ควรสอนบทเรียนให้พวกเขาไหม? พนักงานที่ลาออกเอง! (ฟรี)
"ว้าว!"
"ขอบคุณเจ้านาย!"
"เจ้านายสุดยอดไปเลย!"
โบนัส 1,000 หยวนที่ถูกแจกออกมา ทำให้พนักงานที่มีเงินเดือนเพียงห้าหกพันหยวนถึงกับตื่นเต้นสุด ๆ
ทันใดนั้น ถานเจียซินที่เป็นพนักงานต้อนรับก็ตะโกนออกมาเสียงดัง "เจ้านายหล่อมากกกก!"
ทุกคนพากันหัวเราะเสียงดังอย่างครื้นเครง
พนักงานส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว โดยเฉพาะผู้หญิง ทำให้บรรยากาศดูสดใสและคึกคักขึ้น
ซูหยางยกมือกดลงเบา ๆ ทุกคนก็เงียบลงอย่างเป็นธรรมชาติ
ถึงเขาจะไม่ใช่คนที่ชอบพูดเล่นบ่อย ๆ แต่ในร้านหม้อไฟแห่งนี้ เขามีอำนาจอยู่ไม่น้อย!
มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะเขาอายุพอ ๆ กับพนักงานส่วนใหญ่
การที่ต้องอยู่ร่วมกับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน หากสนิทกันมากเกินไปก็จะทำให้การบริหารจัดการลำบาก
ดังนั้น ซูหยางจึงเลือกที่จะเว้นระยะห่างที่เหมาะสม
"ถ้าพวกคุณยังรักษาคุณภาพบริการที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ต่อไป และทำงานด้วยความกระตือรือร้นเหมือนเดิม ผมจะพิจารณานำ 20% ของกำไรแต่ละเดือนมาเป็นโบนัสให้พวกคุณ!"
ทันทีที่พูดจบ พนักงานทุกคนต่างก็ฮือฮาด้วยความตื่นเต้น!
มีเพียงกัวฟ่างและเจี่ยนเหว่ยที่ไม่ได้ดูแปลกใจมากนัก เพราะซูหยางเคยบอกพวกเขาไว้ล่วงหน้าแล้ว
แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ในเมื่อเป็นเงินของเจ้าของร้าน!
แถมการแจกโบนัสแบบนี้ยังช่วยกระตุ้นขวัญกำลังใจของพนักงาน ทำให้การบริหารง่ายขึ้นด้วย
"หลังจากจบโปรโมชั่นเปิดร้าน ธุรกิจของเรายังคึกคักต่อเนื่อง ถ้าพวกคุณรักษาระดับนี้ไว้ได้ กำไร 20% ต่อเดือน อาจทำให้พวกคุณได้รับโบนัสเพิ่มขึ้นอีกราว ๆ 2,000 หยวน!"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ซูหยางสังเกตเห็นว่าดวงตาของพนักงานแต่ละคนเป็นประกาย โดยเฉพาะพนักงานเสิร์ฟ
อย่าดูถูกเงิน 2,000 หยวนเชียวนะ!
เพราะในเขตชานเมืองของหรงเฉิง เงินเดือนเฉลี่ยก็แค่ 3,000 หยวนเท่านั้น
แม้แต่คนที่มีงานประจำ มั่นคง มีสวัสดิการ ถ้าอายุน้อย ๆ ก็ได้แค่ 3,000 - 4,000 หยวนต่อเดือน
ก่อนที่ซูหยางจะเพิ่มค่าจ้าง พนักงานร้านหม้อไฟของเขาได้แค่ 4,000 - 5,000 หยวนต่อเดือนเท่านั้น
งานร้านหม้อไฟไม่ได้ง่ายเลย แม้แต่พนักงานเสิร์ฟเองก็เหนื่อยไม่ใช่น้อย
โดยเฉพาะเวลาร้านแน่น ๆ พนักงานแทบไม่ได้หยุดพักกันเลย
คนที่สามารถทำงานในร้านหม้อไฟได้นาน ส่วนใหญ่เป็นคนขยัน อดทน และตั้งใจทำงานทั้งนั้น
ซูหยางรู้ดีว่าพนักงานของเขายังเด็ก เขาเองก็ไม่อยากให้พวกเขาต้องเสียเปรียบมากนัก
ยังไงซะ โบนัสพวกนี้ก็มาจากระบบสุดยอดนักธุรกิจของเขาอยู่แล้ว ทุกคนก็แบ่งปันไปด้วยกันสิ!
"ถ้าธุรกิจร้านหม้อไฟของเราดีขึ้นไปอีก 2,000 อาจจะกลายเป็น 3,000 หรือ 4,000 ก็ได้!" ซูหยางพูดต่อ "ถ้าพวกคุณทำให้ผมกับผู้จัดการร้านพอใจ ผมก็ไม่ติดอะไรที่จะเพิ่มโบนัสเป็น 30 - 40% ของกำไร!"
จากนั้นเขากวาดตามองทุกคนแล้วถาม "แล้วพวกคุณรู้ไหมว่าต้องทำยังไง?"
"ให้บริการดี ๆ?"
"บริการด้วยใจ?"
"ทำให้ลูกค้ากลับมา?"
"ตั้งใจทำงาน?"
เสียงตอบกลับเริ่มดังขึ้นแต่ยังไม่เป็นระเบียบ
"ถูกต้อง! ตั้งใจทำงาน บริการด้วยใจ และทำให้ลูกค้ากลับมา!" ซูหยางพยักหน้า แต่ก็ยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ "พวกคุณต้องพูดให้ดังกว่านี้ ให้มีพลัง และเป็นจังหวะ!"
ทันใดนั้น ถานเจียซินก็ตะโกนขึ้นมา "ตั้งใจทำงาน บริการด้วยใจ ทำให้ลูกค้ากลับมา! ตั้งใจทำงาน บริการด้วยใจ…"
พนักงานคนอื่น ๆ ก็รีบตะโกนตามทันที เสียงดังไปทั่วร้าน!
พนักงานที่ปกติไม่ค่อยพูด ไม่ชอบแสดงออก แม้แต่เจี่ยนเหว่ย ก็เริ่มถูกบรรยากาศที่ร้อนแรงดึงเข้าไปด้วย และตะโกนตาม
สุดท้าย กัวฟ่าง รวมถึงพ่อครัวอย่างติงฮั่นอี้และหลี่จวินเพ่ย ก็เข้าร่วมด้วย
ตอนแรก พวกเขาก็แค่เกรงใจซูหยางอยู่บ้าง เพราะแต่ละคนก็อายุ 30-50 ปีแล้ว จะให้มาตะโกนอะไรแบบนี้ก็คงดูแปลก ๆ
แต่พอได้ตะโกนจริง ๆ พวกเขากลับเริ่มอินกับบรรยากาศไปเอง!
ภายในร้านหม้อไฟ เสียงโห่ร้องกึกก้องจนแทบจะทำให้กำแพงสั่นสะเทือน บรรยากาศฮึกเหิมสุดขีด!
พนักงานจากร้านอาหารข้าง ๆ ต่างพากันหันมามองร้านจิ่วเซียงหม้อไฟด้วยความสงสัย
ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันแน่!
ถ้านี่ไม่ใช่ร้านหม้อไฟ แต่เป็นเขตที่พักอาศัย คงมีคนโทรแจ้งตำรวจไปแล้ว!
"โอเค พอแค่นี้!"
ซูหยางโบกมือให้ ทุกคนจึงค่อย ๆ เงียบลง
พนักงานบางคนหน้าแดงเพราะตะโกนเต็มที่ บางคนถึงกับเสียงแหบไปเลย
แต่สายตาทุกคู่ที่มองมาที่ซูหยางเต็มไปด้วยความฮึกเหิมและความศรัทธา!
"โอเค เดี๋ยวต่อไปให้ผู้จัดการกัวเป็นคนจัดการแบ่งงานนะ!"
ซูหยางก้าวลงจากตำแหน่ง ทันใดนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว
ติ๊ง~!
【ความภักดีของพนักงานร้านจิ่วเซียงหม้อไฟ เช่น ถานเจียซิน, จูจื่อเสวียน… เพิ่มขึ้นถึง 90 คะแนน คุณได้รับเงินรางวัล 160,000 หยวน】
อะไรมันจะเวอร์ขนาดนี้!?
ซูหยางลองนับดู แล้วพบว่ามีพนักงานถึงสามคนที่มีความภักดีพุ่งไปถึง 90 แล้ว!
พอลองสังเกตค่าความภักดีของพนักงานคนอื่น ๆ ก็พบว่ามีการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แบบนี้แปลว่า วิธีเพิ่มความภักดีแบบรวดเร็วที่สุด ก็คือใช้เงินล่อ กับล้างสมองพนักงานไปพร้อมกัน?
หรือว่า เราควรไปเรียนรู้การประชุมเช้าของบริษัทประกันภัย?
จัดกิจกรรมปลุกขวัญกำลังใจทุกวัน ก็น่าจะได้ผลดีเหมือนกันนะ?
ซูหยางเริ่มคิดไปเรื่อยเปื่อย
ระหว่างนั้น กัวฟ่างก็กล่าวสรุปและแบ่งงานอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง
ขณะที่ซูหยางกำลังจะเดินออกจากร้าน เขาก็สังเกตเห็นเด็กสาวรูปร่างเล็กท้วมคนหนึ่งยืนอยู่ตรงประตูห้องครัว พูดคุยกับกัวฟ่าง
เขาเดินเข้าไปฟังดู แล้วก็พบว่าเธอกำลังขอลาออก และถามว่าพอจะสามารถเบิกเงินเดือนล่วงหน้าได้หรือไม่
ซูหยางจำเธอได้ดี
หลี่ซือสิง อายุ 20 ปี จบมัธยมปลาย เป็นเด็กที่ทำงานคล่องแคล่วมาก
สิ่งที่ทำให้ซูหยางจดจำเธอได้ดี คือขาสั้น ๆ ของเธอที่เดินไวเป็นพายุหมุน
เขาเคยเห็นเธอแอบไปยืนอยู่มุมร้าน เพื่อนวดขาให้ตัวเอง หลังจากต้องยืนทำงานนานเกินไป
"จะลาออกเหรอ?" ซูหยางถามอย่างสงสัย "หลี่ซือสิง ทำไมถึงจะลาออกล่ะ?"
เขาลองเช็กค่าความภักดีของเธอ
87 คะแนน!
ถึงจะยังไม่ถึงระดับสูงสุด แต่ก็นับว่าสูงมากแล้ว!
เด็กสาวที่มีความรู้สึกผูกพันกับที่นี่ขนาดนี้ ไม่น่าจะอยากลาออกง่าย ๆ
พนักงานที่กำลังทำความสะอาดแถวนั้นก็เริ่มหันมามองด้วยความสนใจ
กัวฟ่างเป็นคนตอบแทน "พ่อเธอเมื่อวานล้มขาหัก น่าจะเป็นกระดูกแตกละเอียด เธอเลยต้องกลับไปดูแล"
"แล้วแม่เธอล่ะ?"
หลี่ซือสิงก้มหน้าเงียบ ไม่ตอบอะไร…
ซูหยางรู้สึกว่าตัวเองอาจจะพูดอะไรผิดไป จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง
"พ่อเธอมีประกันไหม?"
"น่าจะไม่มีค่ะ…" หลี่ซือสิงตอบเสียงเบา "เขาบอกว่าประกันในหมู่บ้านแพงเกินไป… ปีที่แล้วเลยไม่ได้จ่าย"
"แล้วเงินพอไหม?"
"น่าจะพอรวบรวมได้ค่ะ!"
ซูหยางคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถาม "แล้วถ้าพ่อเธอหายดีแล้ว เธอจะกลับมาทำงานที่นี่ไหม?"
"เจ้านายยังอยากให้ฉันกลับมาเหรอคะ?"
หลี่ซือสิงดูตกใจมาก
ซูหยางยิ้ม "ถ้าเธออยากกลับมา ผมก็ยินดีต้อนรับ!"
"แน่นอนค่ะ! ฉันอยากกลับมาทำงานที่นี่อยู่แล้ว!"
จริง ๆ แล้ว ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ เธอก็ไม่อยากลาออกจากร้านจิ่วเซียงเลย
เมื่อกี้ตอนที่เธอยืนรออยู่ เธอก็ลังเลอยู่นานมาก
แต่พ่อเธอเข้าโรงพยาบาล ต้องมีคนดูแล ปู่ย่าของเธอก็อายุมากแล้ว คงอดหลับอดนอนดูแลไม่ได้
ส่วนญาติ ๆ ก็ไม่มีใครอยู่เฝ้าได้เป็นเดือนสองเดือน
จู่ ๆ ซูหยางก็ถามขึ้นมาอีก "ตอนนี้เธอมีเงินเท่าไหร่?"
"ห้าหมื่นค่ะ!"
ซูหยางแอบตกใจเล็กน้อย
ถ้าไม่มีระบบสุดยอดนักธุรกิจ สงสัยเงินเก็บของเด็กคนนี้คงจะเยอะกว่าฉันอีก!
"กระดูกขาแตกละเอียด ห้าหมื่นไม่พอแน่!"
ซูหยางหยิบมือถือออกมา "ผมให้เธอเพิ่มอีกหนึ่งแสนก็แล้วกัน!"
"หา!?"
"หาอะไรล่ะ?" ซูหยางเร่ง "ให้ยืม ต้องคืนทีหลังนะ!"
วันนี้พนักงานในร้านเพิ่มค่าความภักดีให้เขาไปตั้ง 130,000 หยวน เขาอารมณ์ดีสุด ๆ
"เจ้านาย… มันมากไปค่ะ ฉันรับไว้ไม่ได้!"
"ไม่มีอะไรที่รับไม่ได้ ผมมีเงินเยอะ!" ซูหยางพูดแบบสบาย ๆ "แต่เธอต้องเขียนสัญญากู้เงินให้เรียบร้อย แล้วกลับมาทำงานใช้หนี้ผม"
กัวฟ่างที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ช่วยพูดเสริม "เจ้านายให้เธอยืมเงินก็รับไว้เถอะ มีเงินสำรองไว้ก่อน ถึงจะไม่ได้ใช้ทั้งหมด ก็ยังคืนให้เขาได้"