เปิดฉากสังหาร
ตอนที่ 51 เปิดฉากสังหาร
ในช่วงเวลาหลายวันต่อมา ไม่มีอะไรมารบกวนหวังผิงอัน และวันที่ 10 มกราคมก็มาถึงในไม่ช้า
ธุรกิจในช่วงหลายวันที่ผ่านมานั้นค่อนข้างดี แต่ในช่วงสองวันก่อนถึงวันตรุษจีน ธุรกิจของพวกเรากลับตกต่ำลงอย่างคาดไม่ถึง หวังผิงอัน และเหล่าจางนั่งอยู่ข้างเตาผิงโดยไม่ได้ทำอะไรเลยจนแทบจะเป็นหวัด
ขณะนั้น เหล่าจางหยิบซองแดงออกมาแล้วพูดว่า “เสี่ยวหวัง พรุ่งนี้เราคงไม่ได้พบกัน เอาไป สุขสันต์วันตรุษจีน”
หวังผิงอันรับซองแดงด้วยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า ไม่มีใครปฏิเสธอั่งเปาในช่วงตรุษจีน
“ขอบคุณเถ้าแก่ ผมก็ขอให้คุณ และครอบครัวมีความสุขในปีนี้ล่วงหน้า”
ถัดไปคือ วันหยุดสิบวัน และถึงเวลาที่เขาต้องจัดการกับเรื่องของบริษัทเงินกู้
เรื่องนี้ล่าช้ามาเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว ดังนั้น จึงยังคงเป็นอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่
“งั้นวันนี้ก็ปิดร้านกันเถอะ เอาของไปเก็บแล้วกลับบ้านได้เลย... หรือจะมาฉลองวันตรุษจีนที่บ้านของลุงก็ได้ นายอยู่คนเดียวคงจะเงียบเหงาเกินไป”
เหล่าจางเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะค่อนข้างงกเรื่องเงินเดือน แต่ด้านอื่นๆ เขาก็ค่อนข้างมีน้ำใจ
หวังผิงอันยังมีธุระที่ต้องไปทำ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะกลับไปกับเหล่าเพื่อฉลองวันตรุษจีน “ไม่เป็นไรเถ้าแก่ เดี๋ยวผมต้องไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่นั่นมีคนเยอะมาก ไม่มีทางเงียบเหงาอย่างแน่นอน”
เหล่าจางพยักหน้า การไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าย่อมมีชีวิตชีวากว่าบ้านของเขา ดังนั้นเขาไม่คิดจะโน้มน้าวหวังผิงอันอีก
เมื่อคนสองคนช่วยกันเก็บกวาด พวกเขาก็ปิดร้านได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังต้องเสียเวลามากกว่าครึ่งชั่วโมงในการทำความสะอาด เนื่องจากเลือดนั้นล้างออกได้ยาก และต้องใช้แปรงขัด
“เถ้าแก่ ผมไปก่อนนะ” ทั้งสองเดินออกจากตลาดเกษตรกร และหวังผิงอันก็พูดขึ้นก่อน
“อย่าลืมมาทำงานวันที่ 21 ด้วยล่ะ!” เหล่าจางเตือนหวังผิงอันอีกครั้งก่อนออกเดินทาง เขาเป็นห่วงว่าอีกฝ่ายจะสนุกสนานจนลืมเวลา
หวังผิงอันก็ให้คำรับรอง “เถ้าแก่ คุณไม่ต้องกังวล ผมจะไม่ลืมอย่างแน่นอน”
หลังจากที่เขาพูดจบ เขาคิดกับตัวเองในใจว่า ‘เว้นแต่เขาจะตายไปซะก่อน’
การลงมือบริษัทเงินกู้มีความเสี่ยงอย่างแน่นอน แม้จะไม่มาก แต่ก็ยังคาดเดาอะไรไม่ได้
…
หวังผิงอันไม่ได้กลับไปที่บ้านเช่าหลังเดิมของเขา เขาไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่นั่นเป็นอย่างไร จึงนั่งแท็กซี่ไปที่บริษัทเงินกู้โดยตรง
เขาปลอมตัวโดยสวมหมวกเบสบอล พันผ้าพันคอปิดปากและจมูก และสวมแว่นสายตาเพื่อปกปิดใบหน้าทั้งหมดอย่างแน่นหนา
หากคนที่เห็นไม่ได้คุ้นเคยกับเขามากนัก ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจดจำเขาได้
แน่นอนว่าคนของบริษัทเงินกู้คงจำเขาไม่ได้ ทั้งสองพบกันตอนที่เขายืมเงิน และผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนแล้ว หากพวกเขายังจำได้ ก็บอกได้เพียงว่าเขาคงจะโชคร้ายมากจริงๆ
หวังผิงอันจ่ายค่าโดยสารแล้วรู้สึกเสียใจอยู่พักหนึ่ง ค่าโดยสารเกินหนึ่งร้อยหยวน ถือเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลย และทำให้เงินได้ยืมจากอันธพาลสามคนนั้นหมดไป
โชคดีที่โทรศัพท์เครื่องนั้นขายได้ในราคาเกินพันหยวน เขาจึงยังมีเงินประมาณสองพันหยวนอยู่ในมือ
ทันทีที่ลงจากรถ หวังผิงอันก็เห็นป้ายของบริษัทเงินกู้ พวกเขาน่าจะกำลังรอกลับบ้านเพื่อฉลองปีใหม่ ถึงได้มีคนมากมายมารวมตัวกันอยู่ที่ชั้นล่าง
“บอสสามคนเหรอ?” หวังผิงอันจำได้ว่าเมื่อเจ้าของร่างเดิมถูกฆ่า ดูเหมือนว่าจะมีบริษัทนี้มีบอสเพียงสองคน และทั้งสองยังทะเลาะกันเรื่องสถานะผู้ถูกเลือกของเขาด้วย
แต่ไม่เป็นไร ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาทุกคนก็ต้องตายอยู่ดี โชคดีที่เหล่าจางปิดร้านเร็ว ไม่งั้นหากเขามาถึงที่นี่ในตอนเย็นๆ คนเหล่านี้ก็อาจจะแยกย้ายกันไปแล้ว เมื่อถึงตอนนั้น เขาก็พลาดโอกาสครั้งสำคัญ
หวังผิงอันจำหน้าหลายคนในนั้นได้ พวกเขาคือคนที่ลากเจ้าของร่างเดิมขึ้นรถตู้
เขาแอบอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนน และได้ยินเสียงบางอย่างซึ่งดูเหมือนว่าจะเกี่ยวกับการทำให้บริษัทเติบโต และแข็งแกร่งขึ้นในปีหน้า
เมื่อได้ยิน หวังผิงอันก็หัวเราะเบาๆ น่าเสียดายที่พวกเขาจะไม่มีโอกาสนั้น ทุกอย่างจะต้องจบลงวันนี้
แต่ตอนนี้ เขาต้องคิดก่อนว่าจะจัดการกับคนพวกนี้ยังไง เขาไม่สามารถออกไปฆ่าทุกคนต่อหน้าคนจำนวนมากได้
หากหวางกู่ไปถึงระดับสอง เขาก็อาจจะสามารถทำเช่นนี้ได้ แต่ตอนนี้เป็นมันอยู่ระดับหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นลืมไปได้เลย
หากเขาไปยั่วยุคนจากกรมตำรวจ เขาจะไม่สามารถหลบหนีไปได้อย่างแน่นอน หากมีตายมากกว่าสิบคนในคราวเดียว พวกเขาก็ไม่มีทางนิ่งเฉย
แต่ถ้าเป็นนักเวทย์ระดับสอง พวกเขาก็ต้องชั่งน้ำหนักดูว่าคุ้มมั้ยที่จะทำให้นักเวทย์ที่ทรงพลังไม่พอใจเพราะคนจากบริษัทเงินกู้
หลังจากคิดสักพัก หวังผิงอันก็หาหนทางได้ เขาไม่จำเป็นต้องปรากฏตัว และสามารถปล่อยให้หวางกู่ลงมือแทนได้ หากพวกเขาอยู่แยกกัน ก็ไม่มีทางที่คนอื่นๆ จะรู้ว่าเขาเป็นใคร
หวางกู่สามารถฟื้นคืนชีพได้เรื่อยๆ มันจึงน่าจะจบงานได้ด้วยตัวคนเดียว เขาจึงไม่จำเป็นต้องปรากฏตัว
เมื่อตัดสินใจแล้ว หวังผิงอันก็รีบไปหาที่ซ่อนที่รัดกุมว่าเดิม
ตราบใดที่ไม่มีเบาะแส ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะใครค้นพบว่าเขาเป็นตัวการ เพราะอย่างไรเสีย คนที่ทำก็คือหวางกู่
ตอนนี้เขาเพียงหวังว่าการประชุมของคนเหล่านั้นจะนานขึ้นกว่านี้อีกนิด เพื่อที่เขาจะได้มีเวลาหาที่ซ่อน
มีอาคารหลังหนึ่งอยู่ข้างๆ เขา หวังผิงอันจึงรีบขึ้นบันไดไป และไปจนถึงชั้นบนสุด หลังจากแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้ว เขาก็เรียกหวางกู่ออกมา
แกร็ก แกร็ก
หวังผิงอันเพิกเฉยต่อสิ่งที่มันพูด และออกคำสั่ง “หวางกู่ นายเห็นคนพวกนั้นที่อยู่ข้างล่างมั้ย หลังจากฉันออกจากอาคารหลังนี้แล้ว ให้นายลงไปฆ่าพวกเขาให้หมดทุกคน”
แกร็ก แกร็ก
“เดี๋ยวไว้ค่อยอธิบายให้ฟังทีหลัง จำหน้าพวกเขาเอาไว้ นายต้องฆ่าพวกเขาทุกคน อย่าปล่อยให้ใครหนีรอดออกไปได้ หลังเสร็จงาน นายก็ไปให้ใครสักคนฆ่า อย่ากลับมาหาฉันไม่งั้นจะเป็นปัญหาใหญ่เอาได้”
แกร็ก แกร็ก
หลังจากหวังผิงอันแน่ใจว่าหวางกู่จำหน้าคนเหล่านั้นได้แล้ว เขาก็รีบวิ่งลงบันได
การที่หวางกู่ปรากฏตัวจากที่นี่ มันจะเป็นเบาะแส ถ้าเขาอยู่ต่อจะต้องถูกค้นพบอย่างแน่นอน เขาจึงต้องรีบแยกตัวออกไปก่อนที่จะมีใครจับความเชื่อมโยงได้
หวังผิงอันไม่ได้ชักช้า เพราะเขาไม่ทราบว่าคนพวกนั้นจะประชุมกันจบเมื่อใด
เขารีบวิ่งลงไปตามบันไดของอาคารแล้วค่อยๆ ออกจากบริเวณแถวๆ นั้น ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โชคดีที่ในโลกนี้ตามเมืองต่างๆ ไม่ค่อยมีกล้องวงจรปิด ไม่เช่นนั้นเขาจะยังคงถูกสงสัย และข้อมูลของเขาจะถูกตรวจสอบได้ในเวลาสั้นๆ
ไม่นานหลังจากที่เขาจากไป หวางกู่ก็รีบวิ่งลงมาจากที่ชั้นล่างเช่นกัน ด้วยความแข็งแกร่ง และความคล่องแคล่วของมัน มันเข้ามาประชิดตัวก่อนที่คนเหล่านั้นจะทันได้มีเวลาเตรียมตัว
หลายคนมองเห็นเพียงร่างคนสวมแจ็คเก็ตหนังวิ่งเข้ามาหาพวกเขา จากนั้น ก็ฆ่าทุกคนที่พบเห็น
“ปกป้องคุณชายซูเร็วเข้า” สิ่งแรกที่เฉินซง หนึ่งในบอสของบริษัทเงินกู้คิดคือ ปกป้องคนสำคัญที่มาหาพวกเขาในวันนี้
ก่อนหน้านี้ เขาได้ชิงสถานะผู้ถูกเลือกจากชายคนหนึ่งมา หลังเข้าสู่โลกซอมบี้ เขาก็ได้เข้าใกล้คุณชายซู ซึ่งเป็นลูกของฮันเตอร์
ด้วยความโชคดีเช่นนี้ เขาก็เริ่มจินตนาการถึงอนาคตที่สดใสของตัวเอง
เมื่อคุณชายซูมาเยือนเมืองหยู่ เขาก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ค่อยเลี้ยงดูปูเสื่อทุกอย่าง
วันนี้ที่พวกเขามารวมตัวกันก็เพื่อจะพาคุณชายผู้นี้ไปทำอะไรที่น่าตื่นเต้น และสนุกเพื่อเป็นการฉลองวันตรุษจีน
บริษัทกู้เงินที่เขา และเพื่อนๆ เปิดถูกเจ้าหน้าที่จากกรมตำรวจปรับเงินหลายครั้งเนื่องมาจากการทวงหนี้ที่รุนแรง
แต่เนื่องจากเขาได้พบกับคุณชายซู เขาจึงกลายเป็นเพื่อนกับหัวหน้าทีมต่างๆ ในกรม ในช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมา พวกเขายังได้รับประทานอาหารร่วมกันอยู่หลายครั้ง
แต่แล้วอุบัติเหตุก็เกิดขึ้น ชายคนหนึ่งสวมแจ็กเก็ตหนัง... ไม่สิ โครงกระดูกวิ่งเข้ามา และฆ่าคนแบบไม่เลือกหน้า