เยี่ยมชมกัลฟ์สตรีม
บทที่ 290 เยี่ยมชมกัลฟ์สตรีม
“ฉันขอเป็นกาแฟ ใส่นมกับน้ำตาลเยอะ ๆ หน่อย” จางเหิงพูด
“ฉันขอน้ำแร่ขวดหนึ่ง” หลิวซือซือพูด
หวังซิงกับคนอื่น ๆ ก็สั่งเครื่องดื่มเช่นกัน จากนั้นพนักงานต้อนรับก็เดินจากไป แล้วกลับมาพร้อมเครื่องดื่มในอีกสักครู่
“คุณจาง คุณหลิว ต้องการอะไรเพิ่มเติมไหมคะ?” พนักงานต้อนรับถาม
จางเหิงมองหน้าหลิวซือซือ เห็นเธอส่ายหัว จึงพูดกับพนักงานว่า “ไม่ล่ะ ขอบคุณครับ ถ้าต้องการอะไรจะเรียกนะ”
“ได้ค่ะ คุณจาง” พนักงานพยักหน้าแล้วเดินกลับไปยังพื้นที่พัก
จางเหิงจิบกาแฟหนึ่งอึก จากนั้นหันไปพูดกับหลิวซือซือว่า “ที่รัก เครื่องบินเราก็ใกล้จะเสร็จแล้ว เราน่าจะเริ่มหานักบินกับแอร์ได้แล้วนะ เธอมีความเห็นอะไรไหม?”
“จะให้ฉันมีความเห็นอะไรล่ะ ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย แถมยังไม่รู้จักนักบินหรือแอร์สักคน” หลิวซือซือพูดอย่างประหลาดใจ
“งั้นฉันจะให้โจวเฉียนจัดการเรื่องนี้ก็แล้วกัน แต่ถ้าเกิดวันหนึ่งเธอบ่นว่าแอร์สวยไปล่ะก็ อย่ามาว่าฉันนะ” จางเหิงหัวเราะพูด
“อ้อ แบบนี้นี่เอง” หลิวซือซือเพิ่งเข้าใจ “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ขี้หึงขนาดนั้นหรอก”
“โอ้ ภรรยาของฉันช่างใจกว้างอะไรเช่นนี้” จางเหิงชม
หลิวซือซือกลอกตาใส่เขา ไม่พูดอะไรอีก หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาแล้วเริ่มดูซีรีส์
จางเหิงขยับไปนั่งข้าง ๆ ดูด้วยอยู่พักหนึ่งก่อนจะหาวออกมา
หลิวซือซือเหลือบมองแล้วพูดว่า “ง่วงก็ไปนอนเถอะ”
“โอเค งั้นฉันของีบหน่อย” จางเหิงตอบ
เขาปรับเบาะนั่งเอนหลัง เอนตัวลงแล้วหลับไปในเวลาไม่นาน
เมื่อได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอของจางเหิง หลิวซือซือก็ใส่หูฟังเพื่อไม่ให้รบกวนเขา
...
หลังจากงีบสองรอบ กินข้าวสองมื้อ พวกเขาก็มาถึงสหรัฐอเมริกา
เครื่องบินบินตรงมายังสำนักงานใหญ่ของกัลฟ์สตรีม เมื่อจางเหิงกับหลิวซือซือลงจากเครื่อง เห็นบ็อบมายืนรอต้อนรับอยู่ข้างล่าง
“คุณจาง คุณหลิว ยินดีต้อนรับสู่สหรัฐอเมริกาครับ” บ็อบกล่าวอย่างอบอุ่น
“ขอบคุณที่ส่งเครื่องมารับพวกเรานะครับ” จางเหิงยิ้มตอบ
“ไม่เป็นไรเลยครับ เดี๋ยวผมจะพาไปทำเรื่องตรวจคนเข้าเมืองก่อน” บ็อบพูด
“โอเคครับ” จางเหิงพยักหน้า
หลังจากทำเรื่องผ่านตม.เรียบร้อย บ็อบก็พาทัวร์สำนักงานใหญ่ของกัลฟ์สตรีม พร้อมแนะนำผู้บริหารบางส่วนให้รู้จัก
พวกเขาพักค้างคืนที่สำนักงานใหญ่ของกัลฟ์สตรีมหนึ่งคืน เช้าวันถัดมา บ็อบพาพวกเขาไปยังโรงงานผลิตเครื่องบินของกัลฟ์สตรีม และในที่สุดจางเหิงกับหลิวซือซือก็ได้เห็นเครื่องบินของพวกเขา
“โหย... ดูไม่ได้เลย เหมือนไก่ที่ไม่มีขน” จางเหิงพูดอย่างดูแคลนขณะมองเครื่องบินที่ยังไม่ได้ทาสี
“คุณจาง เครื่องบินที่ยังไม่ทาสีก็เป็นแบบนี้แหละครับ ทาสีแล้วจะดูดีขึ้นมาก” บ็อบอธิบายจากด้านข้าง
“คุณบ็อบ อีกนานแค่ไหนเครื่องถึงจะส่งมอบได้?” หลิวซือซือถาม
“ประมาณครึ่งปีครับ ตอนนี้เหลือแค่ทาสีภายนอกกับตกแต่งภายใน ระบบทุกอย่างติดตั้งเรียบร้อยแล้ว” บ็อบพูด “อ้อ คุณจาง ควรรีบจ้างนักบินเพื่อให้มาฝึกที่นี่ด้วยครับ”
“โอเค ผมเข้าใจแล้ว” จางเหิงพยักหน้า
“ถ้าคุณจางหานักบินไม่ได้ทันเวลา ก็สามารถใช้บริการนักบินของบริษัทเราก่อนได้นะครับ” บ็อบเสนอ
“ได้ครับ เดี๋ยวผมลองหาดูก่อน ถ้าไม่ได้จริง ๆ ค่อยมาคุยกันอีกที” จางเหิงตอบ
“คุณจาง คุณหลิว สนใจดูข้างในเครื่องบินไหมครับ?” บ็อบแนะนำ
“โอเคครับ” จางเหิงตอบตกลง
ด้านในของเครื่องบินยังโล่งมาก บ็อบเน้นอธิบายเรื่องระบบต่าง ๆ และฟังก์ชันของเครื่องบินให้ฟัง หลังจากชมเสร็จ จางเหิงรู้สึกว่าได้ความรู้เพิ่มไม่น้อย
พวกเขาใช้เวลาช่วงเช้าอยู่ที่โรงงานผลิตของกัลฟ์สตรีม ตอนบ่าย จางเหิงกับหลิวซือซือก็ออกเดินทางต่อไปยังซิลิคอนวัลเลย์ ด้วย G550 ที่ทางกัลฟ์สตรีมจัดให้
...
เมืองคูเปอร์ติโน่ วิลล่าของจางเหิงที่ซื้อไว้ตั้งแต่ครั้งก่อนที่มาอเมริกา จางเหิงเปิดประตูหน้าบ้านแล้วพูดกับหลิวซือซือว่า “ที่รัก เข้ามาสิ ฉันจะพาชมบ้าน”
“บอส คุณกับคุณหลิวรออยู่ข้างนอกก่อนนะครับ พวกผมขอเข้าไปตรวจสอบก่อน” หวังซิงพูด
“ก็ได้ งั้นพวกนายเข้าไปตรวจดูเลย” จางเหิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า
หวังซิง เฉินตงหยาง และเสิ่นเหวินชิงเข้าไปในบ้านก่อน ตรวจสอบทุกมุมอย่างละเอียดจนแน่ใจว่าไม่มีปัญหา จึงให้จางเหิงกับหลิวซือซือเข้าไป
“บ้านสะอาดดีนะ” หลิวซือซือพูดขณะเดินเข้าไป
“ฉันจ้างบริษัทแม่บ้านให้มาทำความสะอาดทุกสัปดาห์” จางเหิงตอบ “ไป เดี๋ยวฉันพาไปดูห้องนอน”
จางเหิงจูงมือหลิวซือซือเข้าไปที่ห้องนอน ทั้งสองไม่ได้ออกมาจนกระทั่งเย็น
“หิวแล้ว กินอะไรดี?” จางเหิงหันไปถามหลิวซือซือ
“ในตู้เย็นไม่มีอะไรเลย เราน่าจะไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อของก่อน” หลิวซือซือตอบ
“งั้นออกไปกินข้างนอกไหม?” จางเหิงเสนอ
“ฉันอยากทำกับข้าวกินเองที่บ้าน” หลิวซือซือว่า
“โอเค งั้นไปซูเปอร์มาร์เก็ตกัน” จางเหิงตอบรับทันที
ทั้งสองพาเสิ่นเหวินชิงไปด้วย ขับรถฟอร์ด F650 ของจางเหิง ซึ่งเขาแทบไม่เคยขับและมันก็จอดฝุ่นจับอยู่ในโรงรถ ไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน
จางเหิงกับหลิวซือซือเข็นรถเข็นเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต โดยมีเสิ่นเหวินชิงเดินตามอยู่ด้านหลัง พร้อมระวังรอบข้างอย่างตื่นตัว
“ผ่อนคลายหน่อย ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้” จางเหิงพูดเมื่อเห็นท่าทางของเสิ่นเหวินชิง
“บอส ผมได้ยินมาว่าระบบความปลอดภัยในสาธารณะในอเมริกาค่อนข้างวุ่นวาย มีปล้นมียิงกันบ่อย ผมว่าระวังไว้ก็ดีกว่า” เสิ่นเหวินชิงพูด
“ฮ่า ๆ ไม่ต้องห่วง ที่นายพูดนั่นมันย่านสลัม ที่นี่คือซิลิคอนวัลเลย์ ย่านไฮเอนด์ความปลอดภัยในสาธารณะดีเยี่ยม ไม่อย่างนั้นฉันจะเสียภาษีบ้านแพง ๆ ไปทำไมล่ะ?”ความปลอดภัยในสาธารณะ จางเหิงตอบพร้อมรอยยิ้ม
เสิ่นเหวินชิงมองจางเหิงด้วยความไม่แน่ใจ เพราะเขาไม่เคยมาอเมริกามาก่อน มีแต่ได้ยินข่าวจากอินเทอร์เน็ตเท่านั้น
จางเหิงอธิบายเรื่องระบบความปลอดภัยในสาธารณะนอเมริกาให้เขาฟัง เสิ่นเหวินชิงฟังจบก็ยิ่งสับสน แล้วถามว่า “บอส ตำรวจไม่ควรปกป้องความปลอดภัยของประชาชนหรอกเหรอ? ทำไมย่านหรูถึงมีตำรวจมาก แต่ย่านสลัมกลับไม่มี?”
“จะไปยุ่งกับพวกเขาทำไมล่ะ? ยังไงพวกเราก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ถาวร ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาเถอะ ไม่เกี่ยวกับพวกเรา ไม่ได้เป็นอันตรายกับเรา” จางเหิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ก็จริงครับ ยังไงสหรัฐก็ไม่ใช่ประเทศเรา ปล่อยไปก็แล้วกัน” เสิ่นเหวินชิงว่าแล้วก็ไม่พูดอะไรอีก
จางเหิงกับหลิวซือซือเริ่มเข็นรถเข็นเลือกซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ ใส่ลงไปอย่างต่อเนื่อง ไม่นานรถเข็นก็เต็ม
“ที่รัก พอรึยัง?” จางเหิงถามหลิวซือซือ
“พอแล้ว แต่ของบางอย่างที่อยากได้ ที่นี่ไม่มีขาย” หลิวซือซือพูดอย่างเสียดาย
“ที่รัก อยากได้อะไรอีกล่ะ? เราไปซูเปอร์มาร์เก็ตจีนก็ได้นะ” จางเหิงพูด