สัญญาการลงทุน
บทที่ 248 สัญญาการลงทุน
“แบบนั้นจะเหมือนกันได้ยังไง? คราวก่อนเป็นของขวัญแต่งงาน คราวนี้ฉันพูดถึงของขวัญให้ลูกต่างหาก” ซุนกวนพูด
“ก็ได้ ๆ พอลูกนายคลอด ฉันจะให้ของขวัญที่รับรองว่านายจะพอใจแน่” จางเหิงตอบ
“อย่างนั้นค่อยน่าฟังหน่อย” ซุนกวนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
จางหม่าเดินออกมาจากครัว ทักทายซุนกวนกับเย่ยี่ยี่ แล้วหันมาพูดกับลูกชายว่า
“ลูก โทรหาพ่อหน่อย บอกให้กลับบ้านมากินข้าวได้แล้ว”
“ครับ” จางเหิงพยักหน้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาจางปา ไม่นานจางปาก็กลับมาพร้อมกับเหมาเหมา
ระหว่างมื้ออาหาร ซุนกวนพูดถึงเรื่องที่เย่ยี่ยี่กำลังตั้งครรภ์ จางหม่าจึงถามว่า
“กี่เดือนแล้ว? พ่อแม่ของพวกเธอรู้หรือยัง?”
“ยังไม่ถึงเดือนเลยครับ พ่อแม่ผมยังไม่รู้ ตั้งใจว่าจะกลับไปบอกพวกเขาคืนนี้แหละ” ซุนกวนตอบ
“ดีจังเลย พ่อแม่เธอกำลังจะได้อุ้มหลานแล้วนะ ของฉันนี่สิ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้หลานบ้าง” จางหม่าพูดอย่างอิจฉา
จางเหิงไม่พูดอะไร ก้มหน้ากินข้าวเงียบ ๆ
“นี่ กินอันนี้เยอะ ๆ ดีต่อเด็กในท้อง” จางหม่าตักกับข้าวให้เย่ยี่ยี่
“ขอบคุณค่ะคุณป้า” เย่ยี่ยี่ กล่าวขอบคุณ
หลังจากกินข้าวเสร็จ ซุนกวนกับเย่ยี่ยี่นั่งพักอีกสักครู่ก่อนจะกล่าวลา จางเหิงก็บอกว่าจะไปส่งหลิวซือซือกลับบ้าน จึงออกไปพร้อมกัน
ขณะอยู่ในลิฟต์ จางเหิงถามว่า
“พี่รอง ตอนนี้รุ่นน้องท้องแล้ว ยังจะลงทุนในบริษัทภาพยนตร์อยู่หรือเปล่า?”
“ลงทุนสิ ทำไมจะไม่ล่ะ?” ซุนกวนตอบ
“โอเค งั้นพรุ่งนี้เรียกหยางเฉินกับพวกมาด้วย ไปดูบริษัทพร้อมกัน แล้วก็เซ็นสัญญาการลงทุนไปเลย”จางเหิงว่า
“ได้เลย” ซุนกวนตอบตกลง
ลิฟต์มาถึงชั้นของซุนกวน เขากับเย่ยี่ยี่ลงไป ส่วนจางเหิงกับหลิวซือซือลงต่อไปยังชั้นจอดรถใต้ดิน
“ซือซือ คืนนี้ไปนอนที่ฮั่วซือจวิ้นถิงกันดีไหม?” จางเหิงถาม
“เมื่อกี้ยังบอกว่าจะพาฉันกลับบ้านอยู่เลย” หลิวซือซือตอบแบบย้อน
“ก็พูดไปงั้นแหละ แค่ข้ออ้าง” จางเหิงยิ้ม
“ไม่เอา ฉันอยากกลับบ้าน อยากนอนพักให้สบาย หลายวันมานี้ยังไม่ได้นอนเต็มอิ่มเลย” หลิวซือซือส่ายหน้า
“ที่ฮั่วซือจวิ้นถิงก็พักสบายเหมือนกันนะ” จางเหิงยังไม่ละความพยายาม
หลิวซือซือกลอกตาใส่เขา ไม่ตอบอะไร แต่ท่าทางก็ชัดเจน
“ซือซือ ไม่ต้องกังวลนะ คืนนี้แค่นอนเฉย ๆ พักผ่อน ไม่มีอะไรอื่นแน่นอน” จางเหิงกระซิบเบา ๆ ข้างหู
“อิอิ…” หลิวซือซือหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่เชื่อ
“จริงนะซือซือ ฉันไม่โกหกเธอหรอก” จางเหิงให้สัญญา
แม้หลิวซือซือจะยังไม่เชื่อสนิทใจ แต่พอถูกเขาโน้มน้าวอยู่นานก็ยอมตกลง
หลังจากไปถึงฮั่วซือจวิ้นถิง จางเหิงก็โทรบอกจางหม่าว่าคืนนี้จะไม่กลับ แล้วก็ขึ้นไปพักผ่อนกับหลิวซือซือ
...
เช้าวันต่อมา จางเหิงตื่นขึ้นมา มองหลิวซือซือที่ยังนอนหลับสนิทอยู่ข้าง ๆ
เขานอนมองเพดานอยู่ครู่หนึ่ง พอรู้สึกตื่นเต็มตาแล้วก็หยิบข้อมือขึ้นมาดูเวลา ปรากฏว่าเกือบสิบโมงแล้ว
เขาลุกจากเตียง เปิดม่านออก แสงแดดภายนอกส่องเข้ามาเจิดจ้า
จางเหิงไม่รบกวนหลิวซือซือ เขาไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วเดินลงไปชั้นล่าง
พอถึงชั้นล่าง โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ปรากฏว่าเป็นสายจากซุนกวน จางเหิงรีบกดรับ
“เห้ย เจ้าสี่ เมื่อวานบอกว่าจะไปศูนย์การเงินโลกไม่ใช่เหรอ? แล้วนี่จะไปกันตอนไหน ยังไม่เห็นวี่แววเลย?” ซุนกวนถาม
“รีบอะไรกัน ตอนนี้ก็เพิ่งสิบโมงกว่าเอง เดี๋ยวฉันไปหา” จางเหิงตอบ
“งั้นรีบหน่อยนะ ฉันยังต้องไปที่บริษัทตอนบ่ายอีก” ซุนกวนเร่ง
“โอเค ๆ” จางเหิงรับคำ
พอวางสายไป โทรศัพท์ก็มีสายเข้าทันที คราวนี้เป็นหยางเฉิน จางเหิงตอบแบบขอไปที แล้วก็วางสาย
เหอฉินรอจนจางเหิงคุยเสร็จ จึงเดินเข้ามาถามว่า
“คุณผู้ชาย อาหารเช้าพร้อมแล้วค่ะ จะทานเลยหรือรอคุณหนูหลิวลงมาก่อน?”
“ฉันทานก่อน” จางเหิงตอบ
“ได้ค่ะ เดี๋ยวจะให้คนจัดอาหารมาเสิร์ฟทันที” เหอฉินพูดแล้วเดินเข้าครัว
จางเหิงเดินไปยังห้องอาหาร นั่งลง อาหารเช้าค่อย ๆ ถูกนำมาเสิร์ฟทีละจาน
หลังจากกินเสร็จ เขากลับขึ้นไปที่ห้อง เห็นหลิวซือซือกำลังแต่งหน้าอยู่
“แต่งหน้าเสร็จแล้วก็ลงไปกินอะไรซะหน่อยนะ ซุนกวนกับพวกเริ่มจะหงุดหงิดแล้ว” จางเหิงบอก
“ค่ะ” หลิวซือซือพยักหน้า
หลังจากแต่งหน้า แต่งตัวเรียบร้อย หลิวซือซือก็ลงมากินข้าว แล้วทั้งสองก็ออกจากฮั่วซือจวิ้นถิง มุ่งหน้าไปยังศูนย์การเงินโลก
ตอนนั้นก็เกือบเที่ยงแล้ว ซุนกวน หยางเฉิน และเจมส์ก็มาถึงก่อนแล้ว กำลังรอจางเหิงอยู่
“ไอ้สี่ ทำไมช้าจังวะ” ซุนกวนบ่นทันทีที่เห็นเขา
“จาง มาถึงซะที เรารอกันตั้งนานแล้ว” เจมส์พูดเสริม
“ขอโทษที มีเรื่องติดพันนิดหน่อย” จางเหิงตอบ แล้วมองไปรอบ ๆ “ขาดก็แค่เจียงจวินเหยียนใช่ไหม? ผู้จัดการทั่วไปฉู่ ช่วยเล่าสถานการณ์บริษัทตอนนี้ให้พวกเราฟังหน่อย”
“ได้ครับ คุณจาง” ฉู่เวยตงตอบ แล้วเริ่มอธิบาย
บริษัท เฮิงชือ ฟิล์ม แอนด์ เทเลวิชัน เพิ่งก่อตั้ง และยังอยู่ในช่วงสรรหาพนักงาน ฉู่เวยตงมีความสัมพันธ์ในวงการบันเทิงกว้างขวาง จึงเริ่มดึงดูดคนมีประสบการณ์เข้ามาได้หลายคนแล้ว
จางเหิงไม่ได้ดูแลเรื่องรับคนด้วยตัวเอง แต่มีหวงจือเฟิงกับโจวเฉียนคอยกำกับดูแลอยู่ จึงค่อนข้างวางใจ
หลังฉู่เวยตงพูดจบ จางเหิงก็กล่าว
“โอเค เรื่องหลัก ๆ ก็ประมาณนี้ พวกคุณพาทนายกันมาหรือยัง? งั้นมาเซ็นสัญญาลงทุนกันเลย”
“พากันมาหมดแล้ว” ซุนกวนตอบ
พวกเขาเรียกทนายเข้ามา ตรวจสอบสัญญาการลงทุน แล้วก็ลงชื่อกันทุกคน
ถึงตอนนี้ หุ้นของ เฮิงชือ ฟิล์ม แอนด์ เทเลวิชันก็ถูกแบ่งอย่างเป็นทางการ จางเหิงลงทุน 648 ล้าน ร่วมกับหลิวซือซือถือหุ้นรวม 64.8% โดยหลิวซือซือถืออยู่ 10%
ซุนกวน หยางเฉิน และเจมส์ ลงทุนคนละ 100 ล้าน ถือหุ้นคนละ 10%
หวงจือเฟิง กับ เจียงจวินเหยียน ลงทุนคนละ 20 ล้าน ถือคนละ 2%
ฉู่เวยตง ลงทุน 10 ล้าน ถือ 1%
ส่วนโจวเฉียน ลงทุน 2 ล้าน ถือ 0.2%
“มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง ถือว่าเลี้ยงฉลอง” จางเหิงยิ้ม
“งั้นฉันจะสั่งให้เต็มที่เลยนะ” ซุนกวนพูด
พวกเขาออกจากบริษัท แล้วหาร้านอาหารในอาคาร เข้าห้องส่วนตัว
หลังสั่งอาหาร ซุนกวนลุกไปเข้าห้องน้ำ
“ไปด้วยคน” จางเหิงลุกตาม
ระหว่างเดินไปห้องน้ำ จางเหิงก็ถาม
“พี่รอง พอรู้ไหมว่าที่จีนมีที่ไหนเจียระไนเพชรเก่ง ๆ บ้าง?”
“จะเจียเพชรเหรอ?” ซุนกวนถามกลับ
“ใช่ ฉันมีเพชรดิบอยู่สองก้อน อยากเอาไปเจียระไน” จางเหิงพยักหน้า
“ขนาดเท่าไหร่?” ซุนกวนถามต่อ
“ก้อนหนึ่งเป็นเพชรสีชมพู น้ำหนักยี่สิบกะรัตกว่า ๆ อีกก้อนเป็นเพชรขาวสี่สิบกะรัต” จางเหิงตอบ
“เพชรขนาดนี้ ถ้าจะเจียให้ดี ควรเอาไปนิวยอร์กหรือแอนต์เวิร์ป” ซุนกวนแนะนำ
“รู้ว่าดี แต่ยุ่งยากเกินไป ฉันเลยอยากลองเจียในจีนดู” จางเหิงว่า
(จบบทนี้)