แนวหน้าของศัตรู

ตอนที่ 135 แนวหน้าของศัตรู



หวังผิงอันไม่ได้มองดูมันนานนัก และด้วยตาเปล่า เขาก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีอะไรผิดปกติ



“เหมาเหมา นายโอเคมั้ย?” เมื่อเรียกเหมาเหมาออกมาจากมิติอัญเชิญอีกครั้ง เขาก็พบขนสีดำของมันยังไม่ได้เปลี่ยนกลับเป็นสีแดงเพลิง



“อัง~” ( ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีผลกระทบอะไรมากนักหรอก และหลังจากตายก็คงฟื้นตัวได้แล้ว จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ไม่จำเป็นต้องกังวล )



หวังผิงอันคาดไม่ถึงว่าอนุภาคปนเปื้อนจะทรงพลังถึงขนาดแม้แต่เหมาเหมาผู้มีสายเลือดสัตว์เทพก็ยังไม่สามารถปัดเป่าออกไปได้ โชคดีที่เขาไม่ได้ดูดซับอนุภาคอันตรายเหล่านั้นในช่วงแรกๆ เพื่อฟื้นฟูมานา แต่เลือกที่จะใช้โพชั่นแทน



“หากทนไม่ไหวแล้วก็ให้รีบบอกฉัน” หวังผิงอันยังคงกังวลเล็กน้อย และหวังเพียงว่าเหมาเหมาจะฟื้นตัวได้หลังจากฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้งหลังตายจริงๆ



“อัง~” ( อย่ากังวล ฉันรู้จักตัวเองดี )



หลังจากได้ยินคำยืนยันเสียงแข็ง หวังผิงอันก็เลือกจะไม่พูดอะไรอีก



เขาปล่อยให้เหมาเหมา และหวางกู่ฆ่าซอมบี้ต่อไป ส่วนตัวเองมุ่งค้นหาซอมบี้พลังจิต



ถ้าเขาปล่อยให้ซอมบี้พลังจิตวิวัฒนาการจนเสร็จสมบูรณ์ เขาคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องย้ายไปฟาร์มที่อื่นแทน



เมื่อถึงเวลานั้น แม้ว่าเขาจะฆ่าซอมบี้พลังจิตได้ มันก็สามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีกเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้ความเร็วในการสะสมเหรียญดำของเขาลดต่ำลง



โชคดีที่ตอนนี้เขาอยู่คนเดียว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของคนอื่นเหมือนคราวก่อน และสามารถแสดงฝีมือออกมาได้เต็มที่



แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายนั้นคือ ความเร็วในการขุดแก่นคริสตัลของเขาตามความเร็วใจการฆ่าของหวางกู่ และเหมาเหมาไม่ทัน ไม่เช่นนั้น ผลการเก็บเกี่ยวก็จะมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า



แต่จำนวนเหรียญดำที่ได้รับก็ถือว่าไม่น้อย ในเจ็ดหรือแปดชั่วโมงที่ผ่านมา เขาได้รับประมาณหนึ่งพันเหรียญ ส่วนสิบกว่าชั่วโมงที่เหลือจะต้องมากกว่านี้อย่างแน่นอน



ก่อนหน้านี้ เขาเสียเวลาไปมากกว่าหนึ่งชั่วโมงในการตามหาเฮ่อซิงเยว่ จากการคำนวณ เขาน่าจะมีรายได้อย่างน้อย 2,500 เหรียญต่อวัน ซึ่งถือว่ามากกว่าครั้งก่อนเสียอีก



ขณะที่หวังผิงอันกำลังขุดแก่นคริสตัล เขาก็ให้ความสนใจกับเหมาเหมาที่ถูกปนเปื้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ขนตามร่างกายของมันก็เริ่มมีสีเข้มมากขึ้นเรื่อยๆ



ตอนนี้ บอลไฟที่มันควบแน่นนั้นมีสีดำปะปนอยู่จางๆ และการควบคุมมันก็ไม่ง่ายเหมือนตอนแรก แต่ดูเหมือนว่าพลังของมันจะเพิ่มพูนขึ้นมาก



“เหมาเหมา ตอนนี้นายเป็นยังไงบ้าง?”



“อัง~” ( ตอนนี้ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ระดับการปนเปื้อนเข้าสู่จุดสมดุล และไม่ได้เพิ่มขึ้นอีก )



“งั้นก็ดี” หวังผิงอันทำได้เพียงเชื่อการตัดสินใจของมัน และหวังว่าจะเป็นจริงตามนั้น



ในสองชั่วโมงสุดท้ายของวัน หวังผิงอันไม่ได้ออกไปฆ่าซอมบี้หลังกินข้าวเย็นจนอิ่ม นี่เป็นเวลาของเขาสำหรับการฝึก และเขาไม่สามารถมองข้ามมันไปเพื่อเพิ่มเวลาขุดแก่นคริสตัลได้



“เหมาเหมา ทำไมนายถึงควบคุมบอลไฟได้พร้อมๆ กันมากถึงขนาดนั้น แม้แต่ตัวฉันที่มีพรสวรรค์ควบคุมพลังเวทก็ยังทำแบบนั้นไม่ได้เลย”



"อัง~" (เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับ 3 จะได้รับพรสวรรค์ ‘ภูมิปัญญา’ ทำให้สามารถรวมวงเวทเป็นหนึ่ง เมื่อถึงตอนนั้นนายก็จะทำได้เหมือนกัน )



เมื่อหวังผิงอันได้ยินว่าต้องไปถึงระดับสามก่อน เขาก็หยุดคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้น ต่อให้ทุ่มเทในการฝึกกว่าจะไปถึงระดับสามได้ก็ต้องใช้เวลานานกว่าครึ่งปี



ขณะนี้เขาสามารถปรับปรุงค่าพลังเวทได้ 1 จุดต่อ 40 วัน เมื่อหักลบกับเวลาหนึ่งเดือนของโลกความเป็นจริง และสองเดือนในโลกซอมบี้ เขาก็จะต้องใช้เวลา 9 เดือนกว่าจะไปถึงระดับสาม



แต่หากใช้โพชั่นเป็นตัวช่วย ก็จะไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นเช่นกัน





“ซอมบี้พลังจิตไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันเนี่ย?” หวังผิงอันได้ค้นหาสถานที่หลายแห่งในช่วงเวลาสิบวันที่ผ่านมา เขาไม่ได้ฆ่าซอมบี้ตัวใดเลยในช่วงสองวันมานี้ และบินไปรอบๆ เมืองชิงโจว และค้นหาทั่วทั้งเมือง แต่ก็ยังไม่ค้นพบร่องรอยของซอมบี้พลังจิต



เขายังไปเยี่ยมชมเขตอุตสาหกรรมอีกด้วย คนกลุ่มนั้นที่มีมากกว่า 60 คน ตอนนี้เหลือเพียง 40 กว่าคนเท่านั้น ส่วนจางเจียงเฉียว และหลิวหลี่ยังคงมีชีวิตอยู่ และสบายดี



หวังผิงอันค้นหาทั่วทั้งเมือง และคิดเสมอว่าซอมบี้พลังจิตจะต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งในเมือง แต่น่าเสียดายที่ต้องคว้าน้ำเหลว



“หรือมันจะอยู่เมืองอื่น?”



หลังจากซอมบี้พลังจิตวิวัฒนาการจนเสร็จสมบูรณ์ ซอมบี้ในเมืองใกล้เคียงหลายแห่งจะถูกควบคุมโดยมัน ทำให้เป็นภัยคุกคามอย่างรุนแรง และทุกคนที่อยู่ในระยะก็จะไม่มีที่ให้ซ่อน



เมื่อถึงเวลานั้น มันจะนำกองทัพซอมบี้เข้าล้อม และปราบปรามเหล่าผู้ถูกเลือก และฮันเตอร์อย่างแน่นอน



หวังผิงอันไม่ได้กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของตัวเอง แต่ภายใต้สมมติฐานที่ว่าอบิสมอลกำลังจะพังทลาย เขาก็ไม่ต้องการให้มีคนตายมากเกินไป



แม้เขาจะบอกไม่คิดจะช่วยโลก แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นแค่การพร่ำบ่นเท่านั้น เมื่อเขาไม่สามารถอาศัยอยู่ในอบิสได้ เขาก็ต้องพยายามหยุดยั้งการรุกรานของมันเท่าที่จะทำได้



บัดนี้ ความรู้สึกถึงอันตรายของเขาเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ รุนแรงยิ่งกว่าตอนที่ถูกซูหมิงหยวนซุ่มโจมตีเสียอีก แม้กระทั่งตอนที่เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ความรู้สึกในตอนนั้นก็ยังไม่รุนแรงถึงขนาดนี้



ตอนนั้นเขาเกือบตาย แต่ความรู้สึกตอนนี้แย่ยิ่งกว่าเสียอีก เมื่อเป็นแบบนี้ อันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาจะต้องน่ากลัวถึงขนาดไหนกัน



แม้ว่าซอมบี้พลังจิตจะวิวัฒนาการอย่างสมบูรณ์แล้วก็ตาม แต่มันก็ยังอยู่ในระดับสองเท่านั้น ต่อให้ซอมบี้ทุกตัวจากเมืองใกล้เคียงหลายๆ เมืองมารวมตัวกัน ก็ยังไม่น่าจะอันตรายถึงขนาดนี้



หลังจากผ่านไปอีกหลายวัน ความแข็งแกร่งของเหมาเหมากลับเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง แม้จะถูกปนเปื้อนก็ตาม และซอมบี้ระดับสองก็ไม่ใช่คู่มือของมันเลย



หลังจากพักผ่อนหนึ่งคืน หวังผิงอันก็บินออกจากเขตอุตสาหกรรม และมุ่งหน้าออกจากเมือง



เขาร่ายคาถาป้องกัน และคาถาล่องหนเตรียมไว้หลายครั้งในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขาจะไม่มีวันยอมให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นซ้ำสอง



ณ เวลานี้ ความรู้สึกถึงอันตรายรุนแรงถึงขีดสุด เขาจึงต้องแน่ใจว่าตนเองจะอยู่ในสภาพที่พร้อมสู้อยู่ตลอดเวลา





“แกว๊ก แกว๊ก แกว๊ก~”



ในระยะตรวจจับของญาณเวท ซอมบี้บินฝูงใหญ่ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้าเบื้องหน้า และภาพของพวกมันดูคล้ายกับเทอโรซอร์ที่น่าสูญพันธุ์ไปแล้ว



มันยังคล้ายกับมังกรซอมบี้ในเกมเรซิเดนต์ อีวิลเวอร์ชั่นก่อนๆ อยู่บ้าง แต่พวกมันมีสองขา ไม่เหมือนกับมังกรซอมบี้ที่อลิซฆ่าไป ซึ่งมีขาเพียงข้างเดียว



“ฝูงซอมบี้กลายพันธุ์?” เมื่อมองไปที่ซอมบี้บินที่มีปีกกว้างมากกว่า 30 เมตร และในที่สุดเขาก็ระบุต้นตอของอันตรายได้ น่าจะเป็นเพราะสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากพวกมัน



“ปรากฏว่าไม่ได้เกี่ยวกับซอมบี้พลังจิต แต่เกิดจากการอพยพของซอมบี้พวกนี้ ดูเหมือนเมืองชิงโจวจะอยู่ในเส้นทางอพยพของพวกมันพอดี”



แต่ไม่นาน ความคิดนั้นก็ต้องถูกปัดตก เพราะเมื่อซอมบี้บินเข้ามาใกล้ พวกมันก็ไม่ได้บินผ่านไปอย่างที่เขาคิดเอาไว้ แต่กลับบินวนอยู่กลางอากาศ เหมือนกำลังมองหาตัวเขาอยู่



“พวกมันมาหาฉันเหรอ?” หวังผิงอันลองบินไปด้านข้าง และพบว่าซอมบี้บินเหล่านั้นก็เปลี่ยนทิศทางอย่างช้าๆ เช่นกัน “พวกมันตรงมาหาฉันจริงๆ”



เนื่องจากเขาได้ยืนยันแล้วว่าซอมบี้บินเหล่านี้ไม่ได้อพยพ แต่มาที่นี่เพื่อจัดการกับเขา เขาก็เริ่มเปิดฉากโจมตีก่อน



แม้ว่าจะไม่รู้ว่าทำไมซอมบี้บินพวกนี้ถึงต้องการโจมตีเขา แต่เขาก็ต้องฆ่าพวกมันก่อนเพื่อจบปัญหา



ร่างของเหมาเหมาจู่ๆ ก็ใหญ่โตขึ้น และมันก็หลุดจากสถานะล่องหน



หลังจากมาถึงเลเวล 3 มันก็ขยายตัวได้มากถึง 20 เมตร ด้วยขนาดตัวอันใหญ่โต แรงกดดันที่แผ่ออกมาก็หนักหน่วงขึ้นหลายเท่า



“อัง~”



“แกว๊ก แกว๊ก แกว๊ก~”



เมื่อซอมบี้บินค้นพบเหมาเหมา พวกมันไม่ได้โจมตีทันที แต่ถอยกลับไปในระยะไกล น่าเสียดายที่เหมาเหมาไม่คิดจะปล่อยพวกมันไป พวกมันจึงถูกบังคับให้ต้องสู้กลับ



ซอมบี้บินบางตัวบินอยู่รอบๆ บางตัวก็เร่งความเร็ว จากนั้นหดปีก และพุ่งเข้าหามาเหมาเหมาเหมือนลูกธนูอันคมกริบ



ปัง ปัง ปัง



ซอมบี้เหล่านี้บินได้ด้วยความเร็วสูง ทำให้เกิดเสียงระเบิดเมื่อบินตัดอากาศ และเกิดเสียงดังก้องเมื่อปะทะกับร่างกายของเหมาเหมา




ตอนก่อน

จบบทที่ แนวหน้าของศัตรู

ตอนถัดไป