ไปส่งเสี่ยวรั่วเว่ยที่บ้าน (ฟรี)
ติงรุ่ยเดินเข้ามาหาทั้งสองคน ยิ้มอย่างอารมณ์ดีพลางมองเสิ่นหลิน
“น้องหลินเรื่องนี้พี่ขอฝากด้วยนะ ส่งเว่ยเว่ยถึงบ้านอย่างปลอดภัยล่ะ”
เสิ่นหลินยิ้มพยักหน้ารับ
เสี่ยวรั่วเว่ยเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร รับสถานการณ์อย่างเป็นธรรมชาติ
“งั้นก็รบกวนด้วยนะคะ”
“ไม่รบกวนหรอกครับ ยังไงผมก็กลับบ้านทางนั้นอยู่แล้ว”
พูดจบ เสิ่นหลินก็โบกมือลาติงรุ่ย แล้วพาเสี่ยวรั่วเว่ยเดินออกจากร้านไปด้วยกัน
ขณะเดียวกัน ที่หน้าร้าน
โจวจือเดินเข้ามาหาติงรุ่ย มองไปยังสองคนที่เพิ่งเดินจากไป แล้วพูดเสียงเรียบ
“เธอกะจะจับคู่เสิ่นหลินกับเว่ยเว่ยเหรอ?”
“ทำไมล่ะ?”
ติงรุ่ยหัวเราะน้อย ๆ แล้วคล้องแขนโจวจือไว้
“ทั้งสองคนเหมาะกันดีออก”
โจวจือยกมือขึ้นลูบผมเธอเบา ๆ
“หนุ่มหล่อสาวสวยก็จริง แต่บ้านเว่ยเว่ยไม่ธรรมดานะ จะจีบกันไม่ใช่เรื่องง่าย”
ได้ยินแบบนั้น ติงรุ่ยชะงักไปเล็กน้อย เพิ่งจะนึกขึ้นได้เหมือนกัน
“บางทีมันอาจจะไม่ยากอย่างที่คิดก็ได้นะ”
เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง
เซี่ยเหร่าเดินออกมาพร้อมกระเป๋าในมือ ยิ้มพลางพูดขึ้น
ทั้งโจวจือและติงรุ่ยหันไปมองเธอพร้อมกัน
“พี่เหร่า ขอบคุณที่มางานวันนี้นะครับ ให้ผมเรียกรถให้ไหม?”
โจวจือพูดพลางยิ้ม
“ไม่ต้อง คนขับรถพี่มารอแล้ว”
“ว่าแต่เมื่อกี้ที่พี่เหร่าพูดหมายความว่าไง?”
ติงรุ่ยถามต่อ พร้อมกับสบตาโจวจือ
เซี่ยเหร่ายิ้มบาง ๆ
“เดี๋ยวก็รู้เองแหละ เอาล่ะ วันนี้พวกเธอก็เหนื่อยมาทั้งวัน รีบเก็บของกลับไปพักเถอะ พี่ขอตัวก่อนนะ”
ทั้งสองตั้งใจจะไปส่ง แต่เซี่ยเหร่าโบกมือปฏิเสธ
ทั้งคู่ก็ได้แต่ยืนมองเธอเดินออกไป
ในตอนนั้นเอง โจวจือหันไปพูดกับติงรุ่ยเบา ๆ
“ดูท่าแล้ว น้องหลินที่เรารับมาเป็นน้องชาย อาจจะไม่ธรรมดาซะแล้วล่ะ”
“ช่างเถอะ พวกเราคบเพื่อนก็ไม่ได้มองเรื่องพวกนั้นอยู่แล้วนี่นา”
...
ทางฝั่งของเสิ่นหลิน
เขาพาเสี่ยวรั่วเว่ยมาหยุดที่หน้ารถเฟอร์รารี่ 488 ของตัวเอง แล้วเปิดประตูรถอย่างสุภาพ
“เชิญครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
เสี่ยวรั่วเว่ยนั่งลงอย่างสง่างาม มือหนึ่งกดชายกระโปรงไว้อย่างพอดิบพอดี ดูออกว่าเป็นคนที่ผ่านการอบรมกิริยามาอย่างดี
เสิ่นหลินเดินอ้อมมานั่งฝั่งคนขับ ก่อนจะสตาร์ทรถ แล้วปรับโหมดจากแข่งความเร็วเป็นโหมดขับสบาย
เขาหันไปมองเสี่ยวรั่วเว่ย
“คาดเข็มขัดนะครับ เราจะออกเดินทางแล้ว”
เสี่ยวรั่วเว่ยพยักหน้ารับ
เฟอร์รารี่คันงามแล่นออกจากหน้าโรงแรมไปอย่างเงียบ ๆ
ด้านหลัง บนรถอัลพาร์ด
เซี่ยเหร่านั่งอยู่ในรถ มองดูท้ายรถของเสิ่นหลินค่อย ๆ ลับสายตาไป จากนั้นก็หันไปพูดกับคนขับ
“หาเวลาสืบประวัติเสิ่นหลินให้ฉันหน่อย”
“ครับ คุณเซี่ย”
เซี่ยเหร่าพูดจบก็หลับตาพริ้ม ไม่รู้ว่าในใจเธอกำลังคิดอะไรอยู่
...
ภายในรถของเสิ่นหลิน
เสี่ยวรั่วเว่ยนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ มองหน้าเสิ่นหลินแล้วพูดว่า
“พี่รุ่ยบอกว่าคุณชอบแข่งรถมากเหรอคะ?”
“ก็ประมาณนั้นครับ คนเราก็ต้องมีอะไรที่ชอบบ้างไม่ใช่เหรอ?”
เสิ่นหลินตอบพลางขับรถไปด้วย
“จริงค่ะ น่าอิจฉาคุณนะ แข่งรถได้ด้วย ฉันแค่ขับรถธรรมดายังกลัวเวลาขับเร็วเลย”
“ว่าแต่ เวลาคุณแข่งรถ มันรู้สึกยังไงเหรอ?”
เสี่ยวรั่วเว่ยในตอนนี้ ไม่มีเค้าโครงของผู้จัดการธนาคารผู้เคร่งขรึมเหมือนวันแรกที่เจอกันเลย เธอดูเหมือนพี่สาวข้างบ้านมากกว่า เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“รู้สึกยังไงเหรอ คนอื่นผมไม่รู้ แต่สำหรับผมนะ เวลาที่อยู่บนสนามแข่ง ผมจะมีสมาธิอย่างเต็มที่ ลืมทุกอย่างรอบตัว มันเป็นความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของรถกับความเร็วมากกว่า จะเรียกว่าชอบก็ได้ แต่ที่จริง มันคือการพักผ่อนทางใจมากกว่า”
“ทุกวันนี้สังคมมีแต่เรื่องเครียด มีแต่แรงกดดัน เราต้องมีวิธีระบายบ้าง”
เสิ่นหลินพูดอย่างครุ่นคิด
“ฟังดูดีจัง เสียดายฉันไม่มีฝีมือเรื่องนี้เลย งั้น ครั้งหน้าเวลาคุณไปแข่งรถ ฉันขอนั่งไปด้วยได้ไหม อยากรู้ว่ามันรู้สึกยังไง”
เสี่ยวรั่วเว่ยพูดจากใจจริง เพราะเธอมีเพื่อนสาวหลายคนที่คลั่งรถแข่งเหมือนกัน
เวลานัดเจอกัน บางทีก็เปลี่ยนเป็นวงคุยเรื่องรถ เธอเองก็ได้แต่ฟัง เพราะไม่มีอะไรจะพูดแทรกได้เลย
เสิ่นหลินได้ยินก็หัวเราะ
“ได้สิครับ ผมว่างเมื่อไหร่ก็ไปได้เลย”
เขาเองก็ไม่เห็นเหตุผลที่จะปฏิเสธ
ถึงอย่างไร ต่อไปก็ต้องเป็นพาร์ทเนอร์กันด้วย
เสิ่นหลินคิดได้ดังนั้นก็ถามขึ้นมา
“ว่าแต่ คุณเว่ย มีลูกค้าที่ทำธุรกิจด้านเภสัชกรรมไหมครับ?”
เสี่ยวรั่วเว่ยชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะคิดแล้วตอบ
“มีค่ะ ทำไมเหรอ?”
“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ช่วงหลังอาจจะต้องเข้าไปในวงการนั้น เลยอยากศึกษาไว้ก่อน”
ได้ยินแบบนั้น เสี่ยวรั่วเว่ยก็เปลี่ยนโหมดทันที คิดสักพักแล้วพูดว่า
“วงการยาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ต้องใช้เงินทุนเยอะมาก บางทีลงไปเป็นหมื่นล้านก็ยังไม่เห็นผลอะไรกลับมาเลย ฉันว่าคุณต้องคิดให้รอบคอบนะ”
“ทุกวันนี้ทำธุรกิจอะไรก็ยากทั้งนั้น แต่คุณเองก็มีพรสวรรค์ทางด้านการเงินมาก จะไปทำธุรกิจแบบลงทุน ก็น่าจะเวิร์กกว่า แต่ถ้าคิดจริงจังจะเข้าสู่วงการนี้ ฉันก็พอจะแนะนำคนรู้จักให้ได้”
เสิ่นหลินพยักหน้าแล้วยิ้ม
“งั้นต้องขอบคุณพี่เว่ยมาก ๆ เลยครับ”
“ไม่เป็นไรเลย ไหน ๆ ตอนนี้ก็เรียกพี่ว่า ‘พี่’ แล้ว แถมนายก็เป็นลูกค้าระดับแพลทินัมของธนาคารเราอีก การช่วยเหลือกันมันก็ดีไม่ใช่เหรอ?”
“พี่พูดแบบนี้ ผมก็ยังอยากขอบคุณอยู่ดีครับ”
เสิ่นหลินพูดด้วยความจริงใจ เพราะตอนแรกก็แค่ถามเล่น ๆ แต่เสี่ยวรั่วเว่ยกลับใจกว้างเกินคาด
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า
“จริง ๆ เรื่องความร่วมมือกับพวกพี่ใน ไพรเวท อีควิตี้ ผมตัดสินใจได้แล้วครับ สามารถร่วมงานกันได้ แต่รายละเอียดไว้คุยกันหลังจากผมกลับจากเซี่ยงไฮ้นะครับ”
เสี่ยวรั่วเว่ยยิ้มบาง ๆ
“ไม่เป็นไร นายไปจัดการธุระให้เรียบร้อยก่อน เสร็จแล้วค่อยติดต่อฉันก็ได้”
เธอพูดจบแล้วคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะพูดต่อ
“ไหน ๆ นายก็เป็นน้องชายที่พี่รุ่ยยอมรับ งั้นนายก็ถือเป็นน้องชายของฉันเหมือนกัน ถ้าไม่ว่าอะไร ต่อไปฉันขอเรียกนายว่า ‘น้องหลิน’ แล้วกันนะ?”
เสี่ยวรั่วเว่ยมองเสิ่นหลินขณะพูด
เสิ่นหลินก็พยักหน้า
“ยินดีเลยครับ ไม่มีผู้ชายคนไหนจะปฏิเสธพี่สาวสวย ๆ ได้หรอก”
“ปากหวานนักนะเรา”
เสี่ยวรั่วเว่ยแกล้งบ่น แต่ในใจกลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
เธอพูดต่อ
“ไหน ๆ ก็เรียกฉันว่าพี่แล้ว ถ้าหลังจากนี้ต้องใช้บริการทางธนาคารอะไร ฉันจะพยายามหาทรัพยากรดี ๆ ให้นาย”
“แต่ถ้าเป็นเรื่องงาน ก็ทำตามขั้นตอนปกตินะ เพื่อนกันก็ส่วนเพื่อน งานก็ส่วนงาน ฉันไม่ทำเรื่องเอาเปรียบเพื่อนหรอก”
เสิ่นหลินฟังแล้วก็พยักหน้าพร้อมพูดว่า
“นั่นแหละครับ ที่ผมชอบพี่เว่ย”
เสี่ยวรั่วเว่ยได้ยินก็รู้สึกพอใจอย่างเห็นได้ชัด
“ในประเทศเรา บางทีมันก็แยกยากนะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ถ้าอยู่ในขอบเขตที่รับได้ มีอคติบ้างในบางกรณีก็ถือว่าปกติ แค่ไม่ข้ามเส้นก็พอ”
เสิ่นหลินหันไปมองเธอแล้วยิ้ม
“พี่พูดถูกครับ”
บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความกลมกลืน
ไม่นาน เสิ่นหลินก็ขับรถมาถึงคอนโดของเสี่ยวรั่วเว่ย เป็นโครงการหรูระดับบนชื่อว่า “แชนแลน วัน”
เขาขับรถลงไปจอดที่ชั้นใต้ดิน
“วันนี้ขอบคุณมากนะน้องชาย ฝันดี”
เสี่ยวรั่วเว่ยพูดก่อนลงจากรถ
“ฝันดีครับพี่ ถึงบ้านแล้วส่งข้อความมานิดนึงนะครับ”
เสิ่นหลินพูดอย่างใส่ใจ
จากนั้นก็มองดูเสี่ยวรั่วเว่ยเดินเข้าอาคาร ลับสายตาไป
เขาจึงขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านตัวเอง
ส่วนคำชวนจากจีมู่เสวี่ยในคืนนี้ เสิ่นหลินก็ขอผ่าน
ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยล้า ไหนพรุ่งนี้ต้องไปเซี่ยงไฮ้อีก ก็เลยเลือกที่จะพัก
บางครั้ง คนเราก็ต้องรู้จักจัดสรรเวลา
อยากลุยก็ลุย อยากพักก็พัก
พอขับรถออกจากคอนโดเสี่ยวรั่วเว่ยได้ไม่นาน เสิ่นหลินก็ได้รับข้อความใน วีแชท
เสี่ยวรั่วเว่ย: ถึงแล้ว ขอบคุณนะน้องหลิน ฝันดีนะ