ชื่อปลอม

ตอนที่ 8 ชื่อปลอม



เนื่องจากสิ่งที่จางเจียงเฉียวพูดดูมีเหตุผล จึงไม่จำเป็นที่พวกเขาจะต้องคัดค้าน แต่ข้อกำหนดเบื้องต้นคือ ผลประโยชน์ของตัวพวกเขาเองที่ไม่มีใครยอมถอยให้



“ในเมื่อพวกเราจะต้องร่วมมือกันในอนาคต จะจัดสรรภารกิจสังหารกันยังไง” เมื่อมีแนวหลังที่ปลอดภัย พวกเขาไม่ต้องพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมอีกต่อไป



เหมือนอย่างที่จางเจียงเฉียวพูดเอาไว้ ต้องมีใครสักคนออกไปล่อซอมบี้ และก็ไม่สามารถปล่อยให้กัปตันทีมเป็นคนทำได้



แต่หากหยิบยืมเรื่องนี้ขึ้นมาพูดต่อหน้าคนอื่นๆ ไม่ว่าความสัมพันธ์ในช่วงแรกจะดีเพียงใดก็ตาม มันก็จะทิ้งความประทับใจที่ไม่ดีให้กับคนเหล่านั้น และมีโอกาสที่ทีมจะแตก



พวกเขาต้องการเวลาพัฒนาอย่างมั่นคงนาน 3 เดือน พวกเขาจึงจะสามารถแยกตัว หรือปกป้องตัวเองได้



“สิ่งที่ผมคิดก็คือ เราต้องทำให้ทุกคนพอใจ ทุกคนต้องทำภารกิจสำเร็จ เมื่อถึงเวลานั้น ทุกคนจะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากนั้น เราก็สามารถจับฉลากเพื่อให้คนที่จะต้องออกไปล่อซอมบี้ข้างนอกได้ เมื่อถึงตอนนั้น การต่อต้านก็จะน้อยลงมาก แม้ว่าเราจะไม่พูดอะไร คนอื่นก็จะบังคับคนที่ถูกเลือกให้ออกไป”



พวกเขามีเรื่องหารือกันมากมาย และค่อยๆ ตัดสินใจกันว่าจะวางลำดับกันยังไง



หวังผิงอันอยากจะรู้เหมือนกับว่าพวกเขาคุยอะไรกัน แต่มีคนอยู่ที่นี่มากมาย ดังนั้น หากเขาทำตัวมีพิรุธ คนอื่นๆ ก็จะสังเกตเห็น



กัปตันเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องเป็นคนดี ต้องมีบางเรื่องที่พวกเขาไม่คิดจะบอกคนอื่น และอาจมีบางสิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นในอนาคต



เขาจึงต้องระวังตัว สิ่งที่เชื่อได้มีเพียงพลัง และความแข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้น



น่าเสียดายที่เขาไม่พอโอกาส ไม่นาน จางเจียงเฉียวและกัปตันทีมคนอื่นๆ ก็ได้กลับมาแล้วหลังจากพูดคุยกัน เขาจึงเลิกความคิดนั้น และตัดสินใจที่จะระวังให้มากขึ้นในอนาคต



เมื่อเห็นว่าพวกเขาสนิทสนมกันมากเพียงใด หวังผิงอันจึงมั่นใจมากขึ้นในการคาดเดาของตัวเอง



เมื่อพิจารณาถึงท่าทีของจางเจียงเฉียว และคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ หากไม่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆ พวกเขาจะไม่มีทางละทิ้งความคับข้องใจไปได้



“ทุกคนโปรดเงียบ จากการหารือร่วมกันระหว่างกัปตันทีม แผนของเราก็คือ จะให้ทุกคนรวมกลุ่มกับทีมที่เลือกไว้ในตอนแรก และผลัดกันฆ่าซอมบี้เพื่อทำภารกิจ”



“ตัวกัปตันจะได้ทำภารกิจสังหารก่อน หลังจากที่กัปตันของทีมนั้นๆ ทำภารกิจสำเร็จแล้ว สมาชิกคนหนึ่งในทีมก็จะถูกเลือกให้มาทำภารกิจต่อ เวียนกันไปจนครบทุกทีม และทุกคน”



“ลำดับการทำภารกิจของแต่ละคนในทีมจะต้องตัดสินผ่านการจับฉลาก จะได้ถือว่ายุติธรรมที่สุด มีใครต้องการคัดค้านอะไรมั้ย?”



จางเจียงเฉียวไม่ได้พูดถึงการออกไปล่อซอมบี้ และตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะพูดถึงเรื่องนั้น



เมื่อเขาตื่นขึ้นมา และมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็ได้เห็นว่าอาคารหลังนี้มีอยู่เจ็ดชั้น และตอนนี้พวกเขาอยู่บนชั้นสาม



ตอนที่เขาไปตรวจสอบสถานการณ์ก่อนหน้านี้ เขาก็มองขึ้นไปชั้นบน และชั้นล่างด้วย มีซอมบี้ไม่ต่ำกว่าร้อยตัวในแต่ละชั้น เจ็ดชั้นก็เพียงพอให้ทุกคนทำภารกิจสังหารได้หลายรอบ



หลังจากฟังสิ่งที่จางเจียงเฉียวพูด หวังผิงอันก็พบว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นยุติธรรมมาก ซึ่งทำให้เขาสงสัยว่าพวกเขาใจดีอย่างนั้นจริงๆ หรือ



“เห็นมั้ย บอกแล้วว่าพี่จาง และคนอื่นๆ จะคิดถึงพวกเราอย่างแน่นอน ผมขอสนับสนุนความคิดนี้”



ส่วนคนอื่นๆ ที่ค่อนข้างกังวลในตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังว่าแผนการที่เหล่ากัปตันหารือกันจะยุติธรรมถึงขนาดนี้ จึงไม่มีอะไรต้องคัดค้าน



“นี่เป็นแผนการที่ยุติธรรมที่สุดแล้ว พวกเราทุกคนยินดีสนับสนุน ใครก็ตามที่คัดค้านถือเป็นการต่อต้านพวกเราทุกคน”



แผนการนี้ถือว่ายุติธรรมมาก ถึงแม้ว่ากัปตันหลายคนจะเป็นคนแรกที่ได้ทำภารกิจสำเร็จ แต่สิทธิพิเศษแค่นี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร



“เนื่องจากไม่มีใครคัดค้าน งั้นก็เอาตามนี้ กัปตันหลิวจะเป็นคนแรก และเราจะจับฉลากเมื่อถึงตาสมาชิกคนอื่นๆ ในทีม” จางเจียงเฉียวมองทุกคนด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้ความพยายามเล็กๆ น้อยๆ นี้คุ้มค่าแล้ว



เมื่อเวลาผ่านไป และทุกคนทำภารกิจสังหารไปหลายรอบแล้ว เมื่อไม่มีซอมบี้ในโรงงาน คนอื่นๆ ก็ต้องอยากซอมบี้ต่อไปเป็นธรรมชาติ เมื่อถึงเวลานั้น การจัดคนเพื่อล่อซอมบี้จึงเป็นเรื่องธรรมดา



หวังผิงอันก็ทำได้เพียงไหลตามน้ำไป ตอนนี้เขามีเพียงสกิลฮีลเท่านั้น และไม่สามารถต้านทานเหล่ากัปตันได้เลย เขาทำได้แค่ฝังความสงสัยไว้ในใจลึกๆ



อย่างไรก็ตาม เขาจะต้องระมัดระวังตัว ไม่สำคัญว่าเขาจะเข้าใจผิดหรือไม่ แค่เขาไม่ต้องพูดสิ่งที่คิดออกมาดังๆ ก็พอ



หวังผิงอันต้องการแก่นคริสตัลซอมบี้จำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงมารอที่บันไดด้วย



เมื่อมองไปที่ซอมบี้ที่ถูกขุดเอาแกนคริสตัลออกมาแล้ว เขาก็เกิดความคิดที่สมเหตุสมผลขึ้นมา



“กัปตัน การทิ้งศพซอมบี้อยู่ที่นี่ไม่ใช่ความคิดที่ดี เดี๋ยวผมจะย้ายศพพวกนี้ไปที่มุม แล้วกองรวมกัน ตอนที่เราฆ่าซอมบี้จะได้ไม่ส่งกลิ่นเหม็น”



หากเขาขุดแก่นคริสตัลจากซอมบี้เพียงสองสามตัว คนอื่นๆ ก็คงไม่คิดอะไรเลย แต่หากเขายังคงขุดต่อไป จะต้องมีคนสงสัยอย่างแน่นอน



กัปตันหลายคนมองดูศพนับสิบบนพื้น มันไม่ใช่ปัญหาหากตอนนี้มีศพอยู่ไม่มาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนศพก็จะต้องมากขึ้น “นายพูดดี แต่นายคงจะทำคนเดียวไม่ไหว เดี๋ยวเราจะหาคนมาช่วยเอง”



เมื่อคนอื่นๆ เห็นว่ามีคนพยายามประจบสอพลอเพิ่มอีกคนหนึ่ง พวกเขาก็รู้สึกอึดอัดราวกับกินแมลงวันเข้าไป คนที่ชอบเลียแข้งเลียขามีอยู่ทุกที่จริงๆ



แต่ก็พอจะเข้าใจได้ มันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองอย่างแน่นอน หากพยายามเอาใจกัปตันเหล่านี้ในอนาคต



สิ่งที่นำเสนอบนอินเทอร์เน็ตไม่ได้ช่วยอะไรมากนักกับสภาพแวดล้อมที่พวกเขาอยู่ สถานที่เหล่านั้นไม่ได้มีสภาพแวดล้อมแบบเดียวกับพวกเขา เพื่อให้ตัวเองได้รับผลประโยชน์มากขึ้น กัปตันเหล่านั้นจะต้องดูแลอารมณ์ความรู้สึกของคนในทีมอย่างแน่นอน



และที่นี่ไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนที่มีกำปั้นใหญ่กว่าจะทำเช่นนั้น



กัปตันทั้งเจ็ดเป็นคนกลุ่มแรกที่ตื่นขึ้น ดังนั้นพวกเขาคงเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนนับร้อย แม้ว่าากรวมมือกันจริงๆ คนที่เหลือจะไม่กลัว แต่ก็ยากจะทำเช่นนั้น เพราะทุกคนต่างคำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเอง



“ตกลง” หวังผิงอันพยักหน้าเห็นด้วย เขาเต็มใจที่จะให้ใครสักคนมาช่วยอย่างแน่นอน



เมื่อย้ายศพไปกองรวมกัน เขาก็จะสามารถขุดหาแก่นคริสตัลออกมาได้ง่ายขึ้นมาก เมื่อไม่ต้องทำในที่สาธารณะ และเขาก็มั่นใจว่าจะหาข้อแก้ตัวได้



จางเจียงเฉียวเรียกชายคนนั้นที่เก่งเรื่องการจัดการเรื่องต่างๆ คนๆ นั้นจะไม่มีวันปฏิเสธคำขอจากเขา



“อย่ากังวลเลย พี่จาง พวกผมสองคนจะคอยจัดการเรื่องศพเอง” ชายคนนั้นตบหน้าอกตัวเองและแสดงความมั่นใจโดยไม่ลังเลใดๆ บนใบหน้า



จางเจียงเฉียวคิดในใจว่า “ขอบคุณ พวกนายสองคนชื่ออะไรกันบ้างเหรอ”



“ผมชื่อเทียนเล่ย พี่จะเรียกผมว่าเสี่ยวเทียน หรือเสี่ยวเล่ยก็ได้” เทียนเล่ยเก่งมากในการรับมือกับผู้คน และสิ่งที่เขาพูดก็ทำให้จางเจียงเฉียวมีความสุข



“ผมชื่อหลี่เสี่ยวหมิง” หวังผิงอันไม่คิดจะบอกชื่อจริงของตัวเอง เขาจึงบอกชื่อปลอมที่เคยใช้ออกไป นี่คือประสบการณ์ที่เขาได้รับจากการอ่านนวนิยายในชีวิตก่อน



การเปิดเผยชื่อจริงมีแต่ความเสี่ยง เพราะไม่แน่ว่าในอนาคตสิ่งนี้นำปัญหาอะไรมาให้หรือเปล่า คนฉลาดไม่คิดจะทำเช่นนั้น การระมัดระวังตัวไว้ก่อนถือเป็นเรื่องดี



มีคนอยู่เป็นร้อยคน ไม่มีใครมาตรวจสอบอยู่แล้ว



ชื่อของเทียนเล่ย หลิวหลี่ และจางเจียงเฉียว ก็อาจไม่ใช่ชื่อจริงของพวกเขาเช่นกัน



“งั้นก็รบกวนพวกนายสองคนด้วย เพื่อตอบแทนเรื่องนี้ รับรองได้เลยว่าพวกนายจะได้ทำภารกิจสังหารก่อนคนอื่นๆ อย่างแน่นอน” จางเจียงเฉียวเชื่อว่าเขายังมีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ก้าวนำหน้าคนอื่นไปอย่างน้อยหนึ่งก้าวแล้ว และคนอื่นก็ไม่ควรคัดค้าน




ตอนก่อน

จบบทที่ ชื่อปลอม

ตอนถัดไป