สัมผัสพลังของตระกูลติงเพียงเล็กน้อย (ฟรี)

โพสต์ สตอรี่ เสร็จ เสิ่นหลินก็ไม่ได้กลับไปเปิดดูอีก

สำหรับเขาในตอนนี้ สายตาของคนอื่นในสตอรี่จะคิดยังไงก็ไม่สำคัญ

สิ่งที่เขาต้องการก็แค่เช็คอินเท่านั้น

เมื่อก่อน เวลามอง สตอรี่ ของคนอื่น ตัวเองรู้สึกกดดัน
แต่ตอนนี้ กลายเป็นคนอื่นที่ต้องกดดันจาก สตอรี่ ของเขาแทน

ในเมื่อเข้าวงการแล้วสุดท้ายก็ต้องจ่ายคืนไม่ใช่หรือไง?

เสิ่นหลินยังคงอยู่ที่คลับ เล่นเครื่องจำลองกับติงซินและพวกเพื่อพัฒนาฝีมือการแข่งรถของตัวเองต่อไป

และระหว่างนั้น ก็มีคนทยอยเดินทางมาที่คลับเรื่อย ๆ
เรียกได้ว่าวันนี้แทบทุกคนในคลับนี้มากันครบ

พวกเขามาที่นี่ในวันนี้ด้วยสองเหตุผลหลัก

หนึ่งเพราะร้านอาหารของพี่ติงเปิดตัวในคืนนี้ ทุกคนจะไปให้กำลังใจ
แถมยังถือโอกาส แสดงตัว ไปในตัวด้วย

สองเพื่อมาทำความรู้จักกับเสิ่นหลิน

ใช่แล้วเพื่อรู้จักกับเสิ่นหลินโดยเฉพาะ

แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเองตอนนี้โด่งดังในคลับไปแล้ว

เพราะไม่ใช่ใครจะกล้าทุ่มเงิน 2 ล้านในคืนเดียวที่ร้านคาราโอเกะ

ได้!

เรื่องที่เสิ่นหลินทำเมื่อคืน แพร่กระจายไปทั่วคลับทันที
ใครที่อยู่ในปาร์ตี้เมื่อคืน ไม่มีใครไม่พูดถึงความกล้าทุ่มของเขา

ส่วนคนที่ไม่ได้ไป ก็พากันเสียดายกันเป็นแถว

นั่นแหละ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้วันนี้ ทุกคนถึงอยากมา "รู้จักเขาไว้สักหน่อย"

พี่ใหญ่ที่ใจถึงขนาดนี้ หาได้ไม่ง่ายเลยในคลับของพวกเขา

แต่เสิ่นหลินก็ไม่ได้วางตัวเหนือใคร
ไม่ว่าใครจะเข้ามาทัก ก็ยิ้มแย้มอัธยาศัยดีเสมอ

เพราะสำหรับเขา การมีเพื่อนมากกว่าศัตรู ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว

ในยุคนี้ คนเล็กคนน้อยร้ายยิ่งกว่าเสือ
แม้เสิ่นหลินจะมีพลังพอจะรับมือได้ แต่ถ้าเลี่ยงปัญหาได้ ก็ย่อมดีกว่า

อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียเวลาไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น เสิ่นหลินในตอนนี้ก็วางหลักไว้ในใจว่า
ตราบใดที่ไม่ล้ำเส้นหรือยั่วยุให้โกรธ เรื่องอื่นเขาพร้อมปล่อยผ่าน

ในโลกนี้ การใช้ชีวิตอย่างโอ้อวดมันง่าย
แต่การทำตัวเรียบง่ายกลับยากเย็น

เสิ่นหลินอยากเป็นคนประเภท ทำงานเสียงดัง แต่ตัวคนเงียบ

เพื่อนมา…มีเหล้าเลี้ยง
หมาป่ามา…ก็มีปืนเตรียมพร้อม

หลังจากทักทายคนในคลับครบ เสิ่นหลินก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

เขาหยิบมาดู เห็นว่าเป็นเบอร์ของ "จีมู่เสวี่ย"

เสิ่นหลินไม่ได้สนใจว่าอยู่ต่อหน้าผู้คนหรือไม่ ก็กดรับสายทันที

“ว่าไง”

ไม่นาน เสียงหวานนุ่มของจีมู่เสวี่ยก็ดังขึ้นในสาย:

“ที่รัก ฉันไปดูบ้านมาแล้ว เจอหลังหนึ่งที่ถูกใจอยู่ที่เขตซานเซียว ใกล้กับเซ็นจูรี่ ซิตี้ ราคาประมาณตารางเมตรละ 45,000 ว่าจะซื้อสัก 120 ตารางเมตร ดีไหม?”

“ได้เลย แล้วรถล่ะ เลือกไว้รึยัง?”

เสิ่นหลินตอบอย่างไม่ลังเล
ความคิดเขายังคงเหมือนเดิมถึงตอนนี้แม้จีมู่เสวี่ยจะเป็นแค่คนรัก
แต่ก็ถือว่าเป็นผู้หญิงของเขา

ผู้หญิงของตัวเอง ต้องดูแลให้ดี
อยู่สบาย กินดี เท่ากับว่ายิ่งตอบสนองตัวเขาได้ดีขึ้น

ท่าทางมากขึ้น หลากหลายขึ้น ลึกขึ้น

แค่เชื่อฟัง ทุกอย่างก็มีให้
ถ้าไม่ฟัง ก็แค่เอาคืน

ตอนนี้เสิ่นหลินมีศักยภาพมากพอที่จะทำแบบนั้น

“ที่รัก ฉันเล็งปอร์เช่พานาเมร่าไว้หนึ่งคันได้ไหมคะ?”

น้ำเสียงของจีมู่เสวี่ยในโทรศัพท์ฟังดูลังเลนิด ๆ
ถึงอย่างไรเป็นเงินของเสิ่นหลิน

“ได้เลย งั้นเธอบอกมาว่าบ้านเท่าไหร่ เดี๋ยวฉันโอนให้
ส่วนรถ เดี๋ยวให้คนจัดส่งให้ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นของเธอเลย”

ในเวลานั้นเอง ขณะที่อยู่ในสำนักงานขายอสังหา
จีมู่เสวี่ยได้ยินคำพูดของเสิ่นหลิน ก็ถึงกับดีใจสุดขีด

“อื้ม ที่รัก ราคาบ้านรวมทุกอย่างแล้วประมาณ 5,500,000!”

“โอเค ส่งเลขบัญชีมาเลย”

พูดจบ เสิ่นหลินก็กดตัดสาย
จากนั้นไม่กี่วินาที วีแชท ของเขาก็ได้รับเลขบัญชีจากจีมู่เสวี่ย

เสิ่นหลินจัดการโอนเงินไปทันที 5,700,000

แล้วตามด้วยการส่งข้อความไปให้เธอว่า

เสิ่นหลิน: บ้าน 5.5 ล้าน ค่าครองชีพเดือนนี้อีก 2 แสน

จีมู่เสวี่ย: “ที่รักดีที่สุดเลย! จุ๊บ ๆ ที่รัก~ อ้อ ที่รัก วันนี้จะมาหาหนูไหม? หนูซื้อชุดสวย ๆ ไว้เพียบเลยนะ ยังมีถุงน่องที่พี่ชอบฉีกด้วยน้า~ (เขินๆ)”

เมื่อเห็นข้อความนี้ เสิ่นหลินก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไปว่า

เสิ่นหลิน: “คืนนี้รอข้อความจากฉัน”

จีมู่เสวี่ย: “อื้มๆ”

หลังจบบทสนทนากับจีมู่เสวี่ย เสิ่นหลินก็ไปหาเคอหย่งคนหนึ่งในคลับ

เคอหย่งเป็นสมาชิกคลับเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ทายาทเศรษฐี เขาเป็นนักธุรกิจรุ่นแรกที่สร้างตัวมาจากศูนย์

ปีนี้อายุราว 30 ต้น ๆ

เริ่มต้นจากธุรกิจรถมือสอง ปัจจุบันทำธุรกิจรถหรู บริษัทจัดงานแต่งหลายแห่ง และยังมีอู่แต่งรถหนึ่งแห่ง ซึ่งงานแต่งรถของคลับก็มักจะใช้บริการเขาอยู่บ่อย ๆ

ถือว่าเป็นคนที่มีคอนเนคชั่นไม่น้อย

ตอนที่เสิ่นหลินเดินไปหาเขา เคอหย่งกำลังคุยกับเฟิงถิง

“โธ่เว้ย! พี่เคอ พี่ไม่รู้หรอก พี่หลินน่ะ แม่งโคตรเก่ง ขับรถอย่างเทพ!”

“รอบหน้าพี่หลินลงสนาม พี่รีบมาให้ทันเลยนะ โคตรเจ๋ง!”

เสิ่นหลินเพิ่งเดินเข้าไป ก็ได้ยินเฟิงถิงชมเขาเสียงดังจนอดไม่ได้ที่จะเกาหัวอย่างเก้อเขิน ก่อนจะเตะเฟิงถิงไปทีหนึ่ง

“ไอ้นี่...พอเลย! จะเก่งอะไรกันนักหนา พี่ติงแค่ใจดีปล่อยให้แซงเอง อย่าพาให้ฉันหลงตัวเองนักสิวะ!”

เฟิงถิงหัวเราะแหะ ๆ

“พี่หลินยังจะถ่อมตัวอีก! ว่าแต่พี่หาผมมีอะไรเหรอ?”

เฟิงถิงมองด้วยสายตาคาดหวัง เขาอยากให้เสิ่นหลินพาไปเที่ยวจริง ๆ

“ไม่ได้หานาย หาพี่เคอต่างหาก”

เคอหย่งที่ยืนยิ้มมองสองคนหยอกกันอยู่ พอได้ยินก็หันมามองเสิ่นหลินด้วยความแปลกใจ

“พี่หลิน มีอะไรให้ผมช่วยเหรอ?”

“พี่เคอ เมื่อกี้พี่บอกว่าทำธุรกิจรถหรูใช่ไหม?”

พอได้ยิน เสียงในใจของเคอหย่งก็เฮลั่น รีบตอบกลับทันที:

“ใช่เลยพี่! พี่จะซื้อรถเหรอ? เดี๋ยวผมลดให้เลย 15%!”

เสิ่นหลินเดินเข้าไปตบไหล่เขา ยิ้มพลางพูดว่า

“อย่าเลย สมัยนี้ค้าขายก็ลำบาก ฉันไม่อยากให้พี่ขาดทุน ถ้าจะให้ฉันลด ฉันไปซื้อที่อื่นดีกว่า”

“ ไม่เป็นไรจริง ๆ มันแค่ได้มากได้น้อยก็เท่านั้น”

“ไม่เอา ๆ เท่าไหร่ก็ว่ามา เอาแบบจริงใจ ถ้าอยากลดให้จริง ๆ ก็ช่วยส่งทะเบียนมาให้ฉันฟรี ๆ สักป้ายพอ ฉันจะซื้อปอร์เช่พานาเมร่าตัวท็อปให้ผู้หญิงใช้ ฝากพี่ดูแลจัดการให้ครบหน่อย!”

เห็นเสิ่นหลินพูดแบบนี้ เคอหย่งก็รู้ว่าไม่ควรเกรงใจอีก รีบรับคำทันที

“ได้เลยพี่หลิน เดี๋ยวผมจัดการให้ทันที!”

“อืม ดีเลย สรุปราคาไว้ เดี๋ยวคุยกันทาง วีแชท ว่าง ๆ ไปนั่งกินชาด้วยกัน”

เสิ่นหลินกล่าวขอบคุณ

เคอหย่งรอคำนี้อยู่แล้ว รีบพยักหน้าทันที

“ได้เลยครับพี่ เดี๋ยวผมรอพี่ติดต่อ!”

หลังจากทักทายกันเล็กน้อย เวลาก็ล่วงเลยมาถึงประมาณ 16:30 น.

ติงซินโบกมือขึ้นแล้วพูดเสียงดัง

“พี่น้อง! ได้เวลาแล้ว ไปกันได้! ร้านพี่สาวฉันเปิดแล้ว ต้องจัดให้สมศักดิ์ศรี!”

“พี่หลิน! ไปกันเถอะ!”

“มาแล้ว ๆ ออกล่าได้!”

กลุ่มชายหนุ่มหัวเราะร่า ต่างคนต่างขับซูเปอร์คาร์ของตัวเองตามติงซินมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารของติงรุ่ย

ขบวนรถแล่นตรงมาถึงเซ็นจูรี่ ซิตี้ จอดเรียงหน้าร้านของติงรุ่ยอย่างอลังการ

ซูเปอร์คาร์จอดเรียงเป็นแถวหน้าร้าน

ประตูรถแบบกรรไกร ปีกนก ผีเสื้อ เปิดออกพร้อมกัน เรียกสายตาทุกคู่ได้ในทันที

ตอนที่เสิ่นหลินลงจากรถ เขาเองก็นึกว่าร้านนี้เป็นร้านอาหารเล็ก ๆ แนวโฮมเมด แต่พอเห็นกับตาแล้ว ถึงกับต้องอุทานในใจว่า โอ้โห!

เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้า คืออาคารเดี่ยว 18 ชั้นสุดหรู!

การตกแต่งทุกจุดล้วนอยู่ในระดับไฮเอนด์สุด ๆ

เสิ่นหลินสะกิดจางฮ่าวแล้วถาม

“เห้ย นี่ร้านอาหารเหรอ? ไม่ใช่โรงแรมเหรอ?”

จางฮ่าวหัวเราะพลางอธิบาย

“ก็ใช่ทั้งสองอย่างนั่นแหละ แต่มันพิเศษหน่อย”

“ยังไงวะ?”

เสิ่นหลินถามอย่างสงสัย

“ฟังติงซินมา ชั้น 1–3 เป็นร้านอาหาร เปิดบริการปกติ ส่วนชั้น 4 ขึ้นไปไว้รับรองเจ้าหน้าที่จากมณฑลเจ้อเจียง ประมาณว่า พวกหัวหน้าหน่วยงานที่มาประชุมในหางโจวก็จะมาพักที่นี่ กินที่นี่ คือร่วมมือกับรัฐบาลนั่นแหละ”

เสิ่นหลินพอได้ยินก็เข้าใจทันที

เขายกนิ้วโป้งขึ้น

“เข้าใจละ คล้ายพวกศูนย์ประสานงานของแต่ละมณฑลที่อยู่ในปักกิ่งสินะ แบบนี้เรียกว่ากินภาครัฐโดยอ้อมละสิ ต้องรีบเกาะขาพี่ติงกับพี่สาวติงรุ่ยไว้ให้ดีเลย!”

ตอนก่อน

จบบทที่ สัมผัสพลังของตระกูลติงเพียงเล็กน้อย (ฟรี)

ตอนถัดไป