คำเตือนถึงจีมู่เสวี่ย หัวหน้าห้องมหาวิทยาลัย

ได้ยินแบบนั้น เสิ่นหลินก็พูดตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า ชุดกระโปรงแบบแม่เลี้ยงที่จีมู่เสวี่ยใส่มาคืนนี้ช่างเน้นรูปร่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ยิ่งตอนนี้ใบหน้าเธอเริ่มมีสีแดงระเรื่อเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ยิ่งดูมีเสน่ห์ชวนมองเป็นพิเศษ
เสิ่นหลินกอดเธอไว้ในอ้อมแขน แล้วกระซิบข่มขู่เบา ๆ
“ถ้ายังกล้ายั่วอีก ฉันจะพาเธอเข้าห้องน้ำเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
จีมู่เสวี่ยได้ยินแบบนั้น กลับยิ้มหวานตอบ
จากนั้นเธอก็ปัดผมไปข้างหนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวไปที่ข้างหูของเสิ่นหลินแล้วกระซิบด้วยริมฝีปากแดงระเรื่อว่า
“ไปสิ ใครกลัวใครกันล่ะ?”
แต่แทนที่เสิ่นหลินจะตื่นเต้นยิ่งขึ้น เขากลับรู้สึกหมดอารมณ์อย่างฉับพลัน
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่เขาไม่ชอบอะไรที่มันง่ายเกินไป มันเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง
เหมือนกำลังจะเปิดขวดเบียร์ แล้วมีคนยื่นที่เปิดขวดให้เปิดได้ทันที แต่ก็หมดสนุก
รถยังต้องวอร์มเครื่องก่อนออกวิ่งเลยใช่ไหม?
อยู่ดี ๆ เข้ามาแบบนี้ มันไม่มีความรู้สึกพิเศษอะไรเลย
คนอย่างเขาชอบอะไรที่ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป มีจังหวะมีลีลา เธอเล่นตรงจุดแบบนี้ มันเลยทำให้เสิ่นหลินรู้สึก ไม่อิน
รู้ไหมว่าทำแบบนี้ ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย!
เสิ่นหลินกอดจีมู่เสวี่ยไว้แน่น แล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเบา ๆ ที่ข้างหูเธอ
“เธอรู้จักผู้หญิงที่นั่งข้างหูหลงคนนั้นหรือเปล่า?”
เขารู้ดีว่า วันนี้จีมู่เสวี่ยดูแปลกไปจากเดิมแน่นอน ต้องมีเหตุผลเบื้องหลัง
และเหตุผลที่ว่าก็อาจเกี่ยวข้องกับสายตาที่เธอสบกับผู้หญิงคนนั้นตอนแรก
จีมู่เสวี่ยชะงักไปนิด ก่อนจะถามกลับเบา ๆ
“พี่รู้ได้ยังไงคะ?”
“ไม่ต้องรู้หรอกว่าฉันรู้ได้ยังไง บอกมาว่าเธอเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นยังไง?”
“หรืออย่าบอกนะว่าเธอก็เคยเป็นเหมือนหล่อนมาก่อน?”
เสิ่นหลินพูดเสียงนิ่ง แววตาเริ่มจริงจังขึ้น
เขารู้สึกเหนื่อยใจอย่างบอกไม่ถูก ถ้าจีมู่เสวี่ยจะเป็นผู้หญิงในเครือของหูหลงเหมือนกัน
ต้องถามให้แน่ใจ
จีมู่เสวี่ยไม่ได้คาดคิดว่าเสิ่นหลินจะมองเธอแบบนั้น แต่เธอก็ตอบด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“เธอเป็นเพื่อนร่วมห้องของหนูค่ะ เพื่อนสนิทด้วย”
“แต่พี่อย่าเข้าใจผิดนะ หนูเพิ่งรู้วันนี้เอง ว่าหล่อนทำอะไรแบบนี้!”
เสิ่นหลินสบตาเธอโดยไม่มีการหลบเลี่ยงใด ๆ แล้วก็รู้สึกโล่งใจ
อย่างน้อย คนนี้ก็ยังไม่โกหก
คิดได้แบบนั้น เสิ่นหลินก็นิ่งคิดไปพักหนึ่ง
“พรุ่งนี้มาหาฉัน ฉันจะหาห้องใหม่ให้”
เขาไม่ต้องการให้ผู้หญิงของเขาอาศัยอยู่กับคนแบบนั้น
จีมู่เสวี่ยได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกทันที แล้วรีบจูบที่ริมฝีปากของเขาอย่างดีใจ
แต่ทันใดนั้นเอง เธอก็นึกถึงข้อความที่โจวหรูถงเพิ่งส่งมาให้
หลังจากไตร่ตรองอยู่พักหนึ่ง จีมู่เสวี่ยก็ตัดสินใจพูดกับเสิ่นหลินว่า
“พี่คะ หนูอยากให้พี่ดูอะไรหน่อย เกี่ยวกับโจวหรูถง”
พูดจบ เธอก็ยื่นหน้าจอแชทในมือถือที่คุยกับโจวหรูถงให้เขาดู
เสิ่นหลินเหลือบดูเนื้อหาแวบหนึ่ง แล้วขมวดคิ้วก่อนจะหันมามองจีมู่เสวี่ย
“เธออยากช่วยเหรอ?”
จีมู่เสวี่ยเห็นแววตาเย็นชาของเขาก็รีบรู้ตัว แล้วรีบพูดแก้ทันที
“พี่ หนูแค่ปรึกษาเฉย ๆ ถ้าไม่ช่วยก็ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงตอนนี้หนูกับเธอก็”
“คิดแบบนั้นก็ดีแล้ว เรื่องนี้เธอทำตัวเองทั้งนั้น ฉันไม่มีทางเข้าไปช่วยแน่นอน”
เสิ่นหลินพูดขัดขึ้น พร้อมกับเสียงเตือนอย่างชัดเจน
ถึงจีมู่เสวี่ยจะเป็นผู้หญิงของเขา และเขาจะให้ทุกอย่างที่เธอต้องการได้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะมากระซิบอะไรในหูแล้วเขาจะยอมตามไปเสียหมด
เขาเห็นหมดแล้วว่าโจวหรูถงไปทำอะไรไว้กับหูหลง
ตอนที่เธอช่วยหูหลงดูแลสาว ๆ นั้น ก็แอบรับเงินใต้โต๊ะมาเพียบ ซึ่งถือว่าผิดกฎชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีเหตุผลที่เขาจะไปขัดใครเพราะผู้หญิงที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตน
แม้ว่าดูแล้วหูหลงอาจจะดูไม่มีพลังเท่าตัวเขา
แต่เสิ่นหลินรู้ดีว่าใครเป็นใคร ตัวเขาเองก็เพิ่งเข้าวงการนี้
ในขณะที่หูหลงคลุกคลีอยู่ในวงการในหางโจวมานานแล้ว
ต่อให้ไม่มีอำนาจมากนัก แต่ถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ จางฮ่าวกับพวกก็อาจไม่เข้าข้างเขาเสมอไป
มนุษย์น่ะลึก ๆ แล้วก็เห็นแก่ตัวทั้งนั้น
อย่างน้อยสำหรับเสิ่นหลิน เพื่อนที่เพิ่งเจอกันไม่นาน เขาไม่กล้าเสี่ยงฝากชีวิตไว้แน่นอน
เสิ่นหลินพูดจบ ก็กำลังจะเสริมประโยคสุดท้ายว่า
“จำไว้นะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก และจะเป็นครั้งสุดท้ายถ้าเธอคิดจะพูดเรื่องแบบนี้อีก ต่อไปเราจะทำเหมือนไม่รู้จักกัน”
คำพูดของเสิ่นหลินทำให้หัวใจของจีมู่เสวี่ยกระตุกวูบ
เขาคือผู้สนับสนุนทางการเงินที่เธออุตส่าห์ไขว่คว้ามาได้อย่างยากลำบาก เธอไม่มีทางยอมให้ทุกอย่างพังลงเพียงเพราะเรื่องนี้
จากน้ำเสียงของเสิ่นหลิน จีมู่เสวี่ยก็รู้ทันที
ผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่เสิ่นหลินคนเดิมที่เธอเคยรู้จักตอนมหาลัยอีกต่อไปแล้ว
ตอนนี้เขากลายเป็นคนที่เด็ดขาด เยือกเย็น และเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าเดิม
เธอรู้ว่าเธอไม่มีอำนาจต่อรองใด ๆ กับเขาอีก
จีมู่เสวี่ยจึงโผเข้ากอดเสิ่นหลินแน่น พูดด้วยน้ำเสียงสั่นไหวว่า
“พี่คะ หนูผิดไปแล้ว หนูสัญญาเลยว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้อีกแน่นอนค่ะ”
เสิ่นหลินเห็นท่าทางน่าสงสารของเธอ ก็ไม่พูดอะไรอีก
จากนั้นก็กลับไปเล่นกับพวกเพื่อนตามเดิม
แต่ว่าช่วงเวลาสนุกมักผ่านไปเร็วเสมอ
“ดึกแล้วนะน้องหลิน แยกย้ายกันกลับบ้านกันดีกว่า”
ตอนนั้นเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว จางฮ่าวกับถังเฟิงเดินเข้ามาหาเสิ่นหลินที่กำลังพูดคุยกับจีมู่เสวี่ย พร้อมยิ้มขำ
เสิ่นหลินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า
“ไปกินของกินเล่นรอบดึกก่อนไหม ค่อยกลับ”
“เอาสิ! กำลังหิวเลย!”
ถังเฟิงกับจางฮ่าวไม่ปฏิเสธ
ส่วนติงซินคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดว่า
“พวกนายไปเถอะ ฉันรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย ดื่มเยอะไปหน่อย กลับก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน!”
ติงซินดูเมาเอาเรื่องอยู่จริง ๆ ทุกคนเลยไม่ได้รั้งเขาไว้
สุดท้าย เสิ่นหลิน ถังเฟิง จางฮ่าว และหูหลง จึงพากันไปที่ร้านปิ้งย่างข้างทาง โดยแต่ละคนก็มีสาว ๆ ตามไปด้วย
สาวที่หูหลงพาไปคือโจวหรูถง
พอถึงร้าน หูหลงก็พาโจวหรูถงไปสั่งอาหาร ขณะที่เสิ่นหลินหันไปพูดกับถังเฟิงและจางฮ่าวว่า
“เอาหมายเลขบัตรประชาชนมาหน่อย ฉันจะจองห้องพักให้แถวนี้ กินเสร็จแล้วจะได้ไม่ต้องขับรถกลับ ดึกแล้ว”
ได้ยินอย่างนั้น ถังเฟิงกับจางฮ่าวก็ไม่พูดมาก ส่วนสาว ๆ ที่ตามมาก็ไม่มีใครคัดค้าน
เพราะการชวนออกมากินของตอนดึกแบบนี้ ความหมายนั้นไม่ต้องแปล
เสิ่นหลินจองห้องพักระดับห้าดาวใกล้บาร์ให้ทุกคนเรียบร้อย
จากนั้นก็เริ่มนั่งกินและพูดคุยกันตามสบาย
ระหว่างที่นั่งกินปิ้งย่างอยู่นั้น โจวหรูถงก็ส่งสายตาให้อย่างต่อเนื่อง
แต่จีมู่เสวี่ยก็คอยกันตัวเองออก และเสิ่นหลินเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน
ท่าทางของจีมู่เสวี่ยทำให้เขาสบายใจขึ้น และเลือกเมินโจวหรูถงตลอดช่วงเวลานั้น
กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา เสิ่นหลินก็กอดเอวจีมู่เสวี่ยแล้วพาเธอไปที่ห้องสวีทที่จองไว้
เขาจูงมือเธอเดินไปจนถึงหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกลางคืน แล้วหัวเราะเบา ๆ
เสิ่นหลินบีบปลายคางเธอเบา ๆ แล้วก้มลงจูบ
หลังจูบ จีมู่เสวี่ยกอดแขนเขาแน่น สบตาอย่างออดอ้อนพลางพูดว่า
“พี่คะ หนูไม่เคยคิดเลยว่าเราจะได้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้จริง ๆ”
เสิ่นหลินยิ้มบาง เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วกระซิบว่า
“ว่าแต่ถ้าหัวหน้าห้องรู้ว่าเธอกำลัง ‘ดูแล’ ฉันอยู่ตอนนี้ เขาจะคิดยังไงกันนะ?”
ได้ยินแบบนั้น จีมู่เสวี่ยก็ทุบอกเขาเบา ๆ หน้าขึ้นสีระเรื่อ
“พี่อ่ะ! ร้ายจริงนะ อยู่ดี ๆ พูดถึงเขาทำไมเนี่ย!”
เสิ่นหลินจำได้ดี ตอนมหาลัย หัวหน้าห้องจีบจีมู่เสวี่ยแบบออกหน้าออกตาสุด ๆ
พอนึกได้ เขาก็จับปลายคางของจีมู่เสวี่ยไว้ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
“อยากเล่นอะไรตื่นเต้นหน่อยไหมล่ะ?”
จีมู่เสวี่ยกระพริบตาปริบ ๆ ยังไม่ทันรู้ว่าเสิ่นหลินคิดอะไร
แต่ก่อนที่เธอจะได้ถาม เสิ่นหลินก็หยิบมือถือขึ้นมา
เขากอดจีมู่เสวี่ยแน่น แล้วจูบเธออย่างดูดดื่ม จากนั้นก็ถ่ายภาพตอนจูบนั้นเก็บไว้ทันที
“ฉันอยากให้หัวหน้าห้องคนนั้นนอนไม่หลับคืนนี้!”
หลังจากจูบเสร็จ เขาก็เปิด สตอรี่ ของ วีแชท แล้วโพสต์ภาพนั้นทันที
แม้ว่าเขาโพสต์ สตอรี่ ไปแล้วรอบหนึ่งในวันนี้ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาจะโพสต์เพิ่มไม่ได้
แคปชันในโพสต์นั้นคือ: “ดาวคณะคนนี้ ปากหวานไม่เบาเลย”
ภาพ: เสิ่นหลินจูบจีมู่เสวี่ยอย่างดูดดื่มที่หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่
หลังจากโพสต์เสร็จ เสิ่นหลินก็วางโทรศัพท์ แล้วอุ้มจีมู่เสวี่ยขึ้นแนบอก พาเดินตรงไปยังห้องนอน
“พี่อ่ะ ร้ายที่สุดเลย!”
จีมู่เสวี่ยส่งเสียงออดอ้อนเบา ๆ
เสิ่นหลินยิ้มมุมปาก ตอบกลับเรียบ ๆ
“ยังไม่หมดหรอกมันจะ ‘ร้าย’ กว่านี้อีก”

ตอนก่อน

จบบทที่ คำเตือนถึงจีมู่เสวี่ย หัวหน้าห้องมหาวิทยาลัย

ตอนถัดไป