ลิดรอนอำนาจ

ตอนที่ 303 ลิดรอนอำนาจ



แคว้นต้าเฟิง มณฑลซุนหยาง ดินแดนบรรพบุรุษตระกูลเค่อ



ด้วยทุนทรัพย์ และกำลังหนุนที่มากพอ



บรรยากาศที่กดดัน และหนักหน่วงแต่เดิมที่ดินแดนตระกูลเค่อประสบอยู่ได้สลายหายไป



สมาชิกตระกูลเค่อที่เข้าออกดินแดนแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง ค่อยมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของพวกเขาเป็นครั้งคราว



แม้แต่เค่อเซียวเหวิน ผู้นำตระกูลเค่อคนปัจจุบันก็มีสีหน้าดูดีขึ้นไม่น้อย หลังจากต้องเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน



“ตอนนี้… สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”



ภายในห้องหนังสือ



เค่อเซียวเหวินกำลังนั่งเงียบๆ อยู่บนที่นั่งหลักของตน



เขาพลิกดูเอกสารบางส่วนตรงหน้า ขณะสอบถามด้วยเสียงแผ่วเบาเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของแคว้นต้าเฟิงต่อคนที่ยืนอยู่



“เรียนนายท่าน การสนับสนุนทางทรัพยากรที่แคว้นต้าหยานได้สัญญาเอาไว้กำลังถูกส่งมาอย่างต่อเนื่อง”



“อย่างไรก็ตาม ต่อให้มีทรัพยากรเหล่านี้มาช่วยหนุน การยึดครองมณฑลว่านซานก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย…”



ในห้องที่มีแสงสลัว



ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมดำยืนพูดด้วยเสียงเบา



“ก็เป็นไปตามที่ข้าคาดไว้…”



เค่อเซียวเหวินพยักหน้า ก่อนจะรีบกล่าวเสริมว่า “ถึงแม้ข้อเรียกร้องของแคว้นต้าหยานจะรุนแรง แต่พวกเขาก็ให้การสนับสนุนตระกูลเค่อของเราจริงๆ ในทางกลับกัน จักรพรรดิต้าเฟิง เฟิงอู่เหมียนกลับมีเพียงคำพูดที่สวยหรู แต่ข้ากลับไม่เห็นถึงความจริงใจของเขาเลย…”



ชายชุดดำก้มหน้าลงเล็กน้อย



หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวว่า “นายท่าน นอกจากความสนับสนุนด้านทรัพยากรแล้ว แคว้นต้าหยานยังเสนอการสนับสนุนทางทหารอีกด้วย พวกเขาอ้างว่าหากตระกูลเค่อของเราตอบตกลง มั่นใจได้เลยว่าภายในเวลาครึ่งปี เราจะยึดครองดินแดนของมณฑลว่านซานได้ และหลังจากนั้นก็จะเริ่มเปิดศึกกับตระกูลหลัวตรงๆ และภายในเวลาสามปี มีความเป็นไปได้สูงที่จะโค่นล้มตระกูลหลัวได้สำเร็จ…”



-



คำพูดของชายชุดดำดังก้องช้าๆ ไปทั่วห้อง



หลังจากกล่าวจบ ชายชุดดำก็ก้มหัวลงอย่างสมบูรณ์



ดูเหมือนว่าเขากำลังรอคำตอบจากเจ้านายของตน



สำหรับเค่อเซียวเหวินนั่งอยู่บนที่นั่งหลัก ไม่ได้ทำสิ่งใดนอกจากขมวดคิ้วเล็กน้อย



การสนับสนุนด้านทรัพยากรเป็นเรื่องหนึ่ง



แต่หากพวกเขาจะเปิดแนวป้องกันตามแนวชายแดน และปล่อยให้กองทัพต้าหยานผ่านเข้ามาได้



สามมณฑลที่ตระกูลเค่อของเขาปกครองอยู่ จะยังอยู่ในกำมือของพวกเขาจริงหรือ?



ในตอนแรก แคว้นต้าหยานอาจจะไม่แตกหักกับตระกูลเค่อของเขาโดยสิ้นเชิง เนื่องด้วยเหตุผลหลายอย่าง



แต่เมื่อเวลาผ่านไป และแคว้นต้าหยานค่อยๆ แทรกซึม และเข้าควบคุมดินแดนของสามมณฑลดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ



ตระกูลเค่อที่เป็นผู้ปกครองเดิม ก็จะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของแคว้นต้าหยานเท่านั้น



เมื่อถึงเวลานั้น ตระกูลเค่อจะสูญเสียความสามารถในคิด และทำสิ่งต่างๆ โดยอิสระอย่างสิ้นเชิง



“การสนับสนุนทางทหาร?”



ภายในห้องหนังสือ



เค่อเซียวเหวินหรี่ตาลงเล็กน้อย พึมพำกับตัวเองขณะทอดสายตามองออกไกล



อย่างไรก็ตาม หลังจากพิจารณาอยู่เป็นเวลานาน



ในที่สุด เขาก็ปฏิเสธการสนับสนุนทางทหารที่แคว้นต้าหยานเสนอมา



บางที เขาอยากจะลองดูอีกสักครั้ง?



หรือบางที เขาอาจจะต้องการรักษาศักดิ์ศรี และหน้าตาที่เหลืออยู่ของตระกูลเค่อเอาไว้





เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ของตระกูลเค่อแห่งซุนหยาง



ตรงส่วนลึกของดินแดนบรรพบุรุษของพวกเขา



มีลานบ้านเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยวัชพืชที่ดูเหมือนไม่ได้รับการดูแลตั้งอยู่



ภายในนั้น มีชายชราสวมชุดคลุมสีแดงเลือด ใบหน้าของเขาถูกปกปิดไว้ใต้ฮู้ด



นามของเขาคือ เค่อเฉิงซ่ง บรรพบุรุษตระกูลเค่อที่เต็มไปด้วยออร่าอันน่าขนลุก



ในขณะนั้น อารมณ์ของเขาดูซับซ้อนอยู่ไม่น้อย



เค่อเฉิงซ่งคาดไม่ถึงว่าตระกูลเค่อจะผงาดขึ้น พัฒนา และเติบโตมาจนถึงจุดที่ยืนอยู่ทุกวันนี้ได้



ปัจจุบัน พวกเขาปกครองดินแดนกว้างขวางถึงสามมณฑล



นี่เกินความคาดหมายของเค่อเฉิงซ่ง บรรพบุรุษตระกูลเค่อไปมากเลยทีเดียว



แน่นอนว่า เขาก่อตั้งตระกูลเค่อขึ้น เพื่อมุ่งมั่นที่จะสืบสานมรดก และขยายสายเลือด



แต่ทั้งหมดนั้นก็เพื่อประโยชน์ของตัวเขาเอง



มันมีความจำเป็นต่อการบ่มเพาะของเขา วิถีนอกรีตที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้



“ตอนนี้จำนวนสมาชิกตระกูลเค่อยังไม่มากพอ ไม่สิ ยังห่างจากคำว่าพอมากเลยทีเดียว…”



“เพื่อก้าวข้ามระดับกลั่นโลหิตขั้นสูงสุด ก้าวเข้าสู่ระดับหลุดพ้น”



“บางทีอาจจะต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่…”



หลังจากครุ่นคิดเงียบๆ อยู่เพียงลำพัง



เค่อเซียวเหวิน บรรพบุรุษตระกูลเค่อก็ค่อยๆ หายตัวไปจากลานบ้านอันลึกลับแห่งนั้น





วันรุ่งขึ้น ขณะที่ท้องฟ้ายังคงเป็นสีเทาหม่น



มณฑลหลัวซาน เมืองศิลาคราม ดินแดนบรรพบุรุษตระกูลหลัว



นอกห้องหนังสือ



หลัวผิง ผู้นำตระกูลหลัวคนปัจจุบันกำลังถือถ้วยชา และเดินเข้ามาในห้อง



สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด



“ในระยะหลังๆ ศึกสงครามกับตระกูลเค่อดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ”



หลัวผิงกล่าว หลังจากนั่งบนที่นั่งหลัก พูดเสียงเบากับลู่จุนที่อยู่ข้างๆ



“อืม” ลู่จุนพยักหน้าเงียบๆ ก่อนจะตอบกลับว่า “ดูเหมือนว่าจะตระกูลเค่อจะได้รับการสนับสนุนจากแคว้นต้าหยานแล้ว”



หลัวผิงหยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ ว่า “ข้าได้ยินมาว่าแคว้นต้าหยานเสนอที่จะส่งกำลังทหารมาช่วยรบในสงคราม เจ้าคิดว่าตระกูลเค่อจะตอบตกลงหรือไม่?”



หลังจากพูดจบ หลัวผิงก็หันไปมองลู่จุนที่นั่งอยู่ข้างๆ



เมื่อได้ยินลู่จุนก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง



เขาหรี่ตาเล็กน้อย พลางครุ่นคิดถึงคำถามนั้น



“การสนับสนุนทางทหาร?”



ลู่จุนทวนซ้ำคำเดิม และหลังจากเงียบไปสักพัก



เขาก็เงยหน้าขึ้นมองมาทางหลัวผิงแล้วกล่าวว่า “ตระกูลเค่อน่าจะไม่ตอบตกลงหรอก”



“การสนับสนุนด้านทรัพยากรเป็นเรื่องหนึ่ง”



“แต่หากกองทัพของแคว้นต้าหยานเข้าสู่ดินแดนที่ตระกูลเค่อปกครองอยู่จริงๆ”



“เมื่อถึงตอนนั้น ทั้งสามมณฑลที่อยู่ใต้การปกครองของพวกเขาจะยังอยู่ในกำมือของพวกเขาจริงหรือ?”



ขณะที่พูด ลู่จุนก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย



“อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตระกูลเค่อจะตอบปฏิเสธ แต่ดูเหมือนว่าสุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ยังคงต้องปล่อยให้กองทัพของแคว้นต้าหยานเข้ามาในสักวันหนึ่ง แคว้นต้าหยานต้องการขยับขยายอิทธิพล และแทรกแซงแคว้นต้าเฟิง ความปรารถนามากเกินที่จะยอมถอยง่ายๆ”



เมื่อหลัวผิงได้ยินเช่นนั้น เขาก็พยักหน้าอย่างเงียบๆ



คำกล่าวของลุ่จน สมเหตุสมผลมากจริงๆ



เมื่อกองทัพต้าหยานเดินทัพเข้าสู่สามมณฑลที่ตระกูลเค่อปกครอง อำนาจปกครองตนเองของพวกเขาก็จะถูกลิดรอน จะถูกชิงไปเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น



สิ่งนี้ย่อมทำให้ตระกูลเค่อลังเลเป็นธรรมดา



แต่ถึงแม้ตระกูลเค่อจะไม่อยาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากอยู่ดี



ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันของตระกูลเค่อ พวกเขาไม่มีทางเลือกมากนัก



หลังจากได้รับการสนับสนุนครั้งแรกจากแคว้นต้าหยาน



สถานการณ์ของตระกูลเค่อก็ดีขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้



อย่างไรก็ตาม หากตระกูลเค่อทำให้แคว้นต้าหยานไม่พอใจ และถูกตัดความช่วยเหลือ



ตระกูลเค่อก็ยังคงรอวันพินาศอยู่ดี…



“เมื่อเป็นเช่นนั้น”



“หลังจากกองทัพต้าหยานเข้าสู่ดินแดนของตระกูลเค่อแล้ว”



“พวกเราก็จำเป็นต้องเสริมพลังทางด้านนั้น ป้องกันพวกเขารุกคืบเข้าสู่มณฑลว่านซาน”



“คำถามเดียวก็คือ เฟิงอู่เหมียนจะคว้าโอกาสนี้ และพยายามเปิดศึกกับตระกูลหลัวของเราหรือไม่”



“หากเฟิงอู่เหมียน เฟิงหวู่เหริน ตระกูลเค่อ และแคว้นต้าหยานเปิดศึกกับเราพร้อมๆ กัน”



“มันก็คงจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากเลยทีเดียว…”





ส่วนลึกของดินแดนบรรพบุรุษตระกูลหลัว



ณ ลานบ้านเก่าแก่โบราณ



ขณะนั้น หลัวฉางเฟิงยืนอย่างเงียบๆ โดยเอามือไพล่หลัง เขายืนอยู่ข้างๆ ฟาร์มวิญญาณที่ได้ทุ่มเทความพยายามลงไปนับไม่ถ้วน



"โอ้?"



“นั่นมัน ต้นเดียวกับที่ข้าเคยเห็นจริงๆ หรือ?”



หลัวฉางเฟิงมองไปยังมุมหนึ่งของฟาร์มวิญญาณ มองไปยังพืชวิญญาณต้นเล็กๆ ที่เติบโตขึ้นกว่าเดิมมาก



แต่ก็เห็นถึงความแตกต่างจากพืชวิญญาณต้นอื่นๆ อยู่



เพราะมันส่งคลื่นพลังวิญญาณสีเขียว และแผ่พลังชีวิตออกมาอยู่ตลอดเวลา



เมื่อเห็นเช่นนั้น ดวงตาของหลัวฉางเฟิงก็หรี่ลงเล็กน้อย



"น่าสนใจ…"



“ข้าสงสัยว่าพืชวิญญาณลึกลับต้นนี้จะดูเป็นยังไงเมื่อมันเติบโตขึ้น…”



หลัวฉางเฟิงคิดกับตัวเอง



อย่างไรก็ตาม เพียงชั่วครู่เดียว



เขาก็ละสายตาไป และหันไปมองทางทิศที่มณฑลไป๋เหลียนตั้งอยู่



ก่อนหน้านี้ยังคงดี



แต่เมื่อเวลาผ่านไป ในช่วงเวลาสามเดือนที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของพระจากวัดพรหมก็ดูเหมือนจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ



เขาไม่รู้ว่าที่อื่นๆ เป็นเช่นไร



แต่ถ้าพระจากวัดพรหมขาวกล้าเข้ามาในดินแดนของตระกูลหลัว



ทันทีที่พวกเขาย่างกรายมาถึงที่นี่ ล้วนถูกองครักษ์เงาจับกุมตัวมาทั้งหมด และถูกกักขังเอาไว้



ที่พวกเขาบางส่วนยังไม่ตายนั้น ก็เป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นของหลัวฉางเฟิง



เขาต้องการรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้ส่งพระจำนวนมากออกมา และท่องไปตามที่ต่างๆ




ตอนก่อน

จบบทที่ ลิดรอนอำนาจ

ตอนถัดไป