ข้อดีของคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ (ฟรี)
จางฮ่าวหน้าเต็มไปด้วยเส้นดำ เอาเถอะ ที่พูดมายืดยาวตั้งแต่แรกนั่นมันเรื่องไร้สาระทั้งนั้น สุดท้ายประโยคเดียวท้ายสุดนั่นแหละของจริง
“สมควรแล้วล่ะที่ชั้นต้องมาเล่นกับนาย เพราะว่า”
“พวกเดียวกัน!”
“พวกเดียวกันที่ร้ายพอ ๆ กัน!”
จางฮ่าวกับเสิ่นหลินสบตากันแวบหนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะ แล้วต่างคนก็ต่อประโยคของตัวเองคนละแนว
“ไม่มีความรู้ใจกันเลย นายจะเป็นวิงแมนได้ยังไง?”
เสิ่นหลินเบ้ปากอย่างสมเพชใส่จางฮ่าว
ถังเฟิงที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ สองคนนี้ก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอา
“เอ่อพวกนายนั่งก่อนเถอะนะ ไหน ๆ ก็มีสาว ๆ อยู่ด้วย เดี๋ยวชั้นไปมิกซ์ค็อกเทลให้เอง”
พูดจบ ถังเฟิงก็ถือขวดเหล้าวิ่งเข้าบ้านไปอย่างร่าเริง ไม่รู้จะไปเล่นมุกอะไรอีก
จางฮ่าวลากเสิ่นหลินมานั่งที่สวนหลังบ้าน
“นึกว่านายจะอยู่ที่เซี่ยงไฮ้นานกว่านี้ซะอีก”
“ก็จัดการธุระเสร็จก็กลับเลยน่ะสิ ที่นั่นไม่มีเพื่อน จะออกไปแฮงเอาต์ก็ลำบาก!”
เสิ่นหลินหัวเราะแหะ ๆ ตอบ
จางฮ่าวพยักหน้าเมื่อได้ยินแบบนั้น
“รู้สึกเหมือนชีวิตแบบนี้ดีกว่าใช่มั้ยล่ะ?”
“แน่นอน ชีวิตคนเราก็มีแค่สามหมื่นกว่าวัน จะมัวมานั่งเครียดทำไม ลุยให้สุด แล้วค่อยห่วงวันหน้า!”
เสิ่นหลินพูดพลางยกแก้วเบียร์ที่จางฮ่าวรินให้ขึ้นชน แล้วดื่มหมดในรวดเดียว
“เฮ้ย อย่าดื่มคนเดียวแบบนั้นสิ มา ๆ จะแนะนำให้รู้จักสาว ๆ หน่อย”
พูดจบ จางฮ่าวก็ลากเสิ่นหลินไปยังอีกมุมหนึ่งของสระว่ายน้ำ ที่นั่นมีสาว ๆ กลุ่มหนึ่งกำลังนั่งคุยกันอยู่
เสิ่นหลินเห็นแล้วได้แต่ร้องในใจว่า พ่อคุณ! นายนี่มันของจริง!
ตรงหน้าเขามีผู้หญิงห้าคน ทุกคนหน้าตาดีหมด ต่างจากสาวที่เจอตามผับหรือร้าน คาราโอเกะ แบบคนละระดับเลย
สาวพวกนี้ดูเป็นคนเปิดเผย ใส่เสื้อผ้าดี ๆ ทั้งนั้น แบรนด์หรูทั้งชุด
ดูยังไงก็เป็นคุณหนูจากบ้านรวย
ไม่ใช่พวกที่หูหลงจ้างมาเพิ่มบรรยากาศแน่นอน คงจะเป็นเพื่อน ๆ ของจางฮ่าวกับพวกเขานั่นแหละ
เสิ่นหลินคิดในใจ
จางฮ่าวหันไปยิ้มให้สาว ๆ แล้วแนะนำว่า
“สาว ๆ นี่แหละคือเพื่อนใหม่ที่พวกเราพูดถึงกันก่อนหน้านี้ เสิ่นหลิน บ้านรวยของแท้ แถมยังเสน่ห์แรงสุด ๆ ถ้าใครสนใจล่ะก็ จัดการเลย ไม่ต้องขออนุญาตนะ ต้องกล้า ถึงจะมีเรื่องเล่าใช่มั้ยล่ะ?”
สาวทั้งห้าหัวเราะคิกคัก หยอกล้อกลับอย่างแสบ ๆ คัน ๆ
“เฮ้ย จางฮ่าว ฉันว่านายนั่นแหละที่แสบสุด!”
“พูดอะไรออกมาเนี่ย!”
“หาเรื่องโดนตบใช่มะ?”
“ระวังเถอะ เดี๋ยวจะโดนตีให้!”
“วันไหนไม่ได้ตบล่ะก็ จะปีนขึ้นหลังคาแน่!”
สาว ๆ เล่นมุกใส่จางฮ่าวกันสนุกสนาน จากนั้นก็หันมายิ้มให้เสิ่นหลิน
“สวัสดีค่า หนุ่มหล่อ”
“สวัสดีครับ”
เสิ่นหลินก็ยิ้มตอบ แล้วก็จับมือทักทายกับแต่ละคน จากนั้นก็หันไปยกนิ้วโป้งให้จางฮ่าวแบบลับ ๆ
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกนี้ถึงเปิดคลับของตัวเองได้ เพื่อนฝูงเยอะ แล้วก็มีแต่คนอยากคบหา ผู้หญิงที่เรียกมาวันนี้ แต่ละคนสวยแบบธรรมชาติ ไม่มีพวกแต่งเวอร์จัด ๆ สักคน
เสิ่นหลินยอมรับเลยว่า เพื่อน ๆ พวกนี้นิสัยดี พูดจาดี อารมณ์ขันก็พอดี ทำให้รู้สึกสบายใจเวลาอยู่ด้วยจริง ๆ
เอาจริง ๆ แล้ว ‘ความฉลาดทางอารมณ์’ หรือ EQ มันไม่ได้มีสูตรตายตัวหรอก
ในมุมมองของเสิ่นหลิน ถ้าอยู่กับใครแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่ต้องเกร็ง นั่นแหละ คนที่มี EQ สูง
แต่ถ้าอยู่ด้วยแล้วเครียดแทบตาย มีแต่เรื่องปวดหัวทุกวัน ก็ขอพูดตรง ๆ เลยว่า คนแบบนั้นมันโง่เต็มขั้น
“ว่าแต่ เสี่ยวเสี่ยว เมาไปหรือยังอะ?”
จางฮ่าวหันไปถามหนึ่งในสาว ๆ
“หืม? นี่มันแค่เริ่มต้นเองนะ”
“ดีเลย งั้นไปดื่มต่อกับฉันหน่อย หลินหลินไปด้วยละกัน เธอสองคนดื่มเก่งสุด”
สาวทั้งสองหันมามองหน้ากัน แล้วแซวกลับเบา ๆ
“งั้นก็เมาแล้ว”
“เมาแล้วใช่มั้ย? ดีเลย เสิ่นหลินมันคอไม่แข็ง พวกเธอสามคนคุยกันไปก่อน คนอื่นตามฉันไปสนุกกันเถอะ!”
จางฮ่าวพูดจบก็พาสาวอีกสามคนเดินออกไปทันที
เสิ่นหลินมองตามแผ่นหลังของจางฮ่าวที่หิ้วสาว ๆ ไปเล่นน้ำ ก่อนจะยกนิ้วโป้งในใจให้อย่างเงียบ ๆ
จางฮ่าว...จากนี้ไป นายคือวิงแมนในดวงใจของชั้น!
นี่มันต้องจีบสาวมานับไม่ถ้วนขนาดไหน ถึงจะฝึกฝนสกิลระดับนี้ออกมาได้?
เวรเอ๊ย! แบบนี้ชั้นมันยังเด็กไปจริง ๆ!
ว่าแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ผู้ชายแต่ละคนล้วนมีวิธีจัดการกับผู้หญิงต่างกันไป
คนเก่งก็สมควรเป็นอาจารย์
บางครั้ง มุก ก็เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งเหมือนกันนะ ได้อะไรกลับมาเพียบเลยทีเดียว
เสิ่นหลินได้สติกลับมา ก็นั่งลงอย่างใจเย็น พร้อมยกแก้วขึ้นยิ้มให้สองสาวตรงหน้า
“สองคนนี้ชื่ออะไรเหรอครับ?”
พรวด!
จู่ ๆ สาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านหน้า หวีผมยาวสยาย ใส่เดรสเปิดไหล่สีฟ้าอ่อน เผยให้เห็นไหปลาร้าอันงดงาม ก็ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบา ๆ
“หนุ่มหล่อ ยังมีมารยาทอีกนะ เรียกฉันว่าเสี่ยวเสี่ยวก็ได้”
อีกคนที่นั่งข้าง ๆ กำลังเล่นมือถือ สั้นผมแบบเปรี้ยว ๆ สไตล์คล้ายๆ ชีเวย ก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มตาม
“เรียกฉันว่า ‘หลินหลิน’ ก็แล้วกัน”
พูดจบ หลินหลินก็วางมือถือ หันไปมองเสี่ยวเสี่ยว จากนั้นยกแก้วขึ้นชนเบา ๆ กับเสิ่นหลินแบบไม่ต้องแตะกัน แล้วก็ซดลงไปก่อนจะพูดว่า
“พวกเธอคุยกันก่อนนะ ฉันไปดูถังเฟิงก่อน”
เสิ่นหลินพยักหน้ารับเบา ๆ
หลินหลินลุกขึ้น มองสองคนที่นั่งอยู่แล้วยิ้มบาง ก่อนเดินจากไป
เสี่ยวเสี่ยวหันมาหาเสิ่นหลิน พร้อมรอยยิ้มขี้เล่น แล้วยกแก้วจิบเล็กน้อย
“นี่นายเนี่ย เป็นอย่างที่พูดไว้จริง ๆ เหรอ? แสบอย่างที่ว่ารึเปล่า?”
เสิ่นหลินนั่งพิงสบาย ๆ แล้วหยิบถั่วลิสงขึ้นมาโยนเข้าปากคำหนึ่ง
“งั้นเธอชื่อเสี่ยวเสี่ยวจริงรึเปล่าล่ะ?”
พูดจบก็จงใจเหลือบสายตามองลงไปที่อกของอีกฝ่ายแบบไม่ปิดบัง
เสี่ยวเสี่ยวเห็นสายตานั้นเข้าก็แสร้งตีหน้าน้อยใจ
“เกินไปแล้วนะ!”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เธอก็ไม่ได้ไม่ชอบ
จริงอยู่ เสิ่นหลินออกจะดูเจ้าชู้นิด ๆ แต่ก็เพราะหุ่นเธอดีไม่ใช่เหรอ? ผู้ชายเขาจะมองก็ไม่แปลก
ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวเสี่ยวกลับชอบเสิ่นหลินมากกว่าพวกผู้ชายที่แอบมองแบบลับ ๆ อย่างเงียบ ๆ อีก
อย่างน้อยเขาก็เป็น คนที่แสบแบบเปิดเผย ซึ่งมันมีเสน่ห์กว่าเยอะ
บางที ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะเป็น ตัวแม่ ก็ไม่ใช่จะอยากได้แต่คนตามใจตลอดเวลา
ยิ่งผู้หญิงที่สวยระดับนี้ มีแต่คนคอยเอาใจ ยิ่งเจอคนที่ไม่เล่นตามเกมบ้าง เธอก็จะรู้สึกแปลกใหม่
สำหรับเสิ่นหลิน ความคิดเขาก็ง่าย ๆ
หนึ่งมีเงิน มีแบ็คดี ใครจะว่าอะไรก็ไม่ต้องแคร์
สองผู้หญิงที่ใคร ๆ ยกให้เป็นนางฟ้านั่นก็คนเหมือนกัน กินข้าวก็เรอได้เหมือนกัน ไม่ได้ต่างกันตรงไหน
พอถอดยศนางฟ้าออก เธอก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
แล้วทำไมเขาต้องทำตัวต่ำต้อยวางตัวไม่เท่าเทียมด้วยล่ะ?
อีกอย่าง สิ่งที่เขาทำก็ไม่ใช่แค่คิดจะ กวน ๆอย่างเดียว มันมีลูกเล่นนิด ๆ แอบแฝง
ทำไมหลายคนเข้าหาผู้หญิงแบบนี้แล้วไม่เคยได้ใจเธอสักที?
คำตอบง่ายมากเพราะพวกนั้นมัวแต่เลียมากเกินไป
แค่ปฏิบัติกับเธอเหมือนคนปกติ ใช้ชีวิตปกติ คุยปกติ บางครั้งหยอกล้อแบบพอเหมาะ ไม่เกินงาม จะยิ่งทำให้เธอจำเราได้
แน่นอนว่าสูตรนี้ไม่ได้ใช้ได้กับทุกคน ต้องดูสถานการณ์ให้เป็น
ไม่อย่างนั้นถ้าใครมาอ่านแล้วลองทำตามทุกกรณี เสิ่นหลินขอประกาศไว้ตรงนี้เลยพี่ไม่รับผิดชอบนะครับ!
แต่จากคำถามเมื่อครู่ของเสี่ยวเสี่ยว เสิ่นหลินก็รู้ทันทีว่านี่คือผู้หญิงที่ กล้าเล่น และ เปิดใจ คนหนึ่ง
ถึงได้กล้าตอบแบบนั้นกลับไป
“เมื่อก่อนทำไมไม่เคยเจอนายเลยนะ?”
เสี่ยวเสี่ยวหัวเราะเบา ๆ แล้วเอียงหน้ามองเขา
“นายดูน่าสนใจดี”
“งั้นเพื่อจิตวิญญาณที่น่าสนใจของเรายกแก้วสิครับ”
เสิ่นหลินพูดพลางยกแก้วให้
เสี่ยวเสี่ยวยิ้มรับ วางมือไว้บนเข่าทั้งสองข้าง เท้าคางนิด ๆ แล้วก็ยกแก้วขึ้น
“ชนแก้ว เพื่อคนที่น่าสนใจ”