บทที่ 14 นี่มันฆ่ากันด้วยคำพูดชัดๆ !
ก่อนหน้านี้ หวังอู่นั่งดูการถ่ายทอดสดการพิจารณาคดีร่วมกับสวี่จื้อเฉียงที่ห้องกฎหมายของธนาคารจนโมโหสุดขีด แต่เมื่อกลับมาที่ห้องผู้จัดการใหญ่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเปิดดูการถ่ายทอดสดอีกครั้ง
การพิจารณาคดีครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการแพ้หรือชนะคดีเท่านั้น แต่มันเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของธนาคารหนานตูด้วย
ธนาคารหนานตูเป็นเพียงธนาคารระดับท้องถิ่น
หากชื่อเสียงของธนาคารได้รับความเสียหาย ความสูญเสียที่จะตามมานั้นไม่สามารถประเมินค่าได้
หลังจากดูการพิจารณาคดีจบลง อารมณ์ของหวังอู่บรรยายได้เพียงคำเดียวว่าดิ่งลง
ไม่ใช่แค่ดิ่งลงธรรมดาแต่ดิ่งลงเรื่อย ๆ ไม่มีหยุดจนชาไปหมด ไม่มีแม้แต่เสี้ยวเดียวที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น
เมื่อถึงตอนที่ศาลตัดสิน หวังอู่ก็ระเบิดอารมณ์ทันทีพุ่งตรงไปที่ห้องกฎหมายเพื่อซักถามสวี่จื้อเฉียง หัวหน้าแผนกกฎหมายของธนาคาร
สวี่จื้อเฉียงเองก็รู้สึกคับแค้นใจ ใครจะไปคิดว่าทนายที่ถนัดแต่คดีหย่าร้างจะสามารถลงสนามคดีอาญาได้โหดขนาดนี้!?
ในการพิจารณาคดี เขาสังหารฝ่ายตรงข้ามแบบไม่ปรานี!
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังต้องเจอกับอวี๋ไฉ่เซี่ย ผู้พิพากษาผู้มากประสบการณ์
สุดท้ายผลการตัดสินมีเหตุมีผลแน่นหนา ไม่มีทางให้ยื่นอุทธรณ์เลยแม้แต่น้อย!
"ท่านผู้จัดการหวัง คราวนี้เป็นความผิดพลาดของแผนกกฎหมายของเราก็จริง แต่ถึงเราจะแพ้คดีก็ไม่ได้หมายความว่าเราแพ้ทั้งหมด ผลของคำตัดสินแค่ให้เรากล่าวขอโทษเท่านั้น!"
"ขอเพียงเราควบคุมกระแสสังคมได้ ท้ายที่สุดธนาคารหนานตูของเราก็ยังถือว่าชนะอยู่ดี!"
หวังอู่หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะตะคอกสวนกลับไปทันที
"กระแสสังคม? กระแสสังคมบ้านแกสิ!"
"ธนาคารของเราถูกตัดสินให้ต้องขอโทษ แกยังมีหน้าพูดเรื่องกระแสสังคมอีกเหรอ? คิดว่าฉันโง่รึไง!?"
"เราแพ้คดีแล้ว ยังจะไปคุมกระแสสังคมได้ยังไง!?"
สีหน้าของสวี่จื้อเฉียงซีดเผือด เขาแค่พูดไปเพื่อปลอบใจผู้จัดการหวังเท่านั้น ความจริงแล้วเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร
หวังอู่มองออกถึงความลังเลในสายตาของอีกฝ่ายจึงโบกมืออย่างไม่สบอารมณ์
"ฉันให้เวลาแกคิดหาทางแก้ไข! ถ้าเพราะคดีนี้ทำให้ชื่อเสียงของธนาคารเสียหาย แกก็เตรียมตัวโดนไล่ออกได้เลย!"
"ผู้จัดการหวัง..."
สวี่จื้อเฉียงพยายามจะอธิบาย แต่หวังอู่กลับไม่เปิดโอกาสให้เลย เดินออกจากห้องกฎหมายไปอย่างหัวเสีย
สวี่จื้อเฉียงกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
"ให้ตายสิ! ฉันวางแผนทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี ใครจะไปคิดว่าจู่ ๆ จะมีทนายสายหย่าร้างที่โหดเรื่องคดีอาญาโผล่มาป่วนแบบนี้!?"
"โคตรโมโหเลยโว้ย!!"
...
ณ ศาลพิจารณาคดี
หลังจากที่ศาลตัดสินและปิดการพิจารณาคดี อวี๋ไฉ่เซี่ยและคณะผู้พิพากษาคนอื่น ๆ ก็เดินออกจากห้องพิจารณาคดี
เนื่องจากศาลยังไม่ได้ประกาศให้หวังลี่พ้นผิดโดยสิ้นเชิง เขายังคงถูกตั้งข้อหารับผลประโยชน์โดยมิชอบและการโยกย้ายทรัพย์สินที่ผิดกฎหมาย แม้ว่าจะได้รับโทษเพียงไม่กี่เดือนและเป็นเพียงรอลงอาญาแต่ก็ยังต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายตามระเบียบ จึงถูกเจ้าหน้าที่พาตัวไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
หลี่เสวี่ยเจินมองซูไป๋ด้วยความดีใจสุดขีด
"ทนายซู! คดีนี้เราชนะแล้ว! เราชนะแล้ว!"
"หวังลี่โดนตัดสินว่ามีความผิดก็จริง แต่ก็ได้รับโทษเพียงไม่กี่เดือนแถมยังรอลงอาญา!"
"เมื่อเทียบกับคำตัดสินของศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ที่ให้จำคุก 20 ปี นี่ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของเราเลยนะ ทนายซู!"
หลี่เสวี่ยเจินถึงกับกระโดดตัวลอย ร่างกายของเธอสั่นไหวเพราะความตื่นเต้น
ซูไป๋มองเธอด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ
เขารู้อยู่แล้วว่าคดีนี้ต้องชนะ
เพราะเขาอ่านเกมของอวี๋ไฉ่เซี่ยออกตั้งแต่ต้น
ถ้าเป็นทนายทั่วไป ต่อให้เก่งแค่ไหนก็เป็นไปไม่ได้ที่จะลดโทษจาก 20 ปี เหลือเพียงรอลงอาญาได้ขนาดนี้
แต่อย่าลืมว่าคดีนี้ ทนายที่ดูแลชั้นอุทธรณ์เป็นแค่พวกไก่อ่อน
ในความเป็นจริง ยังมีประเด็นสำคัญอีกหลายข้อที่ยังไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงเลยด้วยซ้ำ
แต่จุดที่สำคัญที่สุดของคดีนี้ก็คือหวังลี่มีความผิดฐานปล้นทรัพย์จริงหรือไม่
ขอเพียงปฏิเสธข้อหานี้ได้ การฟ้องร้องจากธนาคารหนานตูและอัยการก็หมดความหมายทันที
คดีของหวังลี่เป็นคดีที่พิเศษมาก เพราะทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุก 20 ปี ซึ่งโดยปกติแล้ว ศาลสูงสุดมักจะยึดถือตามคำตัดสินเดิมเป็นหลัก
แต่โชคดีที่อวี๋ไฉ่เซี่ยเป็นผู้พิพากษามากประสบการณ์ที่ยึดถือความเป็นธรรมของกฎหมายเป็นหลัก
ดังนั้นผลการพิจารณาคดีที่ออกมาในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย
"เอาล่ะ อย่าตื่นเต้นเกินไป รีบจัดเอกสารให้เรียบร้อย เดี๋ยวเรายังต้องดำเนินการเรื่องอื่น ๆ ต่อไป"
"ค่ะ ทนายซู"
หลี่เสวี่ยเจินพยายามข่มอารมณ์ดีใจของตัวเองรีบเก็บเอกสารให้เรียบร้อยก่อนเดินตามซูไป๋ออกจากห้องพิจารณาคดี
อีกด้านหนึ่ง หลี่โม่กำลังจ้องมองซูไป๋ตาไม่กระพริบ
ไม่รู้ว่าในแววตานั้นเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้หรือความอิจฉา
หรืออาจจะทั้งสองอย่างรวมกัน
ระหว่างที่เดินผ่านกันไป
หลี่เสวี่ยเจินบ่นพึมพำเบา ๆ
"ทนายซู ดูเหมือนทนายของธนาคารหนานตูจะไม่ค่อยพอใจคุณเลยนะ"
ซูไป๋ยิ้มบาง ๆ
"อาจเป็นเพราะเขาฝึกบริหารสายตามากเกินไปล่ะมั้ง ไม่ต้องไปสนใจ"
"ฮ่า ๆ ทนายซู มุกนี้ใช้ได้นะ"
"งั้นก็หัวเราะเยอะ ๆ หน่อยละกัน"
"ได้เลย ทนายซู! เฮะ ๆ"
หลี่เสวี่ยเจินเดินตามซูไป๋ออกจากห้องพิจารณาคดีไปอย่างอารมณ์ดี
ส่วนหลี่โม่...
เขาได้ยินทุกคำพูดนั้นชัดเจนเต็มสองหู
โมโหแทบกระอักเลือด!
แพ้คดีก็ว่าเจ็บแล้ว แต่นี่พวกแกพูดจาถากถางกันแบบไม่เกรงใจเลยเหรอ!?
เดินผ่านกันแค่ไม่กี่ก้าว แต่คุยเสียงดังขนาดนี้ คิดว่าฉันไม่ได้ยินรึไง!?
แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้
เพราะศาลตัดสินไปแล้ว แพ้ก็คือแพ้
ถึงจะโกรธแค่ไหน ก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้อีกแล้ว
ทันทีที่ทุกคนเดินออกจากศาล เหล่านักข่าวที่รออยู่ก็บุกเข้ามาทันที
บางคนถึงกับ โทรศัพท์ไปบอกกองบรรณาธิการ ให้เตรียมพาดหัวข่าวไว้ล่วงหน้า
【ช็อก! คดีหวังลี่พลิกล็อก ธนาคารหนานตูถึงกับ...】
【ธนาคารหนานตูมั่นใจเกินไป สุดท้ายถึงจุดจบตัวเอง】
【ความยุติธรรมได้รับการพิสูจน์แล้ว! ธนาคารหนานตูพ่ายแพ้ในศาล】
เป็นพาดหัวข่าวแนว "ช็อกโลก" ตามสไตล์
เมื่อซูไป๋เดินออกจากศาล เหล่าผู้สื่อข่าวต่างก็กรูกันเข้ามาพร้อมกล้องและไมโครโฟน
"ทนายซู! คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับกลยุทธ์การว่าความของคุณในศาล?"
"คุณคิดได้ยังไงถึงให้ธนาคารต้องพิสูจน์ว่าเงินของธนาคารเป็นของธนาคาร?"
"เราเข้าใจว่าบริษัทของคุณเป็นเพียงสำนักงานกฎหมายด้านการหย่าร้างแต่ทำไมคุณถึงทำคดีอาญาได้ดีขนาดนี้?"
"ทนายซู! ทนายซู!"
นี่มันโอกาสทองในการโปรโมตสำนักงานกฎหมายเลยไม่ใช่หรือ!?
ซูไป๋จัดสูทให้เรียบร้อยก่อนยิ้มตอบนักข่าวอย่างมั่นใจ
"แม้ว่าสำนักงานของเราจะเป็นสำนักงานที่เน้นเรื่องการหย่าร้าง แต่ทนายของเรามีความเชี่ยวชาญทั้งคดีอาญา คดีแพ่ง และคดีเศรษฐกิจ"
"เราสามารถจัดการคดีได้ทุกประเภท และนั่นเป็นเหตุผลที่เราชนะคดีนี้"
"หากใครต้องการทนายความ โปรดพิจารณาสำนักงานกฎหมายไป๋จวินเป็นอันดับแรก!"
ซูไป๋โชว์ฟันขาวยิ้มอย่างจริงใจสุด ๆ
พูดจบ... ก็รีบพาหลี่เสวี่ยเจินเดินออกไปทันที!
นักข่าวเห็นว่าซูไป๋เดินไปแล้วก็เหมือนได้กลิ่นข่าวใหม่
พวกเขากรูกันเข้าหาทนายของธนาคารหนานตู หลี่โม่ทันที
"ทนายหลี่! ตอนก่อนขึ้นศาลคุณมั่นใจมาก แต่สุดท้ายคุณแพ้ให้กับสำนักงานกฎหมายโนเนมนี้ คุณมีอะไรจะพูดไหม?"
"คุณเคยบอกว่าโอกาสชนะของธนาคารหนานตูสูงมาก ทำไมผลออกมาถึงตรงกันข้าม?"
"ตอนที่คุณบอกให้ทุกคนไม่ต้องกังวลนั่นหมายความว่าจริง ๆ แล้วคุณรู้ว่าธนาคารแพ้อยู่แล้วใช่ไหม?"
"หรือว่า... ทนายหลี่ คุณมีผลประโยชน์ร่วมกับฝั่งโจทก์!?"
หลี่โม่: "???"
"ไอ้พวกนักข่าว! นี่มันแทงใจดำกันชัด ๆ เลยไม่ใช่เรอะ!?"
"นี่พวกแกกำลังกล่าวหาว่าฉันเป็นหนอนบ่อนไส้เหรอ!?"
"นี่มันฆ่ากันด้วยคำพูดชัด ๆ!!"
หลี่โม่รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า...