถึงพูดแบบนั้น? ก็เพราะว่าหัวหน้าตระกูลเย่ที่แท้จริงคือคุณปู่ของผม เย่ หวยหมิน! ส่วนพินัยกรรมที่ เย่ หวยชาง เคยประกาศนั่นน่ะ เป็นของปลอม!!!”

เย่เฉิน ชูพินัยกรรมตัวจริงขึ้นมา พร้อมประกาศเสียงดังฟังชัดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

คำพูดของ เย่เฉิน ทำเอาทั้งงานตกตะลึง ทุกคนในที่เกิดเหตุ รวมถึงคนในตระกูลเย่เองจำนวนไม่น้อยถึงกับอึ้งไปหมด

แม้แต่ จู๋ เย่ชิง ก็ยังตกใจ เนื่องจากเธอไม่เคยคาดคิดว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้

แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เธอก็ยังคงสนับสนุน เย่เฉิน อย่างมั่นคง และจะเลือกที่จะยืดหยัดอยู่เคียงข้างเขาเสมอ!!!

ฝั่งตระกูลเฉา เฉา ไป๋ลู่ ถึงกับตะลึง เมื่อรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวตนของ เย่เฉิน

ในหัวของเธอผุดภาพเหตุการณ์เมื่อครั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่เธอเคยเสนอจะจับมือเป็นพันธมิตรทางการเมืองกับ เย่เฉิน

ในตอนนั้น เฉา ไป๋ลู่ คิดว่า เย่เฉิน มีคุณสมบัติเพียงพอจะเป็นพันธมิตรกับเธอคนเดียว แต่ยังไม่คู่ควรกับการเป็นพันธมิตรกับตระกูลเฉาของเธอ ทว่า เย่เฉิน กลับพูดว่า ไม่ใช่เขาไม่คู่ควร แต่หากจะเป็นพันธมิตร เขาจะเป็นพันธมิตรกับตระกูลเฉาเท่านั้น

ในเวลานั้น เฉา ไป๋ลู่ ยังคิดว่า เย่เฉิน แค่พูดจาโอ้อวด หลังจากช่วงเวลานั้นเธอก็ไม่ได้ใส่ใจนัก แต่พอรู้ว่า เย่เฉิน ได้รับเลือกให้เป็นประธานสมาคมการค้าจิ่วติ่ง เฉา ไป๋ลู่ ก็รู้สึกตกตะลึงอย่างมากแล้ว

และตอนนี้ พอรู้ว่า เย่เฉิน คือทายาทโดยชอบธรรมของตระกูลเย่ เธอยิ่งตะลึงหนักเข้าไปอีก!!!

“นี่คือพินัยกรรมตัวจริงที่ปู่ทวดของผม เย่ หยางจวิน ทิ้งไว้ ในพินัยกรรมนี้ ปู่ทวดของผมได้แต่งตั้งให้คุณปู่ เย่ หวยหมิน ของผมเป็นหัวหน้าตระกูลเย่คนต่อไป ส่วนตำแหน่งของ เย่ หวยชาง นั้น ..เป็นการแย่งชิงมาจากคุณปู่ของผม!!!”

เย่เฉิน อธิบายให้ทุกคนฟังอย่างชัดเจน

หลังจากพูดเช่นนั้น เย่เฉิน ก็ก้าวออกไปข้างหน้าเผชิญหน้ากับ เย่ หวยชาง อย่างตรงไปตรงมา!!!

ผ่านการเผชิญสถานการณ์ใหญ่โตมามาก เย่เฉิน ในตอนนี้มีพลังอำนาจแผ่รัศมีไม่แพ้ เย่ หวยชาง ที่ครองอำนาจในตระกูลเย่มานานนับสิบปี เหมือนพยัคฆ์ กับมังกรเผชิญหน้า!

ในชั่วพริบตา คฤหาสน์ตระกูลเย่ก็เกิดความปั่นป่วนขึ้นมาทันที ทุกคนต่างตกตะลึงจ้องมองพินัยกรรมที่แท้จริงในมือของ เย่เฉิน

นี่คือข่าวใหญ่สะเทือนวงการ ที่จะสั่นสะเทือนทั้งกรุงปักกิ่ง!!!

“ฮึ่ม! แค่ถือพินัยกรรมปลอมๆ มาก็คิดจะหลอกฉันอย่างนั้นรึ? น้องสาม เจ้าใช้วิธีแย่งชิงอำนาจแบบเด็กๆ แบบนี้ มันช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน…”

เย่ หวยชาง พูดขึ้น เขาไม่มีวันยอมรับว่าพินัยกรรมในมือของ เย่เฉิน เป็นของจริงเด็ดขาด

“ใช่แล้ว! พวกคุณไปหาพินัยกรรมปลอมมาจากไหนก็ไม่รู้ คิดจะยึดตระกูลเย่จากมือพ่อฉันงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!!!”

“พวกคุณนี่มันช่างต่ำช้าเสียจริง! จะมาแย่งตำแหน่งหัวหน้าตระกูลจากพ่อฉันเนี่ยนะ ตลกสิ้นดี!”

“กล้าปลอมพินัยกรรมกันขนาดนี้ ระวังพวกฉันจะแจ้งตำรวจจับเอานะ!”

………

ฝั่งคนของ เย่ หวยชาง รีบออกมาสนับสนุนเขาทันที พากันกล่าวหาว่าพินัยกรรมในมือของ เย่เฉิน นั้นเป็นของปลอม

“พินัยกรรมในมือฉัน เป็นของจริงหรือไม่ เราสามารถเรียกผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบลายมือได้ ลายมือของปู่ทวดฉัน เย่ หยางจวิน น่าจะตรวจสอบได้ไม่ยาก…”

เย่เฉิน พูดอย่างมั่นใจ

ในฐานะอดีตหัวหน้าตระกูล ตระกูลเย่ย่อมต้องเก็บบันทึกต่างๆ ไว้มากมาย ซึ่งต้องมีลายเซ็นของ เย่ หยางจวิน แน่นอน แค่เอามาเทียบกันก็รู้ได้ทันทีว่าจริง หรือปลอม

“หึหึ ใครจะรู้ว่าเจ้าไปติดสินบนผู้เชี่ยวชาญล่ะ?”

เย่ หวยชาง หัวเราะเยาะออกมา

“ทุกท่านคิดว่า ฉันพูดมีเหตุผลไหม?”

เย่ หวยชาง หันไปถามแขกเหรื่อจำนวนมากที่อยู่ในงาน

“เห็นด้วย ท่านหัวหน้าตระกูลเย่พูดถูก!”

“พินัยกรรมฉบับนั้นต้องเป็นของปลอมแน่ๆ และเป็นของที่พวกคุณปลอมขึ้นมาเอง”

“ฉันเชื่อหัวหน้าตระกูลเย่ เขาทำงานหนักมาหลายสิบปี ไม่ใช่ใครก็ใส่ร้ายเขาได้หรอกนะ…”

บรรดาแขกหลายคนที่เชื่อ เย่ หวยชาง ก็ออกมาสนับสนุน และแสดงจุดยืนของตนทันที

“ไม่! ฉันว่าพินัยกรรมในมือฉบับนี้นั่นแหละของจริง!”

“ถ้าไม่มีหลักฐานแน่นหนา เขาจะกล้ามาเปิดเผยต่อหน้าทุกคนแบบนี้ได้ยังไงล่ะ ดังนั้นมันต้องเป็นของจริงแน่!”

“ของจริงแน่นอน เย่ หวยชาง เลิกโกหกได้แล้ว!”

………

ที่เกิดเหตุเองก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่สนับสนุน เย่เฉิน เช่นกัน

แน่นอนว่าในกลุ่มนั้นก็มีพวกที่แค่ชอบดูความวุ่นวาย อย่างเช่น หัวหน้าตระกูลหลิน หลิน ซ่างโม่ ที่ไม่สนใจว่าพินัยกรรมจะจริง หรือปลอม ขอแค่มีเรื่องสนุกให้ดูก็พอแล้ว

ทันใดนั้น คฤหาสน์ตระกูลเย่ก็ตกอยู่ในความวุ่นวาย และเกิดความโกลาหลเต็มไปหมด

“ทุกคนหยุดเถียงกันเถอะ ฉันเชื่อว่าพินัยกรรมในมือน้องสามเป็นของจริง เป็นลายมือของบิดาของฉัน เย่ หยางจวิน จริงๆ แล้วเมื่อหลายสิบปีก่อน ฉัน กับพี่ใหญ่ เย่ หวยชาง ได้ร่วมมือกันแย่งตำแหน่งหัวหน้าตระกูลมาจากน้องสาม…”

ขณะนั้นเอง ก็มีคนที่ทุกคนไม่คาดคิดมาก่อนลุกขึ้นยืน

เย่ หวยหรง นายท่านรองของตระกูลเย่ เอ่ยปากเปิดเผยความจริงทั้งหมดออกมา พร้อมกับยอมรับว่าพินัยกรรมในมือ เย่เฉิน นั้นเป็นของจริง

คำพูดของ เย่ หวยหรง ทำให้ทุกคนตกตะลึง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เชื่อ เย่ หวยชาง หรือเชื่อ เย่เฉิน ต่างก็พูดไม่ออก ไม่มีใครเข้าใจว่า เย่ หวยหรง คิดจะทำอะไรกันแน่

“เจ้ารอง บ้าเอ๊ย!!!”

เย่ หวยชาง โกรธจัด เขาตะโกนใส่ เย่ หวยหรง น้องชายคนรองของเขาเสียงดังด้วยความเดือดดาล!!!

เย่ หวยชาง นึกไม่ออกเลยว่าน้องชายของเขาคิดจะทำบ้าอะไร ถึงมาแทงข้างหลังเขาในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ หรือว่าน้องชายคนนี้เกิดสำนึกผิดขึ้นมาจริงๆ อยากชดใช้ความผิดที่เคยทำไว้ในตอนนั้น?!

“พี่ใหญ่ ฉันแค่พูดความจริงเท่านั้น หากพวกท่านไม่เชื่อว่าพินัยกรรมของน้องสามเป็นของจริง ก็สามารถเอาไปตรวจสอบลายมือได้ ในตระกูลเย่ของเรามีลายเซ็นของบิดาเราอยู่มากมาย เพียงพอสำหรับการพิสูจน์ลายมือ”

เย่ หวยหรง พูดพลางทำท่าทางเหมือนคนที่เพิ่งสำนึกผิดอย่างแท้จริง

เย่ หวยชาง ที่เห็นภาพนี้ก็แทบจะระเบิดด้วยความโกรธ

ถ้าต้องตรวจสอบลายมือกันจริงๆ ผลจะเป็นอย่างไรเขาย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ ตอนนี้เรื่องราวมาถึงจุดนี้แล้ว ต่อให้เขาไม่ยอมรับอะไรอีก ก็คงไม่มีประโยชน์

น้องชายตัวดีมันดันมาหักหลังฉันกลางที่ประชุม ต่อให้ฉันอ้างเหตุผลมากมายเพียงใด นั่นก็ไร้ประโยชน์อีกต่อไป

ดังนั้น เย่ หวยชาง จึงเลิกเสแสร้ง ยอมเปิดไพ่ทั้งหมด!

“ฉันยอมรับก็ได้ว่า พินัยกรรมของ เย่ หวยหมิน นั้นเป็นของจริง แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว ถึงพินัยกรรมจะเป็นของจริง แล้วมันจะทำอะไรฉันได้?!”

“ตอนนี้ฉันยังคงเป็นหัวหน้าตระกูลเย่ อำนาจใหญ่ในตระกูลก็ยังอยู่ในมือของฉันอยู่ดี”

เย่ หวยชาง พูดพร้อมหัวเราะเยาะ

ตำแหน่งสำคัญในตระกูลล้วนแต่เป็นของลูกหลาน หรือคนของเขาทั้งนั้น อำนาจทั้งหมดในตระกูลยังอยู่ในกำมือของเขา ต่อให้ เย่ หวยหมิน จะมีพินัยกรรมของจริง ก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก!

ตระกูลเย่ ..จะไม่ตกเป็นของพวกเขาแน่!

“ในฐานะหัวหน้าตระกูลเย่ในตอนนี้ ฉันขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า ผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าตระกูลเย่คนต่อไปของฉัน คือบุตรชายคนที่สี่ของฉัน – เย่ ฉางห่าว!!!”

เย่ หวยชาง ไม่เสแสร้งอีกต่อไป ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะยกตำแหน่งหัวหน้าตระกูลเย่ให้กับบุตรชายคนที่สี่ของเขา – เย่ ฉางห่าว

คำพูดนี้ของ เย่ หวยชาง ทำให้ผู้คนแตกตื่นอีกระลอก ไม่ใช่แค่แขกที่มาร่วมงานเท่านั้น แม้แต่บุตรหลานของ เย่ หวยชาง เอง รวมถึง เย่ หวยหรง ก็ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกเช่นกัน

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

ไม่ใช่ว่าบุตรชายคนโต เย่ ยวิ้นเหยียน เป็นตัวเต็งที่จะเป็นหัวหน้าตระกูลคนต่อไปหรือไง? แล้วทำไมตอนนี้ เย่ หวยชาง ถึงกลับเลือกบุตรชายคนที่สี่ เย่ ฉางห่าว ขึ้นมาแทน?!

เย่ ยวิ้นเหยียน ที่วันนี้วิ่งวุ่นทำหน้าที่ราวกับเป็นหัวหน้าตระกูลอยู่แล้ว ถึงกับยืนอึ้ง ข้างๆ เขา ลูกชายของเขา เย่ ซิงหยาง ที่ตั้งใจจะสั่งสอน เย่เฉิน หลังจากขึ้นเป็นทายาทของตระกูลเย่ ก็ยืนค้างไปเหมือนกัน

เย่ ซิงหยางยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน

เดิมทีแผนของเขาไปได้สวย พ่อของเขาจะได้เป็นหัวหน้าตระกูล เขาก็จะได้เป็นทายาท จากนั้นค่อยไปจัดการ เย่เฉิน ให้ย่อยยับ

แต่ตอนนี้ทุกอย่างพังพินาศ พ่อของเขาไม่เพียงแค่ไม่ได้ตำแหน่งหัวหน้าตระกูล แต่คนที่เคยมีปัญหากับเขากำลังจะกลายเป็นเจ้าบ้านตระกูลเย่แทน

เย่ ซิงหยาง เริ่มตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเอง

ท่ามกลางความวุ่นวาย คนที่นิ่งที่สุดกลับกลายเป็น เย่ ฉางห่าว เขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าท่านพ่อจะเลือกเขาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าตระกูล ส่วนเหตุผลนั้น …ก็ง่ายมาก

ถ้าพูดถึงความสามารถ เย่ ยวิ้นเหยียน พี่ใหญ่ของเขาอาจจะเก่งกว่าเขานิดหน่อยก็จริง แต่ปัญหาคือ พี่ใหญ่มีลูกชายแค่คนเดียวคือ เย่ ซิงหยาง และไอ้เย่ ซิงหยาง นั่นก็เป็นแค่คุณชายเสเพล เอาแต่เที่ยวเล่น ไม่เอาไหน ไม่มีความสามารถใดๆ เป็นขยะอย่างแท้จริง

ถ้าหากท่านพ่อยกตำแหน่งให้พี่ใหญ่ เย่ ยวิ้นเหยียน สุดท้ายตระกูลเย่ก็ต้องตกไปอยู่ในมือของ เย่ ซิงหยาง ไอ้คุณชายขยะนั่น เมื่อนั้นแหละ ตระกูลเย่ ..คงถึงคราวล่มสลาย

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จุดแข็งของ เย่ ฉางห่าว คือ เขามีลูกชายที่สุดยอด ลูกชายของเขาถือเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลเย่ เมื่อสองปีก่อน เขายังกลายเป็นอันดับหนึ่งของ ‘สิบสุดยอดผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ของปักกิ่ง’ ด้วยซ้ำ ท่านพ่อเลือกเขาเป็นหัวหน้าตระกูล ตระกูลเย่ก็จะตกทอดไปยังลูกชายของเขา และในมือของลูกชายของเขา ตระกูลเย่จะต้องรุ่งเรืองอย่างแน่นอน

แน่นอนว่านอกจากเหตุผลเหล่านี้แล้ว ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญมาก!!!

ตอนก่อน

จบบทที่ เปิดเผยทั้งหมด ตัวเลือกที่ไม่มีใครคาดคิด!

ตอนถัดไป