การคุกคาม

ถูกเปิดเผยแล้ว?

แม้จะมีโอกาสมีชีวิตใหม่อีกครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยสัมผัสถึงความหวาดกลัวที่จะถูกลงโทษทางกฎหมายมาก่อน

ฉินซื่อหยางรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา

ยิ่งกว่าตอนที่เคยกินซากเทพเจ้าจากถังขยะ หรือฆ่าคนในตรอกมืดเสียอีก

แม้กระทั่งคืนที่เพิ่งเกิดใหม่ แล้วเห็นฝูงมดสีดำมากมายเกาะกระจกด้วยดวงตาที่เรืองแสง ก็ยังไม่หวาดกลัวเท่าตอนนี้

เขานั่งนิ่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ไม่รู้ว่าควรทำอะไร

ขณะนั้น ข้อความบนหน้าจอเปลี่ยนไปอีกครั้ง

【แจ้งเตือนจากผู้ดูแลร้าน】

【ดูต่อไปเถอะ พอนายดูจบแล้วอย่าเพิ่งไป รอฉันที่ตรอกหลังร้านเน็ต】

ฉินซื่อหยางมองข้อความบนหน้าจอ แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะอ่าน【ค่ายสังหารเทพ】ต่อแล้ว

ผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตกำลังจับตาดูเขาตลอดเวลา

ในใจของฉินซื่อหยางเต็มไปด้วยความสงสัย

ผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตนี่ว่างขนาดนั้นเลยเหรอ?

ไม่มีงานของตัวเองต้องทำรึไง?

วัน ๆ คอยจับตาดูว่าลูกค้าทุกคนเล่นเน็ตทำอะไรกันรึไง?

แต่ในเมื่อจ่ายเงินไปแล้ว นั่งเฉย ๆ ก็คงเสียเวลาเปล่า

เขาสงบสติอารมณ์ลง แล้วเปิด【ค่ายสังหารเทพ】อีกครั้ง

ร้านแห่งนี้ อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะมา

ไม่สิ นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะเข้าไปในร้านอินเตอร์เน็ตเลยก็ได้

ไม่ใช่แค่ร้านนี้ แต่รวมถึงร้านอินเตอร์เน็ตอื่น ๆ ด้วย เขาจะไม่เข้าไปอีก

เขาต้องใช้โอกาสนี้ค้นหาลำดับที่สามารถใช้ปลอมตัวได้จาก【ค่ายสังหารเทพ】

ฉินซื่อหยางยังคงอ่านโพสต์สรุปลำดับต่อไป แล้วมองหาลำดับที่เหมาะสมสำหรับการปลอมตัวของเขา

ในที่สุด สายตาของเขาก็หยุดลงที่ลำดับหนึ่ง

【นักฆ่าไร้เงา】

【ระดับลำดับ 1, ฝึกหัดลอบสังหาร】

【สกิล: ความเป็นเเละความตาย: สามารถเพิ่มความว่องไวของตัวเองเป็นสองเท่าได้ภายในห้านาที แต่หลังจากนั้นร่างกายจะอ่อนล้า และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง】

【ระดับลำดับ 2, นักฆ่าสายฟ้า】

【สกิล: ความเป็นและความตาย: สามารถเพิ่มทั้งความว่องไวและพลังโจมตีเป็นสองเท่าได้ภายในห้านาที แต่หลังจากนั้นร่างกายจะอ่อนล้า และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกเป็นเวลายี่สิบนาที】

ฉินซื่อหยางมองลำดับ【นักฆ่าไร้เงา】นี้ แล้วพบว่าสกิล【ความรุนแรง】ของเขาสามารถครอบคลุมทั้งระดับลำดับ 1 และลำดับ 2 ได้อย่างสมบูรณ์

ทำให้เขาสามารถแฝงตัวปะปนไปได้ระยะหนึ่ง

ดังนั้น เขาจึงอ่านคำอธิบายสกิลของลำดับนี้ซ้ำไปซ้ำมา แล้วจดจำมันเอาไว้อย่างแม่นยำ

เพื่อให้เข้าใจลำดับนี้มากขึ้น เขาจึงค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในฟอรั่ม แล้วพบว่ามีโพสต์เกี่ยวกับลำดับนี้นับพันกระทู้เด้งขึ้นมาทันที

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นลำดับที่ค่อนข้างพบได้บ่อยเช่นกัน

【อุปกรณ์ที่จำเป็นที่สุดสำหรับนักฆ่าไร้เงาคืออะไร?】

【ใครคือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเป็นคู่หูของนักฆ่าไร้เงา?】

【เพื่อนร่วมทีมของฉันที่เป็นนักฆ่าไร้เงา ไร้ประโยชน์มาก ตอนสู้มีแต่เปิดสกิลแล้วหนี ทำยังไงดี?】

【นักฆ่าไร้เงาตามหาทีมล่าเทพเจ้า นักรบมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ】

ฉินซื่อหยางกดเข้าไปดูโพสต์【แนะนำลำดับนักฆ่าไร้เงา】

ภายในโพสต์มีการอธิบายว่าต้องฝึกฝนตัวเองอย่างไร วิธีใช้ทรัพยากรที่หน่วยงานจัดหาให้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และแนวทางเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด

ในโพสต์นี้ ฉินซื่อหยางได้เห็นข้อมูลมากมาย รวมถึงการค้นพบว่าลำดับที่ 3 ของ【นักฆ่าสายฟ้า】คือ【นักฆ่าสองเงา】

【สกิล: ความเป็นเเละความตาย สามารถเพิ่มความว่องไวเป็นสามเท่า และเพิ่มพลังโจมตีเป็นสองเท่าได้ภายในสิบ นาที แต่หลังจากนั้นร่างกายจะอ่อนล้า และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกเป็นเวลาสิบนาที】

จากโพสต์นี้ ฉินซื่อหยางยังได้รู้ว่า ต่างจากลำดับอื่น ๆ ส่วนใหญ่ ที่เมื่อเลื่อนระดับจะได้รับสกิลใหม่เพิ่มขึ้น

แต่สำหรับ【นักฆ่าไร้เงา】นั้น ทุกระดับมีเพียงสกิลเดียว และจะเป็นการเสริมพลังให้กับความเป็นและความตาย เรื่อย ๆ

แนวทางการพัฒนาในเส้นทางเดียวแบบนี้ ฉินซื่อหยางเองก็ไม่แน่ใจว่าดีหรือไม่ดี

มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

หากพวกเขาไม่สามารถกำจัดศัตรูได้ภายในช่วงเวลาที่ใช้สกิล ก็แทบไม่มีโอกาสรอดชีวิต

ไม่มีข้อสงสัยเลยว่า【นักฆ่าไร้เงา】เป็นลำดับที่ต้องพึ่งพาทีมเป็นอย่างมาก

แต่สำหรับเขาแล้ว สกิลนี้กลับเหมาะกับการใช้ซ่อนตัวตนของเขาเอง

เนื่องจาก【ความรุนแรง】ของเขาสามารถครอบคลุมสกิลของสามระดับแรกในลำดับ【นักฆ่าสายฟ้า】ได้ทั้งหมด

ดังนั้น หากต้องการแฝงตัวเป็นผู้มีลำดับพลัง【นักฆ่าสายฟ้า】อย่างแนบเนียน

เขาจำเป็นต้องแสร้งทำเป็นอ่อนแอให้แนบเนียนที่สุด

การเปรียบเทียบลำดับ【ผู้กลืนกินเทพเจ้า】กับ【นักฆ่าสายฟ้า】อย่างละเอียด

ทำให้ฉินซื่อหยางตระหนักถึงความแข็งแกร่งของลำดับพลังของตัวเอง

ทั้งที่【ความรุนแรง】เป็นสกิลที่ตื่นขึ้นมาในระดับลำดับที่ 2

แต่มันกลับทรงพลังยิ่งกว่าลำดับ【นักฆ่าสายฟ้า】ที่มีเพียงสกิลเดียวที่ถูกเสริมพลังขึ้นเรื่อย ๆ

และจากการค้นหาข้อมูลในฟอรั่ม

ดูเหมือนว่าลำดับ【นักฆ่าสายฟ้า】จะเป็นลำดับยอดนิยมที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

มีทีมล่าเทพเจ้าจำนวนมากที่ต้องการรับคนที่อยู่ในลำดับพลังนี้เข้าทีมของพวกเขา

แต่นั่นยังไม่ใช่ข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของฉินซื่อหยาง

จากข้อมูลที่เขาค้นหาในฟอรั่ม

ค่าพื้นฐานของเขาในตอนนี้ เทียบเท่าหรือเหนือกว่าผู้ใช้ลำดับ【นักฆ่าไร้เงา】ที่เปิดใช้สกิล: ความเป็นเเละความตาย】เสียอีก

ต่อให้ไม่ใช้สกิลใด ๆ

เขาก็แทบจะไร้เทียมทานในหมู่ผู้ใช้ลำดับพลังระดับล่าง!

ดังนั้น เขาควรปลอมตัวเป็น【นักฆ่าไร้เงา】อย่างไรให้แนบเนียน?

เคล็ดลับสำคัญที่สุดก็คือ ต้องเก็บงำพลังของตัวเองให้มิดชิดที่สุด

หลังจากพบลำดับพลังที่เหมาะสมสำหรับปกปิดตัวตนของตัวเองแล้ว

ฉินซื่อหยางก็ได้รับการแจ้งเตือนว่าคอมพิวเตอร์ของเขาหมดเวลาใช้งาน

เขาเงยหน้าขึ้น แล้วสบตากับผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตที่เคาน์เตอร์อยู่ชั่วขณะ

จากนั้น เขาก็เลือกที่จะปิดเครื่อง และเดินออกจากร้านภายใต้สายตาจับจ้องของอีกฝ่าย

หลังจากอ้อมหลบกล้องวงจรปิดที่หน้าร้านเน็ตแล้ว

ฉินซื่อหยางก็เดินตามข้อความที่ได้รับจากผู้ดูแลร้าน

มายังตรอกด้านหลังร้านอินเตอร์เน็ต

ตรอกเล็ก ๆ ด้านหลังร้านอินเตอร์เน็ต

อยู่นอกเขตการดูแลของเจ้าของร้าน จึงไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด

บริเวณด้านหลังนี้ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่รกร้างที่ไม่มีใครสนใจดูแล

เต็มไปด้วยขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อย และกล่องอาหารใช้แล้ว

กลิ่นน้ำซุปเสียล่องลอยอยู่ทั่วบริเวณ

ให้ความรู้สึกคล้ายกับกลิ่นที่มักพบในโรงอาหาร

ภายในตรอกแคบ ๆ นี้

ฉินซื่อหยางแทบหาแม้แต่พื้นที่เล็ก ๆ สำหรับยืนเหยียบไม่ได้

สุดท้าย เขาจึงเช็ดทำความสะอาดแผ่นหินแผ่นหนึ่ง

แล้วนำมันมารองบนขั้นบันไดที่เปื้อนคราบน้ำมัน

ก่อนจะนั่งลงและรอคอยอย่างไร้จุดหมาย

เวลาผ่านไปสามถึงสี่ชั่วโมง

ไฟในร้านอินเตอร์เน็ตก็ดับลงในที่สุด

กลิ่นน้ำซุปเสียอบอวลจนฉินซื่อหยางรู้สึกเหมือนจะถูกกลืนกลายไปกับมัน

ไม่นานหลังจากนั้น

ชายวัยกลางคนที่เป็นผู้ดูแลร้านก็ปรากฏตัวขึ้น

เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ดูเก่าโทรม

เนื้อหนังหย่อนยานสั่นไหวทุกครั้งที่ก้าวเดิน

มีเสื้อนอกพาดอยู่บนไหล่

สำหรับขยะที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น

เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

เดินเตะกระจัดกระจายไปทั่ว

คราบน้ำมันจากขยะที่ถูกเตะกระเด็นมาติดรองเท้าของเขาด้วย

ฉินซื่อหยางมองดูปกคอเสื้อและข้อมือที่เปียกชุ่มไปด้วยคราบเหงื่อของอีกฝ่าย

ความรู้สึกขยะแขยงพลันเอ่อล้นขึ้นมา

ชายคนนั้นจ้องมองฉินซื่อหยางด้วยสายตาเต็มไปด้วยความโลภ

แล้วเปิดปากพูดขึ้นทันที

"ไอ้หนู ตำรวจกำลังตามหานายอยู่ เพราะนายฆ่าคนใช่ไหม?"

ประโยคเปิดบทสนทนา

แทงเข้าไปในใจกลางความลับของฉินซื่อหยางทันที

แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

เขาคิดว่า คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นใกล้ทางออกฉุกเฉินหมายเลข 89757 เมื่อคืนวาน

ไม่น่าจะสามารถแพร่กระจายข่าวมาถึงพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้ได้ภายในคืนเดียว

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตคนนี้ต้องใช้การคาดเดาแน่นอน

ดังนั้น เขาไม่มีความจำเป็นต้องยอมรับอะไรทั้งนั้น

ผู้ดูแลร้านเน็ตหัวเราะหึหึ

"ถึงนายไม่พูด ฉันก็รู้ดี"

"นายเข้ามาร้านเน็ตครั้งก่อน ก็เพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับลำดับพลังพิเศษ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน"

อีกฝ่ายเป็นฝ่ายพูดถึงข้อสงสัยในใจของฉินซือหยางออกมาก่อน

เขาจึงถือโอกาสถามกลับ

"งั้นแปลว่าคุณจำลูกค้าทุกคนได้งั้นเหรอ?"

"แน่นอนว่าไม่หรอก ฉันไม่ใช่ผู้มีลำดับพลังพิเศษที่มีสกิลเกี่ยวกับความจำ"

"แล้วทำไมคุณถึงจำผมได้?"

ฉินซื่อหยางไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงโชคร้ายขนาดนี้

ถึงได้ถูกผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตร่างอ้วนคนนี้จับตาไว้

"เพราะสภาพนายมันจนซะขนาดนี้"

"ดูยังไงก็น่าจะเป็นพวกคนจนแถวชายขอบเขตปลอดภัย"

"แต่กลับกล้าควักเงินเข้ามานั่งร้านเน็ต ฉันเลยอดสงสัยไม่ได้ เลยแอบมองนายอยู่สองสามครั้ง"

"แล้วก็บังเอิญว่านายใส่เสื้อตัวเดิมมาสองรอบ ฉันก็เลยจำได้"

"ตอนที่นายดูฟอรั่ม ฉันเห็นว่านายหยุดอยู่ที่ลำดับ【อมตะ】กับ【นักดมกลิ่น】อยู่นาน"

"ซึ่งสองลำดับนี้ ส่วนใหญ่เป็นพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานสืบสวนสอบสวน"

"แล้วจากนั้น ตำรวจก็ปรากฏตัวขึ้นพอดี"

"นายรีบลบประวัติการค้นหา เปิดไฟล์โน้ตเปล่า แล้วแสร้งทำเป็นอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์"

"ฉันเลยเดาได้ทันทีว่า นายต้องเป็นฆาตกร"

"และที่นายเข้ามาในร้านเน็ต ก็เพื่อค้นหาว่าตำรวจที่มีลำดับพลังจะตามรอยนายได้ไหม"

ไขมันทั่วใบหน้าของผู้ดูแลร้านเน็ตสั่นกระเพื่อมด้วยความตื่นเต้น

ราวกับกำลังเฉลิมฉลองให้กับการค้นพบอันยิ่งใหญ่ของตัวเอง

ซึ่งเกิดขึ้นจากการสังเกตการณ์อันแหลมคมของเขา

แต่ฉินซื่อหยางยังคงไม่แสดงท่าทีใด ๆ

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะคาดเดาเกี่ยวกับเขาถูกต้องแค่ไหน

เขาก็จะไม่ให้การตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น

อย่าให้ศัตรูของตัวเองสามารถอ่านความคิดของเราออก

เป็นประโยคจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เขาเคยดูในชาติก่อน

แม้จะจำไม่ได้ว่าเป็นเรื่องอะไร

แต่กลับเข้ากับสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เขาจะไม่มอบข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับตัวเองให้อีกฝ่ายอีกแม้แต่นิดเดียว

ฉินซื่อหยางจ้องมองผู้ดูแลร้านเน็ตอย่างเงียบงัน

รอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ

ผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตดูจะประหลาดใจเล็กน้อยที่ฉินซื่อหยางไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ

แต่เขาก็ยังคงสงบนิ่ง

เพราะเขามั่นใจว่าอำนาจต่อรองยังอยู่ในมือของตัวเอง

"ฉันเรียกนายออกมาแค่เพราะเรื่องง่าย ๆ"

"ฉันจะไม่บอกใครเกี่ยวกับเรื่องของนาย"

"แต่แลกเปลี่ยนกัน นายต้องให้เหรียญเงินฉันหนึ่งเหรียญ เป็นค่าปิดปาก"

ฉินซื่อหยางหัวเราะเบา ๆ

ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่าย

"เหรียญเงินหนึ่งเหรียญ? คุณบ้าไปแล้วเหรอ?"

ผู้ดูแลร้านเน็ตสะดุ้งเฮือกจากสายตานั้น

รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายสังหาร

ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเสแสร้งได้แน่นอน

ไอ้เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปดคนนี้

ต้องเคยฆ่าคนมาก่อนจริง ๆ !

เขากลืนน้ำลายลงคอ

แต่ก็ยังคงฝืนเชิดคอพูดต่อ

"ฉันไม่ได้บ้า เหรียญเงินหนึ่งเหรียญถือว่าเป็นเงินค่ารักษาชีวิตนาย"

"คุ้มค่าแน่นอน"

"ยังไงซะ นายก็เป็นฆาตกรอยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่นายไม่กล้าทำหรอก จริงไหม?"

ผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตเหมือนจะยิ่งพูดยิ่งได้ใจ

“ฉันไม่สนหรอกว่านายจะใช้วิธีไหน”

“จะขโมย จะปล้น หรือจะฆ่าคนก็ตาม ขอแค่เอาเหรียญเงินมาให้ฉันก็พอ”

ฉินซื่อหยางยังคงจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา

เหมือนกำลังมองดูเรื่องขำขันที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง

ผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตรู้สึกเหมือนถูกเสือจ้องมองเหยื่อ

ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

แต่เขากลับหัวเราะออกมา

“นายขู่ฉันไม่ได้หรอก”

“เราก็เป็นแค่คนธรรมดาที่ใช้ชีวิตในที่แบบนี้กันไปวัน ๆ”

“นายก็คงไม่มีแขนขางอกออกมามากกว่าฉันหรอก จริงไหม?”

หืม?

ดูเหมือนว่าผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตจะยังไม่รู้ว่าฉินซื่อหยางเป็นผู้มีลำดับพลัง

นั่นถือเป็นข่าวดีเล็ก ๆ ท่ามกลางเรื่องร้าย

แต่ฉินซื่อหยางไม่ปล่อยให้บทสนทนานี้ถูกอีกฝ่ายนำทาง

เขาสังเกตเห็นว่าผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตเริ่มหายใจหนักขึ้น

บ่งบอกถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ดังนั้นเขาจึงกดดันกลับ

โยนคำถามออกไปตรง ๆ

“ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าฉันฆ่าคน ทำไมถึงไม่กลัวว่าฉันจะฆ่าคุณด้วย?”

ผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก

ก่อนจะตอบกลับมา

“ฉันเขียนอีเมลเตรียมไว้แล้ว”

“ข้างในเป็นข้อมูลแจ้งจับนาย พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพหน้านายได้ชัดเจน”

“อีเมลนี้จะถูกส่งไปยังตำรวจตอนตีสามของทุกวัน”

“ฉันตั้งเวลาให้มันเลื่อนออกไปทุกวัน ถ้าฉันเป็นอะไรไป นายก็จะถูกเปิดโปงทันที”

ดูเหมือนว่าผู้ดูแลร้านเน็ตอยากให้ฉินซื่อหยางเชื่อสนิทใจ

เขาจึงย้ำอีกประโยค

“ถ้านายไม่เชื่อ ก็ลองดูสิ! ฆ่าฉันตอนนี้เลย!”

อีเมลที่ถูกตั้งเวลาไว้

เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่บีบให้ฉินซื่อหยางต้องระมัดระวัง

แผนของผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตนี้

มัดมือมัดเท้าของเขาแน่นหนา

ทำให้เขาไม่อาจลงมือได้โดยพลการ

“ก่อนจะถึงสัปดาห์หน้า”

“นายต้องหามาให้ฉันหนึ่งพันเหรียญทองแดง!”

“ถ้าไม่งั้น ฉันจะแจ้งตำรวจทันที!”

ผู้ดูแลร้านอินเตอร์เน็ตยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

เผยให้เห็นฟันเหลือง ๆ ที่บิ่นไปบางส่วน

ฉินซื่อหยางฟังแล้วไม่ตอบอะไร

เขาหมุนตัวเดินออกจากตรอกไป

ผู้ดูแลร้านเน็ตมองแผ่นหลังของเขาแล้วแค่นเสียงเยาะ

“ฆ่าคนแล้วไง? ยังไงสุดท้ายก็ต้องหอบเงินมาให้ฉันอยู่ดี!”

“ไอ้หนู ความลับนี้ ฉันจะขูดรีดจากนายไปทั้งชีวิต!”

“ตั้งใจหาเงินเข้าล่ะ เงินซื้อบ้านซื้อรถของฉันขึ้นอยู่กับนายเลยนะ!”

จู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้

ว่าเขายังไม่รู้จักชื่อของฉินซื่อหยางเลย

“เออ จริงสิ! ฉันชื่อหลิวต้าจื้อ! แล้วนายล่ะ ชื่ออะไร?”

ฉินซื่อหยางยังคงเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ

ไม่คิดจะหันกลับไปตอบ

ชื่อของคนที่กำลังจะตาย

ไม่จำเป็นต้องรู้

ตอนก่อน

จบบทที่ การคุกคาม

ตอนถัดไป