บทที่ 54 คดีอาญาอีกแล้ว?!

การรับสวีเสี่ยงเข้าทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น

แต่ในทางกลับกัน เรื่องที่สวีเสี่ยงกับหลี่เสวี่ยเจินมีความสัมพันธ์แบบศิษย์พี่ศิษย์น้อง ทั้งคู่กลับเลือกที่จะไม่พูดถึง

ทั้งสองคนต่างมีแนวคิดของตัวเอง

หลี่เสวี่ยเจิน: "ฉันเป็นมือขวาของสำนักงาน!"

สวีเสี่ยง: "ฉันเป็นศิษย์พี่ของเธอ ยังไงเธอก็เด็กสุดในสำนักงาน!"

หลี่เสวี่ยเจิน: "(หน้าเหมือนกินมะระ)"

ความจริงแล้ว สวีเสี่ยงกับหลี่เสวี่ยเจินไม่ใช่ศิษย์พี่ศิษย์น้องโดยตรง ก็แค่อาจารย์ของสวีเสี่ยงและอาจารย์ของหลี่เสวี่ยเจินเป็นเพื่อนสนิทกัน

ศิษย์ของทั้งสองอาจารย์มักจะมารวมตัวกันอยู่บ่อย ๆ ทำให้หลี่เสวี่ยเจินกลายเป็นศิษย์น้องร่วมกลุ่มโดยปริยาย

สำนักงานกฎหมายไป๋จวิน

หลังจากสวีเสี่ยงเซ็นสัญญาจ้างงานและเข้าร่วมสำนักงานเป็นทางการ

เรื่องเงินเดือน ค่าตอบแทน และเงื่อนไขต่าง ๆ

ซูไป๋ก็จัดให้เป็นไปตามมาตรฐานทั่วไปของสำนักงานกฎหมาย

เงินเดือนพื้นฐานไม่สูงมากแต่ค่าคอมมิชชันจากเคสสูงขึ้น

แม้ว่าซูไป๋จะเริ่มกลายเป็นนายทุนแล้ว แต่เขาก็เข้าใจดีว่า ถ้าอยากให้ม้าทำงานก็ต้องให้ม้ากินหญ้าที่ดี

ถ้าไม่ให้ผลตอบแทนที่ดีก็จะรั้งคนเก่งไว้ไม่ได้

ดังนั้นเขาจึงให้ค่าตอบแทนอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาคนมีฝีมือให้อยู่กับสำนักงานนาน ๆ

พอมีสวีเสี่ยงเข้ามา คดีเล็ก ๆ ที่ต้องไกล่เกลี่ย ซูไป๋ก็เริ่มมอบหมายให้สวีเสี่ยงดูแล

จากมุมมองของซูไป๋ สำนักงานกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ดี เป้าหมายในการเป็นสำนักงานกฎหมายระดับแนวหน้าก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม!

ภายในห้องทำงาน

ซูไป๋กำลังนั่งจิบชาอย่างสบายใจ

เมื่อเริ่มกระจายงานออกไปให้ลูกน้อง ภาระของเขาก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ก๊อก ๆ

ตั้งแต่ย้ายสำนักงานมา ซูไป๋ก็มีห้องทำงานเป็นของตัวเองแล้ว

ที่หน้าประตู หลี่เสวี่ยเจินเคาะประตูแล้วเดินเข้ามา

"ทนายซู ภรรยาของลูกความในคดีแรงงานที่ทนายเซียวแนะนำมา มาถึงแล้วค่ะ"

"โอเค เดี๋ยวฉันออกไปพบเธอ"

ซูไป๋วางถ้วยชาแล้วเดินไปที่ห้องรับแขก

ภายในห้องรับแขก

หญิงวัยกลางคน อายุประมาณ 45-46 ปี นั่งอยู่บนโซฟา ใบหน้าของเธอดู อ่อนล้าและซีดเซียว

หลี่เสวี่ยเจินรินน้ำให้เธอหนึ่งแก้ว

หญิงคนนั้นใช้สองมือประคองแก้วน้ำไว้แน่น พร้อมกับเอ่ยขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"ขอบคุณค่ะ..."

เมื่อซูไป๋เดินเข้ามาในห้องรับแขก หญิงคนนั้นก็รีบลุกขึ้นทันที

"ขอโทษนะคะ คุณคือทนายซูใช่ไหมคะ?"

ซูไป๋ยิ้มอย่างอบอุ่น

"ใช่ครับ ผมคือทนายซู เชิญนั่งก่อนครับ"

"ค่ะ ๆ"

หญิงคนนั้นพยักหน้ารัว ๆ ก่อนจะนั่งลง

"ทนายเซียวแนะนำฉันมา เขาบอกว่าให้มาหาทนายซู ไม่น่าจะมีปัญหา"

"เรามาคุยเรื่องคดีกันก่อนดีกว่าครับ ส่วนเรื่องคดีจะมีปัญหาหรือไม่ คงต้องฟังรายละเอียดก่อน"

ซูไป๋เคยได้ยินเซียวไห่ปั๋วพูดถึงคดีนี้อย่างคร่าว ๆ แต่รายละเอียดทั้งหมดยังต้องฟังจากปากของลูกความโดยตรง

"ค่ะ..."

หญิงคนนั้นพยักหน้าก่อนจะเริ่มเล่าเรื่อง

"ทนายซู เรื่องเป็นแบบนี้ค่ะ"

"สามีของฉันทำงานอยู่ที่ บริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง"

"บริษัทนี้มักจะจ่ายค่าแรงช้าเป็นปกติ แต่ในกรณีของสามีฉัน พวกเขาค้างค่าจ้างมานานถึงสองปีแล้ว!"

"นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่สามีฉันสำรองจ่ายไปก่อน เช่น ค่าซื้อวัสดุก่อสร้าง รวม ๆ แล้ว เป็นเงินเกือบ 3 แสนหยวน"

"เงินก้อนนี้เป็นเงินที่สามีฉันทำงานหนักจนได้มา แต่บริษัทนั้นเอาแต่เลื่อนเวลาไปเรื่อย ๆ และไม่ยอมจ่าย"

"ระหว่างนั้นพวกเขายังข่มขู่สามีฉันด้วย"

"บอกว่าถ้าไม่ทำงานให้ต่อก็จะไม่จ่ายเงินให้"

"พวกเขาขู่ไปเรื่อย ๆ จนสามีฉันไม่กล้าลาออกเพราะกลัวจะไม่ได้ค่าจ้าง!"

"จนตอนนี้ฉันได้ข่าวมาว่าเจ้าของบริษัทก่อสร้างคนนั้น"

"เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายหนี้ เขาเลยหาคนมารับผิดแทน!"

"เขาเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้น เปลี่ยนชื่อเจ้าของกิจการและเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบบริษัท!"

"ถ้าเป็นแบบนี้..."

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

หลังจากหญิงคนนั้นเล่าเรื่องจบ ซูไป๋ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้ว!

กดค่าแรงคนอื่น ใช้แรงงานจนหมดประโยชน์ แล้วก็เปลี่ยนโครงสร้างหุ้นและผู้ถือหุ้น เพื่อสลัดหนี้สินทิ้งอย่างนั้นเหรอ?

ชิ!

คิดแผนไว้สวยหรูเลยนะ...

ซูไป๋ดึงสติกลับมาแล้วหันไปมองหญิงคนนั้น

"แล้วสามีของคุณล่ะ? ทำไมเขาไม่มาด้วย?"

หญิงคนนั้นดูลังเลเล็กน้อย

ซูไป๋อธิบายต่อ

"คือแบบนี้ครับ บางเรื่องเราต้องพบกับตัวลูกความเอง เพื่อจะประเมินแนวทางการดำเนินคดีได้ถูกต้องและที่สำคัญต้องมีการมอบอำนาจจากตัวลูกความ เราถึงจะดำเนินการต่อได้"

เมื่อได้ยินแบบนั้น หญิงคนนั้นก็ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

ดวงตาเริ่มแดงก่ำ

"ที่บ้านฉันต้องใช้เงิน แต่สามีของฉันทวงเงินคืนไม่ได้เลย เครียดจนล้มป่วย สองวันก่อนยังต้องให้น้ำเกลืออยู่เลย ฉันเลยไม่ให้เขามาเองแต่เป็นฉันที่มาที่นี่แทน"

"อืม..."

ซูไป๋พยักหน้ารับรู้

"ถ้าเป็นแบบนี้สำนักงานของเรามีบริการไปพบถึงที่ได้ คุณช่วยให้ที่อยู่กับเรา ถ้าคุณตกลงจะให้สำนักงานของเราดูแลคดีนี้ เวลาช่วงบ่ายนี้หรือไม่ก็พรุ่งนี้ เราจะไปพบลูกความถึงที่เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและเซ็นสัญญาว่าจ้างทนาย"

"ได้ค่ะ..."

หญิงคนนั้นพยักหน้า แต่ก็ยังคงมีสีหน้ากังวล

"เอ่อ... ทนายซู ฉันขอถามหน่อย..."

"เราจะได้เงินคืนไหม? เงินก้อนนี้เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของสามีฉัน สองปีที่ผ่านมารวมกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จ่ายไปก่อน... มันเป็นเงินที่สำคัญที่สุดของครอบครัวฉัน!"

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของหญิงคนนั้นเริ่มแดงก่ำและร่างกายสั่นสะท้าน

หลี่เสวี่ยเจินเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ แล้วหยิบกระดาษทิชชู่ส่งให้

"ขอบคุณค่ะ..."

หญิงคนนั้นรับกระดาษทิชชู่แล้วพนมมือขอบคุณ

ซูไป๋เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

"จากที่คุณเล่ามา ผมพอจะเข้าใจเรื่องคร่าว ๆ แล้ว แต่ถ้าหลักฐานและเงื่อนไขเพียงพอ คุณเคยคิดจะยื่นฟ้องเป็นคดีอาญาไหม?"

หญิงคนนั้น: ???

หลี่เสวี่ยเจิน: ???

คนเขาแค่อยากได้เงินคืน!

ทำไมทนายซูกลับอยากส่งเจ้าของบริษัทเข้าคุกซะงั้น?!

หญิงคนนั้นมีสีหน้าสับสน

"ทนายซู... คุณหมายความว่าไงคะ?"

"ตามตัวอักษรเลยครับ"

"คดีอาญาสามารถฟ้องร้องพร้อมกับคดีแพ่งได้ เราจะเริ่มจากยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีอาญาแล้วจากนั้นค่อยฟ้องร้องทางแพ่งหรือยื่นฟ้องโดยตรงก็ได้"

หญิงคนนั้นรีบถามกลับทันที

"แล้ว... เราจะได้เงินคืนไหมคะ?"

"ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ครับ ถ้าฝ่ายตรงข้ามเลือกที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยและคืนเงินให้ เรื่องก็จบง่าย ๆ"

"แต่ถ้าพวกเขาไม่ยอมคืนเงิน เราต้องยื่นขออายัดทรัพย์สินของบริษัทเพื่อตรวจสอบว่าบริษัทมีเงินหรือไม่"

"แต่ถ้าเรายื่นฟ้องคดีอาญาแล้วพวกเขายังไม่ยอมคืนเงิน แสดงว่าการฟ้องคดีแพ่งก็คงยากเหมือนกัน"

หญิงคนนั้นรีบถามต่อ

"แล้วถ้าบริษัทนั้นไม่มีเงินเลยล่ะคะ?"

"ไม่มีเงินก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ผมต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนถึงจะบอกได้ว่าสามารถช่วยคุณเรียกเงินคืนได้หรือไม่ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ผมยังตอบไม่ได้ในตอนนี้"

"ขอบคุณมากค่ะ ทนายซู!"

หญิงคนนั้นรีบลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับ

"ทนายซู... แล้วค่าทนายความล่ะคะ?"

ซูไป๋ลุกขึ้นยืน

"ค่าทนายคิดตามมาตรฐานของสำนักงานกฎหมาย สำนักงานของเราจะออกใบแจ้งค่าใช้จ่ายและเราจะเรียกร้องให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้จ่ายค่าทนายแทน"

"โดยปกติในคดีแรงงาน หากฝ่ายลูกจ้างชนะคดี ศาลมักจะให้ฝ่ายนายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าทนาย"

"คุณไม่ต้องกังวล"

"แต่กรณีนี้ผมพูดถึงแนวปฏิบัติทั่วไปนะครับ ถ้าศาลตัดสินว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ต้องจ่ายค่าทนาย ลูกความก็ต้องจ่ายค่าทนายตามมาตรฐานอยู่ดี"

"ค่ะ! ขอบคุณทนายซูมากค่ะ!"

"ไม่เป็นไรครับ"

หลังจากส่งหญิงคนนั้นกลับไป

ดวงตาของหลี่เสวี่ยเจินเปล่งประกายทันที!

"คดีอาญาอีกแล้วเหรอ?!?!"

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 54 คดีอาญาอีกแล้ว?!

ตอนถัดไป