การเผชิญหน้ากับเซวี่ยเหลียง
บทที่ 71 การเผชิญหน้ากับเซวี่ยเหลียง
หยุนลู่เริ่มตื่นตระหนก นางได้รับการเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ในสายตาของนาง เซวี่ยเหลียงบัดนี้ไม่ต่างจากปีศาจร้ายที่มีเขาสองข้างงอกออกจากศีรษะ ความหวาดกลัวทำให้ดวงตาของนางแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้า พร้อมที่จะไหลออกมาได้ทุกเมื่อ
หลี่เมิ่งเองก็ใจเต้นระรัว นางไม่คิดเลยว่าเซวี่ยเหลียงจะลงมือโดยไม่ลังเลเช่นนี้ ไร้ซึ่งศักดิ์ศรีของศิษย์จากสำนักอันทรงเกียรติ แต่นี่เป็นเพราะนางไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขามาก่อน เซวี่ยเหลียงชายหนุ่มผู้นี้ถึงแม้พรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของเขาจะไม่เลวนัก แต่อุปนิสัยกลับถูกหล่อหลอมโดยอำนาจและอิทธิพลของตระกูลในสำนักเทียนหยวนตั้งแต่เด็ก นิสัยของเขาจึงเต็มไปด้วยความโอหังและก้าวร้าว เห็นผู้คนเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน และในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพลังเท่านั้น
หากเจ้ามีพลังเหนือใคร แล้วกล่าวถึงคุณธรรมและความเมตตา ผู้คนจะยกย่องเจ้าว่าเป็นผู้ฝึกตนผู้สูงส่ง เป็นปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่หากเจ้าไร้ซึ่งพลังแล้วยังพูดถึงคุณธรรมไซร้ เจ้าก็เป็นเพียงคนโง่เขลาในสายตาของพวกเขาเท่านั้น
บัดนี้ เซวี่ยเหลียงได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นตัวแทนของความโอหังและความชั่วร้ายอย่างแท้จริง
"เซวี่ยเหลียง! หยุดเดี๋ยวนี้นะ ข้า...ข้ายอมไปกับเจ้าก็ได้ แต่เจ้าต้องรับปากว่าจะปล่อยพวกนางไปก่อน"
เสียงของหลี่เมิ่งสั่นเครือ ดวงหน้าของนางซีดเผือด นางรู้ดีว่าหากยอมก้าวไปกับเขาแล้ว ชะตากรรมของนางต่อจากนี้จะเป็นเช่นไร แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ นางไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว พวกเธอเข้ามาในดินแดนใต้พิภพแห่งนี้ ผู้อาวุโสในสำนักไม่ได้อยู่ด้วย อยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่าจะร้องขอสวรรค์ก็ไม่มีใครตอบ ร้องขอแผ่นดินก็ไม่มีใครช่วย ดังนั้นหากเป็นการแลกชีวิตของศิษย์น้องเพื่อให้นางต้องตกอยู่ในนรกแต่เพียงผู้เดียว นางก็ยอม
เซวี่ยเหลียงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง
"ฮ่า ๆ หลี่เมิ่ง ในที่สุดเจ้าก็คิดออก ยอมตกลงไปกับข้าแล้วหรือ แต่ข้าจะบอกเจ้าว่าตอนนี้มันสายไปเสียแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในกำมือข้าแล้ว เจ้าคิดว่าข้ายังจำเป็นต้องต่อรองกับเจ้าอยู่อีกงั้นหรือ" เซวี่ยเหลียง ยิ่งลำพองตนมากกว่าเดิม เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับดวงตาของเขาเปล่งประกายเจ้าเล่ห์ออกมา
คำพูดของเขาเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงมาในใจของหลี่เมิ่ง นางเบิกตากว้าง ม่านหมอกแห่งความหวังสุดท้ายมลายหายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้พวกเธออยู่ในวัยที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นการบำเพ็ญหรือความรัก พวกเธอยังคงมีความฝันและความหวังที่สวยงาม แต่ในครั้งนี้หากต้องตกไปอยู่ในมือของศิษย์สำนักเทียนหยวนเหล่านี้ มันคงเลวร้ายเป็นอย่างมาก
"ชะตากรรมของพวกเจ้า ข้าตัดสินใจแล้ว"
เหล่าศิษย์จากสำนักเทียนหยวนที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างส่งเสียงหัวเราะเย้ยหยัน แววตาของพวกเขาจ้องมองมายังศิษย์หญิงแห่งสำนักชิงหยุนอย่างไร้ยางอาย ความคิดสกปรกในใจของพวกเขาชัดเจนอย่างยิ่ง
"ฮ่า ๆ ๆ ศิษย์พี่เซวี่ยเหลียง ลูกศิษย์หญิงของสำนักชิงหยุนล้วนแต่เลอโฉมทั้งนั้น ครั้งนี้ถือว่าพวกเราโชคดีจริง ๆ"
"ว่าแต่ ศิษย์พี่จะเลือกคนไหนก่อนดีล่ะ?"
หยุนลู่หน้าซีดเผือด นางรู้แล้วว่าตนเองและศิษย์พี่ศิษย์น้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นใด นางสั่นสะท้านไปทั้งตัว ทว่าสายตาก็ยังคงจ้องมองเซวี่ยเหลียงด้วยความโกรธแค้น
"เจ้ามันเลวทราม"
"ฮ่า ๆ ๆ เจ้านี่เองที่เมื่อครู่กล้าขึ้นเสียงกับข้า เมื่อกี้เจ้ายังอวดดีอยู่ไม่ใช่หรือ? "
เซวี่ยเหลียงหัวเราะ พลางเดินตรงไปหาหยุนลู่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย
"ถ้าอย่างงั้นข้าจะจัดการเจ้าเป็นคนแรกแล้วกัน!"
"อย่าเข้ามานะ ศิษย์พี่หลี่เมิ่ง ช่วยข้าด้วย"
หยุนลู่หน้าซีดเผือด กรีดร้องขอความช่วยเหลือ นางถอยหลังไปจนติดกำแพงหิน ทว่าหลี่เมิ่งที่อยู่ข้าง ๆ ที่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ก็กำลังจะลงมือโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด แต่ในวินาทีต่อมากลับถูกห้อมล้อมโดยศิษย์สำนักเทียนหยวนถึงสี่ถึงห้าคน แต่ละคนล้วนมีพลังระดับเหนือฟ้าขั้นสมบูรณ์ แข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่านาง ด้วยพลังปราณที่แข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมาพร้อมกับแรงกดดันมหาศาล ช่องว่างถูกปิดกั้น เธอที่เป็นผู้หญิงคนเดียวย่อมไม่มีทางที่จะทะลวงออกไปได้
"ฮ่า ๆ เด็กน้อย ไม่ต้องร้องให้เปลืองแรง ตอนนี้ไม่มีใครช่วยเจ้าได้หรอก เจ้ากล้าปากดีนักก็เตรียมตัวรับผลที่ตามมาเถอะ"
เซวี่ยเหลียงก้าวเข้าประชิดหยุนลู่ในชั่วพริบตา มือข้างหนึ่งตะปบออกไป ท่ามกลางเสียงเปรี๊ยะ ๆ ของสายฟ้าที่แล่นผ่านอากาศ พลังปราณกล้าแข็งก่อตัวขึ้นเป็นกรงเล็บอสูรทมิฬกลางอากาศ ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือยักษ์ บนพื้นผิวของมันมีสายฟ้าแปลบปลาบ เปลวไฟปะทุในความว่างเปล่า ราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง อานุภาพรุนแรงจนถึงขนาดทำให้อากาศรอบข้างสั่นสะเทือน
วิชานี้เรียกว่า "กรงเล็บอสูรสายฟ้า" พลังของมันไม่ได้มีเพียงแค่การโจมตีทางกายภาพเท่านั้น หากแต่ยังมีกระแสไฟฟ้าทรงพลังที่สามารถทำให้ศัตรูชา ไม่สามารถควบคุมร่างกายตนเองได้ และหากได้รับผลกระทบหนัก อาจถึงขั้นทำให้สมองเสียหาย กลายเป็นคนปัญญาอ่อนได้เลย
หยุนลู่ไม่มีทางรับมือกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้เลย นางไม่เคยตั้งใจฝึกฝนมาก่อน ชอบอู้มากกว่าฝึกจริง พลังของนางเทียบกับเซวี่ยเหลียงไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
"ไม่ไหวแล้ว เซวี่ยเหลียงร้ายกาจเกินไป พลังของข้าอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ ร่างกายเริ่มชาไปหมด ข้าต่อต้านมันไม่ได้เลย ฮือ ๆ"
หยุนลู่รู้สึกถึงความสิ้นหวังที่ถาโถมเข้าใส่ นางรู้สึกเหมือนร่างกายจะหยุดทำงาน แทบจะปล่อยโฮออกมา นี่คือผลจากการที่จิตใจที่ไม่มั่นคง จิตใจอ่อนแอ แม้วิชาของเซวี่ยเหลียงยังไม่ทันได้สัมผัสตัว แต่นางกลับรู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้ไปแล้ว
ในเสี้ยววินาที ก่อนที่จะถูกกรงเล็บอสูรสายฟ้าของเซวี่ยเหลียง จับตัวไปและต้องเผชิญกับการทรมานที่น่าสยดสยอง
พรึ่บ!
บรรยากาศรอบข้างพลันนิ่งสนิทราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ อากาศหนักอึ้งเหมือนปรอท
โครมมมมม!!!
เสียงระเบิดของอากาศดังสนั่น ทันใดนั้น เงาร่างสีเขียวสายหนึ่งพุ่งทะลุผ่านหุบเขาด้วยความเร็วปานสายฟ้า ในขณะเดียวกัน เสียงตวาดกร้าวดังสนั่นทั่วฟ้า
"ถ้าเจ้ากล้าแตะต้องนางแม้แต่นิ้วเดียว ข้าจะทำให้เจ้าทรมานยิ่งกว่าตาย"
เสียงคำรามนี้ทรงอำนาจราวกับพายุสายฟ้า คำพูดเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันรุนแรง พลังเสียงทำให้อากาศเกิดเป็นคลื่นกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้าง