ค่าความชำนาญ

ตอนที่ 18 ค่าความชำนาญ



เมื่อลองคิดดู หวังผิงอันก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย เนื่องจากหนังสือทักษะสามารถเปลี่ยนกฎได้ ทำไมอุปกรณ์ถึงทำแบบเดียวกันไม่ได้



เขาจึงต้องขายอุปกรณ์ที่ไม่ตรงสายหลายชิ้นไปก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นความสูญเสียไม่น้อย



น่าเสียดายที่ระบบของเขาไม่ฉลาดเลย เขาเคยถามคำถามเกี่ยวกับหลายๆ สิ่ง แต่ระบบก็ไม่เคยตอบคำถามแม้แต่ข้อเดียว และให้คำตอบในช่วงเวลาสำคัญเท่านั้น



ตัวอย่างเช่น ข้อความแจ้งเตือนที่เกี่ยวกับแก่นคริสตัลซอมบี้ และข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับหนังสือสกิลในตอนนี้



โดยปกติ ยกเว้นตอนที่เขาได้รับค่าประสบการณ์หรือไอเทอม และได้รับการแจ้งเตือน เวลาที่เหลือก็เหมือนกับว่าระบบไม่มีอยู่จริง



ซอมบี้ดรอปโพชั่น 3 ขวดเป็นโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตระดับกลางหนึ่งขวด และเป็นโพชั่นฟื้นฟูมานาระดับกลาง 2 ขวด



มอนสเตอร์ที่เขาฆ่าไปก่อนหน้านี้ล้วนเป็นเรคแคท โพชั่นที่ดรอปมาจึงมีปริมาณเล็กน้อย ซึ่งเหมาะกับเลเวลของเขาในตอนนั้น



ต่างซอมบี้ที่มีเลเวลสูงกว่า ของดรอปจึงดีกว่าด้วย



โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตระดับกลางแต่ละขวดสามารถฟื้นฟูค่าพลังชีวิตได้ 50 หน่วย ซึ่งถือว่าดีกว่าโพชั่นระดับต่ำมาก ตอนนี้เขาอยู่ที่เลเวล 12 และมีค่าพลังชีวิต 60 หน่วยเท่านั้น หากต้องการใช้ให้คุ้มก็ต้องตอนที่พลังชีวิตเหลือ 10 หน่วย แต่นั่นเป็นความเสี่ยงที่มากเกินไป



ส่วนโพชั่นฟื้นฟูมานาระดับกลาง การใช้ตอนนี้ยิ่งสิ้นเปลืองกว่าเดิม เพราะขวดหนึ่งฟื้นฟูมานาได้ 80 หน่วย แต่ความจุมานาของเขาในตอนนี้มีเพียง 53 หน่วยเท่านั้น เมื่อดื่มก็จะเสียไปเปล่าๆ ถึงหนึ่งในสาม



หวังผิงอันจึงไม่คิดจะใช้โพชั่นระดับกลางในตอนนี้ เขาจะรอจนกว่าจะเลเวลสูงกว่านี้ก่อน โลกความเป็นจริงไม่ใช่เกม ไอเทมทุกชิ้นล้วนมีค่า การซื้อโพชั่นเหล่านี้จากไอเทมก็ต้องเสียเงินไม่น้อย



นอกจากโพชั่นสองสามขวดที่ซื้อจากไอเทมมอลเมื่อตอนแรกๆ แล้ว โพชั่นที่เขาใช้ในภายหลังล้วนเป็นของที่ดรอปจากเรคแคท เขาจึงมีโพชั่นอีกมากกว่าสิบขวดอยู่ในช่องเก็บของ ซึ่งสามารถใช้ได้อีกนาน



หวังผิงอันปีนขึ้นไปบนเครื่องจักรอีกครั้ง แล้วซื้อซอมบี้จากไอเทมมอล “ขออย่าให้เป็นซอมบี้ไฟฟ้าหรือซอมบี้พิษเลย”



ตอนนี้เขาอยู่บนเครื่องจักร และไม่มีที่ให้วิ่งหนี เขาจึงกลัวมากหากต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่โจมตีระยะไกลได้



แต่สิ่งที่เขากลัวก็กลายเป็นจริง เมื่อมองไปที่ซอมบี้ตัวดำขลับที่อยู่ด้านล่าง หวังผิงอันรู้ว่านั่นจะต้องเป็นซอมบี้พิษอย่างแน่นอน



เมื่อก่อนตอนที่เขาเล่นเกม และเลเวลยังต่ำอยู่ เขากลัวมอนสเตอร์ตัวนี้มาก มีหลายครั้งที่เขาตายอนาถเมื่อเผชิญหน้ากับมัน และตอนนี้ในโลกความเป็นจริง เขาก็ยิ่งกลัวซอมบี้พิษมากยิ่งขึ้น เพราะมันโจมตีระยะไกลได้



ถ้าเขาตายตอนนี้ ก็คงไม่ยุติธรรมเลย



เมื่อซอมบี้พิษเห็นหวังผิงอันอยู่บนเครื่องจักร มันก็ส่งเสียงกรีดร้องเพื่อประกาศศักดา และพ่นพิษไปทางเขา



แต่พิษนั้นลอยอยู่ได้ไม่นาน ก็ร่วงและขยายตัวกินพื้นที่บนพื้น



“หะ” หวังผิงอันมองดูพิษที่ถูกพ่นออกมา และประหลาดใจเล็กน้อย



จากนั้น เขาก็จำได้ว่าในเกม การโจมตีของซอมบี้พิษก็คือ การสร้างสระพิษสี่ขนาดช่องบนพื้น ซึ่งอยู่ไม่นานก็หายไป



“ฮ่าๆๆ อย่างงี้ก็หวานหมูเลยสิ”



ตอนนี้เขาอยู่บนเครื่องจักร ไม่ได้ยืนอยู่บนพื้น ดังนั้นซอมบี้พิษจึงไม่น่าจะโจมตีใส่เขาได้ นี่เป็นข้อได้เปรียบที่เห็นได้อย่างชัดเจน



หลังจากสระพิษก่อตัว แต่มีควันสีเขียวพวยพุ่งออกมา และเห็นได้ชัดว่าพิษนั้นมีฤทธิ์กัดกร่อน



ไม่มีผลแบบนั้นในเกม ปกติแล้วเป็นการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น



แม้หวังผิงอันจะไม่รู้ว่าพิษจะส่งผลอย่างไรถูกตัว แต่เขาไม่อยากลองด้วยตัวเอง



เนื่องจากซอมบี้พิษไม่สามารถโจมตีโดนตัวเขาได้ หวังผิงอันจึงรีบฆ่ามัน จากนั้น เขาก็ต้องเสียใจเล็กน้อยที่มันไม่ได้ฟื้นคืนชีพ



ในเกมมีซอมบี้หลายประเภทที่จะไม่มีสกิลฟื้นคืนชีพ หนึ่งในนั้นคือ ซอมบี้พิษ และอีกประเภทหนึ่งก็คือ ซอมบี้ไฟฟ้า



ส่วนซอมบี้ประเภทอื่นๆ ล้วนมีโอกาสฟื้นคืนชีพได้ในระดับหนึ่ง



หวังผิงอันยังคงอยากจะซื้อซอมบี้ประเภทอื่นๆ อีกหลายตัว แต่เมื่อเขาซื้อไปแล้ว ไอเทมมอลจะมอบซอมบี้ให้เขาแบบสุ่ม เขาจึงไม่สามารถควบคุมมันได้



“มีหนังสือสกิลอีกเล่มดรอปด้วย ถ้ามันเป็นสกิลที่เกี่ยวกับพิษหรือพลังวิญญาณก็คงจะดีมาก” หวังผิงอันกระโดดลงจากเครื่องจักร โดยหวังว่ามันจะเป็นหนังสือสกิลที่เขาต้องการ



[ ได้รับ: ยันต์เพลิงวิญญาณ ]



“…” เมื่อมองไปที่ข้อความแจ้งเตือนตรงหน้า หวังผิงอันก็พูดไม่ออก



แม้ว่าหนังสือสกิลเล่มนี้จะดีมาก แต่เขาก็ยังใช้มันไม่ได้อีกสักพัก นี่คือหนังสือสกิลระดับ 18 ของนักพรตเต๋า และตัวเขาในตอนนี้ยังห่างไกลจากเลเวล 18 มาก



โลกความเป็นจริงไม่ใช่เกม ไม่มีมอนสเตอร์ให้เขาฆ่ามากนัก และต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการเพิ่มเลเวล



แต่หวังผิงอันก็ไม่ได้ท้อถอย สกิลพลังวิญญาณ และสกิลพิษถือเป็นสกิลระดับเริ่มต้น ของนักพรตเต๋า หนังสือสกิลเหล่านี้จะต้องดรอปอย่างแน่นอน หากเขาฆ่าซอมบี้เพิ่มอีกสักสองสามตัว





จากนั้นหวังผิงอันก็ใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนเพื่อฟาร์มมอนสเตอร์ เมื่อเขามาถึงเลเวล 14 หนังสือสกิลระดับเริ่มต้นสำหรับอาชีพทั้งสามก็ดรอปออกมาเป็นจำนวนหนึ่ง แต่ทั้งหมดเป็นหนังสือสกิลระดับต่ำ มีเพียงยันต์เพลิงวิญญาณเท่านั้นที่ถือเป็นสกิลระดับสูง



แค่เฉพาะหนังสือสกิลบอลไฟของนักเวทย์ เขาก็มีเก็บอยู่ในช่องเก็บของมากถึง 4 เล่มแล้ว และยังมีหนังสือสกิลระดับ 7 อีกสองหรือสามเล่มของอีกสองอาชีพด้วย



หนังสือสกิลไม่สามารถซ้อนทับกันได้เหมือนโพชั่น แต่ละเล่มจึงกินพื้นที่หนึ่งช่อง



ตอนนี้ช่องเก็บของเขามีพื้นที่เพียง 40 ช่อง ไก่ย่างครอบครอง 1 ช่อง โพชั่นครอบครอง 4 ช่อง ส่วนอาวุธ และอุปกรณ์ก็ครอบครองไปอีก 2 - 3 ช่อง ส่วนที่เหลือทั้งหมดถูกครอบครองโดยหนังสือสกิลระดับต่ำเหล่านั้น ทำให้เหลือช่องว่างอีกเพียง 4 ช่องเท่านั้น



เขาได้ฆ่าซอมบี้ไปนับร้อยตัวแล้ว แต่ก็ได้รับหนังสือสกิลเพียงไม่กี่เล่มเท่านั้น เขาจึงคิดว่าอัตราดรอปน่าจะต่ำกว่าในเกม และโอกาสที่จะดรอปได้หนังสือสกิลระดับสูงก็ต่ำลงไปอีก



โชคดีที่เขายังได้รับหนังสือสกิลพลังวิญญาณ และสกิลพิษที่ต้องการมาในที่สุด



หวังผิงอันมองดูเหรียญทองในมือ และพบว่าเหลืออยู่เพียง 7,000 เหรียญเท่านั้น ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณสกิลฟื้นคืนชีพของซอมบี้ ไม่เช่นนั้นเหรียญของเขาก็คงจะไม่เหลือมากนักในตอนท้าย



โดยพื้นฐานแล้ว ซอมบี้สามในสี่ตัวมีสกิลฟื้นคืนชีพ ซึ่งทำให้เขาประหยัดเงินที่ต้องจ่ายออกไปได้มากเลยทีเดียว



ในอนาคต เขาวางแผนที่จะซื้อเฉพาะมอนสเตอร์ประเภทซอมบี้เท่านั้น เนื่องจากมอนสเตอร์ประเภทนี้คุ้มทุนกว่ามอนสเตอร์ประเภทอื่นๆ ทำให้เขาสามารถประหยัดต้นทุนได้มากถึงหนึ่งในสี่



เมื่อเขาเปิดแผงสเตตัส เขาก็ได้เห็นว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นอีกนิดหน่อย



[ ชื่อ : หวังผิงอัน ]



[ พลังกาย : 6 + 2 ]



[ พลังเวท : … + 3 ]



อาชีพนักพรตเต๋าเป็นอาชีพที่พิเศษมาก ไม่เพียงแต่เพิ่มค่าพลังกายเท่านั้น แต่ยังเพิ่มค่าพลังเวทอีกด้วย ซึ่งส่งผลให้ร่างกาย และจิตใจของเขาแข็งแกร่งขึ้นไปพร้อมๆ กัน



สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือหนังสือสกิล ‘พลังวิญญาณ’ สามารถช่วยเพิ่มค่าพลังเวทได้อีกต่อหนึ่ง



โลกความเป็นจริงนั้นต่างจากในเกม ความสามารถของสกิลถูกปรับเปลี่ยน ตอนที่ระบบแจ้งเตือนว่ามันจะเปลี่ยนเป็นช่วยเพิ่มค่าพลังเวทนั้น เขารู้สึกมีความสุขมากจริงๆ



หวังผิงอันจำได้ว่าในเกม สกิลนี้จะเพิ่มพลังกายทั้งหมด 8 จุด เมื่อถึงระดับสูงสุด ดังนั้น ตอนนี้เมื่อถึงระดับสูงสุด มันจะเพิ่มค่าพลังเวทมากถึง 8 จุดด้วยหรือเปล่า



หากเป็นเช่นนั้นจริง เขาจะสามารถยกระดับพลังเวทของเขาให้เทียบเท่าได้กับนักเวทย์ระดับสองโดยไม่ต้องเปลี่ยนอาชีพเลย



ค่าพลังเวทของนักเวทย์ระดับหนึ่งอยู่ที่ 1 ถึง 10 จุด ตอนนี้ เขาจะมีค่าพลังเวทอยู่แล้ว 3 จุด หากสกิลพลังวิญญาณสามารถช่วยเพิ่มได้อีก 7 จุด เขาก็จะไปถึงขีดจำกัดของนักเวทย์ระดับหนึ่งที่ 10 จุดได้อย่างง่ายดาย



เมื่อเลเวลของเขาสูงขึ้น ค่าพลังเวทของเขาก็จะเพิ่มขึ้นตาม เมื่อถึงตอนนี้การมีค่าพลังเวทเกินกว่า 10 จุดก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร



ข้อเสียเพียงประการเดียวคือ สกิลพลังวิญญาณนั้นต้องใช้ค่าความชำนาญสูงกว่าเป็นสิบเท่าเมื่อเทียบกับสกิลฮีล



การยกระดับสกิลฮีลต้องใช้ค่าความชำนาญเพียง 1,000 แต้มเท่านั้น แต่การยกระดับสกิลพลังวิญญาณต้องใช้ค่าความชำนาญมากถึง 10,000 แต้ม



ต่อให้เขาฆ่ามอนสเตอร์ตลอดทั้งวันทั้งคืน ค่าความชำนาญของเขาก็เพิ่มขึ้นมาเพียง 20 กว่าแต้มเท่านั้น



ในเกม ค่าความชำนาญสามารถเพิ่มขึ้นได้โดยการฆ่ามอนสเตอร์ด้วยอาวุธ ในโลกความเป็นจริง สกิลนั้นต้องถูกนำมาใช้ ค่าความชำนาญจึงจะเพิ่มขึ้น



ในตอนแรกๆ เขาไม่รู้ว่าจะจะยกระดับสกิลฮีลยังไง จนกระทั่งภายหลัง เนื่องจากเขาไม่ได้พักผ่อนเป็นเวลานาน และร่ายสกิลฮีลกับตัวเอง เขาจึงได้ค้นพบความจริงข้อนี้




ตอนก่อน

จบบทที่ ค่าความชำนาญ

ตอนถัดไป