ข่าวกรองของหวังเต๋อฝา

หลังเลิกเรียน ฉินซื่อหยางเก็บกวาดห้องสมุดเสร็จ แล้วก็เดินกลับพร้อมกับเหวินซูอีกครั้ง

แต่ตอนที่ฉินซื่อหยางกำลังเดินออกจากประตูโรงเรียน เขากลับเห็นสายตาโกรธเกรี้ยวของจ้าวลี่เหวิน

“ไม่ต้องไปสนใจเขา”

“หืม?”

ฉินซื่อหยางยังไม่ทันพูดอะไร แต่กลับได้ยินคำพูดของเหวินซูก่อน

“ฉันบอกว่า นายไม่ต้องไปสนใจจ้าวลี่เหวิน”

“อ๋อ”

ฉินซื่อหยางกับเหวินซูค่อย ๆ เดินห่างออกไป ส่วนจ้าวลี่เหวินกลับยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ใต้แสงไฟริมถนนหน้าประตูโรงเรียน จับจ้องไปที่ฉินซื่อหยาง

ด้วยสัมผัสที่เฉียบคมของฉินซื่อหยาง แน่นอนว่าเขารับรู้ได้ถึงสายตาที่ไม่เป็นมิตรนี้

“เหวินซู”

“มีอะไรเหรอ?”

“จ้าวลี่เหวินจ้องพวกเราอยู่ตลอดเลย เขาน่าจะคอยมากวนใจเธอบ่อย ๆ ใช่ไหม?”

เหวินซูลังเลไปชั่วขณะก่อนจะส่ายหัว “เปล่านี่”

แต่เพียงเสี้ยววินาทีของความลังเลนั้น ก็ทำให้ฉินซื่อหยางได้คำตอบแล้ว

“ไม่ต้องลำบากหรอก ฉันไม่เป็นไร ฉันกับเขาไม่เคยคุยอะไรกันเลย”

เหวินซูรีบเสริมขึ้นอีกประโยค กลัวว่าฉินซื่อหยางจะทำอะไรเพิ่มเติม จนทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นกว่าเดิม

“ถ้าไม่เคยคุยกัน แล้วเขาจะรู้ได้ยังไงว่าเธอจะสมัครเข้าเรียนที่ไหน?”

เหวินซูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฉินซื่อหยางด้วยดวงตาใสแจ๋ว “นายไปหาจ้าวลี่เหวินมาเหรอ?”

“เขาเป็นฝ่ายมาหาฉันต่างหาก” ฉินซื่อหยางกลอกตา “ฉันไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ จะไปหาทำไม”

ได้ยินดังนั้น เหวินซูก็เม้มปากเล็กน้อย ไม่ได้ตอบอะไรอีก

“เขาพูดอะไรเธอก็ไม่ต้องไปสนใจ ถือซะว่าเป็นแค่สายลมที่พัดผ่านก็พอ ฉันเองก็ไม่ได้ปล่อยให้เขามารบกวนการเรียนของฉันหรอก”

“อธิบายซะยืดยาว กลัวว่าฉันจะฆ่าเขาหรือไง?”

ฉินซื่อหยางถอนหายใจอย่างจนปัญญาอีกครั้ง “ฉันก็ไม่ใช่ปีศาจกระหายเลือดหรอกนะ ถ้าไม่ถึงที่สุด ฉันก็ไม่อยากทำเรื่องแบบนั้นเหมือนกัน”

“ไม่ต้องห่วง ฉันมีวิธีของฉัน”

“นาย? วิธีอะไร?”

“เรื่องนั้นเธอไม่ต้องรู้หรอก ลาก่อน”

ที่ทางแยกก่อนจะแยกกัน ฉินซื่อหยางยิ้มมั่นใจให้เหวินซูที่ยังมีแววสงสัยในดวงตา จากนั้นก็เดินจากไปอย่างไม่ลังเล

เหวินซูมองแผ่นหลังของฉินซื่อหยาง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

“ขอบคุณนะ”

หลังจากกลับถึงบ้านและวางถุงใส่กล่องข้าวลง ฉินซื่อหยางก็ออกไปยังร้านอินเทอร์เน็ตใกล้บ้าน

เขาหลบมุมกล้องวงจรปิดที่หน้าประตู แล้วกวาดตามองเข้าไป พบว่าคนที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์คือ หวังเต๋อฝา

หวังเต๋อฝากำลังทำหน้าบูดบึ้ง มองจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าด้วยสายตาเลื่อนลอย

เดิมทีตอนนี้คนที่ควรนั่งอยู่ตรงนี้คือ หลิวต้าจื้อ ส่วนตัวเขาก็คงได้อยู่บ้าน ใช้เวลากับเมียและลูกอย่างสบายใจ

แต่ไม่รู้ไอ้เวรไหน ดันไปฆ่าหลิวต้าจื้อเพราะเรื่องเงินไม่กี่เหรียญ

ร้านอินเตอร์เน็ตไม่มีคนดูแล เขาในฐานะเจ้าของร้านก็หาใครมาแทนไม่ทัน จำต้องมานั่งเฝ้าเอง

“ให้ตายเถอะ ถ้ารู้ว่าไอ้เวรไหนเป็นคนฆ่าหลิวต้าจื้อ! กูจะเอาคืนให้สาสมเลยคอยดู!”

แค่ไม่มีเวลาว่างก็ว่าย่ำแย่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ไม่รู้ว่าตำรวจเป็นบ้าอะไร ช่วงนี้มาคอยตรวจตราร้านของเขาทุกวัน เล่นเอาธุรกิจของเขาแทบพัง

ร้านอินเทอร์เน็ตของหวังเต๋อฝาตั้งอยู่ในย่านสลัม จุดประสงค์หลักไม่ใช่เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ต แต่เป็นพื้นที่สีเทาสำหรับการทำธุรกรรมผิดกฎหมาย

เครื่องคอมพิวเตอร์ของร้านสามารถแก้ไขข้อมูลในระบบหลังบ้าน เพื่อซ่อนที่อยู่ล็อกอิน และทำให้สามารถทำธุรกรรมออนไลน์โดยไม่เปิดเผยตัวตนได้

เนื่องจากที่อยู่ล็อกอินเครือข่ายเป็นแบบสุ่ม เจ้าหน้าที่บริหารเครือข่ายของรัฐบาลสหพันธ์จึงไม่สามารถสืบหาต้นตอได้

เมื่อมีคนต้องการให้หวังเต๋อฝาให้บริการซ่อนที่อยู่ล็อกอิน ค่าบริการอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นเป็นยี่สิบเท่า

แต่เดิมค่าบริการอินเทอร์เน็ตก็แพงอยู่แล้ว ยี่สิบเท่าของราคาปกติยิ่งถือว่าเป็นราคามหาโหด

ทว่า แม้จะมีค่าบริการที่สูงขนาดนั้น ลูกค้าของร้านอินเทอร์เน็ตของหวังเต๋อฝาก็ยังคงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

เพราะผลกำไรจากการทำธุรกรรมผิดกฎหมาย มันมากกว่าค่าบริการอินเทอร์เน็ตที่แพงลิบลิ่วนี้หลายเท่า

รายได้หลักของร้านอินเทอร์เน็ตนี้มาจากส่วนที่เป็นสีเทา จัดได้ว่าหวังเต๋อฝากล้าเสี่ยงไม่น้อย และที่ร้านของเขาเปิดมาได้จนถึงตอนนี้ หวังเต๋อฝาย่อมไม่ใช่พวกกระจอกไร้เส้นสาย

ในรัฐบาลสหพันธ์มีคนคอยหนุนหลัง ให้ร้านอินเทอร์เน็ตของเขาเปิดทำการได้อย่างปลอดภัย แน่นอนว่า รายได้จากธุรกิจสีเทาส่วนใหญ่ของหวังเต๋อฝา ก็ต้องส่งขึ้นไปให้กับผู้มีอำนาจที่คอยหนุนหลังเขา

ด้วยพื้นที่ดำเนินการที่กว้างขวาง บวกกับเส้นสายที่แข็งแกร่ง ร้านอินเทอร์เน็ตของหวังเต๋อฝาจึงโด่งดังอย่างรวดเร็วในย่านนี้ เปิดมาได้ห้าหกปีโดยไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไร

จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อน อยู่ ๆ ตำรวจสถานีก็เหมือนเป็นบ้า พากันมาตรวจตราร้านของเขาทุกวัน

ตรวจแล้วตรวจอีก นอกจากจับลูกค้ากลุ่มพิเศษของเขาไปหลายคน ก็ไม่ได้มีบทลงโทษอื่นใดเพิ่มเติม

หวังเต๋อฝาเองก็ไม่รู้ว่า ตำรวจต้องการจะสืบหาอะไรกันแน่

เขาโทรหาผู้มีอำนาจที่คอยหนุนหลังเพื่อสอบถามถึงสาเหตุ

แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงก็คือ ดูเหมือนคนของเขาเองก็จนปัญญาเหมือนกัน

“ตำรวจจะตรวจสอบก็ปล่อยให้พวกมันตรวจไป นายอย่าไปยุ่ง”

“แล้วธุรกิจล่ะ?”

คนปลายสายถอนหายใจ “พักไว้ก่อน ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน”

“ท่านครับ ท่านช่วยบอกใบ้ผมหน่อยได้ไหม? ผมกลัวว่าวันไหนจะโดนตำรวจลากไป หรือไม่ก็หายตัวไปแบบเจ้าของร้านคนก่อนเมื่อสามปีก่อน!”

“หมอนั่นหายตัวไปเป็นอุบัติเหตุ นายไม่ต้องกังวล ส่วนเรื่องตำรวจ… เรื่องนี้มันซับซ้อน มีคนรายงานขึ้นไปถึงเบื้องบนแล้ว”

หวังเต๋อฝาชะงักไปทันที ใจหายวาบ “ธุรกิจของพวกเรา… ก็แค่หาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำไมถึงไปเกี่ยวกับเบื้องบนได้?”

“พวกมันไม่ได้มุ่งเป้าแค่ธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเรา เพราะงั้นไม่ต้องห่วง ตำรวจไม่ทำอะไรนายหรอก”

“อืม ได้ครับ”

“ว่าแต่นายไม่ได้เจอใครแปลก ๆ บ้างใช่ไหมช่วงนี้?”

“คนแปลก ๆ เหรอ?” หวังเต๋อฝานึกถึงฉินซื่อหยางขึ้นมาทันที แต่เพราะเงินปิดปากหนึ่งเหรียญเงิน เขาจึงเลือกที่จะปิดบัง

“ไม่มีครับ ก็แค่พวกทำธุรกิจทั่วไป”

“อืม งั้นก็ดี งั้นแค่นี้ก่อน ฉันต้องไปประชุมแล้ว”

“ท่านครับ ลาก่อน”

เมื่อรู้ว่าตำรวจมีเป้าหมายอื่น หวังเต๋อฝาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง

แต่เพราะการตรวจตราที่บ่อยขึ้น ทำให้รายได้พิเศษของเขาลดฮวบ เล่นเอาเขาแทบจะร้องไห้

“ช่วงนี้คงต้องประหยัดหน่อยแล้วล่ะ”

ขณะที่กำลังกลัดกลุ้ม สายตาของหวังเต๋อฝาก็เหลือบไปเห็นฉินซื่อหยางที่ยืนอยู่หน้าประตู

สำหรับเขาแล้ว ฉินซื่อหยางเป็นทั้งเทพเจ้าแห่งโชคลาภและยมทูตในร่างเดียวกัน

ดังนั้นเมื่อเห็นฉินซื่อหยาง เขาก็ทั้งกังวลและดีใจในเวลาเดียวกัน

หวังเต๋อฝามองไปที่ลูกค้าในร้านซึ่งนั่งประปรายอยู่ตามที่นั่ง ต่างคนต่างจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์

เขาหยิบม้วนกระดาษขึ้นมา แล้วตะโกนบอกว่า “ฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ ถ้ามีใครมา รบกวนให้รอหน่อย ขอบคุณมาก”

“โอเค ไปเถอะเถ้าแก่หวัง”

หวังเต๋อฝาเดินออกจากร้าน อ้อมหลบมุมกล้องวงจรปิด ก่อนจะเดินมาหาฉินซื่อหยาง

“สวัสดีครับเถ้าแก่หวัง”

“โธ่ ท่านอย่าพูดอย่างนั้นเลย ท่านต่างหากที่เป็นเจ้านายของผม”

หวังเต๋อฝาพูดพลางหยิบบุหรี่จะส่งให้ฉินซื่อหยาง

ฉินซื่อหยางโบกมือ “พวกเราไม่สูบบุหรี่”

เมื่อได้ยินฉินซื่อหยางพูดคำว่า “พวกเรา” ออกมาโดยไม่รู้ตัว หวังเต๋อฝายิ่งมั่นใจว่าฉินซื่อหยางต้องมีอำนาจของกลุ่มผู้มีลำดับพลังที่แข็งแกร่งหนุนหลัง

“อ้อ ใช่ ๆ เวลาทำงาน ถ้ามีกลิ่นบุหรี่ติดตัวไป คงลำบากแย่ เข้าใจครับ เข้าใจ”

ฉินซื่อหยางชี้ไปยังที่ตั้งของโกดัง หวังเต๋อฝารู้ทันที ทั้งสองจึงเดินไปยังโกดังคู่กัน

“ช่วงนี้ธุรกิจเป็นยังไงบ้างเถ้าแก่หวัง?”

หวังเต๋อฝาถอนหายใจ “อย่าพูดถึงเลย พวกตำรวจเหมือนหมาได้กลิ่นเนื้อ วัน ๆ เอาแต่โผล่มาตรวจสอบ คุณจะใช้คอมพิวเตอร์ในโกดังใช่ไหม?”

ฉินซื่อหยางรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล จึงถามอย่างระมัดระวัง “ตรวจสอบทุกวันเลยเหรอ? งั้นฉันไม่ควรมาใช่ไหมช่วงนี้?”

“ไม่เป็นไร วันนี้ตำรวจบุกมาตรวจไปแล้วสามรอบ คงไม่มาอีกแล้ว”

“สามรอบ? เยอะขนาดนั้นเลย?”

“ใช่ ปกติแค่วันเว้นวันหรือวันละครั้ง แต่วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ ๆ ก็โผล่มาตรวจสามครั้งติด ดังนั้นคุณวางใจเถอะ วันนี้ปลอดภัยแน่นอน”

ฉินซื่อหยางพยักหน้า คาดไม่ถึงว่าเรื่องที่เขาขโมยซากของเทพเจ้าจะทำให้เรื่องบานปลายขนาดนี้

“แต่คุณควรจะมาที่นี่ให้น้อยลงหน่อยนะ ลูกค้าของผมถูกจับไปเยอะแล้ว พวกตำรวจจ้องเอาเรื่องอยู่ อย่าให้คุณต้องซวยไปด้วย”

หวังเต๋อฝาเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง ภายนอกดูเหมือนเป็นห่วงฉินซื่อหยาง แต่ที่จริงแล้วเขากลัวว่าถ้าฉินซื่อหยางโดนจับ องค์กรเบื้องหลังของอีกฝ่ายอาจมาเล่นงานเขาแทน

“โอเค ไม่ต้องห่วง คืนนี้ใช้เสร็จแล้ว สักพักฉันคงไม่มาอีก”

“อา อย่างนั้นก็ดีเลย รอให้เรื่องเงียบก่อน คุณจะมาเมื่อไหร่ก็ได้!”

ฉินซื่อหยางยิ้มแต่ไม่พูดอะไร

เพราะเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นคลื่นลมที่เขาเป็นคนพัดขึ้นมาเอง และถ้าพายุสงบลง ก็คงเป็นเพราะเขาถูกจับแล้วเท่านั้น

ทั้งสองคนมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในโกดังทีละคน

“เถ้าแก่หวัง พอดีฉันมีบางเรื่องที่ยังไม่เข้าใจ อยากถามอะไรหน่อย”

“ท่านว่ามาเลย”

“ตามคำสั่งจากเบื้องบน ฉันต้องไปลงทะเบียนที่สำนักงานจัดการลำดับพลัง”

หวังเต๋อฝาชะงักไป “ท่าน… ยังไม่ได้ลงทะเบียนเหรอ?”

“ฉันต้องทำตั้งหลายเรื่อง ถ้าข้อมูลเปิดเผยออกไป คงโดนจับได้ง่าย ๆ ไม่ใช่หรือไง”

หวังเต๋อฝาพยักหน้ารัว ๆ “ใช่ ๆ ท่านพูดถูก”

“แต่ปัญหาคือ เบื้องบนแค่สั่งมาแบบนั้น ฉันเองก็มีความกังวลอยู่ คุณทำธุรกิจแบบนี้ คงคลุกคลีกับพวกคนมีลำดับพลังไม่น้อย เลยอยากขอคำแนะนำหน่อย”

“เอ่อ ท่านถามมาเลย”

ฉินซื่อหยางขยับเข้าไปใกล้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหวังเต๋อฝา “ฉันอยากแจ้งลำดับพลังปลอม คุณว่าต้องระวังอะไรเป็นพิเศษไหม?”

หวังเต๋อฝาได้ยินแล้ว ถึงกับหลบตาทันที “ท่าน… ท่านถามเรื่องนี้กับผม ผมจะรู้ได้ยังไงล่ะ ผมก็แค่คนธรรมดานะ”

“สายตาคนเราไม่โกหกหรอก” ฉินซื่อหยางพูดเสียงเรียบ “สายตาของคุณบอกฉันว่าคุณรู้”

หวังเต๋อฝาหน้าบิดเบี้ยวราวกับถูกกระทืบติดพื้น “โอ๊ย ท่านครับ อย่ามาเล่นงานผมเลยเถอะ ผมมันแค่แมลงสาบตัวเล็ก ๆ ใครจะไปกล้าแหย่เรื่องของท่านกับสำนักงานจัดการลำดับพลังกันเล่า!”

ฉินซื่อหยางนั่งลงบนเก้าอี้ ไขว่ห้างอย่างสบาย ๆ

“คุณคิดว่า เหรียญเงินหนึ่งเหรียญ มันหาง่ายหรือไง?”

“หา?”

“คุณต้องโผล่หน้ามาดูแลร้านทุกวัน ต้องนั่งหวาดระแวง กลัวโดนเล่นงาน แล้วสุดท้าย คนที่หนุนคุณอยู่ให้ส่วนแบ่งคุณกี่บาทกัน? แต่ฉันให้ไปครั้งเดียวก็เยอะขนาดนี้ คุณไม่คิดหน่อยเหรอ ว่าฉันจะให้เงินฟรี ๆ โดยไม่ขอให้คุณช่วยอะไรเลยน่ะ?”

หวังเต๋อฝากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

เขารู้ดีว่าเงินหายากแค่ไหน แต่ขี้ก็แดกยากไม่แพ้กัน

ออกมาหาเลี้ยงชีพ ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอก

แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่า เหรียญเงินเหรียญเดียวที่รับมา มันจะพ่วงมากับขี้กองใหญ่ขนาดนี้!

ช่วยผู้มีลำดับพลังคนหนึ่ง ไปหลอกสำนักงานจัดการลำดับพลัง นี่มันบ้าชัด ๆ!

ถ้าหากเรื่องนี้สำเร็จ ฉินซื่อหยางอาจฆ่าปิดปากเขาเพื่อรักษาความลับ

แต่ถ้าหากล้มเหลว ฉินซื่อหยางก็แค่ขายเขาให้พวกสำนักงานจัดการลำดับพลัง แล้วพวกนั้นไม่มีทางปล่อยเขาไว้แน่

แบบนี้ไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรือไง?!

“ไม่เอานะท่าน ผมขอร้องล่ะ อย่าลากผมลงน้ำโคลนนี้เลยได้ไหม?”

ฉินซื่อหยางยิ้มบาง ๆ “งั้นก็แค่คืนเงินฉันมาก็พอ”

หวังเต๋อฝาคิดอยู่ครู่หนึ่ง เหรียญเงินหนึ่งเหรียญถือเป็นเงินก้อนใหญ่ก็จริง แต่ยังไงก็ไม่สำคัญเท่าชีวิตของตัวเอง สุดท้ายก็กัดฟันตอบไปว่า

“ได้! อีกไม่กี่วัน ผมจะคืนเหรียญเงินให้ท่าน”

“ใครบอกว่าหนึ่งเหรียญ?”

ฉินซื่อหยางพูดเสียงเย็นชา “เหรียญเงินของฉัน คุณต้องคืนมาให้หมด และยังมีของที่พวกเราทำหายที่ร้านคุณ มูลค่าถึงยี่สิบเหรียญเงิน คุณก็ต้องชดใช้ให้ฉันด้วย”

“รวมทั้งหมด ยี่สิบเอ็ดเหรียญเงิน”

“อะไรนะ?! คุณล้อฉันเล่นหรือเปล่า?!”

ยี่สิบเอ็ดเหรียญเงิน ต่อให้ฆ่าหวังเต๋อฝาก็ไม่มีปัญญาหามาได้!

ดังนั้นเมื่อได้ยินฉินซื่อหยางพูดแบบนี้ หวังเต๋อฝาก็ถึงกับโมโหขึ้นมาทันที

ฉินซื่อหยางตบโต๊ะดังปัง!

“ล้อเล่นงั้นเหรอ?! คุณคิดว่าถ้าฉันถูกส่งไปลงทะเบียนที่สำนักงานจัดการลำดับพลังเพราะเรื่องอะไร?! คดีที่ฉันแบกอยู่ มากพอจะโดนยิงเป้าแปดร้อยรอบแล้ว รู้ไหมว่ามันเสี่ยงแค่ไหน?!”

“ก็เพราะว่าของมูลค่ายี่สิบเหรียญเงินที่ฉันรับผิดชอบมันหายไปที่ร้านคุณ! คนข้างบนถึงได้ลงโทษฉันแบบนี้!”

“ถ้าวันนั้นคุณเปิดกล้องวงจรปิด ฉันจำเป็นต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงแบบนี้ไหม?!”

หวังเต๋อฝาที่เพิ่งจะฮึดขึ้นมาเมื่อกี้ ถึงกับหมดไฟทันที

“ฉันหาทั่วร้านแล้วจริง ๆ ก็ไม่เจอนี่นา! อีกอย่าง คุณเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าของนั่นมันคืออะไร จะให้หายังไง…”

ฉินซื่อหยางจ้องเขม็ง “ถ้าฉันรู้ว่าของนั่นคืออะไร แล้วจะไปดูกล้องวงจรปิดของแกทำไม?! หาเองไม่ง่ายกว่าหรือไง?!”

“หวังเต๋อฝา ฟังให้ดี ถ้าฉันปลอมตัวเข้าไปลงทะเบียนที่สำนักงานจัดการลำดับพลังไม่ได้ อย่างแรกที่ฉันจะทำ ก็คือฆ่าล้างโคตรแก!”

หวังเต๋อฝาแทบจะคุกเข่าลงตรงนั้น “ท่านครับ ใจเย็น ๆ นะครับ เรื่องใครทำก็ให้คนนั้นรับผิดชอบ ท่านจะฆ่าทั้งบ้านฉันนี่มันเกินไปแล้ว…”

“คิดจะมาคุยเหตุผลกับฉัน?” ฉินซื่อหยางแค่นเสียงเย็นชา “แกคู่ควรหรือ?”

หวังเต๋อฝาหน้าซีดเผือด

ต่อให้เขาเป็นคนดังในเขตมืดของพื้นที่ปลอดภัย แต่ต่อหน้าฉินซื่อหยางที่ทั้งมีอำนาจและโหดเหี้ยม เขาไม่ต่างอะไรกับมดตัวเล็ก ๆ

ไม่มีเหตุผลอะไรต้องพูดทั้งนั้น

“มีวิธีไหนปลอมลำดับพลัง บอกมาให้หมด ความอดทนฉันมีจำกัด”

หวังเต๋อฝามองฉินซื่อหยางด้วยสายตากังวล ก่อนจะกัดฟันตัดสินใจ

“ผมบอก ก็ได้ ”

“แต่ท่านต้องสัญญาว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้”

“พูดไร้สาระให้น้อยหน่อย แกคิดว่าฉันจะไปบอกใคร? บอกตำรวจงั้นเหรอ? หรือบอกสำนักงานจัดการลำดับพลัง?”

หวังเต๋อฝาคิดตามแล้วก็พบว่ามันจริง

ฉินซื่อหยางเป็นพวกนอกกฎหมาย จะไปแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ตัวเองซวยทำไม

“เรื่องนี้ฉันรู้แค่ผิวเผิน ไม่ได้เข้าใจทั้งหมด”

“แต่เท่าที่รู้ ถ้าคุณเข้าไปลงทะเบียนที่สำนักงานจัดการลำดับพลัง แล้วให้ข้อมูลลำดับพลังที่ไม่ใช่ของจริง พวกเขาจะจับได้ง่ายมาก”

“แต่ว่าพวกเขาตรวจสอบยังไง อันนี้ฉันไม่รู้ ถือเป็นความลับของสำนักงานจัดการลำดับพลัง”

อะไรนะ?!

สำนักงานจัดการลำดับพลังมีวิธีตรวจสอบจริง ๆ งั้นเหรอ?!

ฉินซื่อหยางได้ยินแล้ว ใจเต้นแรงขึ้นมาทันที

โชคดีที่มาถามหวังเต๋อฝาก่อน ถ้าลงมือทำเองโดยไม่ตรวจสอบให้ดี แบบนี้วันที่เหยียบเข้าไปในสำนักงาน ก็เท่ากับวันที่ต้องจองโลงให้ตัวเองแล้ว!

ตอนก่อน

จบบทที่ ข่าวกรองของหวังเต๋อฝา

ตอนถัดไป