เริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นใหม่!
บทที่ 1 เริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นใหม่!
“ท่านแม่ มาดูนี่สิ เป็นเด็กผู้หญิง ในที่สุดครอบครัวของเราก็มีเด็กผู้หญิงกับเขาเสียที ! ” ภรรยาของหลี่เหล่าซานตกใจเป็นอย่างมาก นางตะโกนออกมาจนคอแทบจะแตก
“ไหนให้ข้าดูหน่อย ให้ข้าดูหน่อย ! ” แม่เฒ่าหลี่ผู้ข้าหงอกขาวดีใจจนน้ำตาไหล นางกล่าวออกมาเสียงสั่นเครือ “เป็นพรจากบรรพบุรุษของเราจริง ๆ ตระกูลหลี่ของเราได้ให้กำเนิดเด็กเหลือขอออกมามากมาย แต่ครานี้ได้ให้กำเนิดเด็กหญิงออกมาคนหนึ่ง"
ข้างนอกถ้ำ สามพี่น้องตระกูลหลี่พร้อมทั้งเด็กชายหลายคนต่างชะเง้อมองเข้ามา พร้อมทั้งยกไม้ยกมือขึ้น ส่งเสียงเฮลั่นเมื่อได้ยินคนข้างในตะโกนออกมาเช่นนี้
“เรามีน้องสาวแล้ว ! ”
“ท่านย่า ข้าอยากเจอน้องสาว ข้าอยากเจอน้องสาวของเราแล้ว ! ”
หลี่เหล่าซื่อเองก็ตื่นเต้นไม่ต่างกันที่ได้มีลูกสาวกับเขาเสียที “ท่านแม่ หงอิงเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าตัวน้อยของเราอ้วนท้วนสมบูรณ์ดีหรือเปล่า ? ”
แม่เฒ่าหลี่ตะโกนออกมาอย่างเต็มกำลัง "หุบปากไปซะ เดี๋ยวหลานสาวคนสำคัญของข้าก็ตกใจเสียงพวกเจ้าจนร้องไห้ออกมาหรอก ! "
หลี่เจียอินสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความสับสน นางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อได้ยินเสียงของแม่เฒ่า เมื่อคืนนี้นางนอนหลับได้สนิทและยาวนานเนื่องจากรู้สึกสบายเมื่ออยู่บนเตียงที่แสนอบอุ่นของนาง
แต่ตอนที่นางกำลังเพลิดเพลินไปกับมันอยู่นั้น จู่ ๆ นางก็เริ่มเจ็บศีรษะจากการถูกบีบรัดราวกับอยู่ในที่แคบ สิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
สักพักนางก็ไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป แต่กลับหนาวสั่นไปทั้งตัว และรู้สึกเหมือนกับมีคนมาตบก้นนางแรง ๆ สองครั้ง นางจึงสาปแช่งออกมาด้วยความอับอาย ทว่าเมื่ออ้าปากเอ่ยออกมา เสียงที่ส่งออกมานั้นกลับกลายเป็นเสียงร้องแผ่วเบาราวกับลูกแมวแรกเกิด นางรีบหุบปากทันทีด้วยความตกใจจนแทบจะสำลักตาย
นี่คือเสียงของนางอย่างนั้นเหรอ ? นางกลายเป็นทารกไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ? นี่นางกำลังเพิ่งคลอดออกมาจากครรภ์อย่างนั้นหรือ ?
เมื่อเห็นว่าหลานสาวของนางหวาดกลัว แม่เฒ่าหลี่จึงรีบลดเสียงลงแล้วพูดว่า "เร็วเข้า ๆ เจ้าสี่ รีบมาอุ้มทารกไปแนบเนื้อของแกเพื่อให้ความอบอุ่นกับนาง เด็กคนนี้เกิดก่อนกำหนดไปครึ่งเดือน นี่คือกรรมวิธีที่สืบทอดมาจากผู้เฒ่าผู้แก่ของเรา จึงจะสามารถผูกมัดวิญญาณไว้ได้”
ในไม่ช้าหลี่เจียอินก็ถูกอุ้มขึ้นมาอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่น เสียงของหัวใจทารกน้อยเต้นดังก้องอยู่ในหูของนาง ได้ยินชัดเจนมากราวกับเสียงตีกลอง
มือใหญ่ตบหลังของนางนางอย่างระมัดระวังและเกลี้ยกล่อมเบา ๆ “ลูกสาว นี่พ่อของเจ้าเอง ไม่ต้องกลัว พ่อจะอุ้มเจ้าไว้ เจ้าจะได้นอนหลับสบาย”
ทันใดนั้นคำพูดประโยคนี้ก็แทงใจนาง จนน้ำตาของนางได้ไหลออกมา
พ่อ ? ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้ยินคำนี้มาหลายปีแล้ว และนางก็ไม่อยากจะพูดถึงคำนี้เลย
หลังจากที่พ่อแม่ของนางหย่าร้างและแยกทางกันไปสร้างครอบครัวใหม่ของตัวเอง นางที่ถูกยายเลี้ยงดูมา เมื่อยายของนางเสียชีวิต นางก็ไม่ต่างอะไรจากลูกโป่งสายขาดที่ลอยเคว้งคว้างไปตามลม แม้ว่าจะไม่ได้ขาดแคลนเงินและไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินหรือเสื้อผ้า แต่นางก็ไม่เคยได้รับความรักและการเอาใจใส่จากใครเลย
แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าตัวเองเผลอตายไปตอนไหน และกลายมาเป็นทารกแรกเกิดได้อย่างไร แต่ก็ไม่คิดว่าจะโชคดีมีพ่อที่ดีเช่นนี้ เมื่อนางกลับมาเกิดใหม่
หลี่ชิวเฉิง ลูกชายคนที่สี่ของตระกูลหลี่ก้มศีรษะลงและเห็นว่าดวงตาของเจ้าตัวน้อยเต็มไปด้วยน้ำตา ในตอนนี้ในใจของชายร่างใหญ่ราวกับว่ามีใครเอามีดมาแทงที่หัวใจของเขาอย่างแรง เขาเดินไปมาด้วยความกระวนกระวายใจ พยายามอย่างเต็มเพื่อเกลี้ยกล่อมเจ้าตัวน้อยให้หยุดร้องไห้
“ลูกสาวของพ่ออย่าร้องไห้ พ่ออยู่ตรงนี้แล้ว พ่อของเจ้าเก่งจะตายไป พ่อแข็งแรงมากนะ พ่อยิงธนูได้ พอเจ้าโตขึ้น พ่อจะพาไปปีนเขาเพื่อจับกระต่ายน้อยด้วยกัน…”
ด้านข้าง แม่เฒ่าหลี่และลูกสะใภ้คนที่สามของนาง จ้าวหยูหรู ที่กำลังช่วยลูกสะใภ้คนที่สี่ เถาหงอิง ทำความสะอาดคราบเลือดอยู่ เมื่อเห็นหลี่เหล่าซื่อทำแบบนี้ นางก็ยิ้มออกมา "ดูสิ เจ้าสี่รักลูกสาวของเขามาก ในยามที่เจียอันเกิดมา เขาไม่คิดจะเข้ามาอุ้มแบบนี้ด้วยซ้ำ”
เถาหงอิงยิ้มอย่างอ่อนแรง แต่ปากที่ซีดเซียวของนางก็หุบยิ้มลง เริ่มเกิดความกังวลอีกครั้งเนื่องจากเด็กคนนี้คลอดผิดเวลา !
ครอบครัวของพวกเขากำลังหนีจากความอดอยากแร้นแค้น จึงวางแผนที่จะอพยพไปอยู่กับญาติห่าง ๆ ที่อยู่ไกลออกไปหลายพันลี้ แต่หลังจากที่เดินทางมาได้เพียงครึ่งเดือน เด็กคนนี้ก็คลอดออกมา
แม่เฒ่าหลี่ก็กังวลมากเช่นกัน แต่เมื่อครั้งนี้นางได้หลานสาวอันล้ำค่าออกมา ปัญหาใด ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
นางจึงได้มอบหมายหน้าที่ให้แต่ละคนไปทำ “เจ้ารองและเจ้าสามรีบไปสร้างเตาอีกตัว ส่วนสะใภ้สามก็ไปเอาข้าวขาวหนึ่งกำมือมาทำโจ๊ก และอย่าลืมต้มน้ำซาวข้าวให้สุก ส่วนหลานสาวก็ส่งมาให้ข้า ข้าจะกล่อมนางให้หลับบนตักของข้าเอง ! ”
“ส่วนเจ้าสี่ แกก็ออกไปล่าสัตว์ในป่าแถวนี้ดู จะยิ่งดีถ้าจับไก่ฟ้ามาได้ ! ”
“เจียเหริน เจียอี้ พาพี่น้องไปเก็บผักป่าใกล้ ๆ แถวนี้ เย็นนี้เราจะกินโจ๊กผักป่า เป็นการเฉลิมฉลองด้วย ! ”
ทุกคนในตระกูลหลี่รีบลงมือตามคำสั่งของแม่เฒ่าหลี่ทันทีด้วยความเต็มใจ
ลูกชายทั้งห้าคนของสามพี่น้องตระกูลหลี่ต่างก็หวังว่าเถาหงอิงจะให้กำเนิดเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ออกมา หากว่าความปรารถนาของพวกเขาเป็นจริง ครอบครัวของพวกเขาก็จะมีเด็กหญิงตัวน้อยน่ารักให้ชื่นใจ
หลี่เหล่าซื่อส่งลูกสาวตัวน้อยไปในอ้อมแขนของภรรยาของเขาอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ขึ้นไปบนภูเขาด้วยความตื่นเต้นดีใจ
แต่น่าเสียดายที่ความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่องตลอดสองปีที่ผ่านมา ทำให้ยากที่จะพบพื้นที่สีเขียวบนภูเขานอกกำแพงเมืองจีน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงไก่ฟ้าและกระต่าย เขาทำได้เพียงกลับมาพร้อมกับผักป่าเต็มถุงเท่านั้น
ไม่นานอาหารกลางวันของครอบครัวก็พร้อม
หลี่เจียอินได้ดื่มน้ำข้าวต้มสุกซึ่งเหนียวและหวานเล็กน้อย มันไม่ได้ทำให้นางหายหิว แต่ก็เพียงพอที่จะหลอกเด็กน้อยให้หยุดร้องได้
พวกผู้ชายยังไม่มีใครกินข้าวก่อน แต่พวกเด็กผู้ชายนั้นก็ไม่ค่อยมีสามัญสำนึกเหมือนผู้ใหญ่ พี่น้องทั้งห้าคนของหลี่เจียเหรินถือชามโจ๊กมาล้อมรอบดูน้องสาวคนเล็กของพวกเขาดื่มน้ำข้าว พวกเขาตะโกนออกมาเป็นครั้งคราวว่า “ไอ้หย่า น้องสาวของข้าขยับลิ้นได้ด้วย ! ”
“ท่านย่า ทำไมน้องสาวของข้าถึงหน้าแดงเหมือนตูดลิงเลย ! ”
“ท่านย่า เมื่อไหร่น้องสาวของข้าจะพูดได้เสียที”
แม่เฒ่าหลี่มองดูด้วยความขบขัน นางรีบโบกไม้โบกมือไล่หลานชายออกไป “ไป ไป ไปกินข้าวของตัวเองได้แล้ว อย่ามารบกวนน้อง เดี๋ยวนางจะสำลักเอาได้ ! ”
เด็กชายไม่อยากผละออกจากน้องสาวของพวกเขา ทว่าก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวิ่งออกไปที่ทางเข้าถ้ำ
หลังจากที่เถาหงอิงป้อนน้ำข้าวให้ลูกสาวของนางเสร็จ นางก็มาทานโจ๊กไปสองชาม จากนั้นหลี่เหล่าซานก็อุ้มนางและลูกสาวขึ้นนั่งบนเกวียนลาและขับออกไปต่อ
ตระกูลหลี่ยังคงต้องเดินทางกันต่อไป เนื่องจากเสียเวลาทั้งเช้าเพราะต้องคลอดทารกระหว่างทาง
ระหว่างทางเช่นนี้ มีทั้งโจรและคนป่าที่ฆ่าและปล้นสะดมอยู่มากมาย และหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ดังนั้นจึงล่าช้าไม่ได้
หลี่เจียอินเวียนหัวเนื่องจากว่าเกวียนลามันโคลงเคลงไปมา นางฟังแม่เฒ่าหลี่และคนอื่น ๆ นับเสบียงอาหารที่พวกเขาเหลืออยู่ ซึ่งครั้งต่อไปที่พวกเขาเดินทางไปถึงอีกเมือง พวกเขาจะต้องซื้อไข่และข้าวมาเก็บไว้อีก พูดไปแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจในใจ
ครอบครัวใหม่ดูเป็นคนดีแต่ก็ยากจนมาก วันแรกที่นางลืมตาขึ้นมาก็ต้องหนีจากความอดอยาก และกลัวว่าในภายภาคหน้านี้ก็จะต้องลำบากกันไปอีกนาน
นางกังวลมากเกี่ยวกับการเป็นอยู่ของนางในชาตินี้ และคิดถึงฟาร์มในชาติที่แล้ว
และไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวนางคิดถึงชีวิตในชาติที่แล้วมากเกินไปหรือเปล่า เมื่อผล็อยหลับไปอีกครั้ง ในความฝัน นางเหมือนได้กลับไปที่ฟาร์มของนางอีกครั้ง
ไก่และเป็ดที่สนามหน้าบ้านดูจะหิวนิดหน่อย พวกมันก็ส่งเสียงร้องอยู่ในเล้า โดยมีไข่เจ็ดถึงแปดฟองอยู่ในรังไก่ หมูอ้วนตัวน้อยสี่ตัวในคอกหมูกำลังยืนพิงรางน้ำ และร้องอู๊ด ๆ ๆ ออกมา แพะและโคนมถูกล่ามไว้ใต้ต้นไม้ที่หัวมุมในลานบ้าน ส่วนลูกแกะก็นอนอยู่ข้าง ๆ กระดิกหางเล็ก ๆ ของมันไปมา ซึ่งดูน่ารักมาก
หลี่เจียอินเห็นอย่างนั้นก็ได้วางแผนที่จะเอามันกลับมาอีกโลกหนึ่งของนาง คิดได้อย่างนั้นนางจึงไปที่สวนผักด้านหลัง ดึงต้นกะหล่ำปลีออกมาให้หมด เอาไก่ เป็ด หมู จากนั้นก็ไปเอาแกะ แพะ และโคนมใต้ต้นไม้มารวมกันไว้แล้วโยนมันเข้าไปในดินแดนต่างมิติ ในที่สุดทั้งสนามก็เงียบลง ความสามารถนี้มันทำให้หลี่เจียอินตกตะลึงอีกครั้ง
ความฝันนี้มันไม่เหมือนจริงเกินไปหน่อยเหรอ ?
แต่เพื่อนบ้านก่อนหน้านี้หายไปแล้ว ทางเดินหน้าสนามหญ้าหายไป และเนินเขาที่อยู่ห่างไกลก็หายไปด้วย มันถูกแทนที่ด้วยหมอกสีขาวทั้งหมด
ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้หายไป เหลือเพียงลานเล็ก ๆ หน้าบ้านและที่ดินส่วนตัวขนาด 5 หมู่ที่หลังบ้านเท่านั้น !
เป็นไปได้ไหมว่านี่คือดินแดนต่างมิติที่เทพเจ้าแห่งการเดินทางข้ามเวลามอบให้ ? หรืออาจเป็นการชดเชยที่นางต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยตั้งแต่แรกเกิด
หลี่เจียอินรู้สึกตื่นเต้นมากจนตื่นขึ้นมาจากอาการวิงเวียนศีรษะและอดไม่ได้ที่จะยิ้ม
เถาหงอิงมองดูลูกสาวของนางแล้วหัวเราะ "พ่อ ดูสิ ลูกสาวของเรากำลังหัวเราะอยู่ ! "
หลี่เหล่าซื่อเป็นชายผู้มีพลังเยอะมาก เขาวางข้าวสองกระสอบไว้บนเกวียนลาอย่างง่ายดาย เช่นเดียวกับตอนที่อุ้มภรรยาและลูกของเขา เมื่อเขามองดู เขาก็ยิ้มออกมาจนเห็นฟันซี่ใหญ่
“ลูกสาวของข้าสวยจริง ๆ นางจะต้องเป็นพรที่ฟ้าประทานมาให้เราแน่ ๆ ! ”
เถาหงอิงจูบลูกสาวของนางเบา ๆ แต่ทันใดนั้นนางก็ตกใจกับอะไรบางอย่างเมื่อนางเงยหน้าขึ้น นางก็เห็นบางสิ่งบางอย่างที่มีสีขาวอยู่ริมถนน นางสามารถรู้ได้ทันทีว่ามันคืออะไร และตกใจมากจนต้องดึงหลี่เหล่าซื่อเข้ามา แล้วชี้ให้เขาดู
"แพะ...นั่นมันแพะ! "