เซี่ยซิงเอ๋อร์ช่วยเสี่ยวรั่วเว่ย (ฟรี)

หลังจากเสี่ยวรั่วเว่ยประกาศเปิดงานอย่างเป็นทางการ บรรยากาศในสนามก็เริ่มคึกคักขึ้นทันที

บางกลุ่มยังคงนั่งพูดคุยกันต่อ ส่วนอีกหลายคนก็เริ่มลากเพื่อนไปตีลูกกอล์ฟกันอย่างกระตือรือร้น

เสี่ยวรั่วเว่ยถูกล้อมด้วยกลุ่มชายหนุ่มในชุดสูทผูกไทและสุภาพสตรีผู้มั่งคั่ง

แน่นอนว่าในตอนที่เธอเข้าไปทักทาย เธอก็ไม่ลืมพาเสิ่นหลินเข้าไปรู้จักกับกลุ่มคนเหล่านั้นด้วย

เธอเป็นเจ้าภาพของงานวันนี้ และยังเป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคารก่อสร้าง สาขาหางโจว คนในงานจึงให้เกียรติเธออย่างมาก และนั่นก็ส่งผลดีโดยตรงกับเสิ่นหลิน

เพราะเมื่อเสี่ยวรั่วเว่ยแนะนำเขา ทุกคนก็เริ่มให้ความสนใจ

ถึงแม้เสิ่นหลินจะดูอายุน้อย แต่ท่าทางและคำพูดของเขากลับแสดงออกถึงความมั่นใจ มีเสน่ห์ มีความน่าเชื่อถือ

จึงไม่มีใครกล้าดูแคลนชายหนุ่มที่สามารถมากับเสี่ยวรั่วเว่ยได้ขนาดนี้

แถมเสี่ยวรั่วเว่ยยังพูดถึงผลงานของเสิ่นหลินในตลาดการเงินอีกด้วย ทำให้บรรดาผู้บริหารและนักลงทุนเริ่มจับตามอง

โดยเฉพาะพวกนักธุรกิจวัยกลางคนที่มีลูกชายลูกสาวใกล้เคียงกับอายุของเสิ่นหลิน แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วเสิ่นหลินดูเหนือกว่าแบบคนละระดับ

ยิ่งพอติงซินกับเพื่อน ๆ พูดออกมาตรง ๆ ต่อหน้าผู้ปกครองของตนว่า เสิ่นหลินเคยใช้เงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐซื้อเกาะ

บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที ไม่มีใครกล้าดูแคลนเขาอีกต่อไป

1.5 พันล้านดอลลาร์

บางคนในที่นี้อาจมีสินทรัพย์สุทธิในระดับนั้น แต่จะมีกี่คนกันที่มี สภาพคล่อง ถึงขนาดนี้?

แต่นี่คือเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่ถือเงินระดับนั้นในมือจริง ๆ

ทุกคนที่นี่ล้วนเป็นคนหัวกะทิ ไม่ก็มีธุรกิจเป็นของตัวเอง วันธรรมดาแบบนี้ยังยอมสละเวลามาร่วมงาน ก็เพราะต้องการเปิดโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ และดูว่าจะต่อยอดอะไรได้บ้าง

ดังนั้นจึงมีหลายคนพยายามเดา ตัวตนที่แท้จริง ของเสิ่นหลินกันอย่างลับ ๆ แน่นอนว่า มีเพียงติงซินและไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ความจริง และครอบครัวของพวกเขาก็รู้ด้วย

ระหว่างนั้น เสิ่นหลินก็ได้รับนามบัตรมากมาย บางคนยังพยายามแนะนำลูกสาวให้เขารู้จักตรง ๆ อีกด้วย

เห็นได้ชัดว่ามีคนอยากจับเสิ่นหลินแต่งงานเสียแล้ว

ขณะที่เขากำลังเดินอยู่ในกลุ่มผู้คน พลันก็มีเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง

"เฮ้! พี่หลิน!"

เสิ่นหลินหันไปมองตามเสียง ก็เห็นเฟิงถิงเดินมาพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง พร้อมโบกมืออย่างร่าเริง

"พี่หลิน ไม่คิดว่าจะเจอพี่ที่นี่เลยนะ! แต่ก็ใช่นั่นแหละ ถ้าพี่ไม่ได้รับเชิญ นั่นสิถึงจะน่าแปลก ผมคิดว่าวันนี้คงน่าเบื่อแน่ ๆ ซะแล้ว แต่พอเห็นพี่ ผมว่ามันน่าสนุกขึ้นเยอะเลย!"

เสิ่นหลินหัวเราะเบา ๆ แล้วตบไหล่เจ้าหนุ่มคนนั้น

" แล้วคนข้าง ๆ นี่ใครเหรอ?"

เขาหันไปมองหญิงสาวที่ยืนข้างเฟิงถิง แล้วถามด้วยรอยยิ้ม

"นี่คู่หมั้นของผมเอง เซี่ยซิงเอ๋อร์!" เฟิงถิงรีบแนะนำ

"ซิงเอ๋อร์ นี่คือพี่หลินที่ผมชอบเล่าให้ฟัง แล้วก็ท่านประธานเสี่ยว"

เฟิงถิงกล่าวพลางมองไปที่เสิ่นหลินและเสี่ยวรั่วเว่ย

เสิ่นหลินถึงกับชะงักไปนิด "อะไรนะ? มีคู่หมั้นแล้วเหรอ?"

แล้วไอ้ท่าทางเจ้าชู้ตอนก่อนหน้านี้ล่ะ หมายความว่ายังไง?

เหมือนเฟิงถิงจะรู้ว่าตัวเองโดนมองจับผิด ก็เลยส่งสายตาให้เสิ่นหลินสองสามทีแบบว่า ‘เงียบ ๆ ไว้ก่อนนะพี่’

เสิ่นหลินได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ในใจ

เจ้าเด็กนี่ ที่แท้ก็ซ่อนอะไรไว้เยอะกว่าที่คิดนะเนี่ย

แบบนี้เรียกว่า "มีความลับทางการค้า" ชัด ๆ!

เซี่ยซิงเอ๋อร์ยิ้มอ่อน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"พี่หลิน หนูได้ยินชื่อพี่มานานแล้วค่ะ ตอนอยู่ต่างประเทศก็ได้ยินเฟิงถิงพูดถึงพี่บ่อยมาก"

"โอ้ ฮ่า ๆ หมอนี่คงเอาแต่พูดเรื่องแย่ ๆ ของฉันล่ะสิ" เสิ่นหลินพูดหยอกพลางหัวเราะ

เซี่ยซิงเอ๋อร์ยกมือปิดปากหัวเราะเบา ๆ

"ไม่ใช่เลยค่ะ เขาชมพี่ตลอด จนหนูอดสงสัยไม่ได้ว่า พี่จะเก่งขนาดนั้นจริงรึเปล่า"

"แล้วตอนนี้... เริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมารึยัง ที่สงสัย?"

“ไม่หรอกค่ะ พี่หลินตัวจริงหล่อกว่าในคำเล่าซะอีก พี่เสี่ยวแนะนำให้รู้จักแล้วด้วย ไม่คิดเลยว่าพี่จะเก่งด้านการเงินขนาดนี้”

เซี่ยซิงเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แถมยังฉลาดในการเลือกคำพูด ดูเป็นคนที่มี EQ สูงทีเดียว

“ขอบคุณ” เสิ่นหลินยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปมองเฟิงถิงแล้วพูดแซวว่า

“ไอ้เด็กนี่ โชคดีจริง ๆ”

เฟิงถิงที่เข้าใจทันทีว่าเสิ่นหลินหมายถึงอะไร ก็หัวเราะแหะ ๆ แล้วแอบชำเลืองไปทางเสี่ยวรั่วเว่ย

“พี่หลินก็เหมือนกันนั่นแหละ!”

เสิ่นหลินชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยิน ก่อนจะหันไปมองเสี่ยวรั่วเว่ย ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มรับอย่างไม่ปิดบัง

“พอคุยกันแล้วก็รู้ว่าเข้ากันได้ดี มีทัศนคติคล้ายกัน จะไม่แฮปปี้ได้ยังไงล่ะ?”

“พูดมากจริง” เสี่ยวรั่วเว่ยว่าเบา ๆ แต่ยังไม่ทันขาดคำ เซี่ยซิงเอ๋อร์ก็หันไปหยิกเอวเฟิงถิงเข้าให้ พร้อมกับจ้องเขม็ง

ทำเอาเสิ่นหลินกับเสี่ยวรั่วเว่ยหันมามองหน้ากัน ก่อนจะหลุดหัวเราะพร้อมกัน

“พี่เว่ย พี่หลิน เฟิงถิงมันยังเด็ก ต้องขอฝากไว้ด้วยนะคะ” เซี่ยซิงเอ๋อร์พูดพลางยิ้มหวาน จากนั้นก็หันไปถามเสี่ยวรั่วเว่ยต่อ “ว่าแต่ พี่เว่ย ไม้กอล์ฟของพี่ดูดีมากเลยค่ะ เดี๋ยวตอนลงสนามช่วยแนะนำด้วยนะคะ”

“ฉันก็แค่สมัครเล่นน่ะ มาเล่นกันสนุก ๆ” เสี่ยวรั่วเว่ยตอบด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี

ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกัน ติงซินกับเพื่อน ๆ คนอื่นก็เดินเข้ามาสมทบ ทักทายกันอย่างครึกครื้น แล้วพูดขึ้นว่า

“ไปกอล์ฟกันเถอะ! ถ้ามาแล้วไม่ตีกอล์ฟ สนามก็เสียของน่ะสิ!”

เสิ่นหลินยิ้มแล้วพยักหน้า “ใช่แล้ว มัวแต่คุย”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็แยกย้ายกันไปหยิบไม้กอล์ฟ ขึ้นรถกอล์ฟ มุ่งหน้าเข้าสู่สนาม

กฎของกอล์ฟนั้นเรียบง่าย แค่ตีลูกลงหลุมก็พอ

แต่สิ่งที่วัดฝีมือคือจำนวนครั้งที่ใช้ตี

โดยทั่วไป สนามหนึ่งจะมีหลายหลุม โดยมีเกณฑ์ที่เรียกว่า พาร์ กำกับไว้ เช่น พาร์ 3 หมายถึง ควรตีลงหลุมภายใน 3 ครั้งจึงจะถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

สนามมาตรฐานจะมีทั้งหมด 18 หลุม ซึ่งคะแนนพาร์รวมคือ 72

นักกอล์ฟมือโปรจะทำคะแนนอยู่ที่ 63–66

สมัครเล่นที่มีฝีมือปานกลาง จะอยู่ที่ 72–85

ส่วนมือใหม่แบบไม่ต้องพูดเยอะ เกิน 100 แน่นอน!

เมื่อทุกคนมาถึงสนาม บรรยากาศก็เริ่มคึกคักขึ้น

ติงซินหยิบถุงมือมาใส่ หยิบไม้จากแคดดี้แล้วลองหวดโชว์สองที จากนั้นก็หันไปพูดกับเสิ่นหลินว่า

“เฮ้ย เสิ่นหลิน ฝีมือนายเป็นยังไงวะ มาลองดวลกันมั้ย ใครแพ้เลี้ยงข้าวเย็นนี้!”

เสิ่นหลินได้ยินก็ยิ้มมุมปาก อย่างน้อยมีอะไรให้ลุ้นบ้างก็สนุกดี

“แค่มื้อเดียวไม่พอหรอก เอาสิบมื้อไปเลย!”

“ให้ตายเหอะ! จะเปิดฟาร์มหมูรึไง?”

ติงซินพูดออกมาทันควัน ทำเอาคนรอบข้างหลุดหัวเราะกันลั่น ยกเว้นเสิ่นหลินที่ดีดขาใส่เพื่อนเบา ๆ พลางพูดว่า

“โชคดีนะที่รู้จักนาย!”

สุดท้ายพนันกันไว้ที่ 10 มื้อ
เสิ่นหลินมั่นใจแบบสุด ๆ ก็พวกมือสมัครเล่นนี่จะไปสู้อะไรได้?

อย่าลืมสิเขามีระบบอยู่!

แต่เกมยังไม่เริ่มทันที ทุกคนต่างวอร์มร่างกาย และเสิ่นหลินก็ยังไม่รีบแสดงฝีมือ

เขาจะให้พวกนั้นลิ้มรส ความสิ้นหวัง ก่อน

ระหว่างที่ทุกคนซ้อมกันอยู่นั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง

“ท่าตีแบบนั้นไม่มีทางลงหลุมได้หรอกนะ เวลาตีกอล์ฟ ท่ายืนสำคัญมาก มันส่งผลกับมุมที่ลูกลอยออกไป”

เสิ่นหลิน ติงซิน จางฮ่าว และคนอื่น ๆ หยุดแล้วหันไปมอง

ก็เห็นชายคนหนึ่งสวมชุดกีฬาใส่แว่นกันแดด เดินตรงมาทางกลุ่มสาว ๆ อย่างเสี่ยวรั่วเว่ย เซี่ยซิงเอ๋อร์ และอีกสองสามคน พร้อมทำท่าผู้รู้

“กอล์ฟไม่ใช่แค่ตีลูกให้เข้าหลุมนะครับ มันมีเทคนิคเยอะมาก เว่ยเว่ย ให้ผมสอนมั้ย?”

คำพูดของชายคนนั้นทำให้ติงซินเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ แล้วดันเสิ่นหลินเบา ๆ

“เฮ้ นาย ปล่อยให้คนอื่นมาจีบคู่ของนายแบบนี้ได้ไง ไม่ออกโรงหน่อยเหรอ?”

เสิ่นหลินยังไม่ตอบ แต่ยิ้มมุมปากดูอย่างสนใจ

เสี่ยวรั่วเว่ยที่ได้ยินชื่อ “เว่ยเว่ย” ก็เงยหน้ามองชายคนนั้น แววตาเริ่มไม่พอใจ ก่อนจะเหลือบมองเสิ่นหลิน แล้วหันไปพูดเรียบ ๆ

“กรุณาเรียกฉันว่า คุณเสี่ยว หรือ ประธานเสี่ยว จะเหมาะกว่านะคะ”

คำพูดนี้ ใครฟังก็รู้ว่าเธอกำลัง ปฏิเสธอย่างชัดเจน

แต่ชายคนนั้นเหมือนหน้าด้านเกินจะเข้าใจความหมาย ยิ้มตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“โถ่ เว่ยเว่ย เรารู้จักกันมาตั้งนาน เรียกแบบนั้นมันห่างเหินเกินไป”

เสี่ยวรั่วเว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าไม่สบายใจ

เพราะเธอเป็นผู้จัดงาน และอีกฝ่ายก็คงมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ร่วมงาน เธอเลยไม่อยากแสดงออกตรง ๆ ให้เสียบรรยากาศ

ทันใดนั้น เซี่ยซิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็กลอกตา ก่อนจะพูดขึ้นอย่างร่าเริง

“ว้าวว หนุ่มหล่อ เสียงดีจังเลย งั้นช่วยสอนฉันทีสิ!”

เฟิงถิงที่ยืนข้างเสิ่นหลินถึงกับหัวเราะเบา ๆ แล้วกระซิบ

“หมอนี่ตายแน่”

ชายคนนั้นได้ยินเข้าก็หันไปมองเซี่ยซิงเอ๋อร์ ดวงตาเป็นประกายจนปิดไม่มิด รีบยืดอกขึ้นอย่าง สุภาพบุรุษเต็มขั้น ก่อนจะตอบกลับด้วยท่าทีมั่นใจ“แน่นอนครับ ผู้ชายมีหน้าที่บริการผู้หญิงอยู่แล้ว”

เซี่ยซิงเอ๋อร์ยิ้มตาหยี ก่อนจะถามเสียงใส

“โอเคค่ะ งั้น พี่ตี 18 หลุม ได้กี่แต้มเหรอคะ?”

ชายหนุ่มหัวเราะบาง ๆ ก่อนตอบมั่นใจ

“ไม่เก่งหรอกครับ 75–77 ประมาณนี้”

พรึ่ด!

เซี่ยซิงเอ๋อร์หลุดหัวเราะทันที แล้วชี้ไม้กอล์ฟไปทางเฟิงถิง

“จริงเหรอ? แต่แฟนฉันที่พึ่งหัดตีเพิ่งจะบอกว่าเขาตีได้ 72 นะคะ งั้นพี่ก็แพ้เด็กใหม่สิ หรือว่าพี่คือ นักกอล์ฟหลงป่า กันล่ะคะ?”

พูดจบ เธอก็หันไปส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เสี่ยวรั่วเว่ย

เสี่ยวรั่วเว่ยหัวเราะเบา ๆ แล้วแอบยกนิ้วโป้งในใจให้เซี่ยซิงเอ๋อร์อย่างเงียบ ๆ

ชายหนุ่มคนนั้นหน้าเจื่อนทันที อยากจะโต้แย้งแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเขาเพิ่งบอกไปว่าตัวเองเต็มใจบริการผู้หญิง

แถมยังไม่แน่ใจว่าเซี่ยซิงเอ๋อร์พูดจริงหรือแค่หยอก

ไกลออกไป เสิ่นหลินกับกลุ่มเพื่อนหันหลังกลับไปหัวเราะกันเบา ๆ

ถึงจะไม่อยากทำให้เสี่ยวรั่วเว่ยเสียหน้า แต่ก็กลั้นขำแทบไม่ไหว

เสิ่นหลินหันไปเตะเบา ๆ ที่ขาเฟิงถิง แล้วพูดว่า

“แฟนนายมีของว่ะ”

เฟิงถิงหัวเราะหึ ๆ แล้วตอบ

“มีของเหรอ? พี่ไม่รู้เหรอว่าหน้านิ่งแบบนี้แหละตัวแสบเลย!”


ตอนก่อน

จบบทที่ เซี่ยซิงเอ๋อร์ช่วยเสี่ยวรั่วเว่ย (ฟรี)

ตอนถัดไป