ปล้นทรัพย์
บทที่ 128 ปล้นทรัพย์
หวังเฉินเข้าใจในที่สุดว่า องค์กรที่ผูกขาดของโลกนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด วิหารทั้งหลังดูเหมือนจะไม่ใหญ่โตนัก แต่กลับแฝงไปด้วยวิถีแห่งฟ้าดิน ดังนั้นพื้นที่ภายในของวิหารแห่งนี้จึงใหญ่โตอย่างมาก มีรัศมีห้าหกพันเมตร สูงถึงพันเมตร ในพื้นที่ขนาดใหญ่นี้ เมฆหลากสีส่องประกาย พลังศักดิ์สิทธิ์ส่องประกาย มีพลังงานปราณที่เข้มข้น ก่อตัวเป็นกระแสสายลมรูปมังกรโบยบินไปมาในอากาศ
อีกทั้งยังเก็บหินผลึกสุริยะไว้จำนวนมหาศาล จนหวังเฉินและนกเฒ่าปี้ฟางแทบจะไม่อยากจะเชื่อ พวกเขาคิดว่าการปล้นวิหารจะได้รับผลตอบแทนมหาศาล แต่พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าผลตอบแทนจะมากมายขนาดนี้
ในพื้นที่วิหารทั้งหมด มีเพียงสองสิ่งเท่านั้น อย่างแรกคือหินผลึกสุริยะ อีกอย่างคือยาเม็ดหยางแท้จริง ยาเม็ดชนิดนี้ดูเหมือนจะเป็นยาเม็ดเฉพาะของดาวจื่ออู่ ซึ่งสามารถเพิ่มพลังปราณและเติมเต็มปราณ เช่นเดียวกับยาเม็ดพลังปราณบนทวีปเทียนหยวน เป็นยาเม็ดที่ผู้ฝึกตนตั้งแต่ระดับสร้างฐานขึ้นไปใช้
"รวยแล้ว พวกเรารวยกันแล้ว ข้ามีชีวิตอยู่มานานขนาดนี้ เคยเห็นสมบัติจากฟ้าดินมานับไม่ถ้วน แต่ยังไม่เคยเห็นหินผลึกและยาเม็ดจำนวนมากขนาดนี้มาก่อนเลย"
เปลวไฟลุกโชนขึ้นบนร่างของนกเฒ่าปี้ฟาง มันโบยบินไปมาอยู่ในอกาศ แสดงอารมณ์ตื่นเต้นของมันออกมาอย่างไม่ปิดบัง
หวังเฉินก็ไม่ต่างกัน มือทั้งสองของเขาสั่น ดวงตาของเขาเป็นประกาย ทารกวิญญาณของเขาแทบจะกระโจนออกมา ดูดซับพลังงานปราณที่ไม่มีที่สิ้นนี้สุดอย่างบ้าคลั่ง หลังจากทั้งสองพยายามสงบสติอารมณ์ลงได้อย่างยากลำบาก หนึ่งคนหนึ่งนกก็เริ่มนับทัพย์สบัติที่ได้มาอย่างระมัดระวัง
"หินผลึกสุริยะหนึ่งร้อยล้านก้อนทั้งหมดเป็นผลึกชั้นดี ยาเม็ดหยางแท้จริงหนึ่งร้อยล้านเม็ดก็เป็นยาเม็ดชั้นยอด ไม่มีเม็ดไหนเสีย วิหารสุริยะแห่งนี้จะรวยเกินไปแล้ว"
หวังเฉินตกใจจนพูดไม่ออก เมื่อคิดถึงทรัพยากรจำนวนมหาศาลเช่นนี้ เมื่อคิดถึงทรัพยากรจำนวนมหาศาลนี้ที่กำลังจะตกอยู่ในมือเขา เขารู้สึกว่าทุกสิ่งที่ทำมานั้นคุ้มค่าแล้ว
พวกเขารีบเก็บรวบรวมทรัพยากรอย่างบ้าคลั่ง ในเวลานี้ยอดเขาฉุ่ยอวิ๋นของหวังเฉินก็มีประโยชน์ในทันที ภายในนั้นซ่อนโลกใบเล็กเอาไว้ แม้ว่ามันจะหดลงไปมากเพราะเสียหาย แต่ก็ยังเพียงพอที่จะบรรจุหินผลึกและยาเม็ดเหล่านี้ได้อย่างเหลือเฟือ
ซู่ว
หินผลึกจำนวนมากก่อตัวเป็นมังกรยาว ไหลเข้าไปในโลกใบเล็กของยอดเขาฉุ่ยอวิ๋นอย่างต่อเนื่อง ยาเม็ดจำนวนมหาศาลก่อตัวราวกับเป็นแม่น้ำ แต่ละเม็ดล้วนเป็นยาเม็ดล้ำค่า ก็ถูกเก็บเข้าไปด้วยเช่นกัน ความรู้สึกของการปล้นทรัพย์สมบัติในครั้งนี้ หวังเฉินมีเพียงคำเดียวที่สามารถอธิบายได้ นั่นคือ สะใจ!
โครม!!
ท้องฟ้าในที่ห่างไกลพลันแตกสลาย พร้อมกับมีฝ่ามือที่ล้อมรอบไปด้วยแสงสีแดงและเปลวไฟลุกโชน พุ่งทะยานออกมาจากมิติ ในพริบตาก็มาถึงเหนือเมืองจวี้เฟิง
"แย่แล้ว หวังเฉินพวกเราต้องรีบหนีแล้ว มีคนมาฆ่าเราแล้ว เป็นยอดฝีมืออย่างแน่นอน"
นกปี้ฟางกระโดดขึ้นเหมือนไฟลนก้น ยื่นมือออกไปเก็บหินผลึกและยาเม็ดที่เหลือทั้งหมด จากนั้นพาหวังเฉินฉีกมิติ หายตัวไปหลายหมื่นลี้ในพริบตา
ในขณะที่พวกเขาเพิ่งออกจากเมืองจวี้เฟิงไปได้เพียงหนึ่งลมหายใจ ฝ่ามือที่บดบังท้องฟ้าก็ตบลงมาอย่างแรง
ตูมมมมมม
เมืองจวี้เฟิงครึ่งหนึ่งถูกลบออกจากแผนที่อย่างสมบูรณ์ ไม่รู้ว่ามีผู้ฝึกตนและคนธรรมดาจำนวนเท่าใดที่เสียชีวิตในครั้งนี้
"ฮึ่ม กล้าดียังไงมาทำลายวิหารสุริยะของข้า แล้วปล้นทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาลไป รอรับการไล่ล่าจากวิหารสุริยะได้เลย"
หวังเฉินและปี้ฟางกำลังเดินทางอยู่ในช่องว่างมิติ แต่เสียงนี้ยังคงส่งผ่านมาอย่างลาง ๆ เจตนาฆ่าที่เย็นยะเยือกทำให้ขนลุก
"ไม่ง่ายจริง ๆ วิหารสุริยะเองก็มียอดฝีมืออยู่ด้วยเช่นกัน ใช้เวลาเพียงไม่นานข่าวก็ส่งไปถึงแล้ว แถมเขายังต้องการที่จะฆ่าเราถึงแม้จะอยู่ห่างออกไปตั้งไกล ระดับของเขานั้นไม่ด้อยไปกว่าข้าเลย"
ปี้ฟางขมวดริมฝีปาก ชื่นชมเล็กน้อย
"นั่นเป็นเรื่องธรรมดา วิหารสุริยะครอบครองดาวจื่ออู่มานานหลายพันปีแล้ว จะไม่มียอดฝีมือไปได้อย่างไร เกรงว่ายอดฝีมือในระดับอมตะก็มีมากมาย โลกใหญ่เช่นนี้ไม่ธรรมดาแน่ แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องปะทะกับพวกเขาโดยตรง เป้าหมายของเราคือการได้รับหินผลึกจำนวนมากเพื่อใช้ในการฝึกฝน ไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อสู้ซักหน่อย"
หวังเฉินไม่แปลกใจเลย ทวีปเทียนหยวนก็มีผู้ฝึกตนโบราณในระดับอมตะมากมาย เช่น เงาลึกลับในโลกใต้ดินและบรรพบุรุษอมตะหลายคนของสำนักเทียนหยวน ดาวจื่ออู่เป็นโลกใหญ่ จะมีผู้ฝึกตนในระดับอมตะปรากฏขึ้นบ้างก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าโลกนี้ไม่มีผู้ฝึกตนอมตะนั่นสิถึงจะผิดปกติจริง ๆ
พวกเขาทั้งสองรีบเดินทางไปข้างหน้า เดินทางในช่องว่างมิติด้วยความเร็วสูงอย่างไม่น่าเชื่อ วิธีการแบบนี้มีเพียงปี้ฟางในระดับอมตะเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ ถ้าเป็นหวังเฉินด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา คงทำได้เพียงบินอย่างซื่อสัตย์ในอากาศของดาวจื่ออู่เท่านั้น
เทือกเขาทอดยาว แต่กลับเป็นหินสีแดงเพลิงที่อยู่ข้างนอก ไม่มีพืชพันธุ์ใด ๆ แม้แต่ต้นเดียว มีกลิ่นกำมะถันอบอวล นี่คือกลุ่มภูเขาไฟ หวังเฉินและปี้ฟางพักอยู่ที่นี่ชั่วคราว
ในเมืองจวี้เฟิง พวกเขาได้ทำการใหญ่และได้รับทรัพย์สมบัติที่ไม่อาจจินตนาการได้กลับมา หวังเฉินและปี้ฟางก็ไม่มัวเมาในชัยชนะ ในเวลานี้พวกเขาไม่ควรลงมืออย่างต่อเนื่อง แต่ต้องหลบซ่อนชั่วคราว ขัดเกลาการฝึกฝน และรอโอกาสที่จะลงมืออีกครั้ง
"หวังเฉิน ต่อไปเจ้ามีแผนอะไร การปล้นเมืองจวี้เฟิงในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นการแหย่รังแตนแล้ว เกรงว่าตอนนี้เราคงถูกวิหารสุริยะตามล่าตัว และกลายเป็นเป้าหมายของทุกคน"
ปี้ฟางฝึกฝนมาเป็นเวลานาน แต่ตั้งแต่ติดตามหวังเฉินมา มันก็ขี้เกียจที่จะใช้สมอง โดยทั่วไปแล้วมันจะทำตามแผนของหวังเฉิน ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์นั้นเหนือกว่าสัตว์ในเรื่องแผนการร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย
"ไม่ต้องกังวลไป พวกเราได้ทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้แล้ว จะต้องดึงดูดความสนใจของวิหารสุริยะอย่างแน่นอน ในตอนนี้พวกเราไม่ควรเคลื่อนไหว มิฉะนั้นอาจตกหลุมพรางของพวกเขาได้ กลุ่มภูเขาไฟแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ดี พื้นที่รกร้างว่างเปล่า ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ เราสามารถฝึกฝนและเพิ่มพูนการฝึกฝนได้"
หวังเฉินมีแผนอยู่ในใจแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่รีบร้อน แต่คิดที่จะใช้โอกาสนี้ สงบจิตใจลงและฝึกฝนให้ดี
ในไม่ช้า ทั้งคนและนกก็จมดิ่งลงไปในใจกลางภูเขาไฟ นำหินผลึกและยาเม็ดจำนวนมากออกมา เริ่มฝึกฝน ดูดซับพลังงาน ขัดเกลาการฝึกฝน และเข้าใจวิถีแห่งฟ้าดิน
ในขณะเดียวกัน บนภูเขาโชวหยางของดาวจื่ออู่ มีหมอกไฟลอยอยู่รอบ ๆ พลังงานของดวงอาทิตย์บริสุทธิ์ ในเทือกเขานี้แทบจะก่อตัวเป็นของเหลว พลังงานปราณที่อ่อนโยนและกว้างใหญ่ไพศาล เหมาะสำหรับการฝึกฝนเคล็ดวิชาของวิหารสุริยะ และที่นี่ยังเป็นสำนักงานใหญ่ของวิหารสุริยะ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอำนาจของดาวจื่ออู่ ตรงข้ามกับภูเขาไท่ฮวาของวิหารจันทรา
บนยอดเขาโชวหยาง มีการจัดวางค่ายกลลึกลับมากมายตั้งอยู่ แสงของดวงอาทิตย์ที่ร้อนระอุสองดวงบนท้องฟ้าถูกดูดซับลงมาเป็นจำนวนมาก กลั่นตัวเป็นพลังงานของดวงอาทิตย์ เมื่อมองจากระยะไกลมันเหมือนกับเสาค้ำฟ้าที่แผ่แสงสว่างอย่างไม่สิ้นสุด ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างฟ้าดิน มองเห็นได้อย่างชัดเจน
ในมิติลับแห่งหนึ่ง มีพลังปราณเต็มเปี่ยม ราวกับพลังปราณนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยปราณหยางโบราณ ปราณชนิดนี้เป็นปราณที่เหนือกว่าพลังงานของดวงอาทิตย์อีกชั้นหนึ่ง และเป็นปราณระดับเดียวกับปราณโบราณชิงเทียนของสำนักชิงหยุน ล้ำค่าอย่างยิ่ง ล้วนเป็นปราณที่ถูกดึงดูดออกมาจากแกนกลางของดวงอาทิตย์ที่ร้อนระอุ
วิหารโบราณแห่งหนึ่งตั้งสูงตระหง่าน สร้างขึ้นจากหินผลึกสุริยะชั้นดีทั้งหมด หรูหราถึงขีดสุด บนป้ายของวิหารไม่มีตัวอักษรใด ๆ มีเพียงภาพ ของนกสามขาที่ไร้เทียมทาน
ในขณะนี้ ในวิหารมีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานหลายคนรวมตัวกัน พวกเขาล้วนเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของวิหารสุริยะ พวกเขานั่งล้อมรอบโต๊ะกลมขนาดใหญ่ จัดการประชุมตรงกลางมีเก้าอี้สูงตระหง่าน มีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ คิ้วของเขาแดงราวกับไฟ เผยให้เห็นแสงสีทองอย่างลาง ๆ ดูศักดิ์สิทธิ์และไม่อาจล่วงละเมิดได้ ดวงตาของเขาไม่มีรูม่านตาดำขาวเหมือนคนทั่วไป แต่เป็นเงาของดวงอาทิตย์ที่ลุกโชนสองดวงที่ไหลเวียนอยู่ภายใน และมีนกสามขากำลังเล่นซนอยู่ข้างใน เขามีออร่าของความลึกลับ ความแข็งแกร่ง และไร้เทียมทาน ปรากฏอยู่บนตัวของเขา