เงินกองโต

ตอนที่ 10 เงินกองโต



ท้องฟ้าของอบิสเป็นสีเทามาโดยตลอด เวลาผ่านไปกว่าสิบชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่พวกเขาถูกเทเลพอร์ตมาที่นี่ และท้องฟ้าก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย



เมื่อทุกคนผลัดกันพักผ่อน หวังผิงอัน และเทียนเล่ยก็ต้องผลัดกันพักผ่อนเช่นเดียวกัน



หวังผิงอันสามารถใช้โพชั่นเพื่อพื้นพลังกายได้ชั่วขณะหนึ่ง แต่คงใช้ได้เพียงสักวันหรือสองวันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถทำเช่นนี้ต่อไปเป็นเวลานานนับเดือนได้



เพราะหากเขาไม่นอนพักผ่อนเลย แล้วยังดูมีเรี่ยวแรง คนอื่นๆ ก็อาจสงสัย และคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ



จริงๆ แล้ว เขาอยากดูว่าแก่นคริสตัลจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หลังจากซอมบี้ตายไปหลายชั่วโมงแล้ว



ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เขาก็จะมีทางเลือกมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ และแข่งกับเวลาเหมือนในวันนี้



“เฮ้เพื่อน ทำไมนายไม่ไปนอนที่อื่นล่ะ กลิ่นตัวนายเหม็นจนคนอื่นนอนไม่หลับ ทำไมไม่ไปนอนข้างๆ เพื่อนของนายคนนั้นล่ะ”



ทันทีที่หวังผิงอันเดินเข้ามา ก็มีบางคนเริ่มไม่ชอบกลิ่นที่ติดอยู่บนตัวของเขา



เขารู้ว่าคนเหล่านี้กำลังพูดถึงใคร มีเพียงเขา และเทียนเล่ยเท่านั้นที่กลิ่นติดตัวแบบเดียวกัน ตอนแรก เขาขอให้เทียนเล่ยมาพักผ่อนก่อน แล้วค่อยมานั่งแทนที่ในภายหลัง



หวังผิงอันไม่ได้รู้สึกอะไรกับกลิ่นบนร่างกายมากนัก ในชีวิตจริง เขาทำงานในร้านถอนขน และกลิ่นที่นั่นแรงกว่ากลิ่นซอมบี้เสียอีก เขาจึงคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแบบนี้มานานแล้ว



แต่เขาไม่คิดจะก่อปัญหา และมีเรื่องกับใคร วันนี้เขากำลังอารมณ์จึงเลือกที่จะปล่อยผ่าน “ไม่มีปัญหา ขอโทษที่รบกวน”



จากนั้นเขาก็เดินมายังที่แห่งหนึ่งห่างออกไปหลายเมตร เทียนเล่ยก็กำลังนอนหลับอย่างสบายอยู่ตรงนั้น



หวังผิงอันปลุกเขา เพราะถึงเวลาเปลี่ยนกะแล้ว



“เลยเวลาไปมากแล้ว นายควรมาปลุกให้เร็วกว่านี้” เทียนเล่ยมองไปที่เวลาที่กำลังนับถอยหลัง และพบว่าผ่านไปมากกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่ที่พวกเขาตกลงที่จะผลัดกันทำงาน



หวังผิงอันไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย เป็นเรื่องดีสำหรับเขาที่จะมีเวลาขึ้นในการขนศพ และขุดแก่นคริสตัล “ตอนนี้เราต่างลงเรือลำเดียวกันแล้ว ไม่ต้องไปสนใจเรื่องหยุมหยิมเช่นนั้นหรอก”



หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็เห็นกระดาษแข็งที่เทียนเล่ยเตรียมไว้ให้เป็นที่นอน “ขอบคุณ”



“ไม่เป็นไร แค่เรื่องเล็กน้อย นายควรรีบพักผ่อนซะ” เทียนเล่ยขยี้ตา เขายังคงง่วงอยู่เล็กน้อย



จริงๆ แล้วเขาไม่ได้นอนนานมากนัก ตอนแรกเขาจะได้นอนแค่สี่ชั่วโมงเท่านั้น แต่เพราะหวังผิงอัน เขาจึงนอนนานกว่าเดิมถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาคลายความเหนื่อยล้าจากเรื่องต่างๆ มากมายที่เจอในวันนี้



ในวันที่เขาถูกส่งตัวมาที่นี่ เขายังมีงานต้องทำในระหว่างวัน เขาจึงไม่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอในตอนกลางคืน และถูกเทเลพอร์ตเข้ามาในอบิส



ในความเป็นจริงแล้ว คนส่วนใหญ่ก็เหมือนกับเขา พวกเขาไม่ได้พักผ่อนเพียงพอเมื่อถูกเทเลพอร์ตลงสู่อบิส พวกเขาจึงต้องพยายามฝืนตัวเอง หากไม่อยากตายอยู่ที่นี่



“ได้”



หวังผิงอันปูกระดาษแข็งลงบนพื้นเพื่อ จากนั้นเขาก็มีเวลานับผลการเก็บเกี่ยวของวันนี้



เขาได้รับค่าประสบการณ์ประมาณ 300 แต้ม ซึ่งเป็นเพียงจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น โชคดีที่เขาได้รับเหรียญทองมากมายจากการขายแก่นคริสตัล ทำให้เขามีเหรียญทองอยู่ในมือหลายพันเหรียญ



“อยู่ที่นี่หนึ่งวันเทียบเท่ากับเวลาครึ่งเดือนในโลกความเป็นจริง เห็นได้ชัดว่าในอบิสเหมาะสำหรับการพัฒนามากกว่า”



หวังผิงอันหวังว่าจะทำได้ดีแบบนี้ทุกวัน หลังจากเดือนนี้ เขาจะมีเหรียญทองหลายแสนเหรียญเมื่อกลับสู่โลกความเป็นจริง



หลังจากนั้น เขาจะซื้อมอนสเตอร์ เพื่อเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์จำนวนหลายแสนแต้ม



หวังผิงอันเล่นเกมตำนานแห่งเมียร์มานานหลายปีจนเขารู้ว่าในการอัพเลเวลจาก 7 ไป 19 ต้องใช้ค่าประสบการณ์ไม่กี่แสนแต้มเท่านั้น



แต่เมื่อคิดถึงค่าประสบการณ์สิบเท่าตอนที่อัพเลเวลจาก 6 ไป 7 มันก็ยังเป็นข้อสรุปที่ยังไม่แน่นอน เขาจึงต้องเผื่อใจเอาไว้ก่อน



การซื้อมอนสเตอร์เพื่อฟาร์ม จะเป็นแหล่งค่าประสบการณ์หลักของเขา เขาไม่คิดจะเสี่ยงกับมอนสเตอร์ในอบิส เพราะความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องนั้นสูงเกินไป



แม้สภาพแวดล้อมที่เขาอยู่ตอนนี้จะถือว่าดี แต่ก็ไม่มีใครโชคดีไปตลอด ไม่งั้นก็คงไม่มีคนตายมากมายที่นี่หรอก



อีกอย่าง สถานการณ์ของเขาในตอนนี้ถือว่าค่อนข้างดี เขาจึงไม่จำเป็นต้องรีบเร่งเพื่อที่จะประสบความสำเร็จก่อนใคร เพราะนั่นจะเป็นการบอกคนอื่นให้รู้ว่ามีบางอย่างในตัวเขาที่พิเศษ



สำหรับอาชีพนักพรตเต๋า ในเลเวลแรกๆ ไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก มีเพียงหลังเลเวล 18 เท่านั้นที่จะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่



ในเวลานั้น ด้วยสกิลโจมตีระยะไกล เขาจะสามารถโจมตีซอมบี้ข้างนอกได้แม้ว่าเขาจะยืนอยู่ในโรงงานก็ตาม โดยไม่ต้องใช้หอกแทงพวกมันเหมือนที่คนอื่นๆ ทำในตอนนี้



หลังจากตัดสินใจเรื่องเกี่ยวกับอนาคตแล้ว หวังผิงอันก็หลบตาลง ตอนนี้เขาต้องพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อจะได้เก็บเกี่ยวแก่นคริสตัลเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้





“เสี่ยวหมิง นายตื่นเช้ามากเลย ไม่คิดจะนอนอีกสักหน่อยเหรอ” เทียนเล่ยมองไปที่หวังผิงอันออกมาเปลี่ยนกะ ทั้งๆ ที่เขาได้นอนเพียงสามชั่วโมงเท่านั้น



“ก่อนถูกเทเลพอร์ตมา ผมได้พักผ่อนเพียงพอแล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้ง่วงอะไรมากนัก” หวังผิงอันตื่นเช้าเพียงเพราะเขาเป็นกังวลเกี่ยวกับแก่นคริสตัล



เขานอนไม่ค่อยหลับ เมื่อมีเรื่องต้องคิดอยู่ในใจ



หากมีโอกาสได้รับค่าประสบการณ์นับพันในหนึ่งวัน และมันคงน่าเสียดายหากจะเสียไปแม้เพียงเล็กน้อย



เขาได้เดินทางข้ามมิติ และมีนิ้วทองคำ เขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ ไม่คิดจะเป็นคนไร้ประโยชน์เหมือนในชีวิตก่อน



เมื่อหวังผิงอันเห็นว่ามีศพซอมบี้หลายตัวกองอยู่บนพื้น เขาก็พูดกับเทียนเล่ยว่า “นายรีบไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวที่เหลือผมจะจัดการต่อเอง"



“ไม่ได้ ยังไม่ถึงสามชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ นั่นจะเป็นการเอาเปรียบนายเกินไป” แม้ว่าเทียนเล่ยจะชอบประจบประแจงคนอื่น แต่เขาจะไม่คิดจะเอาเปรียบใคร



ไม่มีความจำเป็นต้องปล่อยให้ผู้อื่นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เลย



เขาเคยต้องทนทุกข์ในเรื่องนี้มาก่อน และมีโอกาสที่จะหลบหนีจากสถานการณ์น่าอึดอัดใจนั้น แต่เพราะเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ในอดีต เขาจึงสะดุดล้มโดยคนที่เขาคิดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ต่อกัน และในท้ายที่สุด เขาก็ยังคงดิ้นรนอยู่ในหล่มโคลน



หลังจากนั้น เขาก็พิจารณาตัวเองอย่างจริงจัง และตัดสินใจไม่ทำให้ใครขุ่นเคืองด้วยเรื่องเล็กน้อย หากเขาจะทำให้ใครขุ่นเคือง เขาก็ต้องไร้ความปรานี และเหยียบย่ำคนๆ นั้นให้สิ้นซาก ไม่งั้น คนที่ซวยอาจเป็นตัวเขาเองได้



หวังผิงอันตื่นเช้าเพราะอยากรีบไปขุดแก่นคริสตัล เขาจึงไม่คิดจะยอมถอย “ไปเถอะ ไม่ว่ายังไงก็ถึงเวลาเปลี่ยนกะแล้ว หากนายอยากช่วยจริงๆ วันนี้ก็ทำงานให้หนักขึ้นก็พอ”



“ได้!” เมื่อเทียนเล่ยได้ยิน เขาก็หยุดโต้เถียงกับหวังผิงอัน เพราะถึงอย่างไร นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่



หวังผิงอันขนศพซอมบี้ไปที่ห้องสูบบุหรี่ ระหว่างที่เขานอน เทียนเล่ยก็ขยันขันแข็งไม่น้อย ทำให้มีศพอย่างน้อยสี่สิบหรือห้าสิบศพรอให้เขาขุดแก่นคริสตัลออกมา



แต่เขาก็รู้ดีว่าการในห้องสูบบุหรี่เป็นเวลานานจะมีโอกาสทำให้เกิดความสงสัย เขาจึงเลือกที่จะขุดแก่นคริสตัลเพียงไม่กี่ศพ แล้วออกไปขนศพต่อ ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา



หลังจากซอมบี้ตายไปหลายชั่วโมง แก่นคริสตัลก็เสื่อมสภาพลงไปบ้างแล้ว เมื่อขายให้กับไอเทมมอล ราคาก็ลดลงเหลือ 9 เหรียญทอง



มันยังอยู่ในขอบเขตที่เขายอมรับได้ เขาจึงเลือกที่จะขายโดยไม่ลังเล



เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่าจะขายได้ราคาน้อยลงเล็กน้อยทุกๆ สองหรือสามชั่วโมง ต่อให้เขานอนมากขึ้นหน่อยก็น่าจะไม่มีปัญหา เพราะอย่างมากราคาขายก็ลดลงเพื่อสองถึงสามเหรียญเท่านั้น



เมื่อจางเจียงเฉียวพบว่าหวังผิงอัน และเทียนเล่ยทุ่มเทมาก พวกเขาขนศพโดยไม่พร่ำบ่นสักคำ เขาก็คิดจะมอบอะไรให้ตอบแทน จะได้เป็นการซื้อใจ และช่วยให้ตนได้รับการสนับสนุนมากขึ้น



ถ้าจะนับจริงๆ แล้วผลงานของทั้งสองคนนี้คือ ผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แม้แต่กัปตันทีมยังเทียบไม่ได้เลย



แม้จะดูเหมือนว่าเหล่ากัปตันจะมีผลงานมากที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากลองนับดีๆ ดูแล้ว พวกเขาไม่ได้มีผลงานใดๆ เลย พวกเขาเป็นเพียงกลุ่มแรกที่ตื่นขึ้นมา และมีพลังมากกว่าคนอื่นๆ ก็เท่านั้น



ในบรรดากัปตันทั้งเจ็ดคน มีเพียงเขา และหลิวหลี่ที่พอมีผลงานให้เห็นอยู่บ้าง เขาได้ลองเสี่ยงออกไปตรวจสอบชั้นบนและล่างด้วยตัวคนเดียว ส่วนหลิวหลี่เป็นคนซื้อหอกที่ใช้ในการฆ่าซอมบี้



ส่วนกัปตันอีกห้าคนที่เหลือ พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากชื่นชมความพยายามของทุกคน



กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากอีกห้าคนที่เหลือไม่ได้แข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ พวกเขาก็อาจจะแย่กว่าเทียนเล่ย และหลี่เสี่ยวหมิงเสียอีก เพราะอย่างน้อยสองคนนี้ก็ไม่นินทา และพยายามหาโอกาสซ้ำเติมเขา




ตอนก่อน

จบบทที่ เงินกองโต

ตอนถัดไป