สะสม Bitcoin
บทที่ 263 สะสม Bitcoin
“พี่! ไม่ต้องจ่ายให้เราหรอก แค่รู้สึกว่าซื้อรถคันละสามล้านกว่ามันฟุ่มเฟือยเกินไปนิดน่ะค่ะ” จางอี้รีบพูด
“ฟุ่มเฟือยตรงไหน? รถดี ๆ มันขับสบาย ปลอดภัยด้วย” จางเหิงพูด “เอาล่ะ ซื้อคันนี้แหละ พาเราไปดูรถจริงหน่อย”
“ได้เลยค่ะ เชิญทางนี้ค่ะคุณผู้ชาย” พนักงานขายยิ้มกว้างนำทางไปยังที่จอดรถใต้ดินของโชว์รูมเบนท์ลีย์
“แถวนี้เป็นรถเบนท์ลีย์ทั้งหมด มีอยู่ประมาณยี่สิบถึงสามสิบคัน รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านหยวนเลยค่ะ” พนักงานขายพูดพลางชี้ให้ดูแถวรถ
“รถเยอะมากเลย!” จางอี้อุทาน
“ใช่ค่ะ รถพวกนี้เตรียมไว้สำหรับลูกค้าที่รีบใช้รถแบบพวกคุณ” พนักงานขายชี้ไปที่รถสีขาวเพียงคันเดียว “คันสีขาวคันนั้นคือ Continental GT คุณผู้หญิงสองท่านสามารถทดลองขับได้นะคะ”
จางอี้กับเสิ่นหลิงขึ้นไปนั่ง ลองขับวนหนึ่งรอบ รู้สึกพึงพอใจมาก
“พี่คะ เราซื้อเลยดีไหม?” จางอี้หันมาถามจางเหิง
“ซื้อเลย” จางเหิงพยักหน้า
เมื่อกลับขึ้นไปชั้นบน หลังจากชำระเงินและทำเอกสารทุกอย่างเรียบร้อย ก็เป็นเวลาเย็นแล้ว
“นี่คือบัตรของฉันนะคะ ถ้าในอนาคตอยากซื้อเบนท์ลีย์อีก โทรมาหาได้เลยค่ะ” พนักงานขายพูดอย่างขยันขันแข็งขณะส่งบัตรให้
“โอเค ลาก่อนนะ” จางเหิงกล่าวขณะรับบัตร
พวกเขาขับรถออกจากโชว์รูมเบนท์ลีย์ จางเหิงขับรถพาลู่หยานนั่งมาด้วย ส่วนเสิ่นหลิงขับคันใหม่ โดยมีจางอี้นั่งไปด้วยตามมาข้างหลังอย่างระมัดระวัง
จางเหิงมองกระจกหลังเป็นระยะ ถ้าเห็นว่าจางอี้กับเสิ่นหลิงขับตามมาไม่ทันก็จะชะลอรถรอ
จากที่ควรจะใช้เวลาเพียง 10–20 นาที กลับกลายเป็นว่าขับกันอยู่ครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเขตที่พักของเสิ่นหลิง
จางเหิงจอดรถที่หน้าทางเข้า แล้วเขากับลู่หยานยืนรออยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เสิ่นหลิงจะขับมาถึง
“รู้สึกยังไงบ้าง?” จางเหิงถามหลังจากเสิ่นหลิงลงจากรถ
“ขับแล้วเหนื่อยนิดหน่อยค่ะ” เสิ่นหลิงพูด
“เพิ่งเริ่มขับ ยังไม่ชิน ขับไปอีกสองสามวันเดี๋ยวก็โอเคเอง” จางเหิงปลอบ
หลังจากกินข้าวเย็นที่บ้านของเสิ่นหลิงแล้ว จางเหิงก็ขับรถกลับไปที่ไห่จิ่งหมายเลข 1
...
“นายอยู่ไหนนะ... ฉันจำไม่ได้ ส่งโลเคชั่นมาใน WeChat หน่อย... โอเค ๆ ตอนนี้ฉันออกจากบ้านแล้ว กำลังขับรถอยู่... เดี๋ยวถึง...”
หลังจากวางสายกับหลานหมิง จางเหิงก็ขับรถออกจากบ้าน
ขับไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงสถานที่ที่หลานหมิงนัดไว้
ที่นี่กว้างขวางมาก มีโรงงานอยู่หลายหลัง ด้านในมีลานกว้างตรงกลางโรงงาน ซึ่งซุนกวน หยางเฉิน หลานหมิง และคนอื่น ๆ กำลังอยู่ที่นั่น
ตรงหน้าพวกเขามีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่ง ช่างกลหลายคนกำลังตรวจสอบอยู่
จางเหิงขับรถเข้าไป จอดหน้าพวกเขา แล้วลงจากรถ
“เจ้าสี่ มาแล้วเหรอ?”
“พี่จาง”
“จางเหิง”
ทุกคนทักทายจางเหิง
“มาแล้ว” จางเหิงเดินไปยังด้านข้างของเฮลิคอปเตอร์
“พี่จาง เป็นไงบ้างกับเฮลิคอปเตอร์ที่ผมซื้อมา เท่มั้ย?” หลานหมิงพูดด้วยความภูมิใจ
“ก็เท่ดี” จางเหิงมองเจ้านี่ มันมีขนาดใหญ่กว่าลำที่เขามีในอาซูร์เวิลด์อยู่หน่อย แล้วก็พยักหน้าแบบขอไปที “รุ่นอะไรเหรอ?”
“Robinson R44 Raven II ราคาสี่ล้านกว่าหยวน แค่ราคาพอ ๆ กับรถหรู พี่จางสนใจจะซื้อสักลำไหม?” หลานหมิงพูด
“ราคามันไม่แพงหรอก แต่ฉันไม่มีที่จอด” จางเหิงรู้ว่าเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ผลิตโดยบริษัทเดียวกับ Robinson R22 ที่เขามี มันเป็นรุ่นที่เหนือกว่า R22 เล็กน้อย ตอนที่เขาซื้อเฮลิคอปเตอร์ในอเมริกา เขาก็เคยลังเลจะซื้อรุ่นนี้เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็เลือก R22 กับ Schweizer 300c
“มาจอดไว้ที่ผมก็ได้” หลานหมิงเสนอ
“ไม่เอา ลำบากเปล่า ไว้ค่อยว่ากันอีกที” จางเหิงส่ายหัว
พวกเขาคุยกันอีกสักพัก เฮลิคอปเตอร์ก็พร้อมใช้งาน
“เดี๋ยวผมจะขึ้นไปบินรอบนึงก่อน” หลานหมิงพูดอย่างตื่นเต้น
“ระวังด้วย อย่าบินสูงเกินไป” หยางเฉินเตือน
“ไม่ต้องห่วง” หลานหมิงขึ้นไปขับเฮลิคอปเตอร์ บินวนรอบ ๆ สองสามรอบแล้วจอดลงตรงหน้าทุกคน
“สุดยอด!” หลานหมิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ หันมามองจางเหิงกับคนอื่น ๆ “ใครจะขึ้นไปลองบ้าง?”
“ฉัน! ฉัน! อย่าแย่งนะ!” ซุนกวนพูดอย่างตื่นเต้น
“ไม่มีใครแย่งนายหรอก” จางเหิงพูดแบบไม่สนใจนัก เขาเบื่อกับการขับเฮลิคอปเตอร์ในอาซูร์เวิลด์แล้ว ถ้าหลานหมิงกับคนอื่นไม่โทรตาม เขาก็คงไม่มาวันนี้
ซุนกวนกับหยางเฉินขึ้นไปบินกันคนละรอบ จากนั้นจางเหิงก็ขึ้นไปขับบ้าง บินอยู่สักพักก็ลงมา
“ฉันขอบินอีกแป๊บ” หลานหมิงขึ้นไปอีกรอบ และคราวนี้บินอยู่นานกว่าจะลงมา
พวกเขาอยู่ที่นี่กันจนเที่ยง เฮลิคอปเตอร์น้ำมันใกล้หมดถึงได้กลับกัน
พวกเขาไปหาร้านอาหารกินข้าวกัน หลังจากสั่งอาหารแล้ว หลานหมิงก็พูดว่า
“พี่จาง พี่ซือซือกลับมาเมื่อไหร่เหรอ?”
“เธออยู่ปักกิ่ง อีกสักพักกว่าจะกลับ ทำไมหรือ?” จางเหิงถาม
“อี้เหมิงกับผมอยากเลี้ยงข้าวพี่กับพี่ซือซือสักมื้อ เป็นการขอบคุณครับ” หลานหมิงพูดยิ้ม ๆ
ความสัมพันธ์ระหว่างหลานหมิงกับอี้เหมิงกำลังคืบหน้า และตอนนี้เป็นแฟนกันแล้วอย่างเป็นทางการ
“กินข้าวด้วยกันธรรมดาก็พอ ไม่ต้องถึงขั้นเลี้ยงขอบคุณหรอก” จางเหิงว่า
“ไม่ได้ครับ ต้องเลี้ยงให้ได้” หลานหมิงส่ายหัว ยืนยัน
“โอเค เดี๋ยวพี่แจ้งตอนที่ซือซือกลับมาแล้วกัน” จางเหิงตอบ
“ได้เลยครับพี่จาง ผมกับอี้เหมิงว่างตลอด” หลานหมิงพูด
“พอคุยกันเสร็จรึยัง เสี่ยวซื่อ? นี่ ของนาย ฉันเพิ่งได้มาจากบริษัทเมื่อเช้านี้ ตั้งใจจะให้คืนนี้” ซุนกวนส่งฮาร์ดดิสก์ลูกหนึ่งให้จางเหิง
“อะไรน่ะ?” หยางเฉินถาม
“บิทคอยน์ มีอยู่พันเหรียญในฮาร์ดดิสก์นี้ เจ้าสี่เป็นลูกค้ารายใหญ่ของเหมืองเราตอนนี้” ซุนกวนตอบ
“จางเหิง นายจะเก็งกำไรเหรียญเหรอ?” หยางเฉินถาม
“ไม่หรอก ฉันไม่คิดจะเก็งอะไร แค่รู้สึกว่าบิทคอยน์น่าจะขึ้นราคาในอนาคต เลยกะจะเก็บไว้เล่น ๆ นายก็รู้ว่าฉันชอบสะสมของ” จางเหิงส่ายหัวตอบ
“จริงเหรอ? ตอนนี้เหรียญละตั้งหลายร้อยแล้ว ยังจะขึ้นอีกเหรอ?” หลานหมิงถาม
“ก็ไม่แน่นะ ตอนแรกมันไม่มีค่าเลย ตอนนี้กลายเป็นหลายร้อยได้ ใครจะรู้อนาคตล่ะ แต่ปี 2016 มันต้องขึ้นแน่ ๆ” หยางเฉินวิเคราะห์
“ทำไมล่ะ?” หลานหมิงไม่เข้าใจ
“นายก็เป็นผู้ถือหุ้นเหมืองนะ ยังไม่รู้เลยเหรอว่าบิทคอยน์จะลดรางวัลลงครึ่งหนึ่งทุก 4 ปี ปี 2016 มันถึงรอบลดรางวัลรอบที่สองแล้ว ถ้ามันไม่ขึ้นราคา เหมืองอย่างพวกเราก็เจ๊งหมดสิ” ซุนกวนพูด
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง งั้นฉันก็จะสะสมบ้างแล้ว!” หลานหมิงพูด