คนไร้ยางอาย
บทที่ 48 คนไร้ยางอาย
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว เพียงได้ยินเพียงหวังเฉินแค่คำรามสองครั้ง จากนั้นหัวหน้าปีศาจราตรีโลหิตที่ทรงพลังทั้งสองตัวก็ถูกเขาฆ่าตายไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงหวังไห่และลูกศิษย์สำนักชิงหยุนคนอื่น ๆ ที่กำลังต่อสู้อยู่ แม้แต่โจวชิงหวังเต้าและคนอื่น ๆ ในกลุ่มของเขา ก็ไม่มีใครจะคาดคิดมาก่อนว่าหวังเฉินจะระเบิดพลังออกมาได้น่ากลัวขนาดนี้ หัวหน้าปีศาจราตรีโลหิตทั้งสองได้ปล่อยกลิ่นอายที่แข็งแกร่งออกมา นั่นคือสิ่งที่ปรากฏขึ้นตามธรรมชาติเมื่อมีพลังที่แข็งแกร่งถึงระดับหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาเหล่าผู้ฝึกตน ที่มีจิตสัมผัสที่แข็งแกร่งก็พอที่จะรับรู้ได้อย่างชัดเจน แต่เพราะความชัดเจนนี้เช่นกัน ทำให้พวกเขาเข้าใจว่าพลังของหวังเฉินนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
\"เฮ้อ... ดูเหมือนว่าพลังของศิษย์น้องหวังเฉินจะเหนือกว่าข้าไปไกลแล้ว ตอนที่ข้ารับเขาเข้ามาบนภูเขา เขายังเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไร้พลังใด ๆ อยู่เลย ข้าไม่คาดคิดเลยว่า ผ่านมาไม่ถึงสามปี เขากลับเติบโตได้ถึงระดับนี้ ช่างเป็นพรสวรรค์ที่น่าทึ่งจริง ๆ\" โจวชิงถอนหายใจพร้อมรับมือกับปีศาจราตรีโลหิตที่ยังหลงเหลืออยู่ไปด้วย
ศิษย์คนอื่น ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้ แม้ในใจของพวกเขาจะรู้สึกหดหู่เล็กน้อย เพราะพวกเขาเข้ามาในสำนักก่อนหวังเฉินหลายปี แต่กลับถูกทิ้งห่างจนไม่อาจตามทันเช่นนี้ ทำให้พวกเขาที่เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะนั้นรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อจากสิ่งได้ที่เห็นมา
ในอีกด้านหนึ่ง หวังไห่ก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาไม่รู้จักหวังเฉิน แต่เพียงแค่เห็นฉากที่เขาแสดงฝีมือแล้วในใจก็ตกตะลึง “ชายผู้นี้เป็นใครกัน? แข็งแกร่งขนาดนี้ ทำไมไม่ข้าถึงเคยได้ยินมาก่อนเลย?” เขาคิดในใจ ในวันที่เมฆแดงปกคลุมท้องฟ้า เกิดทัณฑ์สวรรค์อัคคีแดง เขาก็เคยได้ยินข่าวนี้เช่นกัน เพียงแต่เขายังไม่เคยเห็นหน้าหวังเฉิน ทำให้เขาตอนนี้จึงนึกไม่ออกว่าคือใคร
เมื่อหัวหน้าปีศาจราตรีโลหิตได้ตายจากไป ปีศาจราตรีโลหิตที่เหลือก็เริ่มถูกฆ่าตายทีละตัวโดยศิษย์ของสำนักชิงหยุน จนในที่สุดพวกมันก็ถูกกำจัดจนหมดสิ้น
แต่หลังจากศัตรูถูกกำจัดไปหมดสิ้นแล้ว บรรยากาศระหว่างสองกลุ่มกลับแปรเปลี่ยนอีกครั้ง หวังไห่ก้าวออกมาพร้อมหัวเราะเสียงดัง จากนั้นก็กล่าวขอบคุณโจวชิงและศิษย์คนอื่น ๆ ที่ได้เข้ามาช่วยเหลือพวกเขา แต่ในไม่ช้าท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
\"โจวชิง ดูสิ ครั้งนี้เราสองฝ่ายร่วมมือกันกำจัดปีศาจราตรีโลหิตเหล่านี้ได้ ตอนนี้เราควรแบ่งผลประโยชน์กันได้แล้วกระมัง? ในภารกิจที่สำนักมอบหมาย แก่นโลหิตแห่งความมืดที่อยู่ในตัวปีศาจราตรีโลหิตพวกนี้นั้นมีค่ามากสำหรับศิษย์ชั้นในแบบพวกเรามากมายนัก ข้าคิดว่าเราควรนำแก่นโลหิตแห่งความมืดที่ทุกคนเก็บมาออกมา แล้วแบ่งกันตามจำนวนคนจะดีกว่า\" หวังไห่พูดยิ้ม ๆ จากที่เมื่อกี้ยังซาบซึ้งใจอยู่นั้น แต่ตอนนี้สีหน้ากลับเปลี่ยนไป แม้แต่ในคำพูดนั้นก็แฝงไปด้วยเจตนาแอบแฝง
โจวชิงและคนอื่น ๆ ต่างไม่ใช่คนโง่ พวกเขาเข้าใจเจตนาร้ายของหวังไห่ได้ในทันที เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการให้พวกเขานำแก่นโลหิตแห่งความมืดทั้งหมดออกมา เพื่อให้แบ่งตามจำนวนคน ซึ่งกลุ่มของโจวชิงมีเพียง 7 คน แต่พวกเขาเป็นคนกำจัดปีศาจราตรีโลหิตไปกว่าครึ่ง และหัวหน้าปีศาจราตรีโลหิตสองตัวก็ถูกฆ่าโดยหวังเฉิน เมื่อคำนวณเช่นนี้ พวกเขาจะเสียเปรียบอย่างมาก
\"หวังไห่! เจ้าพูดอะไร? เจ้าจะให้พวกเรานำแก่นโลหิตแห่งความมืดออกมาเพื่อแบ่งกันกับพวกเจ้า? เจ้าล้อเล่นนพวกข้าอยู่หรือเปล่า? แก่นโลหิตนี้จะมีเฉพาะในสิ่งมีชีวิตที่มีสายเลือดชั้นสูงในดินแดนใต้พิภพแห่งนี้ พวกมันมีค่าอย่างมาก เมื่อกลับไปที่สำนัก แก่นโลหิตหนึ่งชิ้นก็มีค่า 10 แต้มผลงานของสำนักไปแล้ว พวกข้าฆ่าปีศาจราตรีโลหิตโลหิตไปเกือบครึ่ง จะให้เอาออกมาจะแบ่งได้อย่างไร เจ้าจะให้แบ่งตามจำนวนคนงั้นหรือ?\" โจวชิงตอบเสียงเย็นชา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
หวังไห่หัวเราะเยาะ จากนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
\"โจวชิง พวกเรามีคนมากกว่าเจ้า เจ้าคิดว่าศิษย์พี่ศิษย์น้องจะไม่ต้องการส่วนแบ่งงั้นหรือ? ข้าว่าพวกเราแบ่งเท่ากันน่าจะยุติธรรมที่สุดแล้ว\"
คำพูดนี้ทำให้ศิษย์ที่อยู่เบื้องหลังของหวังไห่เริ่มขยับตัวเล็กน้อย พวกเขาค่อย ๆ ล้อมกลุ่มของหวังเฉินทั้งเจ็ดคนอย่างแนบเนียน
\"ฮึ หวังไห่ เจ้านี่ช่างคำนวณได้ดีนัก! พวกเราเสี่ยงชีวิตฆ่าปีศาจราตรีโลหิตไปกว่าครึ่ง แล้วทำไมต้องแบ่งเท่ากับพวกเจ้าด้วย!\" หวงเจิ้งที่เป็นคนตรงไปตรงมาที่สุดกล่าวขึ้นมาอย่างโกรธเกรี้ยว
\"เฮ้เฮ้ หวงเจิ้งใช่ไหม? เจ้าก็แค่ผู้ฝึกตนระดับเหนือฟ้าขั้นปลาย เจ้ามีสิทธิ์อะไรที่จะมาต่อรองกับข้า หรือเจ้าไม่รู้ว่าระหว่างผู้ฝึกตนนั้น พลังคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อครู่เจ้าและพรรคพวกเสียพลังปราณไปไม่น้อย หากเราล้อมพวกเจ้าและฆ่าทิ้งที่นี่ซะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเจ้ามีจะไม่ตกเป็นของพวกข้าหรอกหรือ แต่เพราะเราทุกคนต่างก็เป็นศิษย์ร่วมสำนักกัน ข้าหวังไห่ก็ไม่ใช่คนที่ใจไม้ไส้ระกำอะไรนัก ข้าไม่อยากให้ต้องถึงขั้นลงมือกันเลยเท่านั้น!\"
หวังไห่พูดพลางส่งสัญญาณด้วยสายตา เหล่าศิษย์ที่อยู่เบื้องหลังก็ส่งเสียงเชียร์กันใหญ่ พากันชมเชยว่าหวังไห่นั้นช่างเฉลียวฉลาด และกล่าวว่าพวกเขาสมควรที่จะแบ่งของรางวัลกันอย่างยุติธรรม
บรรยากาศพลันเงียบลงอย่างน่าอึดอัด แต่แล้วก็มีเสียงหัวเราะดังลั่นก็ทำลายความเงียบนั้น
\"ฮ่า ฮ่า ฮ่า! หวังไห่ใช่ไหม ข้ายังไม่เคยเห็นคนหน้าด้านเท่าเจ้ามาก่อนเลย เมื่อครู่ถ้าพวกเราไม่ลงมือช่วย พวกเจ้าคงตายกันหมดอยู่ในท้องของปีศาจราตรีโลหิตไปหมดแล้ว! ไม่เพียงแต่พวกเจ้ากลับไม่รู้สึกสำนึกในบุญคุณที่เราช่วยชีวิตเอาไว้ แถมเจ้ายังกล้าที่จะใช้อำนาจคนมากมาขู่กรรโชกเราอีก ช่างน่าอับอาย ไร้มนุษยธรรมยิ่งนัก! ถ้าอย่างนั้นเจ้าตายไปซะเถอะ!\"
หวังเฉินกล่าวด้วยความเดือดดาล ตั้งแต่เขาค้นพบประโยชน์อันมหาศาลของแก่นโลหิตแห่งความมืด เขาก็ปรารถนาที่จะเก็บสะสมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ในตอนแรกเขาไม่ได้อยากจะฆ่าคนเพื่อแย่งชิง แต่ด้วยท่าทีหยาบคายและการข่มขู่ของหวังไห่ทำให้เขาเปลี่ยนใจไปโดยสิ้นเชิง
หวังเฉินไม่ได้มีความเห็นใจหรือชอบพอหวังไห่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และในโลกของผู้ฝึกตนนั้น การแย่งชิงทรัพยากรเช่นสมบัติล้ำค่านั้นก็เป็นเรื่องปกติ ขึ้นอยู่กับว่าใครมีพลังมากกว่า ตราบใดที่ไม่มีใครสามารถจับผิดได้ สุดท้ายพลังของตัวเองก็จะเพิ่มขึ้น และไม่มีปัญหาอะไร
ดังนั้นเขาจึงตวาดออกมาด้วยความโกรธ และลงมืออย่างไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า!