การตัดสินใจของจีมู่เสวี่ย
เสิ่นหลินนั่งอยู่เฉย ๆ แล้วจิบไวน์แดงไปหนึ่งอึก
จากนั้นเขาวางแก้วไวน์ลง พลางมองไปที่จีมู่เสวี่ยด้วยแววตาล้อเลียน
พูดตามตรง ความรู้สึกของเสิ่นหลินที่มีต่อจีมู่เสวี่ย ยังไม่ถึงขั้นเรียกว่าความรัก
ถ้าวันนี้เธอรู้จักวางตัวดี เสิ่นหลินก็คงไม่ลังเลที่จะเก็บเธอไว้เป็นหญิงงามในคฤหาสน์หรู
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
คำพูดที่ว่าผู้ชายเมื่อรวยแล้วจะเปลี่ยนไปนั้น ก็ไม่ผิดอะไร
หลายคนอาจจะพูดว่า กลายเป็นคนเลวไปแล้วเหรอ?
พอเสิ่นหลินได้ยินแบบนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
กฎระเบียบต่าง ๆ ที่มีอยู่ ก็แค่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องคนชนชั้นล่างเท่านั้น
จีมู่เสวี่ยไม่คิดเลยว่าเสิ่นหลินจะพูดตรงขนาดนี้
แต่พอนึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่เสิ่นหลินมอบให้เธอในวันนี้
จีมู่เสวี่ยก็รู้ว่า ถ้าเธอไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ ก็ไม่มีทางได้โอกาสแบบนี้อีกแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เธอก็ไม่ได้รังเกียจเสิ่นหลิน
อย่างไรเสีย เสิ่นหลินก็หน้าตาดี หุ่นดี แถมยังมีเงิน
และที่สำคัญที่สุดคือ เสิ่นหลินยังหนุ่มแน่น
แล้วความหนุ่มนั้นหมายถึงอะไร?
มันหมายถึงพลังชีวิต และหมายความว่าเธอจะไม่ต้องเผชิญความเหงาอีกต่อไป!
เพราะฉะนั้น ต่อให้ตอนนี้เสิ่นหลินแสดงออกถึงความต้องการครอบครองอย่างรุนแรง จีมู่เสวี่ยก็ไม่รู้สึกรังเกียจเลย
ในทางกลับกัน เธอกลับรู้ว่านี่แหละ คือท่าทีของคนรวย!
คิดมาถึงตรงนี้ แก้มของจีมู่เสวี่ยก็แดงเรื่อขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นหลินด้วยสายตาเขินอาย
จากนั้น ภายใต้สายตาของเสิ่นหลิน เธอก็ลุกขึ้นยืน
แล้วเดินตรงเข้ามานั่งบนตักของเสิ่นหลิน โน้มศีรษะลงไปที่ข้างหูของเขา ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ายวนว่า
“เสวี่ยเอ๋อร์จะอยู่กับพี่ตลอดไปนะคะ”
พอเสิ่นหลินได้ยินแบบนี้ ลมหายใจก็พลันกระชั้นถี่
สำหรับผู้ชายแล้ว ไม่มีอะไรเย้ายวนใจไปกว่าคำพูดแบบนี้จากหญิงงามในอ้อมแขนอีกแล้ว
เสิ่นหลินเอื้อมมือไปเชยคางของจีมู่เสวี่ยขึ้นเบา ๆ
“แน่ใจแล้วเหรอ?”
จีมู่เสวี่ยพยักหน้าเบา ๆ อย่างเขินอาย ใบหน้าแดงระเรื่อ ขณะที่ยื่นมือออกไปโอบรอบคอของเสิ่นหลิน
เธอจ้องหน้าเสิ่นหลินด้วยสายตาเขิน ๆ ไม่พูดอะไร
หัวใจของเสิ่นหลินเต้นแรง ใครเห็นแววตาแบบนั้นก็ต้องหวั่นไหว
“พี่จะดูแลเสวี่ยเอ๋อร์ ใช่มั้ยคะ?”
หลังจากได้ยินคำพูดของจีมู่เสวี่ย เสิ่นหลินก็ช้อนตัวจีมู่เสวี่ยขึ้นมาในท่าเจ้าสาวทันที
แล้วเดินตรงไปยังห้องพักผ่อนที่อยู่ด้านหลัง
ห้องส่วนตัวทุกห้องในการ์เด้นหมายเลขหนึ่งต่างก็มีห้องพักผ่อนทั้งนั้น
เมื่อไปถึงห้องพักผ่อน เสิ่นหลินก็ล้มตัวลงนอนโดยยังอุ้มจีมู่เสวี่ยไว้ในอ้อมแขน
จีมู่เสวี่ยที่โดนแบบไม่ทันตั้งตัว ถึงกับตกใจ พยายามดิ้นเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ
แต่เธอก็ยอมแพ้ต่อการต่อต้านนั้นในเวลาไม่นาน เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าอยากได้บางสิ่ง ก็ต้องยอมแลกเปลี่ยนบางอย่าง
เสิ่นหลินไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา เขาย่อมไม่ยินยอมให้ใครเล่นตัวมากนัก
ผู้ชายหนุ่มรวย ๆ แบบนี้ ไม่เคยขาดผู้หญิงอยู่แล้ว
แล้วเธอล่ะ? ไม่ได้รอโอกาสแบบนี้มาตลอดเหรอ?
“พี่”
เสียงของจีมู่เสวี่ยอ่อนหวานราวกับน้ำผึ้ง ปลุกเร้าใจของเสิ่นหลินเข้าอย่างจัง
“ยังจะเรียกพี่อีกเหรอ?”
เสิ่นหลินจ้องหน้าเสี่ยวหลิงอย่างดุดัน น้ำเสียงแฝงแววชั่วร้าย
ใบหน้าของจีมู่เสวี่ยยิ่งแดงจัด ราวกับแอปเปิ้ลสุกงอม
เธอเม้มริมฝีปาก ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยคำเบา ๆ สองคำว่า
“สามี”
คำพูดสองคำนี้ดูเหมือนจะมีมนตร์สะกดบางอย่าง ทำให้เปลวไฟในกายของเสิ่นหลินยิ่งลุกโชนมากขึ้นไปอีก
เสิ่นหลินดึงผ้าห่มขึ้นมา แล้วกดร่างของจีมู่เสวี่ยลงไป
อุณหภูมิในห้องค่อย ๆ สูงขึ้น บรรยากาศคลุมเครือเริ่มแผ่กระจายไปทั่ว
แสงจันทร์นอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาในห้องอย่างอ่อนโยน ราวกับปกคลุมพวกเขาด้วยม่านหมอกบางเบา
……
สองชั่วโมงต่อมา เสิ่นหลินหันไปมองด้านข้าง ก็เห็นใบหน้าสวย
เธอกำลังมองเขาด้วยสายตาเขินอาย ดวงตากลมโตเปล่งประกาย
“พี่กอดหนูหน่อย”
จีมู่เสวี่ยซุกตัวเข้าหาอ้อมแขนของเสิ่นหลินอย่างออดอ้อน
เสิ่นหลินยิ้มบาง ๆ แล้วดึงจีมู่เสวี่ยเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน
สิ่งที่ทำให้เสิ่นหลินประหลาดใจก็คือ นี่เป็นครั้งแรกของจีมู่เสวี่ย
ถึงแม้เสิ่นหลินจะไม่ได้ตั้งใจเรื่องนี้แต่แรก
แต่ผู้ชายคนไหนบ้างที่จะไม่ชอบผู้หญิงที่ยังใหม่เอี่ยม ไม่เคยถูกแตะต้อง?
แต่เดิมเสิ่นหลินแค่คิดจะเล่นสนุกกับจีมู่เสวี่ยเท่านั้น ทว่าตอนนี้ เขากลับเปลี่ยนความคิด
เสิ่นหลินยื่นมือออกไปประคองใบหน้าของจีมู่เสวี่ย พูดว่า
“เสวี่ยเอ๋อร์ ตั้งแต่นี้ไปอยู่กับฉันนะ”
จีมู่เสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงใจอบอุ่นแต่ก็เจือรสขม
เพราะเธอเป็นคนฉลาด
สิ่งที่เธอได้ยินคืออยู่กับฉัน ไม่ใช่ เป็นผู้หญิงของฉัน
แต่จีมู่เสวี่ยก็รู้ดีว่าผู้ชายแบบเสิ่นหลินนั้น
อย่าว่าแต่ผู้หญิงจะมากมายแค่ไหนในอนาคตเลย
แค่ประเด็นเดียวก็เพียงพอแล้ว
เหตุผลที่ทำให้เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!
เสิ่นหลินหน้าตาดี ฐานะมั่นคง แถมยังมีอิทธิพล
ทั้งหมดนี้ล้วนดึงดูดใจจีมู่เสวี่ย
ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้ว่าเสิ่นหลินมีพลังมากแค่ไหน
เขาเป็นเหมือนวัวเหล็กที่ไม่อาจทำลายได้
ถ้าในชีวิตเจอผู้ชายแบบนี้สักคน ก็คงจะมองคนอื่นไม่เข้าอีกเลย
เสิ่นหลินเองก็รู้ว่าตัวเองอาจจะใจร้อนเกินไป
แต่เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนดี
หรือเป็นสุภาพบุรุษ
เขาเป็นผู้ชายธรรมดา ที่ชอบเงิน ชอบผู้หญิงสวย
มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไร
อีกอย่าง แล้วทำไมจีมู่เสวี่ยถึงได้รุกแรงขนาดนี้?
เป็นเพราะเสน่ห์ส่วนตัวของเขาเหรอ?
เสิ่นหลินรู้ดีว่า ถ้าเขาไม่แสดงพลังออกมา
จีมู่เสวี่ยจะยอมอยู่กับเขาแบบนี้ไหม?
คงไม่รุกใส่ขนาดนี้แน่
แต่ไหน ๆ นี่ก็เป็นครั้งแรกของเธอ แบบนี้ก็เหมาะจะให้เธอเป็น นกขมิ้น ที่เขาเลี้ยงไว้เองแล้วล่ะ
“อยู่กับฉันนะ ฉันจะให้เธอทุกอย่าง ยกเว้นแต่งงานเท่านั้น”
เสิ่นหลินพูดต่อ เมื่อเห็นจีมู่เสวี่ยนอนพิงอกเขาโดยไม่พูดอะไร
“แน่นอน เธอก็เลือกปฏิเสธได้นะ ฉันจะให้เงินเธอบ้าง”
พอเสิ่นหลินพูดจบ
จีมู่เสวี่ยก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสายตาน่าสงสาร
“แล้วพี่แน่ใจเหรอว่าจะรักหนูไปตลอด? จะไม่ทอดทิ้งหนู?”
“ตราบใดที่เธอไม่หักหลังฉัน เธอก็จะมีที่อยู่ในใจฉันเสมอ”
เสิ่นหลินตอบเรียบ ๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น จีมู่เสวี่ยก็จ้องมองหน้าเสิ่นหลินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลง
จูบริมฝีปากของเสิ่นหลินเบา ๆ
“พี่ไม่สิสามี เสวี่ยเอ๋อร์เป็นของพี่แล้วนะ พี่ต้องดีกับหนูนะ!”
พอเสิ่นหลินได้ยินคำพูดของจีมู่เสวี่ย เขาก็ยิ้มพลางพยักหน้า
วินาทีต่อมา จีมู่เสวี่ยก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิด
……
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เสิ่นหลินหยิบบุหรี่ออกมา มู่เสวี่ยก็รู้หน้าที่เป็นอย่างดี เธอจุดไฟให้เขาอย่างคล่องแคล่ว
ไม่มีท่าทางของเทพธิดาให้เห็นเลยสักนิด
เสิ่นหลินสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วค่อย ๆ พ่นควันสีขาวขุ่นออกมาอย่างผ่อนคลาย
หลังร่วมรักแล้วได้จุดบุหรี่สักมวนแบบนี้ มันช่างสุขยิ่งกว่าการขึ้นสวรรค์เสียอีก
ทั้งสองแนบอิงอยู่เคียงกันเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัว ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เตรียมออกจากการ์เด้นหมายเลขหนึ่ง
เสิ่นหลินขับรถไปส่งจีมู่เสวี่ยที่อพาร์ตเมนต์ของเธอในหางโจว
แน่นอนว่าเสิ่นหลินไม่มีทางพาเธอกลับไปที่บ้านของเขาเองหรอก
ชั้นล่างของอาคารอพาร์ตเมนต์ ภายในรถเเฟอร์รารี่
เสิ่นหลินหันไปมองจีมู่เสวี่ย
“อยากให้ฉันขึ้นไปนั่งข้างบนด้วยมั้ย?”
พอจีมู่เสวี่ยได้ยินแบบนั้น แก้มของเธอก็แดงระเรื่อ มือเกาะแขนของเสิ่นหลินเบา ๆ
“พี่ หนู...หนูไม่ได้อยู่คนเดียวนะ อยู่กับเพื่อนสนิทน่ะ”
พอเสิ่นหลินได้ยินแบบนั้น เขาก็เข้าใจในทันทีว่าหมายถึงอะไร
จากนั้นเขาก็ตบก้นของจีมู่เสวี่ยเบา ๆ
“อื้อ พี่อ่ะ ทะลึ่งจริงๆ!”
จีมู่เสวี่ยทำปากจู๋ เสิ่นหลินหัวเราะเบา ๆ
“โอเค งั้นฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวจะติดต่อไปอีกที”
จีมู่เสวี่ยเบิกตากว้าง มองเขาอย่างอาลัย แล้วโน้มตัวเข้ามากอดเขาแน่นพร้อมจูบลงที่ริมฝีปากเขา
“พี่ ขอโทษนะคะ คราวหน้าเสวี่ยเอ๋อร์จะไปหาพี่ที่บ้านนะ จุ๊บ”
เสิ่นหลินยิ้ม พยักหน้าเบา ๆ แล้วใช้นิ้วจิ้มปลายจมูกเธอเบา ๆ
“โอเค กลับไปก่อนนะ แล้วค่อยคุยกันอีก”
จีมู่เสวี่ยพยักหน้า จากนั้นก็จูบเขาอีกครั้งก่อนเปิดประตูลงจากรถอย่างอ้อยอิ่ง เดินเข้าคอนโดไปโดยหันกลับมามองเขาเป็นระยะ
จนกระทั่งจีมู่เสวี่ยลับตาไปจากสายตา
เสิ่นหลินก็จุดบุหรี่ขึ้นอีกมวน เลื่อนกระจกรถลง สูดควันเข้าเต็มปอด ก่อนจะพ่นเป็นวงควันออกมา
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
อดีตดาวมหาวิทยาลัยที่เคยอยู่สูงส่งขนาดนั้น ในที่สุดก็ถูกเขาคว้ามาไว้ในมือได้สำเร็จ
จริงอย่างที่เขาคิดโลกใบนี้มันก็แค่ผู้หญิงที่จะยอมถ่างขาให้เฉพาะคนที่มีเงินกับอำนาจเท่านั้น!