แหวนวิเศษ
ตอนที่ 58 แหวนวิเศษ
ในระหว่างที่เรียกหวางกู่ หวังผิงอันก็ใช้สกิลพิษเพื่อวางยาพิษหมูป่าขาวด้วยพิษธรรมดา
ด้วยความรวดเร็วของการเสียเลือดเพียงเล็กน้อยทุกๆ 3 - 4 วินาที หมูป่าขาวจึงถูกฆ่าตายในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อเช้า เขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกใครค้นพบ
ในช่วงเวลานั้น มันยังช่วยทุบหวางกู่ด้วยความโกรธ ซึ่งถือว่าสมบูรณ์แบบมากที่สามารถฆ่ามอนสเตอร์ และพัฒนาสกิลไปได้พร้อมๆ กัน
เวลาผ่านไปทีละน้อย และเมื่อท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีซีด หมูป่าขาวก็ถึงจุดจบของชีวิต
“หนังสือสกิล!” หวังผิงอันมองดูสิ่งของต่างๆ ที่วางอยู่บนก้นอ่าง และสิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือหนังสือสกิล
หากเป็นหนังสือสกิล ‘เรียกสัตว์เทพ’ เขาก็ไม่จำเป็นต้องออกไปเสียเวลาฟาร์มหาหนังสือสกิลเล่มนั้นอีกต่อไป และสามารถนำเวลาที่เหลือไปซื้อซอมบี้เพื่อเก็บเลเวลได้
สำหรับนักพรตเต๋า อสูรอัญเชิญที่ถูกเรียกออกมาถือเป็นกำลังรบหลัก ซึ่งแข็งแกร่งกว่าตัวเขามาก
“ได้โปรด ขอให้ได้ทีเถิด!”
หวังผิงอันรู้ว่าหมูป่าขาวจะปล่อยหนังสือสกิลระดับ 35 ออกมา สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือหนังสือสกิลสำหรับอาชีพของตัวเอง แต่เขาก็ไม่ได้มีความหวังอะไรมากนัก
หวังผิงอันรีบปีนลงมาที่ก้นอ่างเก็บน้ำ และหยิบหนังสือสกิลขึ้นมาโดยไม่ได้มองคถาที่วางอยู่ข้างๆ เลย
[ ได้รับหนังสือสกิลโล่วิญญาณ ]
“เฮ้อ” เมื่อเห็นชื่อของหนังสือสกิล ความตื่นเต้นของหวังผิงอันก็เหมือนถูกถังน้ำเย็นราดใส่
[ สกิล : โล่วิญญาณ ]
[ ประเภท : ศาสตร์ลับของนักพรตเต๋า ]
[ ข้อกำหนด : เลเวล 22 ]
[ คำอธิบาย : ใช้ยันต์เป็นสื่อกลางหลอมรวมกับพลังเวท เพิ่มความต้านทานเวทตามระดับของสกิล ระยะเวลาเริ่มต้นคือ 10 นาที ทุกค่าพลังเวทเพิ่มระยะเวลา 1 นาที ทุกระดับสกิลเพิ่มระยะเวลาอีก 1 นาที ]
เมื่อมองไปที่คำอธิบายตรงหน้า ยกเว้นแต่ระยะเวลาที่แตกต่างจากเกม ทุกอย่างก็เหมือนเดิมทุกประการ
หวังผิงอันเก็บหนังสือสกิลเข้าไปในช่องเก็บของ อย่างน้อยเป็นหนังสือสกิลที่ตรงอาชีพ
นี่เป็นหนังสือสกิลเล่มที่สองที่เขาได้รับที่เกินกว่าระดับ 20 มันทำให้เขารู้ว่าโอกาสที่ซอมบี้แห่งอบิสจะดรอปหนังสือสกิลระดับสูงนั้นต่ำมาก
เขาต้องฆ่าซอมบี้ไปมากมาย กว่าจะได้หนังสือสกิล ‘ลอบสังหาร’ ระดับ 25 มาเล่มหนึ่ง
ด้วยซอมบี้นับพันตัว ถ้าอัตราดรอปเหมือนมอนสเตอร์ที่ซื้อผ่านไอเทมมอล หนังสือสกิลทั้งหมดที่ต่ำกว่าระดับ 26 คงมีอยู่อย่างเกลื่อนกลาด
น่าเสียดายที่เรื่องดีๆ แบบนั้นไม่มีอยู่จริง
หวังผิงอันมองดูสิ่งของอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโพชั่น และมีอุปกรณ์เพียงสามชิ้นคือ คถา ชุดคลุม และรองเท้าระดับ 19
เขาได้รองเท้าแบบเดียวกันนี้มาแล้ว ดังนั้น อันนี้จึงต้องเก็บให้มันจมฝุ่นในช่องเก็บของ
ส่วนอุปกรณ์อีกสองชิ้นที่เหลือได้เนื่องจากข้อกำหนดด้านเลเวลสูงเกินไป เขาจึงยังไม่อาจสวมใส่ได้
อุปกรณ์ไม่เหมือนหนังสือสกิลที่สามารถเปลี่ยนกฎ และนำมาใช้ได้ ซึ่งทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยดีเมื่อเห็นสิ่งใดเหล่านี้กินพื้นที่ส่วนใหญ่ในช่องเก็บของ
หวังผิงอันไม่รู้ว่าในอนาคตเขาจะสามารถสวมใส่อุปกรณ์ที่ไม่ตรงสายด้วยการเปลี่ยนกฎได้หรือเปล่า ถ้าไม่ เขาก็ต้องเลือกทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็นจริงๆ เมื่อถึงเวลา
หนังสือสกิลก็เหมือนกัน ตอนที่อยู่ในโลกซอมบี้ มันก็ดรอปมาจากมอนสเตอร์ที่เขาซื้อหลายเล่ม ทำให้กินพื้นที่ในช่องเก็บของเป็นจำนวนมาก
เขาคิดจะเก็บบางเล่มไว้รอตอนที่มีเหรียญทองพอจะเปลี่ยนกฎ แต่ก็มีอีกหลายเล่มที่ไม่รู้ว่าควรจะจัดการยังไง
หวังผิงอันจึงอยากให้ไอเทมมอลซื้อหนังสือสกิลเหล่านี้กลับคืนไป แม้ว่าจะแลกมาด้วยเหรียญทองเพียงเหรียญเดียวก็ตาม
เมื่อปีนขึ้นไปบนอ่างเก็บน้ำ หวังผิงอันก็เก็บกิ่งไม้แห้งมากองรวมกัน จุดไฟ และอุ่นอาหารที่เขาเอามาด้วย เขาครุ่นคิดสักครู่ แล้วหยิบไก่ย่างครึ่งตัวออกมาจากช่องเก็บของ
หลังจากกินจนอิ่มแล้ว หวังผิงอันก็ซ่อนตัวอยู่ในเต็นท์ เขาแทบจะแข็งตายในคืนนั้น แต่เป็นเพราะว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้น จึงพอทนรับไหว
…
หวังผิงอันอยู่ที่นี่อีกสี่วัน และในที่สุดก็พัฒนาสกิล ‘เรียกโครงกระดูก’ และ ‘พลังวิญญาณ’ ไปถึงระดับหนึ่งได้สำเร็จ
เนื่องจากพลังวิญญาณเป็นสกิลระดับ 9 ค่าความชำนาญที่ต้องใช้จึงน้อยกว่า หลังมาถึงระดับหนึ่ง มันก็ยังเหลือค่าความชำนาญอีกประมาณพันกว่าแต้ม
หวังผิงอันจำได้ว่าในเกมเมื่อเขามาถึงเลเวล 19 มันก็จะไปถึงระดับ 3 โดยอัตโนมัติ แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาสกิล ตอนนี้มันยังคงอยู่ที่ระดับหนึ่ง
เมื่อสกิลพลังวิญญาณของเขาอยู่ที่ระดับหนึ่ง ค่าพลังเวทของเขาก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้เขามีค่าพลังเวทอยู่ที่ 4 จุด เกือบจะถึงครึ่งหนึ่งของนักเวทย์ระดับหนึ่งแล้ว
หวังผิงอันรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่หนังสือสกิลในอบิสมอล สามารถเรียนรู้ได้หลังจากเปลี่ยนอาชีพเท่านั้น ไม่งั้น เขาคงอยากเรียนรู้สกิลลอยตัว และสกิลบิน
ด้วยสกิลทั้งสอง เขาก็ไม่จำเป็นต้องนั่งรถเพื่อเดินทางไปไหนมาไหนอีกต่อไป
เขามีเหรียญดำ และตราสังหารเพียงพอ แต่เพราะเขายังไม่ได้เปลี่ยนอาชีพ เขาทำได้แต่มอง แต่ไม่อาจแตะต้องหนังสือสกิลทั้งสองเล่มนั้นได้
หลังจากอยู่ที่นี่มานานถึงห้า เขาก็ควรกลับไปได้แล้ว เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับเขาอีกต่อไป
หลังจากเก็บเต็นท์ เขาพบว่าหลังอยู่บนภูเขามาหลายวัน เขาก็ไม่พบว่าจะมีใครมาที่นี่เลย หากเขารู้เรื่องนี้ เขาคงได้ฝึกสกิลตลอดทั้งวัน จะได้ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่นานถึงขนาดนี้
ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาเสียใจคือ หลังจากฆ่าหมูป่าขาวไปห้าตัว พวกมันแทบจะไม่ดรอปหนังสือสกิล ส่วนใหญ่ดรอปแค่โพชั่นกับอุปกรณ์ระดับต่ำเท่านั้น
นั่นทำให้หวังผิงอันยังค้นพบว่าอัตราการดรอปของมอนสเตอร์ในโลกความเป็นจริงต่ำกว่าในเกม เขาจึงไม่รู้ว่าเมื่อใดจะรวบรวมหนังสือสกิลของอาชีพนักพรตเต๋าได้ครบ
แต่เขายังมีเวลาอยู่ เลเวลของเขายังค่อนข้างต่ำ ดังนั้น หวังผิงอันจึงไม่ได้กังวลมากเกินไป
นี่ไม่ใช่เกมที่อาจมีคนมาแย่งฟาร์ม ตราบใดที่เขามีเหรียญทองเพียงพอ หลังฆ่ามอนสเตอร์ เขาก็คงจะได้รับหนังสือสกิลที่ต้องการในสักวันหนึ่ง
แต่ที่น่าปวดหัวก็คือ ราคาของมอนสเตอร์เหล่านั้นสูงเกินจริง ถ้าให้พูดตรงๆ มันไม่ต่างจากการโก่งราคา
ยกตัวอย่าง หมูป่าขาว การฆ่ามันจะได้ค่าประสบการณ์เพียงหนึ่งพันแต้มเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วต้องใช้เหรียญทองมากถึงสองพันเหรียญ ซึ่งมากเป็นสองเท่า
หากเป็นซอมบี้แห่งอบิส เมื่อลองเปรียบเทียบจำนวนซอมบี้ที่มีมูลค่าเท่ากับเหรียญทองสองพันเหรียญ จะมอบค่าประสบการณ์ให้ประมาณสามพันแต้ม ความแตกต่างเห็นได้อย่างชัดเจน
นี่ยังไม่รวมมอนสเตอร์ระดับบอสเหล่านั้น ที่ราคาต่ำสุดเริ่มที่ 10,000 เหรียญ
ส่วนบอสระดับอีลิท มีค่านับล้านเหรียญทอง เมื่อเห็นราคา เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจ ถึงแม้ว่าบอสเหล่านี้จะดรอปแหวนวิเศษ แต่ราคาก็ค่อนข้างแพงเกินไปหน่อย
เมื่อคิดถึงอัตราการดรอปของแหวนวิเศษในเกม เขาเป็นกังวลว่ามันอาจจะเป็นไปไม่ได้ที่จะดรอปสักวงต่อให้เขาฆ่าบอสเป็นร้อยตัวก็ตาม
หวังผิงอันยังคงต้องการแหวนล่องหน และแหวนคืนชีพ ด้วยแหวนล่องหน จะไม่มีอันตรายใดๆ กับตัวเขาในอบิส
น่าเสียดายที่เนื่องจากราคาของบอสเหล่านั้นแพงเกินไป เขาจึงไม่สามารถซื้อมันได้ในช่วงแรกๆ เพราะมันจะส่งผลต่อการพัฒนาเป็นอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากคุณเปลี่ยนอาชีพเป็นนักเวทย์ เขาจะสามารถหลบหนีได้ด้วยสกิลบิน ทำให้ความสำคัญของแหวนล่องหนลดลง
สำหรับแหวนคืนชีพนั้น มูลค่าของมันไม่ได้ลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้นหลายเท่า ท้ายที่สุดแล้ว แหวนวงนี้สามารถทำให้ผู้คนฟื้นคืนชีพกลับมาจากความตายได้ ดังนั้น มูลค่าของมันจึงไม่มีทางต่ำลง
แต่หวังผิงอันยังไม่รู้ว่าอัตราดรอปมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าใช้เหรียญทองที่หากยากในช่วงๆ ไปกับการเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูง
ถ้าของที่เขาต้องการไม่ดรอป และได้แต่ไอเทมขยะ มันทำให้ความเร็วในการพัฒนาของเขาช้าลง
เมื่อพิจารณาจากอัตราการดรอปไอเทมในปัจจุบัน การที่จะได้แหวนเหล่านั้นไม่ต่างจากเรื่องเพ้อฝัน ถ้าเขาไม่ลงทุนมากพอ ก็เหมือนกับเอาเงินโยนทิ้งน้ำ ไม่มีนักพนันคนไหนที่มีจุดจบที่ดี
ในชาติก่อน เขาเคยเห็นคนแบบนั้นมาก่อนในที่ทำงาน มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่ติดการพนันออนไลน์ เขายืมเงินจากคนอื่นๆ ไปทั่ว และแทบจะไม่มีเงินเหลือติดตัว
แม้จะยืมเงินแต่ละคนในจำนวนที่แตกต่างกัน แต่เขาก็ไม่เคยคืน เพราะเมื่อชนะ เขาก็อยากจะชนะมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อแพ้ เขาก็ไม่มีทางชดเชยเงินที่เสียไปได้
ผลก็คือ เขาไม่มีเงินเหลือไว้ใช้หนี้ และเขาก็เลิกเล่นพนันไม่ได้ ต่อให้ภายหลังอยากจะเลิกก็ตาม