พวกเธอพูดได้แล้วหรอ!

มหาวิทยาลัยเจียงเป่ย ห้องพัก 104 หอพักชาย




ซงหยี่, เจิ้งจินเป่าและหม่าจง กำลังนอนอยู่บนเตียงด้วยดวงตาที่แดงก่ำและเหนื่อยล้า




ตอนที่พวกเขาได้เห็นหัวข้อการแข่งขันแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในห้องบรรยาย แค่นั้นพวกเขาก็รู้สึกสิ้นหวังแล้ว




และถ้าหากการสอบนี้เป็นการสอบเดี่ยวละก็ ทั้งซงหยี่และเจิ้งจินเป่า คงได้ส่งกระดาษเปล่าไปอย่างแน่นอน




มันยากเกินไป!




แต่อย่างไรก็ตาม การแข่งแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เป็นการแข่งขันแบบทีมสามคน




เพื่อนร่วมทีมของพวกเขาจะไม่มีทางให้เขาส่งกระดาษเปล่าได้อย่างแน่นอน




ถึงจะสิ้นหวัง แต่ซงยี่และเจิ้งจินเป่าก็ต้องทำตามเพื่อนร่วมทีมและช่วยกันทำแบบจำลอง




แต่หลังจากที่ใช้เวลาในการค้นหาข้อมูลจำนวนมาก คิ้วของพวกเขาก็มีแต่จะขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ




และในช่วงสามวันที่ผ่านมานั้น ทุกคนก็แทบจะไม่ได้นอนกันเลย พวกเขาได้ใช้สมองคิดคำนวณและออกแบบอย่างบ้าคลั่งอยู่ตลอดเวลาจนเกือบจะเหนื่อยตายเลยก็ว่าได้




ซงยี่ถามขึ้น “นายเลือกโจทย์ข้อไหนงั้นหรอ?”




"โจทย์ข้อที่สาม ออกแบบที่จอดรถ" หม่าจง ตอบกลับ




“ฉันก็เลือกโจทย์ข้อนี้ด้วยเหมือนกัน ถึงเพื่อนร่วมทีมของฉันจะบอกว่านี่เป็นโจทย์ที่ง่ายมากที่สุด แต่มันก็ยังซับซ้อนมากอยู่ดี” ซ่งหยี่พูด




และทันทีที่พูดถึงเรื่องนี้ ซงหยี่ที่คิดและค้นหาข้อมูลอย่างบ้าคลั่งในช่วงตลอดสามวันที่ผ่านมา ก็ได้ถอนหายใจออกมาด้วยความกลัวในทันที




เจิ้งจินเป่า ย่นจมูกของเขาก่อนจะพูดว่า “โจทย์ข้อที่สามง่ายที่สุดงั้นหรอ? การออกแบบระบบระบายน้ำต่างหากที่ควรจะเป็นโจทย์ที่ง่ายที่สุดไม่ใช่หรอ?”




หม่าจง : "โจทย์ข้อที่ 2 ต่างหากที่ยากที่สุด เพราะระบบระบายน้ำมันมีปัจจัยให้คิดเยอะแยะเลย เช่น ภูมิประเทศ ความดัน คุณภาพดิน และวัสดุ ฯลฯ"




“ถ้ามันง่ายที่สุด ประเทศของเราก็คงจะไม่มีปัญหาในเรื่องแบบนี้แล้ว แต่เมื่อมีฝนตกหนักทีไร ฉันก็เห็นถนนในเมืองถูกน้ำท่วมขังแทบจะทุกครั้ง”




เจิ้งจินเป่า ได้กระพริบตาปริบๆ และรู้ได้สึกเหมือนกับว่ามีบางอย่างพุ่งเข้าใส่ที่หัวใจของเขา




เนื่องจากหม่าจงเป็นนักศึกษาที่เรียนดีในห้องเรียนของพวกเขา เรื่องที่เขาพูดมาก็น่าจะเป็นความจริงอย่างแน่นอน




เจิ้งจินเป่าอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องของเพื่อนร่วมทีมอีกสองคน ว่าทำไมในช่วงสามวันที่ผ่านมา พวกเขาเอาแต่พูดว่าปัญหานี้ยากมาก และยังได้เสนออีกตั้งหลายครั้งว่าให้เปลี่ยนโจทย์




แต่เขาเองก็ไม่อยากเปลี่ยนโจทย์ที่ตัวเองตั้งใจเลือกเป็นอย่างดีในตอนแรก




ถ้าหากว่าเพื่อนร่วมทีมของฉัน รู้ว่าการออกแบบระบบระบายน้ำมันยากที่สุดในโจทย์ทั้งหมด...พวกเขาจะโกรธจนถึงขั้นตามมากระทืบฉันเลยไหมเนี่ย?




หลังจากที่เจิ้งจินเป่านึกถึงเรื่องนี้ ก็ได้ดึงผ้าห่มขึ้นมาจนแทบจะปิดหน้าทั้งหมด




หม่าจงถาม: “พี่ฟาน แล้วพี่เลือกโจทย์ใหนกันล่ะ?”




“ฉันก็เหมือนกับจินเป่านั่นแหละ เลือกโจทย์ข้อที่สองน่ะ” หลินฟานพูด




ในตอนแรกหม่าจงต้องการที่จะถามอะไรบางอย่าง แต่เมื่อสังเกตการกระทำในช่วงสามวันที่ผ่านมาของหลินฟาน ที่ดูเหมือนกับว่า เขาไม่ได้จริงจังในการทำแบบจำลองเลย หม่าจงก็เลยไม่ได้ถามออกไป




และยิ่งได้ยินโจทย์ที่หลินฟานเลือกแล้ว หม่าจงก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเองมากยิ่งขึ้น




และเมื่อเขาคิดอย่างนั้นแล้ว สาเหตุที่พี่หลินไม่แก้โจทย์ก็คงจะเป็นเพราะว่าโจทย์ข้อนั้นมันยากเกินไป ดังนั้นพี่หลินเลยเลือกที่จะยอมแพ้นั่นเอง




แต่หลังจากได้ยินคำตอบของหลินฟาน เจิ้งจินเป่าก็กระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้นและตะโกนอยู่ในใจว่า : คำถามที่สองนั้นยากเกินไป!




เห็นได้ชัดว่าความคิดของ เจิ้งจินเป่า ก็คล้ายกับ หม่าจง




"กริ๊ง!"




ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋าของหลินฟานก็ได้มีเสียงดังขึ้น




และหลินฟานก็ได้เหลือบมองไปที่หน้าจอ จากนั้นใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความแปลกใจ




เพราะหลินฟานพบว่าคนที่โทรเข้ามาก็คือเซี่ยปิงนั่นเอง




หัวใจของหลินฟานถึงกับเต้นแรงในทันทีก่อนที่เขาจะกดรับ




ในตอนนี้ก็ยังไม่มีใครพูดอะไรผ่านโทรศัพท์ออกมา




แต่หลินฟานก็ได้ยินเสียงหายใจถี่ๆของสองคน




และหลังจากนั้นไม่นานหลินฟานก็เริ่มพูดขึ้น "เซี่ยปิง,เซี่ยเสว่พวกเธอพูดได้แล้วงั้นหรอ?"




"อื้ม!"




เสียงที่ฟังแล้วสบายหูมากๆ ได้ถูกส่งออกมาจากทางโทรศัพท์




หลินฟาน ได้เพลิดเพลินไปกับเสียงของเธอแล้วอุทาน "เสียงพวกเธอเพราะมากเลย!"




สักพักก็มีเสียงเบาๆค่อยๆดังขึ้นมาจากทางโทรศัพท์อีกครั้ง "ขอบคุณ...ขอบคุณนะ..."




หลินฟานยิ้มแล้วพูด"ไม่เป็นไรหรอก วันนี้พวกเธอเองก็น่าจะเหนื่อยจากการสอบมาพอแล้ว พักผ่อนให้เพียงพอนะ "




“ไม่เลย ฉันไม่เหนื่อย...”




หลังจากหยุดไปครู่นึง พวกเธอก็พูดต่อว่า "คุณ...คุณเองก็ด้วย... พักผ่อนให้เพียงพอนะคะ"




และหลังจากที่วางสายแล้ว เซี่ยปิงและเซี่ยเสว่ก็ยังคงกอดโทรศัพท์เอาไว้อย่างแน่น ใบหน้าที่สวยงามของพวกเธอแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศ




หลังจากผ่านไปไม่นาน พวกเธอก็ได้กดโทรศัพท์และโทรออกอีกครั้งหนึ่ง




จากนั้นก็ได้มีเสียงดังออกมาโทรศัพท์




“น้องสาว คิดอะไรถึงโทรหาพี่สาวหรือพวกเธอต้องการที่จะใช้รหัสมอร์ส” สาวสวยหยานยิ้ม




ตอนแรกที่สาวสวยหยานเห็นว่ามีคนโทรมา เธอรู้สึกแปลกใจแค่นิดเดียว




แต่พอเห็นว่าเป็นน้องสาวเซี่ยปิงและเซี่ยเสว่ ความตกใจก็พุ่งขึ้นจากเดิมทันที



เพราะเธอไม่เข้าใจว่าทำไมเซี่ยปิงและเซี่ยเสว่ถึงต้องโทรมา




และก่อนหน้านี้ ทั้งเซี่ยปิงและเซี่ยเสว่ก็ไม่เคยโทรหาเธอมาก่อนเลยด้วยซ้ำ




ดังนั้นเธอจึงพูดติดตลกออกไป




“แม่...แม่” เซี่ยปิงและเซี่ยเสว่พูด




หลังจากที่มีเสียงดังออกมาจากโทรศัพท์ เธอรู้สึกแปลกใจอยู่พักหนึ่ง




จากนั้นเธอก็ตะโกนอย่างตกใจออกมาสามครั้ง



"เชี่ย! เชี่ย! เชี่ย!!!"




และเธอก็ได้พูดออกมาด้วยเสียงที่ดังมาก "พวกเธอพูดได้แล้วหรอ!"




"พูดได้แล้ว พูดได้แล้ว"เซี่ยปิง และเซี่ยเสว่พูด




สาวสวยหยานพูดอย่างมีความสุข “โอเค ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเธอเสียงไพเราะมากเลย เธอคู่ควรแล้วที่เป็นลูกสาวของฉัน...ไม่ใช่สิ! เป็นน้องสาวของฉัน!”




“แล้วก็อย่าลืมเรียกฉันว่าพี่สาวด้วยล่ะ ไม่ใช่แม่!”




สาวสวยหยานรู้สึกพอใจมากอย่างมาก จากนั้นก็เขาพูดขึ้น“น้องสาวของฉันน่ารักจริงๆเลย ทันทีที่พูดได้พวกเธอก็โทรมาหาฉันก่อนเป็นคนแรก ชั่งเป็นน้องสาวที่ดีจริงๆ!”




“ฉันโทรหาหลินฟ่านก่อนเป็นคนแรกเลย” เซี่ยปิงและเซี่ยเสว่พูด




สาวสวยหยาน : ...




……




ชิงซี , ณ ชุมชน ยี่เจี่ย




หญิงวัยกลางคนกำลังพยักหน้าซ้ำๆหลังจากมองดูการแต่งตัวของลูกสาว




เธอพูดออกมา "ซีฉิน ลูกสวยมากจริงๆ วันมะรืนนี้ แม่จะไม่ปล่อยให้หวังเซี่ยวตงได้แต่งงานกับลูกง่ายๆแน่!"




ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆก็เห็นด้วย เขาพยักหน้าก่อนจะพูด "ไม่ต้องกังวล ฉันได้พูดคุยกับกงเล่อฉีและต้าหมิง ว่าให้เข้ามาในงานแต่งนี้เรียบร้อยแล้ว"




“กงเล่อฉีตอนนี้เป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้าหยินซานและยังมีต้าหมิงที่ทำงานเป็นหัวหน้าทีมสืบสวน...หากเรียกพวกเขามาขวางประตู เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่ หวังเซี่ยวตงจะแต่งงานกับซีฉินได้อย่างง่ายๆ!”




หญิงวัยกลางคนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “มีกงเล่อฉีก็ยังไม่พอ ซีฉิน ลูกยังมีเพื่อนอยู่อีกสองสามคนหนิ เรียกพวกเธอมาให้หมดเลย ยิ่งมีคนมาขวางประตูมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี! "




“ต้องการคนเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?” กงซีฉิน ลังเล




หญิงวัยกลางคนพูดตอบทันที “แน่นอนสิ! หวางเซี่ยวตงทั้งไม่มีเงินและไม่มีอำนาจ! ถ้าลูกแต่งงานกับเขาไปอย่างง่าย ๆ เขาจะไม่คิดหรอ ว่าลูกเป็นผู้หญิงที่ได้มาอย่างง่ายดาย?”




กงซีฉินพูดว่า "ที่จริงแล้วเซี่ยวตงเป็นคนมีนิสัยที่ค่อนข้างและเป็นคนที่ขยันอย่างมาก"




ถึงแม้ว่ากงซีฉินมักจะตำหนิหวางเซี่ยวตงอยู่บ่อยๆก็ตาม




แต่ท้ายที่สุดแล้วหวางเซี่ยวตงก็เป็นสามีที่เธอเลือกเอง และเธอก็ไม่ต้องการให้เขาโดนดูถูกมากเกินไปกว่านี้




หญิงวัยกลางคนถอนหายใจ “ ยัยลูกสาวโง่ ชั่งน่าอับอายจริงๆ เราต้องทำให้หวางเซี่ยวตงเข้าใจว่าการแต่งงานกับลูกมันยากแค่ไหน! ในอนาคตเขาจะได้รู้สึกหวงแหนลูกมากๆไง!”




“นอกจากนี้ เราแค่ให้พวกเขามาขวางประตูเอาไว้! หวังเซี่ยวตงเองก็สามารถขอให้คนที่มีอำนาจมาเพื่อเปิดประตูได้หนิ แต่ถ้าเขาทำไม่ได้ ก็แค่กลับไปเตรียมตัวมาใหม่แค่นั้นเอง!”




หลังจากได้ยินสี่งที่แม่ของเธอพูด กงซีฉินก็พยักหน้ารับ




ตอนก่อน

จบบทที่ พวกเธอพูดได้แล้วหรอ!

ตอนถัดไป