รับของ

บทที่ 281 รับของ

“ฉันคิดว่ามีอยู่สองเหตุผล หนึ่งคือเรื่องความน่าเชื่อถือ ลูกค้าหลายคนไม่เชื่อว่าไม้หวงหัวไห่หนานที่เราขายในร้านออนไลน์จะเป็นของจริง แต่ก็โทษพวกเขาไม่ได้หรอก เพราะเดี๋ยวนี้พวกหลอกขายออนไลน์มันเยอะมาก สองคือระดับของความล้ำค่า ถึงไม้หวงหัวไห่หนานจะล้ำค่า แต่ไม้ชิ้นเล็กที่เอาไปทำลูกปัดมันไม่ได้หายากเท่ากับไม้ชิ้นใหญ่ เพราะไม้ที่ปลูกเทียมส่วนมาก จะใช้ทำได้แค่ลูกปัดเท่านั้น ไม้หวงหัวไห่หนานที่ล้ำค่าจริงๆ คือต้องเป็นไม้ท่อนใหญ่ แม้แต่ชิ้นที่ใหญ่พอจะแกะสลักได้เล็กน้อย ก็มีมูลค่ามากกว่าสร้อยข้อมือเยอะเลย” ลู่หยานกล่าว

“ถูกต้อง ลู่หยานพูดถูกทุกอย่างเลย”จางเหิงพยักหน้าเห็นด้วย

“อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง”จางอี้เพิ่งเข้าใจ

“พอได้แล้ว เลิกคุยกันก่อน มาช่วยกันขนของขึ้นรถเถอะ”จางเหิงพูด

ระหว่างที่จางเหิงกับลู่หยานช่วยกันขนของขึ้นรถ ฝั่งของฉีจงจวินก็ขนหยกดิบเสร็จพอดี

หลังจากรถทุกคันขับออกจากโกดัง จางเหิงก็ล็อกประตูโกดัง

“เฒ่าฉี ฉันจะไม่กลับไปโรงงาน พาคนเอาหยกดิบกลับไปเองเลยนะ”จางเหิงหันไปบอกฉีจงจวิน

“ได้ครับ เจ้านาย”ฉีจงจวินตอบ

“พี่ใหญ่ จะไปบริษัทเรามั้ย?”จางอี้ถาม

“ไม่ไป ยังมีธุระอีก”จางเหิงส่ายหน้า

เขาขึ้นรถแล้วขับตามหลังรถบรรทุกไปสักพัก ก่อนจะแยกออกที่ทางแยก แล้วมุ่งหน้าไปยังสตูดิโอของเว่ยเจี้ยนกั๋ว

เมื่อมาถึงหน้าสตูดิโอ จางเหิงจอดรถ ก่อนจะเข้าไปในอาซูร์เวิลด์ แล้วหยิบกล่องสองใบออกมา จากนั้นจึงลงจากรถ

เดินเข้าไปในสตูดิโอ จางเหิงก็ร้องเรียกทันทีว่า “อาจารย์เว่ย ผมมาแล้วครับ”

“จะตะโกนทำไม? เข้ามาเลย จะให้ฉันออกมาต้อนรับเหมือนแขกผู้มีเกียรติเหรอ?”

เว่ยเจี้ยนกั๋วเดินออกมาพลางพูด

“ผมแค่อยากให้อาจารย์รู้ว่าผมมาถึงแล้ว”

จางเหิงยิ้มตอบ

เว่ยเจี้ยนกั๋วมองกล่องในมือแล้วถาม “คราวนี้เอาอะไรมาล่ะ?”

“เหมือนเดิมครับ หินเทียนหวงกับหินโลหิตไก่”

จางเหิงพูด “อาจารย์เว่ยหินเทียนหวงกับหินโลหิตไก่ที่ผมเอามาคราวที่แล้ว แกะเสร็จหรือยังครับ?”

“บางส่วนเสร็จแล้ว ตามฉันมา”

เว่ยเจี้ยนกั๋วพูด

“ครับ”

จางเหิงพยักหน้ารับ

จางเหิงเดินตามเว่ยเจี้ยนกั๋วเข้าไปในสำนักงานด้านใน

เว่ยเจี้ยนกั๋วชี้ไปที่ตู้ทางซ้ายแล้วพูด “อยู่ในนั้นหมดแล้ว ไปดูเอา”

จางเหิงเดินเข้าไปดู

ชั้นบนของตู้มีตราประทับและของตกแต่งจากหินโลหิตไก่ประมาณร้อยชิ้น

ส่วนชั้นล่างมีตราและของตกแต่งจากหินเหลืองทุ่ง ประมาณห้าสิบถึงหกสิบชิ้น

“มีตราหินโลหิตไก่ 71 ชิ้น ของตกแต่ง 34 ชิ้น ตราหินเทียนหวง 38 ชิ้น ของตกแต่ง 22 ชิ้น”

เว่ยเจี้ยนกั๋วอธิบายพลางหยิบกุญแจมาไขตู้

“อาจารย์เว่ย เดี๋ยวผมจัดการเอง ขอแค่กล่องสองใบได้มั้ยครับ?”

จางเหิงพูด

“ได้สิ”

เว่ยเจี้ยนกั๋วรับคำแล้วเดินไปหยิบกล่อง

ไม่นานก็กลับมาพร้อมกล่องสองใบ

จางเหิงวางกล่องลง เปิดฝาออก ข้างในมีช่องเล็กๆ สำหรับใส่ของ

เขาหยิบของออกมาเรียง จากนั้นก็เริ่มใส่ตราประทับและของตกแต่งลงไป

พอของครบทั้งสองกล่องพอดี ก็เก็บเสร็จทั้งหินโลหิตไก่และหินหินเทียนหวง

จางเหิงปิดกล่อง แล้วเปิดกล่องสองใบที่เขานำมา

เว่ยเจี้ยนกั๋วมองคร่าวๆ แล้วพูดว่า “พอแกะเสร็จฉันจะโทรไปบอก”

“ครับ อาจารย์เว่ย ผมไม่รบกวนแล้วนะ”

จางเหิงกล่าวลาแล้วหิ้วกล่องเดินออกมา

พอถึงรถ เขาก็ส่งกล่องทั้งสองกลับเข้าไปในอาซูร์เวิลด์แล้วขับรถออกไป

...

กลับถึงบ้าน พอจางเหิงเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นเย่ยี่ยี่กำลังนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา กินขนมไปดูอะไรบางอย่างในแท็บเล็ตไป หัวเราะคิกคักเป็นพักๆ จนไม่ทันได้ยินเสียงเขาเข้ามา

“ยี่ยี่ แม่ฉันอยู่ไหนเหรอ?”

จางเหิงเดินเข้าไปถาม

เย่ยี่ยี่กลับมามีสติเมื่อได้ยินเสียงเขา

เธอเงยหน้าขึ้นแล้วตอบว่า “รุ่นพี่ กลับมาแล้วเหรอ? ซุนอี้ออกไปซื้อของค่ะ”

“โอเค งั้นเธอพักผ่อนเถอะ ฉันขอขึ้นห้องก่อน”

จางเหิงพยักหน้าแล้วเดินขึ้นบันได

เมื่อเข้าห้อง เขาล็อกประตูจากด้านใน แล้วเข้าไปในอาซูร์เวิลด์

เขาเดินไปที่โพรงของเสี่ยวหูและเสี่ยวปังแต่ก็ไม่เจอ คาดว่าสองตัวคงออกไปเดินเล่น

จากนั้นเขาเดินไปยังที่กองไม้กุหลาบอินเดีย แล้วเริ่มจัดเรียง

เขาวางแผนจะแยกไม้กุหลาบอินเดียเป็นสามประเภท

เส้นผ่านศูนย์กลางต่ำกว่า 30 ซม.

เส้นผ่านศูนย์กลางเกิน 30 ซม.

ไม้กลวง.

สาเหตุที่แยกแบบนี้ก็เพราะราคามันต่างกันมาก

ไม้กุหลาบอินเดียที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 30 ซม. ราคาจะอยู่ที่หลักแสนถึง 1–2 ล้านหยวนต่อตัน ส่วนไม้กลวงราคาจะถูกลงอีก

แต่ไม้ตันที่เส้นผ่านศูนย์กลางเกิน 30 ซม. ราคาจะสูงกว่ามาก อย่างต่ำ 2–3 ล้านหยวนต่อตัน

ถ้าใหญ่ถึง 40–50 ซม. หรือมากกว่านั้น ราคาจะสูงถึง 4–5 ล้านต่อตันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ไม้กุหลาบอินเดียที่เป็นไม้กลวงแต่ละท่อนก็น้ำหนักร้อยกิโลขึ้น ทำให้เขายกเองลำบาก

แต่เพราะมีซอฟต์แวร์ขออาซูร์เวิลด์ เขาจึงสามารถย้ายไม้ไปไว้ที่อื่นแล้วค่อยเอากลับมาได้ ทำให้สะดวกขึ้นมาก

จางเหิงจัดไม้เสร็จ ก็ส่งไม้ตันขนาดใหญ่ไปที่แม่น้ำอวี่ และส่งไม้กลวงไปยังเขตเหมืองเพชร

สองที่นี้มีพื้นที่กว้างเหมาะสำหรับเก็บไม้

ส่วนไม้ที่เส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 30 ซม. ก็ยังคงเก็บไว้ที่เดิม

ไม้กุหลาบอินเดียมันเยอะมากจริงๆ

จางเหิงทำงานจนถึงเย็นก็ยังจัดไม่เสร็จ

เขาตั้งใจว่าจะทำต่อให้เสร็จในวันพรุ่งนี้

จากนั้นเขาก็กลับเข้าไปในห้อง

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้ว ก็ลงไปชั้นล่าง

ห้องรับแขกคึกคักมาก

จางปากลับมาแล้ว และซุนกวงกับหวังหงเหว่ยก็มาเหมือนกัน

ทุกคนกำลังนั่งคุยกันอยู่

ส่วนจางหม่าและเย่ยี่ยี่ไม่อยู่ คาดว่าอยู่ในครัว

“เหล่าซื่อ ไปไหนมาน่ะ?

เมื่อกี้ฉันเคาะประตูห้องนาย ทำไมไม่เปิด?”

ซุนกวนถาม

“ฉันอยู่ในห้องน้ำ เลยไม่ได้ยิน”

จางเหิงตอบ

“อ๋อ”

ซุนกวนพยักหน้า ไม่ถามอะไรอีก

“เหว่ยเกอ วันนี้ซุนกวนจัดงานอะไรให้นายทำบ้าง?”

จางเหิงหันไปถามหวังหงเหว่ย

“ก็ไม่ได้มีอะไรมากครับ ผู้จัดการทั่วไปซุนแค่ให้ฉันไปหาคนมาทำความสะอาดโรงงาน”หวังหงเหว่ยตอบ

“เหว่ยเกอ ที่บ้านอย่าเรียกว่าผู้จัดการทั่วไปซุนเลย เรียกชื่อฉันเฉยๆ ก็พอ”ซุนกวนพูด

“ได้ครับ”หวังหงเหว่ยตอบรับ

“พี่รอง เหว่ยเกอของฉันเคยอยู่ทหารมาตลอด ไม่เคยทำงานบริษัท ถ้ามีอะไรที่เขาไม่เข้าใจ ต้องสอนเขาดีๆ นะ”จางเหิงหันไปพูดกับซุนกวน

“รู้แล้ว เหล่าซื่อ ไม่ต้องห่วง”ซุนกวนตบอกตัวเองรับปาก



ตอนก่อน

จบบทที่ รับของ

ตอนถัดไป