บทที่ 32 ยังคิดจะอุทธรณ์? ฝันไปเถอะ!
ตอนนี้ความรู้สึกของหลี่เสวี่ยเจินที่มีต่อซูไป๋ในตอนนี้ มีเพียงคำเดียว สุดยอด!
สองคำ โคตรสุดยอด!
สามคำ สุดยอดขั้นเทพ!
ดวงตาของเธอเป็นประกายวิบวับ
เธอเคยเป็นลูกศิษย์ของสุดยอดนักกฎหมายระดับตำนาน พี่ชายพี่สาวร่วมสำนักก็ล้วนแต่เป็นทนายความหัวกะทิในวงการกฎหมาย
ตอนที่เลือกฝึกงาน เธอตัดสินใจมาที่สำนักงานกฎหมายไป๋จวินก็เพราะอยากพึ่งพาตัวเองให้ได้ไม่ต้องไปพึ่งใคร
แต่พี่ ๆ ร่วมสำนักเคยบอกเธอหลายครั้งว่าสำนักงานกฎหมายขนาดเล็กไม่มีอะไรให้เรียนรู้ เพราะพวกเขาเอานักศึกษาฝึกงานไปใช้แรงงานเยี่ยงทาส
ทั้งเหนื่อย ทั้งลำบาก แถมยังไม่ได้เรียนรู้อะไรอีก
เดิมทีหลี่เสวี่ยเจินก็รู้สึกลังเลอยู่บ้าง
แต่พอผ่านมาสองคดีแล้ว
โอ้โห! นี่มันไม่เหมือนที่คุยกันไว้เลยนี่นา!
คดีแรก โค่นล้มธนาคารหนานตู เปลี่ยนจากจำคุก 20 ปี เหลือเพียงรอลงอาญา
คดีที่สอง คดีหย่าร้างกลายเป็นคดีฉ้อโกง แถมทนายของฝ่ายตรงข้ามยังโดนส่งเข้าคุกไปด้วย
นี่มันทนายระดับเทพชัด ๆ!
พี่ชายพี่สาวร่วมสำนักของเธอยังไม่เก่งขนาดนี้เลย!
ดังนั้นไม่ว่าซูไป๋จะเล่นมุกแป้กแค่ไหน เธอก็ต้องหัวเราะให้สุดแรง
ซูไป๋มองเธอที่กำลังตาเป็นประกายก่อนเตือนว่า
"การพิจารณาคดีจบแล้ว เก็บเอกสารให้เรียบร้อย เราจะไปกันแล้ว"
"ค่ะ ทนายซู!"
จริง ๆ เอกสารก็ไม่ได้ยุ่งเหยิงอะไร หลี่เสวี่ยเจินจัดระเบียบมันให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว ก่อนรีบคว้ากระเป๋าเอกสารแล้วเดินตามซูไป๋ออกไป
ระหว่างเดินผ่านฝั่งจำเลย
เย่เฟยจ้องมองซูไป๋เขม็ง
"ฉันจะอุทธรณ์แน่! ฉันจะยื่นเรื่องเพื่อให้มีการพิจารณาคดีรอบสอง!"
ซูไป๋เพียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินต่อไป
"นี่นายไม่มีอะไรจะพูดเลยเหรอ?!"
ซูไป๋ยังคงเงียบและเดินหน้าต่อไป
"ฉันต้องชนะการพิจารณาคดีครั้งที่สองแน่! ฉันจะล้มล้างคำพิพากษาของนายให้ได้!"
ไม่ว่าเย่เฟยจะพูดด้วยน้ำเสียงแบบไหน ซูไป๋ก็มีแค่คำตอบเดียว เมินเฉย
อยากทำอะไรก็เชิญ
สายตาของเย่เฟยเต็มไปด้วยความโกรธ
นี่นายจะเมินฉันแบบนี้จริง ๆ เหรอ?!
ฉันกำลังบอกว่านายกำลังจะโดนยื่นอุทธรณ์! กำลังจะล้มคำตัดสินที่นายว่าความไป!
ศักดิ์ศรีของทนายความมันสำคัญนะ!
แต่สำหรับซูไป๋แล้ว คำพูดของเย่เฟยไม่มีค่าแม้แต่น้อย
แค่พยักหน้าตอบไปเมื่อกี้ก็ถือว่ามีมารยาทมากแล้ว
หนึ่ง เขาได้รับค่าทนายความเรียบร้อยแล้ว
สอง ผลของการพิจารณาคดีครั้งที่สองก็จะออกมาแบบเดิม เพียงแต่โทษอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
การจะชนะการพิจารณาคดีครั้งที่สอง จำเป็นต้องมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายหรือหลักฐานใหม่
แต่สำหรับข้อกล่าวหาในการพิจารณาคดีรอบแรก บางเรื่องถูกตัดสินแน่นอนแล้ว
หลักฐานชัดเจนว่าเย่เฟยมีพฤติกรรมยุยงปลุกปั่นจริงซึ่งเป็นเรื่องที่เถียงไม่ได้
ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงโต้แย้งจากมุมมองของคดีฉ้อโกงแทน
ซูไป๋หันไปมองเซี่ยจิ้ง
"บัดซบ! เย่เฟย! เธอไม่ได้บอกเหรอว่าเธอจะชนะ?!"
"เธอไม่ได้บอกเหรอว่าถ้าฉันทำตามที่เธอบอก ฉันจะได้บ้านสองหลังของจางถงเหว่ยก่อนแต่งงาน?!"
"แล้วดูตอนนี้สิ?! ฉันไม่ได้อะไรเลย! สมบัติที่เป็นสินสมรสก็ไม่ได้! บ้านก็ไม่ได้!"
"แถมฉันยังต้องติดคุกอีกตั้งหกเดือน เพราะเธอว่าความไม่ได้เรื่อง!"
"เย่เฟย! ไอ้เวร! เธอต้องชดใช้ให้ฉัน! ทั้งทรัพย์สินและค่าทำขวัญ!"
"ฮืออออ"
ซูไป๋ส่ายหัวแล้วเมินฉากดราม่านี้ไป
พูดตรง ๆ การจะยื่นอุทธรณ์เพื่อพลิกผลการพิจารณาคดีรอบแรกเป็นเรื่องยากมาก
อีกอย่างทนายอัยการของศาลอุทธรณ์ก็ไม่ได้กินแกลบเป็นอาหารนะ
ในรอบแรก โทษหนักไปนิดก็จริงแต่ถ้าอุทธรณ์แล้ว มีเหยื่อรายอื่นยื่นฟ้องเพิ่มหรือออกมาเป็นพยาน
...งานนี้บอกเลยว่าไม่ใช่แค่ไม่ชนะแต่อาจจะซวยหนักกว่าเดิมอีก!
ความผิดของเธอมันหนักขนาดนั้น ถึงขั้นเข้าข่ายเผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว
ยังจะไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลชั้นต้นอีก?
ยังกล้าจะอุทธรณ์อีก?
นี่มันไม่เท่ากับท้าทายอำนาจของผู้พิพากษาหรอกเหรอ?
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์: "อ้อ เธอสินะ? มาๆ ฉันจะสอนให้รู้ว่าคนดีที่เคารพกฎหมายเขาทำกันยังไง"
ไปอยู่ในคุกซะเถอะ!
ผลลัพธ์ไม่ต้องพูดถึงเลย มีแต่จะหนักกว่าเดิมแน่นอน
แน่นอนว่าถ้าเย่เฟยยื่นอุทธรณ์ขึ้นมาจริงๆ ทนายความฝ่ายจำเลยที่ดูแลคดีอาญาของเธอจะต้องอธิบายข้อกฎหมายให้ฟัง
แต่ถ้าเธอเจอทนายที่พอๆ กับตัวเธอ ทนายปากดีแต่ไร้จรรยาบรรณ
ผลคดีคงออกมาไม่สวยแน่ๆ!
ซูไป๋ไม่สนใจท่าทีของเย่เฟยแล้วเดินออกจากศาลอย่างใจเย็น
หลี่เสวี่ยเจินเหลือบมองเย่เฟยแวบหนึ่ง ก่อนเดินตามออกไปด้วยฝีเท้าที่กระฉับกระเฉง
...
ด้านนอกศาล
เซี่ยจิ้งที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายใส่เย่เฟยหันไปเห็นจางถงเหว่ย
เหมือนเห็นฟางสุดท้ายที่ช่วยชีวิตเธอได้
"ถงเหว่ย... เห็นแก่ที่เราเคยเป็นสามีภรรยากัน... ฉันจะไม่เอาสินสมรสร่วมแล้วก็ได้ ฉันไม่เอาเงินแล้ว... นายถอนฟ้องเถอะ! ถอนฟ้องได้ไหม?"
"แค่ถอนฟ้อง ทุกอย่างก็จบ ฉันไม่เอาอะไรแล้วจริงๆ! แค่ขอเรื่องเดียว นายช่วยถอนฟ้องเถอะนะ!"
"เราเคยเป็นผัวเมียกันนะ นายจะทนเห็นฉันต้องเข้าไปกินข้าวคุกจริงๆ เหรอ?!"
"ถงเหว่ย... ถงเหว่ย! อย่าเดินไปสิ! อ๊ากกกกก!!"
เสียงร้องไห้โหยหวนของเซี่ยจิ้งดังลั่น
แต่สีหน้าของจางถงเหว่ยยังคงไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง
ผู้หญิงคนนี้...
ตอนแรกคิดว่าตัวเองวางแผนมาดีแล้ว คิดว่ายังไงก็ต้องชนะ
พยายามหาทางบีบให้เขาหย่าให้ได้สารพัดวิธี
สุดท้ายพอแพ้คดีก็จะให้เขาอภัยให้?
ฝันไปเถอะ!
พอแพ้คดีแล้ว ของที่เธอจะไม่ได้ก็ไม่ได้อยู่แล้ว
แถมยังต้องชดใช้ทรัพย์สินสินสมรสที่เคยแบ่งไปให้ครอบครัวฝั่งเธออีก
ถอนฟ้องงั้นเหรอ?
ฉันบ้าหรือไง จะถอนฟ้อง?!
จางถงเหว่ยเดินตามซูไป๋ออกจากศาลโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
ด้านหลัง เซี่ยจิ้งถูกเจ้าหน้าที่ศาลกันตัวไว้ เธอได้แต่จมอยู่กับความเสียใจที่ไม่มีวันย้อนคืนมาได้อีกแล้ว
...
นอกศาล
หวังลี่ยืนรออยู่หน้าศาลตั้งแต่เนิ่นๆ
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น หน้าแดงคอแดงไปหมด
เมื่อกี้เขาในฐานะเพื่อนของจางถงเหว่ยได้เข้าไปนั่งฟังการพิจารณาคดี
ในตอนที่ซูไป๋แสดงฝีมือในศาล เขาแทบจะเผลอตะโกนออกมาดังๆ แล้วว่าสุดยอด!!
แค่เกือบเท่านั้น!
อีกนิดเดียวก็จะตะโกนออกมาว่า ทนายซูสุดยอดไปเลย!
พอเห็นซูไป๋เดินออกมา หวังลี่กลับดูตื่นเต้นยิ่งกว่าตัวจำเลยหรือโจทก์ในคดีเสียอีก!
"ทนายซู! โคตรสุดยอด!!!"
"ทนายซู! คุณนี่มันเก่งเกินไปแล้ว!! จริงๆ ส่งทนายฝั่งตรงข้ามเข้าคุกได้เลยนะ! สุดยอดไปเลย!!"
"ต่อไปถ้าญาติพี่น้องของผมมีคดีอะไร ผมจะให้คุณจัดการหมดเลย!"
"ทนายซู! ผมเริ่มอยากจ้างคุณให้ช่วยฟ้องหย่าแล้วนะ!!"
"บ้าชะมัด! แม่งโคตรโหด!"
"ทนายซู! ทนายซู!!!"
หวังลี่พูดไม่หยุด น้ำลายกระเด็นมาถึงหน้าซูไป๋แล้ว
ซูไป๋ยกมือขึ้นนวดขมับ "นายช่วยลดพลังลงหน่อยได้ไหม?"
"เฮ้อ..."
หวังลี่เพิ่งจะรู้ตัว รีบเช็ดน้ำลายที่มุมปาก ก่อนหัวเราะแห้งๆ อย่างเขินอาย
"ขอโทษครับ ทนายซู... ผมตื่นเต้นเกินไปหน่อย"
"ทนายซู ผมเช็ดให้คุณนะ"
"ฉันทำเองได้"
"โอเคครับ ทนายซู!"
หวังลี่ตัวใหญ่กำยำแต่ตอนนี้กลับยืนเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะทำยังไงดี
ในใจได้แต่ด่าตัวเอง บ้าเอ๊ย! ตื่นเต้นเกินไปแล้ว! ครั้งหน้าต้องระวัง!
จนกระทั่งเขาเห็นจางถงเหว่ยเดินออกมาจากศาล
หวังลี่รีบเดินเข้าไปหา ตบไหล่จางถงเหว่ยอย่างแรง
"ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าทนายซูสุดยอดขนาดไหน!"
"ตอนนั้นนายยังลังเลอยู่เลย ดูซะ! ตอนนี้เชื่อหรือยังว่าเขาโคตรโหด!!"
จางถงเหว่ยยิ้มแหยๆ "ตอนนั้นฉันมันไม่รู้เรื่องเอง"
พูดจริงๆ ใครจะไปคิดว่าคดีหย่าธรรมดาๆ
จะลากเอาฝ่ายจำเลยรวมถึงทนายของพวกเขาเข้าคุกไปด้วยได้?!
นี่มันโหดเกินไปแล้ว!!!