ข้าต้องการบุตรสาวของท่าน

หยางหลงและหยางจื่อที่ได้ยินบรรพชนของตนเรียกแมวบนหัวไหล่หลินฮันว่า ท่านจอมราชันด้วยความเคารพนอบน้อยอย่างถึงที่สุดก็อดที่จะตกตะลึงมิได้ คนทั้งสองได้เห็นพลังของหลินหงแล้วในวันที่ปีศาจบุก แต่นึกไม่ถึงว่าจักยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้

“นี่มันเรื่องอันใดกันขอรับท่านอาจารย์” หยางหลงกล่าวขึ้นมาทันที

“นั่นสิเจ้าคะท่านปู่ จอมราชันคือผู้ใดแล้วที่มาของสำนักเทพกระบี่ เป็นเช่นนั้นจริงๆหรือเจ้าคะ” หยางจื่อกล่าวเสริม

หยางเหอมิได้ตอบคำของคนทั้งสอง เพียงหันมากล่าววาจากับหลินฮันและหลินหงด้วยนำเสียงเคารพเลื่อมใส “เชิญเจ้าหนุ่มและท่านจอมราชันด้านในประตู”

“เจ้าเรียกผิดแล้ว นายท่านหลินฮันเป็นเจ้านายของข้า เจ้าต้องเรียกว่า ท่านจอมราชันเหนือจอมราชันหลินฮันจึงจักถูกต้อง” หลินหงกล่าวออกมาด้วยท่าทีมิพอใจ

“เอ่อ เชิญด้านในขอรับท่านจอมราชันเหนือจอมราชันและท่านจอมราชัน” หยางเหอกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด มันมิคิดว่าบุรุษที่หลินหงเกาะบนไหล่จักเป็นถึงเจ้านายของหลินหง เดิมทีเพียงคิดว่าเป็นเด็กรับใช้เท่านั้น

เมื่อเดินเข้าไปด้านในประตูก็ได้พบกับโลกอีกใบหนึ่ง พื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา พลังปราณในที่แห่งนี้หนาแน่นกว่าแดนมนุษย์นับร้อยๆเท่า

“นี่นะหรือดินแดนสัตว์เทวะของเจ้าหลินหง” หลินฮันกล่าวออกมา

“มิใช่แม้แต่น้อยขอรับ ดินแดนสัตว์เทวะของข้าต้องข้ามผ่านลำแสงด้านโน้นขอรับ ดินแดนแห่งนี้เป็นเพียงสถานที่ไว้ให้ผู้พิทักษ์ประตูอาศัยอยู่เท่านั้น” หลินหงกล่าวออกมา

หลินฮันจึงมองไปยังเบื้องหน้าก็ได้พบกับลำแสงส่องลงมาพื้นดิน เหมือนการเคลื่อนย้ายคนเข้าสู่ยานอวกาศในหนังของโลกเดิมที่หลินฮันจากมา

“เจ้าจักกลับไปยังดินแดนของเจ้าเลยหรือไม่ หลินหง” หลินฮันกล่าวออกมา

หยางเหอได้ยินดังนั้นจึงกล่าวขึ้นทันทีว่า “ลำแสงเคลื่อนย้ายเข้าสู่ดินแดนสัตว์เทวะยังมิอาจใช้ได้ในยามนี้ขอรับ ข้าก็มิทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดตั้งแต่บรรพบุรุษของพวกเราได้ถูกส่งลงมายังแดนมนุษย์นี้ ก็มิอาจใช้ลำแสงเคลื่อนย้ายได้เลยขอรับ”



หลินหงได้ยินดังนั้นจึงกระโจจลงจากไหล่ของหลินฮัน แล้วเดินไปยังสำแสงสายเคลื่อนย้ายทันที ไม่นานหลินหงก็ขยายร่างกลับเป็นพยัคฆ์เทวะทมิฬสีชาดตามเดิม แล้ววาดอักขระบางอย่างรอบๆลำแสงเคลื่อนย้ายนั้น หลังจากวาดเสร็จแล้วหลินหงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วกล่าวขึ้นว่า “ลำแสงเคลื่อนย้ายมิได้เสียหายอันใด พลังงานต้นกำเนิดของมันหมดไปเพียงเท่านั้น เราต้องเติมพลังปราณเข้าไปในสำแสงเคลื่อนย้ายจึงจักใช้ได้ตามเดิม”

หลินฮันได้ยินดังนั้นก็สะบัดมือเบาๆ หินลมปราณระดับสูงกว่าล้านก้อนปรากฎขึ้นตรงหน้าทันที หลินหงเห็นดังนั้นจึงรีบนำหินลมปราณเหล่านั้นเติมเต็มพลังงานของลำแสงเคลื่อนย้าย

“มิพอขอรับนายท่าน ข้าขอเพิ่มอีก” หลินหงกล่าวออกมา

หลินฮันจึงนำหินลมปราณระดับสูงออกมาอีก สิบล้านก้อน

“มิพอขอรับนายท่าน ข้าขอเพิ่มอีก……” หลินหงกล่าวออกมาเช่นนี้หลายรอบ หลินฮันก็นำหินหลมปราณระดับสูงออกมาเรื่อยๆหากนับจำนวนแล้วคงเกินหมื่นล้านก้อน

“มิพอขอรับ ข้าขอเพิ่มอีกได้หรือไม่นายท่าน” หลินฮันถอนหายใจอย่างหนักหน่วง หินลมปราณระดับกลางและระดับต่ำกว่าล้านล้านก้อนปรากฎออกมาจนแทบจะเต็มมิติที่พักอาศัยของผู้พิทักษ์ประตูเคลื่อนย้าย ไม่นานหลังจากนั้นกองหินลมปราณขนาดมหึมา ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ลำแสงเคลื่อนย้ายส่องสว่างเจิดจ้าในทันที

“สำเร็จ หลินหงตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น” แต่ไม่นานลำแสงนั้นก็มืดดับไปอีกครั้ง

“เอ่อ นายท่านข้าขออีก....”

“หมดแล้ว ข้ามิเหลือหินลมปราณเลยแม้แต่ก้อนเดียว ที่ให้เจ้าไปคือทั้งหมดของข้าแล้ว” หลินฮันกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าอันเจ็บปวด หินลมปราณที่ได้จากการสังหารปีศาจและสัตว์อสูรของตูหมดสิ้นแล้ว

หยางเหอ หยางหลงและหยางจื่อ ได้เห็นจำนวนหินลมปราณที่หลินฮันนำออกมาก็เกือบเป็นลม มากมายเหลือเกิน เกรงว่าจำนวนมหาศาลขนาดนั้นสำนักเทพกระบี่คงใช้ได้เป็นพันปี ไม่สิหมื่นๆปีเสียด้วยซ้ำ

“จริงสิท่านเจ้าสำนัก ท่านเรียกข้ามาด้วยเหตุอันใด” หลินฮันถามขึ้นอย่างกะทันหัน หยางหลงที่ได้ยินเสียงเรียกของหลินฮันนั้นพลันได้สติ

“เจ้าบอกว่ามีเม็ดยาที่สามารถเลื่อนระดับได้ 1 ขั้นย่อย ข้าเลยอยากให้เจ้าช่วยเหลือท่านบรรพชนสำนักเทพกระบี่ของเราสักหน่อย ปีนี้ท่านอายุ 977 ปีแล้ว อีกเพียง 3 ปีเท่านั้นจักสิ้นอายุขัย หากสามารถตัดผ่านระดับราชันจักรพรรดิเป็นสู่เทวะได้ อายุขัยก็จักเพิ่มอีก 2000 ปี” หยางหลงกล่าวออกมา

“เรื่องนั้นมิได้เป็นปัญหาอันใด แต่ว่าท่านจักนำสิ่งใดมาแลกกับเม็ดยาทะลวงระดับพลังของข้า” หลินฮันกล่าวออกมาอย่างมีเลศนัย

“เจ้าต้องการสิ่งใด จงบอกข้ามาเถิด” หยางหลงกล่าว ขณะที่หยางเหอบรรพชนแห่งสำนักเทพกระบี่กำลังจะกล่าวอันใดนั้น มันก็ได้มองเห็นสายตาของหลินหงที่มองมา สื่อความหมายประมาณว่า เรื่องนี้เจ้ามิต้องยุ่ง หยางเหอหุบริมฝีปากอันเหี่ยวย่นที่กำลังจะเอ่ยว่าจาทันที

“หากข้ากล่าวว่า ข้าต้องการบุตรสาวของท่าน ท่านจักยอมยกให้ข้าหรือไม่” หลินฮันกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าอันยิ้มแย้ม

“เอ่อ เรื่องนี้...” หยางหลงถึงกับกล่าวอันใดมิออก นี่มิใช่ว่าขอให้ข้ายกลูกสาวคนเดียวให้เจ้าหรอกรึ

“เจ้าคนกะล่อน เจ้าคนฉวยโอกาส เจ้ากล่าววาจาอันใด” ใบหน้าของหยางจื่อแดงดั่งผลตำลึงสุก กล่าวจบนางก็ทะยานออกไปยังพื้นที่อันกว้างใหญ่ในมิติแห่งนี้ทันที นางนั้นได้เข้ามาในประตูเคลื่อนย้ายแห่งนี้เพื่อฝึกฝนพลังกับท่านปู่ของนางหยางเหอตั้งแต่ยังเยาว์วัย จึงคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี ไม่นานร่างของนางก็หายไปจากสายตาของหลินฮัน





ตอนก่อน

จบบทที่ ข้าต้องการบุตรสาวของท่าน

ตอนถัดไป