ยังไม่ได้ตั้งชื่อตอน

ตอนที่ 8 ตามรอยบุคคลผู้นั้น

สองชั่วโมงให้หลังจากที่ฉินซื่อหยางออกจากบริเวณถังขยะตรงทางออกของเขตปลอดภัยหมายเลข 89757 เหล่าตำรวจจำนวนมากที่สวมเครื่องแบบก็ได้รับคำสั่งให้มาปิดล้อมพื้นที่แห่งนี้

บรรดาผู้มีลำดับพลังมากมายที่อยู่รอบนอก ต่างก็กำลังถกเถียงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจ

ซากศพของเทพเจ้าที่อยู่ในถังขยะถูกขโมยไป ช่างเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี

บางสิ่งบางอย่างก็มักเป็นเช่นนี้ ในเวลาปกติไม่มีใครใส่ใจมันเลย แต่พอหายไป กลับทำให้เกิดปัญหาและดึงดูดความสนใจอย่างมหาศาล

และแน่นอนว่าซากศพของเทพเจ้าก็เป็นหนึ่งในสิ่งเหล่านั้น

ชายชราผมขาวคนหนึ่งเดินวนรอบถังขยะ เขาสวมเสื้อโค้ท ผูกผ้าพันคอ และคาบซิการ์ไว้ที่ปาก

ตำรวจรอบ ๆ ต่างยืนตรงเคารพเขาด้วยความนอบน้อม ราวกับว่าเขาไม่ใช่แค่สารวัตรธรรมดาเท่านั้น

เขาถามขึ้นว่า

"รอยเลียน่า ลำดับของเธอเลื่อนขั้นแล้ว ฉันได้ยินมาว่าตอนนี้เธอมีพลังติดตามที่แข็งแกร่งกว่าเจ้าสุนัขตำรวจของผอ.ถึงสิบเท่า ตอนนี้เธอพอจะตรวจสอบกลิ่นที่นี่ได้ไหม?"

แม้ว่าเขาจะมีรูปลักษณ์เป็นชาวยุโรป แต่กลับพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว นั่นเพราะในเขตปลอดภัยนี้มีชาวฮัวอยู่เป็นจำนวนมาก และภาษาฮัวก็เป็นภาษาราชการที่ใช้กันทั่วไป

ตำรวจหญิงผมทองที่ยืนอยู่ข้างเขาส่ายหัว

"ไม่ได้ค่ะ ที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นของเทพเจ้า กลิ่นของมนุษย์ถูกกลบจนหมด ต่อให้เป็นฉันในตอนนี้ ก็ไม่สามารถแยกแยะกลิ่นของมนุษย์ออกมาได้ ถ้าหากฉันใช้พลังที่นี่ เกรงว่ากลิ่นของเทพเจ้าที่รุนแรงจะทำให้ฉันหมดสติไปเสียก่อน"

โอลอฟแสดงสีหน้าผิดหวัง

"ให้ตายสิ เป็นพลังที่น่ารำคาญจริง ๆ ใช้ไม่ได้ในที่ของเทพเจ้า แถมยังทำให้เราต้องปวดหัวกันอีก!"

"ค่ะ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน น่าเสียดายที่พลังที่ฉันตื่นขึ้นมาก็คือ【นักดมกลิ่น】ลำดับนี้ มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ผู้มีพลังแบบฉัน ถูกกำหนดมาแต่แรกแล้วว่ามีแต่จะใช้ชีวิตอยู่ได้ในเขตปลอดภัยเท่านั้น"

โอลอฟสูบซิการ์อย่างหงุดหงิดสองครั้ง ก่อนจะสะบัดขี้เถ้าลงไปในถังขยะ จากนั้นก็หันไปถามกลุ่มผู้มีลำดับพลังที่ยืนมุงดูอยู่ข้าง ๆ

"ใครเป็นคนแรกที่พบว่ามีบางอย่างผิดปกติในถังขยะนี้?"

"ข้าเอง! ท่านสารวัตรโอลอฟ ข้าเอง! ข้าชื่อฮันส์ ฟาน เป็นผู้มีลำดับพลังนักล่าเทพเจ้าในเขตปลอดภัยหมายเลข 89757"

ชายสวมแจ็กเก็ตสีน้ำตาลอมเทาเดินออกมาจากฝูงชน เส้นผมของเขายุ่งเหยิงเล็กน้อย บนร่างยังมีกลิ่นเหล้าติดอยู่

เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนขี้เมาที่บังเอิญเจอกับฉินซือหยาง

แต่ตอนนี้เขาไม่มีท่าทีมึนเมาแม้แต่น้อย ดวงตาชัดเจนเต็มไปด้วยความตื่นตัว และใบหน้าก็ฉายแววกังวล

หลังจากที่ฮันส์สร่างเมา เขาก็ตระหนักว่ามีคนขโมยซากศพของเทพเจ้าในถังขยะ ทำให้เขาตกตะลึงอย่างถึงที่สุด

แต่เดิมเขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

คนที่กล้าขโมยซากศพของเทพเจ้าย่อมไม่ใช่คนธรรมดา เขาไม่กล้ามีปัญหาด้วย หลังจากตื่นลำดับพลังมาได้ เขาก็แค่อยากใช้ชีวิตไปวัน ๆ ในเขตปลอดภัยอย่างสงบสุขเท่านั้น

แต่น่าเสียดายที่ตัวเขาเองดันมือซน หย่อนขวดเหล้าลงไปในถังขยะเสียก่อน

ขวดเหล้านั้นมีกลิ่นของเขาติดอยู่ เป็นหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ หากผู้มีลำดับพลัง【นักดมกลิ่น】ใช้พลังของเธอ ก็คงจะตามกลิ่นไปถึงตัวเขาได้ในไม่ช้า ถึงตอนนั้น ต่อให้เขาอธิบายอย่างไรก็คงไม่พ้นข้อสงสัย

ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจตามมา เขาจึงรีบไปแจ้งเรื่องนี้กับตำรวจก่อนล่วงหน้า หวังว่าจะได้รับการผ่อนปรน

"เล่ามาสิ เจอเรื่องนี้ได้ยังไง?"

"ท่านสารวัตรโอลอฟ ตอนนั้นข้าเพิ่งไปดื่มกับบรูซที่บาร์มา พอดื่มเสร็จพวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ระหว่างทางข้าเอาขวดเหล้าติดมือมาด้วย ตั้งใจว่าจะดื่มต่อระหว่างเดินกลับบ้าน

พอดื่มหมด ข้าก็เห็นว่าตรงนี้มีถังขยะอยู่พอดี ก็เลยคิดจะโยนขวดเหล้าทิ้งลงไป"

เมื่อได้ฟังเช่นนั้น รอยเลียน่าก็กล่าวตำหนิอย่างเคร่งขรึม

"ฮันส์! เจ้าเองก็เป็นผู้มีลำดับพลังเหมือนกัน ไม่รู้หรือไงว่าถังขยะตรงทางออกของเขตปลอดภัยสามารถใช้ทิ้งได้แค่ซากศพของเทพเจ้าเท่านั้น?!

ซากศพของเทพเจ้าทั้งหมดในถังขยะเหล่านี้จะถูกนำไปจัดการรวมกัน! เจ้ากำลังขัดขวางงานของรัฐบาลกลางอยู่นะ!"

"ข้า… ข้าดื่มมากไปหน่อย ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย…"

ฉินซื่อหยางเดิมพันถูกต้องแล้ว ความไม่รู้สึกตัวของฮันส์ในขณะนั้น ทำให้เขามีเวลาหลบหนี มิฉะนั้น เรื่องราวอาจจะกลายเป็นอีกแบบไปเลยก็ได้

โอลอฟที่คุ้นเคยกับนิสัยเหลวไหลของผู้มีลำดับพลังอยู่แล้ว ไม่ได้แสดงความโกรธเหมือนรอยเลียน่า เพียงแค่โบกมือแล้วพูดว่า

"รอยเลียน่า ไม่ต้องขัดจังหวะเขา ให้เขาพูดต่อไป"

"รับทราบค่ะ สารวัตร"

หญิงสาวผมทองจ้องมองฮันส์ ดวงตาเย็นชาไร้ความรู้สึก

ฮันส์กลืนน้ำลายก่อนจะเล่าต่อ

"ตอนนั้น ข้ารู้สึกคล้าย ๆ ว่าเห็นเงาของใครบางคนกำลังคุ้ยหาอะไรบางอย่างอยู่ตรงถังขยะ แต่เขาก็หายไปเร็วมาก

แน่นอน ข้าเองก็ไม่มั่นใจนักว่ามีคนอยู่จริง ๆ หรือเปล่า… เพราะข้าดื่มไปเยอะ"

"แล้วหลังจากนั้นล่ะ?"

"หลังจากนั้นข้าก็โยนขวดเหล้าลงไป ตอนนั้นเองที่ข้าได้ยินเสียงขวดกระแทกกับถังขยะที่ว่างเปล่า

ข้าคิดว่าเป็นเวลาดึกมากแล้ว คนเก็บกวาดคงมาเก็บซากเทพเจ้าไปแล้ว ข้าก็เลยกลับบ้านไป"

"แล้วตอนนั้นมันเป็นเวลาไหน?"

"ข้า... ข้าดื่มหนักไปหน่อย เลยไม่รู้เหมือนกัน พอกลับบ้านไปก็นอนหลับไปเลย

แต่ข้าอยู่ในลำดับ【ผู้ไม่หลับใหล】ปกติแล้วข้าไม่จำเป็นต้องนอน แม้แต่ตอนเมาก็แค่หลับไปสองชั่วโมงเท่านั้น

พอข้าตื่นขึ้นมา ก็เห็นว่าเป็นช่วงบ่ายอยู่เลย พอนึกถึงภาพถังขยะที่ว่างเปล่าก่อนหน้านี้ ก็รู้สึกแปลก ๆ"

"แล้วเจ้าก็เลยแจ้งความ?"

"ใช่ ท่านสารวัตรโอลอฟ เห็นแก่ที่ข้ายอมรับผิดและแจ้งเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ท่านพอจะช่วยไม่ลงโทษข้าเรื่องโยนขวดเหล้าลงถังขยะนี้ได้ไหม? รวมถึงเรื่องที่ข้าทำให้คดีล่าช้าด้วย?"

โอลอฟอัดควันซิการ์เข้าปอดอีกครั้ง ก่อนจะนิ่งคิดไปพักใหญ่

ระหว่างที่เขาคิด ฮันส์ก็ยืนลุ้นระทึกอยู่ในใจ กังวลว่าตัวเองจะถูกลงโทษหรือไม่

"รอยเลียน่า เจ้าจำไว้ ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลทางออกของเขตปลอดภัยอื่น ๆ ให้ช่วยจับตาดูถังขยะให้ดี"

"รับทราบค่ะ"

"แล้วข้าล่ะ ท่านสารวัตรโอลอฟ?" ฮันส์รีบถามด้วยความร้อนใจ

โอลอฟเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฮันส์ยังอยู่ตรงนั้น

"อ้อ ข้ากำลังคิดเรื่องคดีอยู่ เจ้าจะพูดอะไรนะ?"

"ข้าอยากขอร้องท่านอีกครั้ง ข้ายอมแจ้งความเองและให้ความร่วมมือเต็มที่

ท่านช่วยให้ข้าพ้นโทษจากความผิดครั้งนี้ได้ไหม? ข้าสำนึกแล้ว ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำอีก ขอร้องล่ะ ให้โอกาสข้าสักครั้งเถอะ!"

โอลอฟไม่แม้แต่จะเหลือบมองเขา "กฎก็ต้องเป็นกฎ ตำรวจไม่สามารถลำเอียงได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ รางวัลที่เจ้าควรได้รับ จะได้

ส่วนโทษที่ต้องได้รับ ก็จะไม่มีการลดหย่อนเช่นกัน"

"อะไรกัน…" ฮันส์ถึงกับเซ็ง

ทั้งที่เป็นฝ่ายแจ้งเรื่องเอง แถมยังช่วยงานเต็มที่ แต่สุดท้ายก็ยังต้องโดนลงโทษอีก

วันนี้ช่างเป็นวันซวยของเขาจริง ๆ

"พาตัวเขากลับไปที่สถานีตำรวจ"

เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา รอยเลียน่าก็สั่งให้เจ้าหน้าที่นำตัวฮันส์กลับไปทันที

"รับทราบ"

ฮันส์ทำหน้ามุ่ยเต็มไปด้วยความเซ็ง พร้อมกับด่าคนที่ขโมยซากเทพเจ้านั้นอยู่ในใจ

หลังจากจัดการฮันส์เสร็จ โอลอฟก็ยังคงขมวดคิ้วครุ่นคิด

"คนร้ายลงมือเพียงลำพังงั้นหรือ? แล้วมันขโมยซากเทพเจ้าไปทำไม?

ถ้าจะขโมยของไม่มีค่าแบบนั้น สู้ไปขโมยเศษไม้ขึ้นราในโกดังมาเผาไฟยังจะดีเสียกว่า!"

รอยเลียน่าเสริมขึ้นมาว่า

"เมื่อวานนี้ ที่ทางออกของเขตปลอดภัยหมายเลข 114514 ก็เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน

ข้าได้รายงานเรื่องนี้ให้หัวหน้าไปแล้ว แต่โชคร้ายที่ไม่ได้รับความสนใจมากพอ

พวกเขาเลยวางกำลังป้องกันเฉพาะบริเวณใกล้ ๆ เขต 114514 เท่านั้น

ผลลัพธ์ก็คือ คนร้ายเปลี่ยนจุดก่อเหตุไปที่ที่ไกลออกมาอีกนิด"

ทันใดนั้น วิทยุสื่อสารของรอยเลียน่าก็ดังขึ้น

"ฮัลโหล พูดมา... อะไรนะ? เข้าใจแล้ว บอกมาเลย... อืม ๆ... รับทราบ ข้าจะรายงานให้สารวัตรโอลอฟเดี๋ยวนี้"

โอลอฟได้ยินรอยเลียน่าพูดถึงตัวเอง ก็รู้ได้ทันทีว่ามีคดีใหม่เกิดขึ้นอีกแล้ว

เขาจึงถามขึ้นว่า

"เกิดอะไรขึ้นอีก?"

"ท่านสารวัตร ที่ตรอกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่สองสถานี เพิ่งเกิดเหตุไฟไหม้โกดังร้าง

ข้างในพบศพไหม้เกรียมสามศพ"

"ศพ? โดนไฟคลอกงั้นหรือ?"

"ใช่ค่ะ ทั้งสามศพถูกทุบกะโหลกจนแหลกละเอียดจนใบหน้าไม่เหลือเค้าเดิม

จากสภาพของสองศพ มีร่องรอยบาดแผลรุนแรง ซึ่งดูจากรูปแบบของบาดแผลแล้ว น่าจะเกิดจากแรงหมัดอันมหาศาลของใครบางคน

แต่เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้ขึ้น ข้าไม่สามารถดมกลิ่นติดตามร่องรอยของคนร้ายได้"

"แล้วสามารถตรวจสอบกลิ่นของคนร้ายจากพื้นที่เกิดเหตุได้หรือไม่?"

"เกรงว่าคงไม่ได้เช่นกัน เพราะเจ้าหน้าที่ที่รายงานมาบอกว่า

บริเวณนั้นมีผู้คนสัญจรไปมาอยู่ตลอด ทำให้รอยเท้าปะปนกันไปหมด

กลิ่นต่าง ๆ เองก็คงจะยุ่งเหยิงไม่น้อย"

"แล้วเจอสถานที่เกิดเหตุจริงหรือยัง?"

"ยังเลยค่ะ บริเวณใกล้โกดัง ไม่มีร่องรอยการต่อสู้หลงเหลืออยู่เลย"

โอลอฟสูบซิการ์เงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไร

รอยเลียน่าจึงกล่าวต่อ

"ท่านสารวัตร ข้าว่าคดีนี้มีเงื่อนงำ"

"ว่ามา"

"ผู้ตายสามคนเป็นใคร?

และคนที่ฆ่าพวกเขาเลือกจะปกปิดตัวเองเพราะอะไร?"

แม้รอยเลียน่าจะเป็นตำรวจหญิงมากประสบการณ์

แต่ในยามอยู่ต่อหน้าสารวัตรโอลอฟ เธอกลับเผยให้เห็นด้านที่ยังขาดความเข้าใจ

ราวกับว่าชายชราผู้นี้มีสถานะที่สูงส่งเกินกว่าจะเอื้อมถึง

"ตัวตนของพวกเขาทั้งสาม คงจะตรวจสอบได้ยากมาก"

"แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ก็คือ คนที่ฆ่าพวกเขาเป็นผู้มีลำดับพลังแน่ ๆ"

"ไม่เช่นนั้น คงเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าทั้งสามคนได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยการต่อสู้เอาไว้เลย"

"บาดแผลเองก็เป็นหลักฐานชัดเจน"

"ถ้าตัดสินจากสิ่งนี้ อาวุธที่ใช้บดขยี้กะโหลกทั้งสาม ก็คงไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากหมัดของคนร้ายนั่นเอง"

โอลอฟเหลือบมองถังขยะเปล่าอีกครั้ง ก่อนจะพ่นควันซิการ์ออกมาเป็นวง

"เวลาเกิดเหตุที่ตรอกนั้น พอดีกับช่วงที่ซากเทพเจ้าถูกขโมยไปจากถังขยะ"

"หากดูจากระยะทางแล้ว ถ้าผู้มีลำดับพลัง สายพลังความเร็ว ก็สามารถไปถึงจุดนั้นได้"

"เพราะงั้น คนร้ายอาจเป็นคนเดียวกัน"

รอยเลียน่าขมวดคิ้ว "เป็นคนเดียวกันอย่างนั้นหรือ?"

"ขโมยซากเทพเจ้าไปจากที่นี่ แล้วเดินทางไปฆ่าคนและเผาศพอีกสองสถานีถัดไป?"

"คดีทั้งสอง ไม่มีร่องรอยที่เป็นประโยชน์หลงเหลืออยู่เลย"

"ถ้าอย่างนั้น ลองตั้งสมมติฐานก่อน แล้วค่อยพิสูจน์อย่างละเอียดก็ไม่เสียหาย"

โอลอฟลูบเคราขาวของตัวเอง "ข้าว่า คนร้ายคนนี้น่าจะยังไม่เชี่ยวชาญเรื่องลำดับพลัง"

"ทำไมท่านสารวัตรถึงคิดเช่นนั้น?"

"ศพทั้งสาม มีบาดแผลร้ายแรงนอกจากกะโหลกแตกด้วย

ดังนั้น มีโอกาสสูงที่หัวของพวกเขาจะถูกทุบหลังจากตายไปแล้ว"

"จากนั้น คนร้ายก็ยังเลือกจะเผาศพอีก"

"ข้าสันนิษฐานว่า ที่เขาทำลายกะโหลกของศพทั้งสาม เพราะกลัวว่า

ผู้มีลำดับพลัง【อมตะ】จะใช้ความสามารถในการอ่านความทรงจำจากศพ"

"แต่เขาคงยังไม่รู้ว่า พลังของ【อมตะ】นั้นมีข้อจำกัด"

"หากสมองเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือโครงสร้างชีวภาพถูกทำลาย

ความสามารถของลำดับพลัง【อมตะ】จะใช้ไม่ได้ผล"

"พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้เขาทุบหัวศพหรือไม่

แค่จุดไฟเผาให้ร่างไหม้จนเสียสภาพ ก็สามารถขัดขวางการสืบสวนของลำดับพลัง【อมตะ】ได้แล้ว"

รอยเลียน่าขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัยว่า
“สารวัตร คุณกำลังบอกว่า เขาไม่รู้เรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับลำดับเลยอย่างนั้นหรือ?”

“นอกจากเหตุผลนี้ ฉันก็นึกไม่ออกแล้วว่าอะไรจะทำให้เขาทำเรื่องเกินความจำเป็นแบบนี้”

รอยเลียน่าพยักหน้า เห็นด้วยกับการวิเคราะห์ของสารวัตร แล้วพูดขึ้นว่า
“การที่เขาไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับลำดับ อาจเป็นเพราะเขาเพิ่งตื่นลำดับพลังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ยังไม่มีเวลาเตรียมตัวให้ดี เราแค่ไปดักรอที่สำนักงานจัดการลำดับ ก็น่าจะจับตัวคนร้ายได้!”

“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น สิ่งที่เธอพูดเกี่ยวกับการไม่เตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่แรก มันไม่ถูกต้อง”

โอลอฟส่ายหน้า
“เขารู้ว่าต้องเลือกสถานที่ที่มีกลิ่นปะปนกันเพื่อรบกวนเธอ และยังรู้ว่าต้องเผาศพเพื่อทำลายหลักฐาน”

“รอยเลียน่า เธอต้องเข้าใจนะว่า เขาไม่ใช่ฆาตกรที่ลงมืออย่างใจเย็น และมีการเตรียมการมาก่อนเพื่อฆ่าทั้งสามคนนั้น เขาเพิ่งขโมยซากเทพเจ้ามา แล้วกำลังหนีไปอย่างลนลาน แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่เขาทำกลับแสดงให้เห็นว่า แม้ว่าเขาจะไม่รู้อะไรมากนัก แต่เขาไม่ใช่คนสะเพร่าเลย”

“ความคิดของเขาละเอียดลึกซึ้งยิ่งกว่ารูเข็มของร้านตัดเสื้อเสียอีก ไม่มีทางที่เขาจะขโมยซากเทพเจ้าได้โดยที่ยังเตรียมตัวไม่เพียงพอ และเผยตัวออกมาเอง การที่เขาทำเช่นนี้ หมายความว่า เขาไม่มีช่องทางที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติม”

รอยเลียน่าจัดระเบียบเส้นผมสีทองที่ยุ่งเล็กน้อยของเธอ ก่อนจะแสดงสีหน้าสงสัยออกมา
“เป็นไปได้ยังไง?

ข้อมูลเกี่ยวกับลำดับพลังของผู้ใช้ ถูกเปิดเผยให้ทุกคนดูได้ที่【ค่ายสังหารเทพ】 ใครๆ ก็สามารถค้นหาได้ผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์นะ”

“ไม่ เธอคิดผิด ถ้าสมมติฐานทั้งหมดนี้ถูกต้องล่ะก็ มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่เข้ากับเงื่อนไขพอดี และพวกเขาไม่สามารถค้นหาข้อมูลพวกนี้ได้”

“ใครกัน?”

“พวกคนจน”

ตอนก่อน

จบบทที่ ยังไม่ได้ตั้งชื่อตอน

ตอนถัดไป