คลับเรือใบ (ฟรี)
สำหรับความหงุดหงิดของหยินตี้นั้น เสิ่นหลินไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด
เพราะตอนนี้เขากำลังฮัมเพลงเบา ๆ เดินอย่างอารมณ์ดีไปทางร้านอาหาร
พอเดินมาถึงร้านอาหาร เขาก็เห็นจางฮ่าวกับพวกกำลังนั่งคุยกันอยู่
ทันทีที่เห็นเสิ่นหลินเดินเข้ามา ถังเฟิงก็หัวเราะหึ ๆ ออกมา
“เสิ่นหลิน นายแม่งโคตรโหดเลยว่ะ ตอนหูเส้าไปรับโรรัวเมื่อกี้นะ พวกฉันเห็นกับตาเลย ตัวเธอตัวสั่นเหมือนโดนช็อต นายไม่รู้จักถนอมสาวๆเลยเหรอ?”
“ ฉันมีเรื่องอยากพูดนะ ไม่รู้ควรพูดดีมั้ย”
ติงซินก็เลิกคิ้วแซวเขาด้วยเหมือนกัน
เสิ่นหลินทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ หยิบซาลาเปาลูกหนึ่งขึ้นมาใส่ปาก แล้วมองติงซินอย่างหมดคำ
“งั้นก็ไม่ต้องพูดสิ”
“เดี๋ยว ๆ ๆ ยังไงก็ต้องพูด ไม่งั้นคาใจ!”
“งั้นจะถามฉันทำไมวะ? ยังจะมาอ้อมค้อมอีก!”
เสิ่นหลินกลอกตา หยิบถั่วเหลืองปั่นข้างตัวขึ้นมาจิบ แต่จังหวะนั้นเอง ติงซินก็พูดขึ้นมาทันที
“วันนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าคำว่า ‘สัตว์’ กับ ‘พวกสัตว์เลี้ยงใช้งาน’ มันต่างกันยังไง สัตว์ก็แค่สัตว์ แต่สัตว์เลี้ยงใช้งานนั่นแหละคือเสิ่นหลิน แม่งโคตรโหด เฮ้ย เมื่อคืนนายกินไวอากร้าหรือเปล่าวะ?”
พรวด!
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
สิ้นคำพูดของติงซิน จางฮ่าว หวังเว่ย และอีกหลายคนก็หัวเราะกันลั่นโต๊ะ
แค่ก ๆ ๆ !
เสิ่นหลินเกือบสำลักน้ำเต้าหู้ รีบกลืนลงคอแล้วกลอกตาใส่ติงซินอีกที
“ตัวประกอบอย่างนายยังกล้าพูดเรื่องไวอากร้า? ฉันน่ะเกิดมาเป็นปืนบาเร็ตต์นะโว้ย! ไม่ใช่ปืนกระบอกจิ๋ว ยิงก็ไม่ตรง อิจฉาล่ะสิ?”
พูดจบ เสิ่นหลินก็หันไปมองหูเส้า
”แล้วนายน่ะ หัวเราะอะไรนักหนา? ช่วยเรียกช่างทำผมให้ฉัน ตอนนี้ทรงผมฉันพังยับ จะออกไปเจอผู้คนยังไม่กล้าส่องกระจกเลย!”
พอได้ยินแบบนั้น หูเส้าก็รีบหุบยิ้มลงทันที สีหน้าเก้อ ๆ อย่างกับรู้ตัวว่าหลุดหัวเราะผิดจังหวะ
เอาเถอะดูท่าเขาจะเข้าใจแล้วล่ะ
เขารีบพยักหน้ารัว ๆ ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำอีกคำ
“พี่หลินทรงผมแบบท็อปนิไม่เหมาะกับพี่หรอกครับ เดี๋ยวผมจัดผู้เชี่ยวชาญด้านภาพลักษณ์ให้เลย รับรองหล่อ ไม่มีพังแน่นอน!”
เสิ่นหลินได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเบา ๆ ถือว่าให้อภัยแล้ว จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องพูดขึ้นมา
“ว่าแต่ วันนี้จะไปไหนกัน? บอกไว้ก่อนเลยนะ ดื่มเหล้า เข้าผับ ล่องเรืออะไรนั่น ตัดหมดเลย พักก่อนเหอะ ดื่มกันหลายวันแล้ว ร่างกายเริ่มไม่ไหว”
ที่เขาพูดแบบนี้ก็เพราะช่วงนี้เที่ยวจัดเต็มจนเริ่มหมดแรง โดยเฉพาะไตของเขานี่แหละ ที่รับภาระหนักแบบไม่พักเลย
“พี่หลิน จริง ๆ ผมมีที่หนึ่งในใจนะ”
จางฮว่าที่ปกติจะนิ่ง ๆ ก็เอ่ยขึ้นมาบ้าง
“ที่ไหน?”
เสิ่นหลินถามพลางตักกับข้าวเข้าปาก
“เพื่อนมหาลัยผมคนหนึ่ง เป็นคนท้องถิ่นเซี่ยงไฮ้ เช้านี้เพิ่งส่งข้อความมาว่าเขาเพิ่งเปิดคลับเรือใบใหม่ ใหญ่พอตัวเลย ลองแวะไปดูไหม?”
เรือใบงั้นเหรอ?
ทันทีที่ได้ยินคำนี้ ภาพในหัวเสิ่นหลินก็ลอยไปถึงฉากสุดเท่ของเจมส์ บอนด์ใน No Time to Die ที่กำลังขับเรือใบตัดคลื่นกลางทะเล
เท่ขนาดนั้น ใครจะอดใจไหว?
พูดจริง ๆ แม่งโคตรหล่อเลยว่ะ
“ได้เลย วันนี้ไม่ได้มีอะไรอยู่แล้ว พวกนายว่ายังไง?”
เสิ่นหลินเริ่มสนใจ หันไปถามเพื่อน ๆ
“ฉันได้หมด”
ถังเฟิงตอบพลางเล่นมือถือไปพลาง
“ฉันก็โอเค!”
จางฮ่าวก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
“งั้นพวกนายไปกันเถอะ ฉันขอกลับบริษัทนะ เมื่อวานเล่นมาทั้งวันแล้ว”
ตอนนั้นเอง หวังเว่ยหันไปมองเสิ่นหลิน คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา
ได้ยินดังนั้น เสิ่นหลินก็ส่ายหน้าโดยไม่ต้องคิด
“บริษัทไม่ได้จะล่มเพราะขาดนายแค่วันสองวันหรอก ฝากงานต่อให้คนอื่นไป มาเซี่ยงไฮ้ทั้งที ก็มาเพื่อพานายมาเที่ยวเนี่ยแหละ”
พอเสิ่นหลินพูดแบบนั้น หวังเว่ยก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร
หูเส้ากลับพูดขึ้นมาว่า
“พี่หลิน งั้นผมไม่ไปแล้วนะ วันนี้ยังมีอีกหลายอย่างต้องไปเคลียร์ เดี๋ยวไว้คราวหน้า เจอกันง่าย ๆ พี่หลินว่างเมื่อไหร่ อยากเที่ยวตอนไหน โทรมาหาผมได้เลย เดี๋ยวผมจัดให้หมดทั้งเซี่ยงไฮ้!”
“งั้นก็เอาตามนั้น ขอบใจเมื่อวานด้วย เดี๋ยวฉันโอนเงินให้พี่ชายของนายตรง ๆ เลยนะ”
กับเหตุผลนี้ เสิ่นหลินก็ไม่มีทางรั้งตัวอีกฝ่ายไว้ได้จริง ๆ ไหนจะธุรกิจบันเทิงของบ้านหูที่โคตรแข็งแกร่ง จะไม่ยุ่งทุกวันคงเป็นไปไม่ได้
พูดจบ หูเส้าก็ลุกขึ้นโบกมือลาทุกคน
หลังจากหูเส้าเดินจากไป เสิ่นหลินที่กินข้าวเช้าเสร็จแล้วก็หันไปมองจางฮว่า
“งั้นก็ลุยเลยแล้วกัน”
“อืม เดี๋ยวฉันส่งโลเคชั่นลงกลุ่มนะ”
จางฮว่าพยักหน้า แล้วก็ส่งพิกัดเข้าไปในกลุ่มแชทแล้วแก๊งซูเปอร์คาร์ทั้งขบวน ก็พากันมุ่งหน้าสู่คลับเรือใบกันอย่างยิ่งใหญ่
…
หนึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็มาถึงคลับเรือใบ
ที่นี่ตั้งอยู่ตรงบริเวณปากแม่น้ำในสวนริมทะเลแห่งหนึ่ง
ตรงชายทะเลของสวน มีอาคารกระจกเดี่ยวสูงสามชั้นตั้งอยู่เด่นตระหง่าน
นั่นแหละคือคลับเรือใบ
ตอนที่เสิ่นหลินกับพวกเพิ่งเดินมาถึงหน้าตึก ก็เห็นชายคนหนึ่งอายุราว ๆ จางฮว่า ใส่เสื้อเชิ้ตลายดอก กางเกงขาสั้นชายหาด สวมหมวกปีกกว้างสีขาว ผิวคล้ำแดด
เห็นเขา จางฮว่าก็ยิ้มกว้างเดินเข้าไปหา
“ลู่ซิ่ว ไม่เจอกันนานเลย”
“จางฮว่า ไม่เจอกันนานจริง ๆ”
ทั้งสองกอดกันเบา ๆ จากนั้นจางฮว่าก็พาเขามาแนะนำให้รู้จักกับกลุ่มเสิ่นหลิน
“พี่หลิน นี่ลู่ซิ่ว เพื่อนสนิทผมสมัยเรียนมหาลัย แฟนพันธุ์แท้เรือใบเลยแหละ คลับเรือใบนี่ก็เขาเป็นคนเปิดเองเลย”
“ลู่ซิ่ว นี่พี่เสิ่นหลิน พวกเราชอบเรียกว่าพี่หลิน พี่ใหญ่ตัวจริงของวงการเราเลย!”
ได้ยินแบบนั้น ลู่ซิ่วก็ยิ้มพลางยื่นมือออกมา
“พี่หลิน สวัสดีครับ ผมลู่ซิ่ว ยินดีมากเลยครับที่พวกคุณมาเยี่ยมชมสโมสรของผม”
เสิ่นหลินก็ยื่นมือไปจับพลางตอบ
“อย่าไปเชื่อจางฮว่าพี่ใหญ่นั่นน่ะ พวกเราก็แค่เพื่อนกัน วันนี้ต้องขอโทษที่มารบกวนด้วยนะ”
“ไม่เลยครับพี่หลิน ถือเป็นเกียรติด้วยซ้ำ วันนี้บังเอิญตรงกับวันเปิดสโมสรให้คนนอกพอดี เดี๋ยวผมจะพาทุกคนไปรู้จักวัฒนธรรมเรือใบกันแบบจัดเต็มเลยครับ”
“งั้นก็ต้องรบกวนแล้วล่ะ”
เสิ่นหลินตอบรับ จากนั้นจางฮว่าก็แนะนำหวังเว่ย จางฮ่าว ถังเฟิงทีละคนให้รู้จักกัน
หลังจากทักทายกันเรียบร้อย ทุกคนก็เดินตามลู่ซิ่วเข้าไปในอาคาร
ต้องพูดตรง ๆ ว่าเสิ่นหลินรู้สึกว่าลู่ซิ่วดูดีมาก แม้จะผิวเข้ม แต่ใบหน้าคมเข้ม ดูแข็งแรง มีเสน่ห์ในแบบชายหนุ่มสุขภาพดี
เมื่อเข้าไปในอาคาร ชั้นแรกคือโถงกลาง มีเรือใบลำเดี่ยวตั้งอยู่เป็นของตกแต่ง รอบ ๆ มีสินค้าเกี่ยวกับเรือใบวางขายมากมาย
มีโซฟาหลายชุดเป็นโซนพักผ่อน และมีประตูสองบานที่กั้นด้วยเชือกเตือน
ลู่ซิ่วนำทางพวกเสิ่นหลินขึ้นไปชั้นสอง
ตรงนั้นมีห้องเล็ก ๆ คล้ายห้องประชุมหลายห้อง หนึ่งในนั้นมีคนสวมชุดยูนิฟอร์มของสโมสร กำลังขีดเขียนอะไรบางอย่างอยู่บนกระดานดำ
“นี่คือนักเรียนเรือใบกลุ่มใหม่ กำลังเรียนภาคทฤษฎี เดี๋ยวก็จะลงทะเลจริงแล้วล่ะครับ”
ลู่ซิ่วอธิบาย เสิ่นหลินกับพวกก็พยักหน้า จากนั้นทั้งหมดก็เดินต่อขึ้นชั้นสาม
ชั้นสามแบ่งเป็นสองโซน โซนหนึ่งเป็นสำนักงานของพนักงานและโค้ช อีกโซนคือออฟฟิศของลู่ซิ่ว
ทุกคนเดินเข้าไปในออฟฟิศ
“เชิญครับทุกท่าน นั่งตามสบาย เดี๋ยวผมชงชาให้ แล้วถ้าใครสนใจ เดี๋ยวผมให้โค้ชพาออกไปลองลงเรือสักรอบดีไหมครับ?”
“ได้เลย นายว่าไงก็ว่าตามนั้น”
เสิ่นหลินตอบ
จากนั้นทุกคนก็นั่งคุยกัน ส่วนมากเป็นเรื่องเรือใบ ทั้งความรู้และเรื่องเล่าสนุก ๆ
เสิ่นหลินก็ได้รู้ระหว่างพูดคุยว่า สโมสรของลู่ซิ่วนั้น เป็นหนึ่งในฐานฝึกซ้อมประจำของทีมชาติ และทีมเซี่ยงไฮ้อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังสามารถสอบใบอนุญาตเรือใบได้ที่นี่ เช่น ASA101 จนถึง ASA108
ตั้งแต่ใบเบื้องต้นเรือใบชนิดมีกระดูกงู (101) ไปจนถึงใบอนุญาตเดินเรือไกลถึงน่านน้ำสากล (108) เลยทีเดียว
พอเสิ่นหลินได้ยินแบบนั้น ก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที
ถ้าเขาเรียนจนชำนาญ ต่อไปพาสาวไปกลางทะเลลึก แบบนั้นไม่เท่สุด ๆ ไปเลยเหรอ?
ความคิดนี้ทำให้เขารู้สึกอยากลองขึ้นมาทันที
ลู่ซิ่วเห็นว่าทุกคนเริ่มอยากลอง ก็ยิ้มพูดว่า
“งั้นเอาแบบนี้เลยดีกว่า พวกพี่ไปเปลี่ยนชุด ใส่เสื้อชูชีพ แล้วออกไปลองกันสักรอบดีไหมครับ?”
เสิ่นหลินลุกขึ้นทันที
“ไป! วันนี้ขอตามลู่ซิ่ว ไปเรียนรู้ให้เต็มที่เลย!”