ซื้อบ้านสี่ประสาน
บทที่ 251 ซื้อบ้านสี่ประสาน
“เจ้านาย เจ้าของบ้านสี่ประสานหลังนี้เป็นคุณนายอู๋ค่ะ บ้านนี้มีพื้นที่กว่า 950 ตารางเมตร เป็นบ้านสามลาน ตั้งอยู่ติดกับพระราชวังต้องห้าม ราคาที่เธอตั้งไว้คือสองร้อยล้าน...”
จางเหิงพยักหน้าหลังจากฟังจบแล้วพูดว่า “สองร้อยล้านไม่แพงเลยนะ บ้านสี่ประสานทำเลดีขนาดนี้ วันนี้ฉันจะไปบ้านซือซือ พรุ่งนี้เธอพาเราไปดูบ้าน แล้วก็นัดเจอกับคุณนายอู๋หน่อย คุยกันต่อหน้าเลย”
“ได้ค่ะ เจ้านาย” โจวเฉียนตอบ
เมื่อไปถึงคอนโดของหลิวซือซือ จางเหิงกับหลิวซือซือก็ลงจากรถพร้อมของต่าง ๆ หวังซิงถามว่า “เจ้านาย ให้ผมช่วยถือของขึ้นไปไหมครับ?”
“ไม่เป็นไร ของไม่เยอะ เราถือกันเองได้” จางเหิงตอบ
“เจ้านาย งั้นพวกฉันกลับก่อนนะคะ ลาก่อนค่ะ” โจวเฉียนโบกมือจากในรถ
“เจอกันพรุ่งนี้” จางเหิงพูด
“บ๊ายบาย พี่สาวโจว” หลิวซือซือกล่าว
ทั้งสองถือของเดินเข้าไปในโครงการ แล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่หลิวซือซืออาศัยอยู่ พอลิฟต์เปิดออก พวกเขาก็เห็นประตูบ้านของหลิวซือซือเปิดอยู่ หลิวปาและหลิวหม่า (พ่อแม่ของซือซือ) กำลังยืนรออยู่หน้าประตู
“สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า” จางเหิงรีบทักทาย
“จางเหิงมาแล้ว เข้ามาเลย ๆ” หลิวปาทักอย่างอบอุ่น
หลิวหม่าก็ยิ้มต้อนรับอย่างดีใจ
“คุณลุงคุณป้า นี่ของฝากจากผมครับ” จางเหิงยื่นของในมือให้หลิวปา
“เอาของมาฝากทุกครั้งเลยนะเรา เกรงใจจริง ๆ” หลิวปาพูดพลางรับของมา แต่พอรับก็รู้สึกถึงน้ำหนัก “ของอะไรน่ะ ทำไมหนักจัง?”
“เป็นเหล้าจินเซิงกับโกจิเบอร์รี่ที่ผมหมักเองครับ พ่อผมชอบ ผมเลยเอามาฝากคุณลุงด้วย” จางเหิงตอบยิ้ม ๆ
หลิวปานึกถึงโสมป่าร้อยปีที่จางเหิงเคยเอามาฝากก่อนหน้านี้ จึงถามอย่างสนใจว่า “ใช่หมักกับโสมป่าหรือเปล่า?”
“ใช่ครับ ใช้โสมป่าร้อยปีหมักเลย”
“โสมป่าร้อยปี หมักทำเหล้านี่หรูเกินไปแล้ว” หลิวปายิ้ม
จางเหิงเพียงยิ้มแต่ไม่พูดต่อ จะให้เขาบอกได้ยังไงว่าเขามีโสมแบบนี้เหลือเฟือ?
“พอแล้ว ๆ อย่าคุยกันที่หน้าประตู เข้ามาในบ้านก่อน” หลิวหม่าพูด
“ใช่ ๆ เข้ามาเร็ว” หลิวปารีบเชิญ
เมื่อเข้าไปนั่งในบ้านแล้ว พวกเขาก็คุยกันเล็กน้อย หลิวปาถามว่า “อยู่ ๆ ก็มาปักกิ่ง มีเรื่องอะไรเหรอ?”
“ครับ ผมอยากซื้อบ้านสี่ประสานมานานแล้ว เพิ่งจะเจอที่เหมาะก็เลยมากับซือซือ ตั้งใจจะไปดูพรุ่งนี้” จางเหิงตอบ
“บ้านอยู่แถวไหนเหรอ?” หลิวป้าถาม
จางเหิงบอกที่ตั้ง หลิวปาฟังแล้วประหลาดใจ “ทำเลตรงนั้นแพงมากแน่ ๆ ใช่ไหม?”
“ก็พอประมาณครับ พื้นที่เกิน 900 ตารางเมตร ราคา 200 ล้าน เฉลี่ยตกตารางเมตรละสองแสนกว่า ซึ่งก็ไม่ต่างจากคอนโดสองหลังที่ผมอยู่ในเซี่ยงไฮ้มากนัก”
“แพงขนาดนั้นเลยเหรอ! ฉันรู้ว่าบ้านสี่ประสานแพง แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้” หลิวปาถึงกับพูดไม่ออก
“จางเหิง คุณพ่อ เดี๋ยวหนูกับแม่ไปเตรียมอาหารเย็นนะ” หลิวซือซือว่า
จางเหิงก็นั่งคุยกับหลิวปาอยู่ในห้องรับแขก ต่อมาอาหารเย็นก็พร้อม
“จางเหิง คุณพ่อ อาหารเสร็จแล้วค่ะ” หลิวซือซือเรียก
“ไปกินข้าวกัน” หลิวปาลุกขึ้นพูด
“ครับ” จางเหิงพยักหน้า แล้วเดินไปที่ห้องอาหาร
“จางเหิง นั่งลงก่อน อยากดื่มอะไรไหม?” หลิวปาถาม
“ไม่ดื่มครับ” จางเหิงส่ายหัว
“ไม่ดื่มก็ดี ฉันได้ยินจากซือซือว่านายไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้าเลยเหรอ?”
“ครับ” จางเหิงพยักหน้า
“ฉันเองก็ไม่สูบ แต่ก็ดื่มบ้าง” หลิวปาหัวเราะ
“คุณพ่อผมก็เหมือนกัน ไม่สูบ แต่ชอบดื่ม” จางเหิงตอบ
“อาหารมาแล้วค่ะ” หลิวซือซือถือกับข้าวมา จางเหิงรีบลุกไปรับแล้ววางบนโต๊ะ
หลังจากนั้นหลิวซือซือกับหลิวหม่าก็ทยอยยกอาหารมาเพิ่มจนเต็มโต๊ะ
“กับข้าวมาครบแล้ว กินกันเถอะ จางเหิง มากี่รอบแล้ว อย่าเกรงใจนะ กินตามสบายเลย” หลิวหม่าพูด พลางตักอาหารใส่จานให้เขา
“คุณป้า ผมไม่เกรงใจแน่นอนครับ” จางเหิงพูดพร้อมกินอย่างอร่อย
...
หลังจากอิ่มหนำ จางเหิงก็ลูบท้องอย่างแน่นตึง
เพราะหลิวปากับหลิวหม่าคอยตักอาหารให้ตลอด เขาก็เกรงใจจนต้องกินทุกอย่างที่ตักมา
ดื่มชาคุยกับหลิวปาอีกสักพัก จางเหิงก็ขอตัวกลับ
“จางเหิง พักที่นี่คืนนี้เลยไหม? ห้องว่างก็มีนะ” หลิวปาเสนอ
“ไม่ดีกว่าครับคุณลุง ผมจองโรงแรมไว้แล้ว” จางเหิงรู้สึกอยากพักที่นี่เหมือนกัน แต่คิดว่าไม่เหมาะนักที่จะค้างคืนที่บ้านพ่อตาในอนาคต
“ซือซือ ไปส่งจางเหิงลงไปหน่อย” หลิวปาบอก
“ลาก่อนครับ คุณลุง คุณป้า” จางเหิงกล่าวลา แล้วเดินออกจากบ้าน
หลิวซือซือเดินมาส่งจางเหิงถึงหน้าโครงการ จางเหิงกอดเธอหนึ่งที จูบบนริมฝีปาก แล้วพูดว่า “กลับไปเถอะ ข้างนอกหนาว”
“อืม” หลิวซือซือพยักหน้า
จางเหิงยืนมองหลิวซือซือเดินกลับเข้าไป แล้วก็เดินไปริมถนนเพื่อเรียกแท็กซี่ไปโรงแรม
ตอนนั้นเลยสองทุ่มแล้ว เขาเลยไม่ให้โจวเฉียนหรือหวังซิงมารับ
รออยู่พักหนึ่ง ก็มีแท็กซี่ผ่านมา
จางเหิงขึ้นรถ แจ้งชื่อโรงแรม คนขับก็ขับมุ่งหน้าไปยังโรงแรม
พอถึงโรงแรม เขาขึ้นห้อง ส่งข้อความบอกหลิวซือซือว่าเขาถึงแล้ว จากนั้นก็อาบน้ำ
ออกจากห้องน้ำแล้ว จางเหิงใช้ผ้าเช็ดผมพร้อมหยิบมือถือขึ้นมา เห็นว่าหลิวซือซือตอบกลับมาแล้ว
เขาอ่านข้อความแล้วพิมพ์ตอบ ทั้งสองคุยกันสักพักใน WeChat หลิวซือซือบอกว่าง่วงแล้ว พวกเขาจึงเลิกคุย
จางเหิงดูเวลา เห็นว่าใกล้ห้าทุ่มแล้ว จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้ให้อาหารเสี่ยวหู่กับเสี่ยวปัง จึงรีบเข้าสู่อาซูร์เวิลด์
“โฮ่ก ๆ...”
“โฮ่ก! โฮ่ก...”
เสี่ยวหู่กับเสี่ยวปังหิวจนคำรามเสียงดังทันทีที่เห็นเขา
“โอเค ๆ อย่าคำราม เดี๋ยวให้อาหารเดี๋ยวนี้แหละ” จางเหิงพูดพลางขึ้นรถบ้าน เปิดตู้เย็น หยิบเนื้อวัวกับหัวแกะหนักหลายสิบกิโลกรัมออกมา แล้วโยนให้เสี่ยวหู่กับเสี่ยวปัง
หลังจากกินจนอิ่ม เขาก็ออกจากอาซูร์เวิลด์ กลับมานอนในโรงแรม
ก่อนนอน จางเหิงหยิบกระถางธูปออกจากกล่อง จุดไม้หอมเฉียนหนาน แล้วเข้านอน
เขาหลับยาวจนถึง 7:30 น. ของเช้าวันรุ่งขึ้น
ขณะกำลังทานอาหารเช้า โจวเฉียนกับหวังซิงก็มาถึง
“กินข้าวเช้าหรือยัง? มากินด้วยกันไหม?” จางเหิงถามขณะกินอยู่
“กินมาแล้วค่ะเจ้านาย คุณทานต่อได้เลย” โจวเฉียนตอบ
(จบบทนี้)