ลำดับความสำคัญ

ตอนที่ 13 ลำดับความสำคัญ



ปกติแล้วไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ แล้วใครกันที่กำลังคอยสอดส่องเขาอยู่?



เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่าง หวังผิงอันจึงไม่ขุดแก่นคริสตัลออกมา เขาทิ้งศพซอมบี้ทั้งสองเอาไว้ และเดินออกจากห้องสูบบุหรี่ เพราะกังวลว่าจะมีใครรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่



ด้วยผู้คนมากมายที่อยู่รอบๆ ตัว อาจมีบางคนเห็นเขากำลังขุดแก่นคริสตัลในห้องสูบบุหรี่โดยบังเอิญ และอาจจะมาขุดแก่นคริสตัลเหล่านี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นก็เป็นได้



แต่เมื่อเขาเดินออกห่างจากห้องสูบบุหรี่ไปไม่ไกล ความรู้สึกว่าถูกสอดส่องของหวังผิงอันก็หายไป “แปลกจัง เกิดอะไรขึ้น?”



เขาไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วคิดว่ามีคนมาเหลือบมองเขาโดยบังเอิญ



แต่เมื่อเขาขนศพซอมบี้เข้าไปในห้องสูบบุหรี่อีกครั้ง ความรู้สึกเหมือนโดนสอดส่องก็หวนกลับคืนมา



คราวนี้เขายืนอยู่ใกล้กำแพงข้างประตู ดังนั้นจึงไม่น่าจะมองเห็นได้จากภายนอกห้องได้ เว้นแต่ว่าดวงตาของพวกเขาจะยืดออก ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางมองเห็น



“เกิดอะไรขึ้น” หวังผิงอันระงับความรู้สึกกังวลในใจ แก่นคริสตัลยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้สำหรับเขา



เขาหยิบมีดสั้นออกมา แทงเข้าไปที่หน้าผากของซอมบี้ ด้วยการสะบัดเบาๆ ก็สามารถขุดเอาหยิบแก่นคริสตัลออกมาได้



หวังผิงอันเก็บแก่นคริสตัลสองก้อนที่เพิ่งขุดออกมา แล้วเดินไปหาซอมบี้อีกสองตัวที่ถูกขนเข้ามาก่อนหน้านี้ เมื่อเขาแทงมีดลงไป เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะเขาไม่อาจรู้สึกได้ถึงร่องรอยของแก่นคริสตัลที่ควรจะมีอยู่ตรงไหน



เขาขุดแก่นคริสตัลจากซอมบี้มามากกว่าหนึ่งพันตัว เขาจึงสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าซอมบี้ตัวนั้นมีแก่นคริสตัลอยู่หรือไม่ นี่แสดงว่าจู่ๆ แก่นคริสตัลในหัวของซอมบี้ตัวนี้ได้หายไป



เพื่อความมั่นใจ หวังผิงอันใช้มีดสั้นผ่าหัวซอมบี้ และแก่นคริสตัลข้างในก็หายไปจริงๆ เหลือเพียงช่องเปล่าๆ



“มีคนมาเอาแก่นคริสตัลไปหรือเกิดจากเหตุผลอื่น” หวังผิงอันปฏิเสธความคิดที่ว่ามีบางคนมาเอามันไป เขาใช้เวลาไม่นานในการเดินไปกลับ ถ้าคนๆ นั้นไม่ได้เชี่ยวชาญพอๆ กับเขา ก็ไม่มีทางที่จะหนีไปได้เร็วถึงขนาดนี้



อีกอย่าง ความรู้สึกถูกสอดส่องยังคงอยู่ และเขารู้ทันทีว่านั่นนี่อาจเป็นสาเหตุ สิ่งที่แอบดูเขาอยู่คือ ผู้ร้ายตัวจริง



เนื่องจากมันไม่ได้โจมตีเขา หวังผิงอันจึงผ่าหัวซอมบี้อีกสองตัวอย่างกล้าหาญ แก่นคริสตัลในหัวของซอมบี้ที่ถูกฆ่า หลังจากที่เขาเข้านอนเมื่อวานหายไปจนหมด



“ใครเป็นคนทำ และทำแบบนี้ไปทำไม?” หวังผิงอันรู้สึกวิตกกังวล เพราะรู้ว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาใหญ่



เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ แก่นคริสตัลเหล่านี้ล้วนเป็นเงินในกระเป๋าของเขา แล้วเขาจะปล่อยให้คนอื่นชิงมันไปได้ยังไง



“เสี่ยวหมิง นายมาทำอะไรที่นี่” เทียนเล่ยรอเขาอยู่ที่บันไดเป็นเวลานาน แต่ไม่มีใครกลับมา ดังนั้นเขาจึงวิ่งมารพร้อมกับขนศพอีกสองศพมาด้วย



หวังผิงอันบอกเขาถึงสิ่งที่เขาค้นพบ และถามว่า “นายไม่รู้สึกเหมือนถูกสอดส่องบ้างเหรอ เหมือนมีใครมองเราอยู่”



เทียนเล่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ส่ายหัวแล้วพูดว่า “อืม ไม่เห็นรู้สึกเลย นายคงพักผ่อนไม่พอมากกว่า และเกิดอาการประสาทหลอน บอกแล้วว่าใครพักผ่อนให้มากกว่านี้ นายก็ไม่เชื่อ”



หวังผิงอันจะพักผ่อนไม่เพียงพอได้อย่างไรหลังจากดื่มโพชั่น เขาจึงรู้สาเหตุได้ในทันที



นี่น่าจะเป็นเพราะมีค่าพลังเวทที่คนอื่นๆ ไม่มี เขาจึงสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนี้ รับรู้ได้ว่ามีใครมองอยู่ “น่าจะไม่ใช่เพราะพักผ่อนไม่พอ แต่น่าจะมีใครบางอย่างแอบดูเราจากในกองศพจริงๆ”



“เฮ้ อย่าทำให้กลัวสิเพื่อน” เทียนเล่ยพูด แต่เขาดูไม่ได้หวาดกลัวเลย



ที่อยู่ในห้องนี้มีเพียงศพซอมบี้ จะมีสิ่งอื่นอยู่ข้างในได้อย่างไร?



หากซอมบี้ยังมีชีวิตอยู่ พวกมันก็น่าจะคลานออกมาจากกองศพ และโจมตีพวกเขาแล้ว



ซอมบี้พวกนั้นโง่เกินไป ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการซ่อนหมายถึงอะไร



เมื่อหวังผิงอันเห็นว่าเทียนเล่ยไม่เชื่อ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดว่า “ไปหากัปตันจางกันเถอะ ผมเชื่อว่าตัวเองไม่ได้คิดไปเอง เราต้องเตรียมพร้อมรับมือหากมีบางสิ่งซ่อนอยู่ในกองศพจริงๆ”



เขาไม่ได้พูดถึงแก่นคริสตัลซอมบี้ ใครจะขุดสิ่งนั้นขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผลล่ะ? มันคงอธิบายได้ จึงเป็นเรื่องยากถ้าเขาพูดถึงมัน ดังนั้น จะดีกว่าถ้าบอกว่ามันเป็นสัมผัสที่หก



“ได้ ไปกันเถอะ!” เมื่อเห็นว่าหวังผิงอันจริงจังแค่ไหน เทียนเล่ยก็จริงจังกับเรื่องนี้เช่นกัน เขาไม่คิดว่าจะมีใครมาล้อเล่นกับเรื่องสำคัญเช่นนี้



ก็เหมือนที่หวังผิงอันพูดไว้ ถ้าหากว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่ที่นี้จริงๆ ผู้คนนับร้อยก็อาจต้องตายอยู่ที่นี่กันหมด



เมื่อเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่เข้ามาในอบิส แล้วได้มีจุดเริ่มต้นที่ดีเช่นนี้ ในช่วงสามวันนับตั้งแต่พวกเขาก้าวเข้ามา ไม่มีใครเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากจริงๆ



ตราบใดที่เครื่องจักรเหล่านั้นยังคงปกป้องพวกเขาได้ พวกเขาก็สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกนาน เพราะเมื่อซอมบี้แห่งอบิสตายไป พวกมันบางส่วนก็จะเกิดใหม่ในเดือนหน้า



ตราบใดที่พวกเขายังอยู่ที่นี่ พวกเขาก็สามารถทำภารกิจหลักได้สำเร็จในทุกๆ เดือน



เทียนเล่ยไม่อยากให้เกิดปัญหาใดๆ กับที่นี่อย่างแน่นอน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิต และอนาคตของตัวเขาเอง “ถ้าอย่างนั้น ผมจะไปหาพี่จางเอง ส่วนนายรออยู่ที่นี่และคอยดู เราต้องยืนยันก่อนว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า แล้วค่อยแจ้งให้คนอื่นๆ ทราบ”



หวังผิงอันพยักหน้า และกล่าวว่า “งั้นรีบไปเถอะ แล้วรีบกลับมาเร็วๆ ด้วย ผมจะเฝ้าอยู่ที่นี่”



หลังผ่านไประยะหนึ่ง



จางเจียงเฉียว และเทียนเล่ยก็มาที่ห้องสูบบุหรี่ เขาไม่เคยมาที่นี่มาก่อน และแทบจะหมดสติเพราะกลิ่นที่กระแทกหน้า มันเหมือนกับห้องส้วมเลย



จางเจียงเฉียวก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็ว และไม่อยากเข้าไปในห้องสูบบุหรี่อีก เขาโบกมือให้หวังผิงอันออกมา “เสี่ยวหมิง ผมได้ยินมาจากเทียนเล่ยว่านายมีประสาทสัมผัสที่เฉียบแหลม นายรู้สึกว่ามีอะไรซ่อนอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ”



หวังผิงอันพยักหน้า และกล่าวว่า “ใช่ มันเพิ่งเป็นวันนี้เอง ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ผมรู้สึกเหมือนมีคนคอยจ้องมองอยู่ หลังยืนยันเรื่องนี้หลายครั้ง น่าจะบางสิ่งซ่อนอยู่ในกองศพ”



จางเจียงเฉียวไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากได้ยินเรื่องนี้ เขาพยายามสัมผัสดูอย่างระมัดระวัง และไม่รู้สึกว่าถูกสอดส่องเลยขณะที่ยืนอยู่หน้าห้อง



สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกทำอะไรไม่ถูก เขาไม่คุ้นเคยกับหวังผิงอันมากนัก และไม่รู้ว่าควรจะเชื่อสิ่งที่อีกฝ่ายพูดหรือไม่



ด้วยค่าพลังกาย 8 จุดของเขา เขาแทบไม่รู้สึกอะไรเลย แล้วหลี่เสี่ยวหมิงจะรู้สึกได้อย่างไร?



สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ มีศพจำนวนมากเกินไปที่กองรวมกันอยู่ในห้องสูบบุหรี่ จะไม่เป็นไรหากสิ่งนั้นซ่อนอยู่รอบนอก หลี่เสี่ยวหมิง และเทียนเล่ยสามารถตรวจสอบได้ในเวลาอันสั้น แต่หากสิ่งนั้นซ่อนอยู่ชั้นในสุด พวกมันจะต้องขนศพออกมา ซึ่งไม่ใช่งานที่คนเพียงสองคนสามารถทำได้ จึงต้องเรียกให้คนอื่นๆ มาช่วย



ถ้ามีอะไรอยู่ซ่อนข้างในก็คงดี แต่ถ้าไม่มี เมื่อเขาเรียกคนอื่นมา เขาก็จะเสียชื่อเสียง



“นายแน่ใจใช่มั้ยว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในนั้นจริงๆ” จางเจียงเฉียวถามอีกครั้ง เขาค่อนข้างลังเลใจ และแทบจะไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เลย เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของตัวเอง



หวังผิงอันกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ผมยินดีที่จะใช้ภารกิจสังหารในอนาคตทั้งหมดเป็นหลักประกัน ถ้าไม่มีซ่อนอยู่ ผมจะไม่เข้าร่วมภารกิจสังหารอีกต่อไป”



ตอนนี้เขาไม่กังวลเรื่องภารกิจสังหารมากนัก และความสูญเสียก็ไม่มากมายอะไร



แต่ถ้าเขาไม่พบสิ่งที่ซ่อนอยู่ในห้องสูบบุหรี่ ความสูญเสียของเขาจะเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ



เขาต้องนอนหลับพักผ่อนประมาณสามหรือสี่ชั่วโมงต่อวัน ต่อในระหว่างเวลานั้น คนอื่นจะสามารถฆ่าซอมบี้ได้หลายร้อยตัว นั่นหมายถึงแก่นคริสตัลจำนวนมาก จึงเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ เขาจึงรู้ชัดเจนว่าอะไรสำคัญกว่ากัน



ภารกิจสังหารใช้รอบละวันครึ่ง และให้ค่าประสบการณ์เพียงไม่กี่ร้อยแต้ม แม้ว่าจะมีรางวัลเป็นเหรียญดำ แต่ตราบใดที่เลเวลเพิ่มขึ้น เขาสามารถหาทางชดเชยได้ในภายหลัง



ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ซ่อนอยู่ในนี้ยังถือเป็นภัยคุกคามต่อทุกคนอีกด้วย แม้ว่าจะยังไม่ปรากฏออกมาและถือว่ามีภัยคุกคามต่ำ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากมันดูดซับแก่นคริสตัลได้มากพอ และวิวัฒนาการ




ตอนก่อน

จบบทที่ ลำดับความสำคัญ

ตอนถัดไป