เหมืองในแต่ละวัน

บทที่ 302: เหมืองในแต่ละวัน

จางเหิงขุดจนถึงตอนเย็น ก่อนจะขนไพลินหลายสิบเม็ดกลับมายังบ้านไม้

เขาหากล่องใบหนึ่งแล้ววางไว้ข้างกล่องอัญมณีใบอื่น จากนั้นก็คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหาเอากล่องเล็ก ๆ มาอีกใบวางคู่กัน

กล่องใบใหญ่ใช้ใส่ไพลินแคชเมียร์ทั่วไป ส่วนกล่องเล็กนั้นตั้งใจไว้สำหรับใส่ไพลิน "คอร์นฟลาวเวอร์"

ในบรรดาไพลินแคชเมียร์ที่จางเหิงขุดมาในวันนี้ มีคอร์นฟลาวเวอร์เพียงห้าเม็ดเท่านั้น เม็ดเล็กที่สุดหนักแค่หนึ่งถึงสองกะรัต พอเจียระไนแล้วไม่แน่ว่าจะเหลือถึงหนึ่งกะรัตด้วยซ้ำ

ทว่าคอร์นฟลาวเวอร์ไพลินแม้จะเม็ดเล็กเพียงนั้น ก็ยังสามารถขายได้หลายแสน ส่วนเม็ดใหญ่ที่สุดก็คือเม็ดแรกที่เขาขุดได้ในวันนี้ มูลค่าไม่ต่ำกว่าสิบล้าน

อย่างไรก็ตาม จางเหิงตั้งใจจะเก็บคอร์นฟลาวเวอร์เม็ดใหญ่นี้ไว้สะสม ไม่คิดจะขาย

หลังจากจัดการเก็บไพลินทั้งสองชนิดเรียบร้อยแล้ว จางเหิงก็เดินไปดูอีกกล่องที่วางอยู่ใกล้ ๆ

ในกล่องนั้นมีไพลินหลายขนาดและหลากสีรวมกันกว่า 1,000 เม็ด เป็นของที่เขาขุดได้จากเกาะอัญมณีทั้งหมด

ไพลินที่ดีที่สุดในกล่องนั้นคือ "รอยัลบลู" ซึ่งถือเป็นประเภทที่รองจากคอร์นฟลาวเวอร์

ขณะกำลังจะเดินออกไป จางเหิงก็หันหลังกลับ หยิบคอร์นฟลาวเวอร์เม็ดใหญ่ที่สุดติดมือออกมาด้วย

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าในรถบ้านแล้ว เขาก็กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงพร้อมกับไพลินเม็ดนั้น ก่อนจะขับรถกลับไปยังไห่จิงหมายเลขหนึ่ง

เมื่อถึงบ้าน เขากลับไม่เห็นจางปาและจางหม่าอยู่ที่บ้าน จึงโทรไปหาจางหม่า

จางหม่าบอกว่าไปบ้านซุนกวน เพราะเย่ยี่ยร่ใกล้คลอดเต็มทีแล้ว ทั้งพ่อแม่ของซุนกวนและพ่อแม่ของเย่ยี่อี้ก็มาพร้อมหน้า

“ลูก มากินข้าวที่นี่สิ” จางหม่าว่า

“ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” จางเหิงตอบ

เขากลับขึ้นไปบนบ้าน เก็บคอร์นฟลาวเวอร์เม็ดนั้นไว้ แล้วก็เตรียมหยิบของฝากสองสามชิ้นไปบ้านซุนกวน

เมื่อไปถึง เขากดกริ่งรอสักพัก ซุนกวนก็มาเปิดประตูให้

“เอาของมาทำไม?” ซุนกวนถามเมื่อเห็นสิ่งที่เขาหิ้วมา

“ก็เอามาให้พ่อแม่นาย แล้วก็พ่อแม่ยี่ยี่” จางเหิงตอบ

หากไม่มีพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายมาอยู่ด้วย เขาคงไม่คิดจะเอาของฝากมาให้ แต่ในเมื่อผู้ใหญ่เขามา จะให้มาแบบมือเปล่าก็คงไม่งาม

“งั้นให้ฉันถือไว้” ซุนกวนรับของไปจากมือเขา

จางเหิงเดินตามซุนกวนเข้าบ้าน เห็นจางปานั่งคุยกับพ่อของซุนกวนและพ่อของเย่ยี่ยี่ ส่วนจางหม่าและผู้หญิงคนอื่น ๆ คงอยู่ในครัว

“สวัสดีครับพ่อ พ่อซุน พ่อเย่” จางเหิงเอ่ยทัก

“มาแล้วเหรอ” ซุนเหมาจวิ้นพยักหน้า

“จางเหิงมาแล้ว มานั่งนี่สิ” พ่อของเย่ยี่ยี่ทักทายอย่างเป็นกันเอง

“ครับ” จางเหิงนั่งลง พูดคุยกับพ่อ ๆ ทั้งสามคนสองสามประโยค แล้วก็หันไปคุยกับซุนกวนเรื่องโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้หวงฮวาลี

“พี่รอง เหว่ยเกอกลับมาตอนไหน?” จางเหิงถาม

“อีกไม่นาน เดี๋ยวก็กลับแล้ว ยังรับคนไม่ครบเลย พอครบเมื่อไหร่จะให้เขากลับมา” ซุนกวนตอบ

จางเหิงกลอกตา ทุกครั้งที่ถามคำถามนี้ก็ได้คำตอบแบบเดิมตลอด ทั้งที่เวลาผ่านมานานขนาดนี้ เหว่ยเกอก็ยังไม่กลับมาเสียที

แถมเพราะกิจการโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไปได้ดีมาก พนักงานก็ต้องเพิ่มเรื่อย ๆ จางเหิงจึงมั่นใจว่าเว่ยเกอคงยังกลับมาไม่ได้ในเร็ว ๆ นี้

“เจ้าสี่ ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้เอาเปรียบเหว่ยเกอ ตอนนี้ฉันขึ้นเงินเดือนให้เขาเป็นห้าหมื่นแล้ว แถมค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางก็เบิกได้หมด เขาเองก็พอใจนะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องควักเนื้อจ่ายค่ากินอยู่เอง บริษัทออกให้หมด” ซุนกวนอธิบาย

“ถ้าเหว่ยเกอพอใจก็ดีแล้ว” จางเหิงพยักหน้า ไม่ถามต่อ

“ว่าแต่ เจ้าสี่ ไม้หวงฮวาที่นายเคยบอกว่าจะเอามาให้ฉัน เมื่อไหร่จะมาเสียที?” ซุนกวนถาม

“อีกไม่นาน” จางเหิงตอบ

“ฟังดูเหมือนพูดกลบ ๆ ไปงั้นแหละ” ซุนกวนทำหน้าบูด

“งั้นนายจะคิดอย่างนั้นก็ได้” จางเหิงตอบพร้อมพยักหน้า

หลังทานข้าวที่บ้านซุนกวนเสร็จ ครอบครัวของจางเหิงก็กลับบ้าน

จางเหิงเปิดโน้ตบุ๊ก เช็คอีเมลจากหวงจือเฟิงและพรรคพวกเพื่อดูความคืบหน้าของบริษัทต่าง ๆ จากนั้นก็วิดีโอคอลคุยกับหลิวซือซือ ก่อนจะขึ้นไปนอน

วันต่อมา จางเหิงซื้อกล้องจุลทรรศน์พกพากำลังขยายห้าสิบเท่า แล้วเข้าไปในอาซูร์เวิลด์อีกครั้ง

เมื่อมาถึงบ้านไม้ เขาหยิบคอร์นฟลาวเวอร์ไพลินขึ้นมาส่องดูด้วยกล้อง พบว่าภายในมีแร่แอมฟิโบล จุดแทรกลักษณะคล้ายเกล็ดหิมะ และริ้วสีขาวคล้ายผ้ากำมะหยี่

หลังจากตรวจดูคอร์นฟลาวเวอร์ทั้งสี่เม็ด เขาก็ไปดูไพลินแคชเมียร์อื่น ๆ สองสามเม็ด แล้วเดินทางต่อไปยังเหมืองไพลินเพื่อเริ่มขุด

ยังไม่ถึงชั่วโมงดี จางเหิงก็เจอของใหญ่ คอร์นฟลาวเวอร์ไพลินหนักไม่น้อยกว่าร้อยกะรัต

ไพลินคอร์นฟลาวเวอร์ขนาดนี้ ถ้าขายแบบปกติ มูลค่าก็เกินร้อยล้านอยู่แล้ว และถ้านำไปเจียระไนเป็นเครื่องประดับแล้วนำออกประมูล ราคาก็อาจสูงกว่านั้นอีกมาก

จางเหิงถือไพลินเม็ดนั้นชมด้วยสายตาเปี่ยมความชื่นชมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บแล้วเดินหน้าขุดต่อ

ขุดไปทั้งวัน จางเหิงได้ไพลินรวมมากกว่าร้อยเจ็ดสิบเม็ด ในจำนวนนั้นมีคอร์นฟลาวเวอร์สิบกว่าเม็ด และเม็ดที่ใหญ่ที่สุดก็คือเม็ดหนักร้อยกะรัตที่เจอในตอนเช้า

อย่างไรก็ตาม ไพลินที่หนักที่สุดในวันนี้กลับไม่ใช่คอร์นฟลาวเวอร์ แต่เป็นไพลินแคชเมียร์ธรรมดาเม็ดหนึ่ง หนักราว 160-170 กะรัต

เย็นวันที่ 27 กรกฎาคม จางเหิงกลับออกมาจากอาซูร์เวิลด์

เขาหยิบโทรศัพท์ในรถขึ้นมาดู พบว่าสายที่ไม่ได้รับมีถึงยี่สิบสามสิบสาย บ้างก็จากจางปา จางหม่า หลิวซือซือ และซุนกวน

“หรือจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น?” พอเห็นสายที่ไม่ได้รับมากมาย จางเหิงก็รู้สึกใจไม่ดี รีบโทรกลับหาจางหม่าโดยทันที

ปลายสายรับเร็วมาก ทำให้เขาโล่งอก ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ คนที่มีโอกาสเป็นอะไรมากที่สุดก็คือจางหม่า แต่ในเมื่อจางหม่ารับสาย แปลว่าคงไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเธอแน่นอน

แต่เขาก็ยังถามอย่างเป็นห่วง “ฮัลโหล แม่ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า แม่ไม่เป็นไรใช่ไหม?”

“แม่ไม่เป็นไร ยี่ยี่กำลังจะคลอดแล้ว” จางหม่าบอก

จางเหิงถอนหายใจโล่งอกเต็มที่ ก่อนจะถามอีกว่า “ไม่ใช่ยังไม่ถึงกำหนดเหรอ ทำไมคลอดเร็วล่ะ?”

“กำหนดคลอดก็แค่ค่าประมาณ หมอเองก็ระบุวันแน่นอนไม่ได้ เอาล่ะ ไม่พูดแล้ว รีบมานี่เร็วเข้า” จางหม่าว่า

“ครับ เดี๋ยวไปเดี๋ยวนี้เลย” จางเหิงตอบ

หลังวางสาย เขาก็ใส่หูฟังบลูทูธ โทรกลับหาหลิวซือซือ และขับรถตรงไปยังโรงพยาบาลที่เย่ยี่ยี่พักรอคลอด

สองสามวันก่อน เย่ยี่ยี่เพิ่งเข้ารพ.เพื่อรอคลอด จางเหิงเคยไปเยี่ยมมาแล้วครั้งหนึ่งจึงจำที่อยู่ได้

เมื่อไปถึง เขาจอดรถแล้วเดินเข้าไปในโรงพยาบาล พบจางปา จางหม่า ซุนกวน และคนอื่น ๆ ยืนรออยู่หน้าห้องคลอด...



ตอนก่อน

จบบทที่ เหมืองในแต่ละวัน

ตอนถัดไป