ออกล่า

ตอนที่ 170 ออกล่า



“ตอนนี้ พวกเธอรู้สึกยังไงบ้าง?” หวังผิงอันเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง



อาหยูกะพริบตา สีหน้าของเธอมีความรู้สึกประหลาดใจแฝงอยู่ “หนูรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองอบอุ่น ราวกับว่ามีพลังพลุ่งพล่าน”



อาหลานก็พยักหน้าเช่นกัน “หนูก็รู้สึกผ่อนคลายมากกว่าเดิมเยอะเลย”



หวังผิงอันยิ้มเล็กน้อย “ดีแล้ว นั่นเป็นอาการปกติ ผลึกชีวิตจะค่อยๆ ปรับปรุงค่าพลังกายของพวกเธอ อีกครึ่งก้อนไว้ค่อยทานหลังจากนี้อีกสักพักหนึ่ง รอให้พลังถูกดูดซับไปจนหมดก่อน”



อาซิ่วมองน้องสาวทั้งสองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโล่งใจ เธอจับมือหวังผิงอันเบาๆ และพูดเสียงกระซิบว่า “ผิงอัน ขอบคุณนะ”



“เธอก็ควรกินด้วย” หวังผิงอันหยิบผลึกชีวิตออกมาอีกก้อนแล้วส่งให้เธอ



สำหรับผลึกชีวิต เขาก็ได้กักตุนพวกมันเอาไว้ไม่น้อย แค่เสียไปไม่กี่ก้อนจึงไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร



หลังจากรับประทานจนอิ่มท้อง ทุกคนก็เก็บข้าวของของตัวเอง



หลังจากทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาสำหรับการฆ่าซอมบี้ และทำภารกิจ



“รับหอกกันไปคนละอัน ด้วยคาถาลอยตัว พวกนายจะสามารถโจมตีซอมบี้จากกลางอากาศได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ระวังด้วย อย่าประมาทเกินไปล่ะ”



ตอนแรกๆ หวังผิงอันให้พวกเขาฝึก และพยายามปรับตัวกันการเคลื่อนไหวกลางอากาศ หลังจากเห็นว่าทุกคนพร้อมแล้ว เขาก็ปล่อยให้พวกเขาได้ลองออกไปสู้



อาซิ่ว และน้องสาวทั้งสองของเธอก็จับกลุ่มกัน และลอยลงไปด้านล่าง



สำหรับซอมบี้ระดับสูง เพื่อความปลอดภัย หวังผิงอันได้ฆ่าพวกมันไปก่อนแล้วด้วยพลังของบอลไฟ และการตรวจจับจากญาณเวท



เมื่อมาถึงระดับสาม บอลไฟก็ดูเหมือนจะมีระบบนำทางเพื่อคอยมองหาซอมบี้ พวกมันไม่เคยโจมตีพลาดเป้าแม้แต่ครั้งเดียว



เมื่อฆ่าซอมบี้ระดับสูงจนหมด มีดสั้นจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งผ่านอาคาร ข้ามถนน และบินไปเป็นเวลาสองนาทีก่อนจะไปถึงจุดที่ซอมบี้เหล่านั้นตาย



ระหว่างนั้น หวังผิงอันก็รีบซื้อกระเป๋าเดินทางสองใบจากอบิสมอลเพื่อเก็บแก่นคริสตัลทุกก้อนที่ถูกขุดออกมา



สิ่งนี้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพในการขุดแก่นคริสตัลได้เป็นอย่างมาก เพราะไม่ต้องไปกลับบ่อยๆ การขุดจะถูกแบ่งเป็นรอบๆ แทน



ด้วยการเคี่ยวกรำจากอารมณ์เชิงลบ และหลังจากที่เขามาถึงระดับสาม ญาณเวทของเขาก็สามารถแพร่ไปไกลได้มากกว่า 30 กิโลเมตร



รวมถึงน้ำหนักของวัตถุที่เขาควบคุมได้ก็เพิ่มขึ้นกว่าเดิมจาก 5 กิโลกรัมต่อจุด เป็น 20 กิโลกรัมต่อจุด



ทำให้จำนวนมีดสั้นเพิ่มขึ้นมาก และต่อให้ขนกระเป๋าที่เต็มไปด้วยแก่นคริสตัล ความเร็วก็ยังไม่ตกลง



จากนั้น หวังผิงอันเรียกเหมาเหมา และตัวอื่นๆ ออกมา และขอให้พวกมันฆ่าซอมบี้ที่อยู่ห่างออกไปประมาณสิบกิโลเมตร หากเป็นตัวเขาที่ต้องลงมือเอง มันก็จะช้าเกินไป



อีกด้าน อาซิวและคนอื่นๆ ก็สามารถเอาชนะความกลัวได้แล้ว ด้วยคาถาลอยตัว พวกเขาแค่ต้องแทงหอกเข้าหาซอมบี้จากกลางอากาศ ทำให้ความเสี่ยงน้อยลงมาก



แต่หลายคนก็ยังไม่ค่อยชำนาญ ทำให้ความแม่นยำค่อนข้างต่ำ จึงต้องแทงหอกไปหลายครั้งกว่าจะฆ่าซอมบี้ได้สักตัว



ต่างจากถังกวงหมิง และเพื่อนๆ ของเขาที่เริ่มฝึกอัศวิน และฝึกฝนอาวุธแล้ว พวกเขาจึงฆ่าซอมบี้ได้เร็วกว่ามาก



ด้วยความเร็วเช่นนี้ คงใช้เวลาไม่เกินสองสามเดือนเพื่อให้เก็บเหรียญดำมากพอสำหรับเปลี่ยนอาชีพ



หวังผิงอันรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่พวกเขาไม่ได้อยู่ในช่วงฝึกสอน ไม่งั้นการพัฒนาก็จะเร็วขึ้นมาก และอาจใช้เวลาเพียงเดือนเดียวเท่านั้น



เขาเฝ้าดูเวลา และเมื่อผลของคาถาลอยตัวใกล้จะหมดลง เขาก็บอกให้คนอื่นๆ กลับเพื่อร่ายคาถาซ้ำ และปล่อยให้กระจายตัวกันออกไปอีกครั้ง



เมื่อมีคนเป็นจำนวนมาก ความเร็วในการฆ่าซอมบี้ก็ถือว่าเร็วเลยทีเดียว ในไม่ช้าซอมบี้ทั้งหมดบนถนนก็ถูกฆ่าตาย และหลายๆ คนก็มุ่งหน้าไปที่ถนนสายอื่นๆ



เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่ได้เข้าไปในอาคาร หวังผิงอันก็ควบแน่นบอลไฟ และพยายามฆ่าซอมบี้ทั้งหมดในอาคาร เพื่อจะได้ไม่มีซอมบี้แม้แต่ตัวเดียวที่เล็ดรอดไปได้



จากนั้น ก็ควบคุมมีดสั้นหลายๆ เล่มพร้อมๆ กัน พุ่งไปหาซากศพของซอมบี้เหล่านั้น เก็บเกี่ยวแก่นคริสตัลทุกก้อนกลับมา



ห่างออกไปสิบกิโลเมตร กระเป๋าเดินทางใบหนึ่งเต็มแล้ว หวังผิงอันจึงรีบเรียกมันกลับมา



เมื่อมองไปที่เหรียญทองที่เพิ่มขึ้น หวังผิงอันก็ถอนหายใจ และบอกว่าอาจต้องใช้เวลาสักพักก่อนที่จะมีเวลาได้ใช้งานพวกมันจริงๆ



ตอนนี้เขาต้องคอยอยู่ช่วยอาซิ่ว และคนอื่นๆ ก่อน จากนั้นก็ค่อยหาเวลาในภายหลัง



หลังจากไปถึงเลเวล 46 เขาก็จะสามารถสวมใส่อุปกรณ์ระดับตำนานใดก็ได้ที่ดรอปลงมา



น่าเสียดายที่ตอนนี้หลังจากเลเวลของเขาสูงขึ้น ค่าประสบการณ์ที่ซอมบี้มอบให้ก็ยิ่งลดลง คราวนี้มันลดค่อนข้างหนักเลยทีเดียว ซอมบี้ระดับศูนย์แต่ละตัวจะมอบค่าประสบการณ์เพียง 10 แต้มเท่านั้น ส่วนซอมบี้ที่มอบค่าประสบการณ์สูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 11 ถึง 12 แต้มเท่านั้น



แม้ว่าหวังผิงอันจะฆ่าซอมบี้ทั้งหมดในเมืองจิงหยาง เขาก็ได้รับค่าประสบการณ์เพียง 100 ล้านแต้มเท่านั้น และอย่างมากก็จะไปถึงเลเวล 45



จากการตรวจสอบ เมื่อนับรวมซอมบี้จากบริเวณรอบนอกมาถึงย่านใจกลางเมือง มีซอมบี้ประมาณ 10 ล้านตัว



และเมื่อมีผู้คนด้านล่างที่ฆ่าซอมบี้บางส่วน ค่าประสบการณ์ที่เขาได้รับก็จะน้อยลงไปอีก



หวังผิงอันจำได้ว่าในเกมนั้นจำเป็นต้องมีค่าประสบการณ์ 120 ล้านแต้มเพื่ออัพจากเลเวล 45 ไป 46 ถ้าคูณเป็นสิบเท่าก็จะเป็น 1.2 พันล้านแต้ม



เขาจึงต้องขุดแก่นคริสตัล และให้เหรียญทองคอยช่วย ไม่งั้นก็อาจจะใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะไปถึงเลเวล 46





“การฆ่าซอมบี้แบบนี้ปลอดภัยมากจริงๆ ป้าของฉันต้องทนทุกข์ทรมานมากตอนที่เธอยังเป็นผู้ถูกเลือก” หลานชายของนักบวชถังถอนหายใจหลังจากที่ฆ่าซอมบี้มาได้สักพัก



“ใช่ ถ้าเป็นแบบนี้อีกไม่นาน พวกเราก็ควรจะเปลี่ยนอาชีพ แล้วกลายเป็นฮันเตอร์ได้ ต้องขอบคุณพี่ผิงอันจริงๆ”



“ฉันทำภารกิจหลักเสร็จแล้ว พวกนายละเสร็จหรือยัง”



“เกือบแล้ว ซอมบี้พวกนี้ไม่ต่างจากเป้านิ่ง แปบเดียวก็ฆ่าได้แล้ว”



การฆ่าซอมบี้เป็นเรื่องน่าเบื่อ หลังจากที่ความแปลกใหม่หมดไป ผู้คนด้านล่างก็ค่อยๆ หันมาพูดคุยกัน



พวกเขาถูกแบ่งออกเป็นห้าทีม ทีมแรกคือครอบครัวของนักบวชถัง ทีมสอง และสามเป็นเด็กกำพร้าที่เธอรับเลี้ยง เนื่องจากมีคนจำนวนมาก พวกเขาจึงต้องแบ่งออกเป็นสองทีม



ทีมที่สองเป็นของอาซิ่ว และน้องสาวทั้งสองของเธอ สำหรับทีมสุดท้ายคือเหล่าชายหนุ่มจากตลาด



พวกเขาทุกคนต่างอยู่ห่างจากอาซิวและสาวน้อยทั้งสองให้มากที่สุด เพื่อให้พวกเธอมีพื้นที่เพียงพอที่จะฆ่าซอมบี้



“กวงหมิง ฟู่กุ้ย เรื่องที่ซิ่วเล่อเป็นฮันเตอร์ พวกนายรู้อยู่ก่อนแล้วใช่มั้ย ไม่คิดจะบอกพวกเราสักหน่อยเหรอ?”



พวกเขา และหวังผิงอันล้วนเป็นเด็กกำพร้าของนักบวชถังก็จริง แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขากับหวังผิงอัน และเพื่อนๆ ของอีกฝ่ายไม่ได้ใกล้ชิดเหมือนกับพวกถังกวงหมิง ทำให้บางคนได้รู้ว่าหวังผิงอันกลายเป็นฮันเตอร์ก่อนออกเดินทางไม่นาน



หากหวังผิงอันไม่บอกก่อน พวกเขาก็คงเข้าร่วมการคัดเลือกอัศวินไปแล้ว และสำหรับบางคนที่ไม่เข้าร่วมการคัดเลือกอัศวิน หรือทำงานอยู่ไกลก็ยิ่งไม่ทราบข่าว และพึ่งได้เข้าใจเรื่องราวหลังจากเดินทางมารวมกลุ่มกันในวันนี้



"จริงๆ แล้วเราเพิ่งรู้เรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง" ถังกวงหมิงตอบ เขาจะบอกคนอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของหวังผิงอันได้ยังไง เขาไม่ได้โง่ถึงขนาดนั้น




ตอนก่อน

จบบทที่ ออกล่า

ตอนถัดไป