คลับสตาร์อย่างนั้นหรือ? (ฟรี)

ช่างสนุกจริง ๆ ที่ได้เห็นเสิ่นหลินเถียงกับเสี่ยวเสี่ยวไปพลางขับรถไปพลาง

ไม่นาน เสิ่นหลินก็ขับรถมาถึงร้านอาหารใกล้ ๆ ชื่อ ตงพู่ หมายเลขหนึ่ง

เขาจองห้องส่วนตัวไว้ล่วงหน้า แล้วก็พาเสี่ยวเสี่ยวเข้าไปนั่งรอหูเส้าในห้อง

ยังไม่ทันจะได้นั่งพักเต็มที่ โทรศัพท์ของเสิ่นหลินก็ดังขึ้น เป็นหูเส้าโทรมา

"พี่หลิน ผมจะพาเพื่อนสาวมาด้วยสองสามคน ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?"

เสิ่นหลินยิ้มขำแล้วตอบไปว่า

"ไม่เป็นไร แค่เพิ่มตะเกียบอีกไม่กี่คู่เอง!"

หลังจากวางสาย เสิ่นหลินก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าหูเส้านี่เป็นคนรู้กาลเทศะจริง ๆ

ส่วนเรื่องที่เสี่ยวเสี่ยวอยู่ข้าง ๆ นั้น จะเป็นไรไป?

เราไม่ได้เป็นอะไรกันอยู่แล้ว จะต้องกังวลอะไรนักหนา

คิดได้ดังนั้น เสิ่นหลินก็เริ่มเปิดเมนูสั่งอาหาร

เขาสั่งอาหารเด็ดระดับท็อปหลายอย่าง แล้วยังสั่งไวน์แดงระดับพรีเมียมมาอีกสองขวด ขวดละห้าหมื่น

ถ้าไม่ติดว่าเย็นนี้ยังมีงานต่อ เสิ่นหลินคงสั่งเพิ่มอีกแน่

ระหว่างที่รออาหาร เสิ่นหลินก็คุยเล่นกับเสี่ยวเสี่ยวไปเรื่อย ๆ ไม่นานนัก อาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ แล้วประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก

หูเส้าเดินเข้ามาพร้อมกับสาวสวยสามคน พอดีกับที่พนักงานเพิ่งนำไวน์มาเสิร์ฟ

สาวคนหนึ่งที่ดูมีสายตาเฉียบไว พอเห็นไวน์ก็เบิกตากว้างทันที

"ไวน์สองขวด? นี่มันแสนนึงได้เลยนะ!"

ชายหนุ่มคนนี้ใจกว้างขนาดนี้เลยเหรอ?

พอเห็นหน้าเสิ่นหลิน สาวคนนั้นก็มองเขาด้วยแววตาเป็นประกายทันที

เสิ่นหลินชอบนักล่ะ สายตาแบบนี้

มันสะใจดีจริง ๆ!

"มากันพอดีเลย นั่ง ๆ มากินอะไรด้วยกันหน่อย คืนนี้ไปเที่ยวต่อด้วยกัน!"

เสิ่นหลินหันไปพูดกับหูเส้าด้วยรอยยิ้ม ทั้งหมดก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ไม่ต้องมาถือมารยาทให้มากความ

หูเส้ายิ้มพยักหน้า ก่อนจะพูดกับเสิ่นหลินว่า

"พี่หลินนี่ใจป๋าจริง ๆ ทุกทีต้องเป็นคนเลี้ยง ผมนี่มันพวกบ้านนอก กินไวน์ดี ๆ แบบนี้ยังเสียดายเลย"

"เลิกพูดแบบนี้เถอะ ถ้าจะพูดงั้นล่ะก็ เชิญนายมารินไวน์ให้ฉันเลย"

"ฮ่า ๆ ๆ โอเค ผิดไปแล้ว ๆ พี่หลินนี่ใจกว้างสุด ๆ!"

หูเส้ายกมือไหว้ขำ ๆ ก่อนจะหันไปทางสาวทั้งสามคนด้านหลัง

"มัวยืนทำไมกันล่ะ? ทักทายหน่อยสิ นี่พี่หลินของพวกเธอ!"

พอได้ยินแบบนั้น สาว ๆ ก็เริ่มรู้ทันทีว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้ไม่ใช่คนธรรมดา

ก็หูเส้าที่ปกติหยิ่งทะนงขนาดนั้น กลับให้ความเคารพเขาขนาดนี้ คนแบบนี้ต้องมาจากครอบครัวใหญ่โตแน่นอน

พวกเธอจึงรีบส่งยิ้มและทักทายอย่างนอบน้อม

"สวัสดีค่ะคุณหลิน หนูชื่อเป่าเป่า"

"สวัสดีค่ะคุณหลิน หนูชื่อไช่ไช่"

"สวัสดีค่ะคุณหลิน หนูชื่อปู้ปู้"

หลังจากแนะนำตัวเสร็จ หูเส้าก็มองไปที่เสี่ยวเสี่ยว แน่นอนว่าเขาจำเธอได้ดี พวกเขาอยู่ในวงการเดียวกัน

แต่ที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าคือ ทำไมผู้หญิงของเฟิงถิงถึงได้มาอยู่ในห้องเดียวกับพี่หลิน แถมดูสนิทกันขนาดนี้?

แต่หูเส้าผู้มากประสบการณ์ก็เลือกที่จะไม่แสดงออก เขาทำเหมือนไม่รู้จักเสี่ยวเสี่ยว แล้วหันไปพูดกับสามสาวว่า

"นี่คือพี่เสี่ยว ทักทายหน่อยสิ"

สามสาวหันไปมองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเสิ่นหลินทันที

ผู้หญิงน่ะ เปรียบเทียบกันรุนแรงที่สุดแล้ว

ตอนแรกพวกเธอยังคิดว่าเสี่ยวเสี่ยวอาจจะเป็นคนในวงการเดียวกัน

แต่พอเห็นกระเป๋า แอร์เมส ราคาเกือบสามแสนที่วางอยู่บนโต๊ะ และท่าทีสง่างามของเสี่ยวเสี่ยว พวกเธอก็หมดความมั่นใจไปในทันที

โดยเฉพาะไช่ไช่ที่ยืนอยู่ตรงกลาง เธอเพิ่งวางกระเป๋า หลุยส์ วิตตอง ของตัวเองไว้อย่างภูมิใจ พอเห็นของเสี่ยวเสี่ยวเท่านั้นแหละ เธอก็รีบเลื่อนกระเป๋าตัวเองไปไว้ด้านหลังทันที

ไม่มีอะไรให้เทียบเลยจริง ๆ

แม้จะมีแววอิจฉาเล็กน้อย แต่พวกเธอก็ยังยิ้มหวานแล้วพูดพร้อมกันว่า

"สวัสดีค่ะพี่เสี่ยว!"

เสี่ยวเสี่ยวไม่พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ จากนั้นก็หยิบกุ้งขึ้นมา แกะเปลือกออกอย่างบรรจง แล้วป้อนเข้าปากเสิ่นหลินด้วยมือของเธอเอง

เสิ่นหลินยิ้ม ก่อนจะตบเบาะนั่งข้างตัวเป็นเชิงชวน

หูเส้าพยักหน้า แล้วก็เชิญสาว ๆ ให้นั่งลง จากนั้นเขาก็นั่งลงข้างเสิ่นหลิน

หลังจากทุกคนเข้าที่เข้าทางแล้ว เสิ่นหลินก็มองไปที่สาว ๆ ทั้งสามด้วยรอยยิ้ม

แล้วก็ถามว่า

"พวกเธอเป็นนักเรียนศิลปะกันใช่ไหม?"

"โห พี่หลินตาแหลมจริง ๆ ครับ ใช่เลย ทั้งสามคนเรียนอยู่ที่วิทยาลัยการแสดงแห่งเซี่ยงไฮ้!"

หูเส้ารีบตอบประจบในทันที

เสิ่นหลินพยักหน้าให้หูเส้าก่อนจะเอ่ยว่า “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมครอบครัวหูถึงทำธุรกิจนี้ได้ดี ทรัพยากรนายช่างล้นเหลือจริง ๆ”

“พี่หลิน หนูก็เรียนการแสดงอยู่ปีสามค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะ”

สาวคนหนึ่งที่ใส่กระโปรงทรงแม่เลี้ยง สไตล์ดูเป็นพี่สาวใหญ่หน่อย ๆ หันมายิ้มให้เสิ่นหลินด้วยท่าทางออดอ้อน

เสิ่นหลินจำได้ว่าเธอชื่อเป่าเป่า

“ฉันจะไปดูแลอะไรเธอได้ล่ะ ก็ตัวเธอน่ะ เป็น เป่าเป่า ของใครหลายคนเลยไม่ใช่เหรอ?”

“พี่หลินอะ แซวเก่งจัง”

เป่าเป่าแก้มแดงขึ้นมาทันที ส่งสายตาออดอ้อนให้เสิ่นหลินอย่างไม่ปิดบัง

เสิ่นหลินหัวเราะเบา ๆ ส่วนเสี่ยวเสี่ยวที่นั่งข้าง ๆ กลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ใบหน้านิ่งเฉย

ในสายตาเธอ ผู้หญิงกลุ่มนี้ไม่มีใครอยู่ในระดับที่เธอต้องแคร์

“แล้วเธอล่ะ เรียนอะไรอยู่?”

เสิ่นหลินละสายตาจากเป่าเป่าแล้วหันไปมองไช่ไช่

ไช่ไช่เป็นสาวร่างสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ผมยาว ใส่หมวกเบสบอล เสื้อครอปแขนสั้นสีขาว โชว์หน้าท้องเล็กน้อย กางเกงยีนส์สกินนี่ รองเท้าขาวของ กุชชี และสร้อยคอใบโคลเวอร์จาก ทิฟฟา ห้อยอยู่ที่คอ

ถือว่าเป็นลุคทั่วไปของสาวในวงการนี้

พอเห็นเสิ่นหลินถาม ไช่ไช่ก็ส่งยิ้มหวานตอบกลับ

“พี่หลิน หนูก็เรียนอยู่ปีสามเหมือนกันค่ะ เอกนาฏศิลป์”

เสิ่นหลินพยักหน้ายิ้ม ๆ

“ดีเลย ได้ยินมาว่าพวกเรียนนาฏศิลป์เนี่ย ร่างกายยืดหยุ่นดี”

“งั้นถ้าพี่หลินว่าง ลองแวะมาดูละครเวทีของหนูก็ได้นะคะ”

ไช่ไช่เอ่ยเชิญ เสิ่นหลินก็พยักหน้าให้ จากนั้นหันไปมองสาวคนสุดท้าย ปู้ปู้

สาวคนนี้สูงประมาณ 168 เซนติเมตร ใส่หมวกเช่นกันแต่ไว้ผมสั้น ใส่ตุ้มหูห่วงใหญ่ แต่งหน้าสไตล์ฝรั่ง จัดเต็มด้วยสูทสีเบจ กระโปรงจีบ และรองเท้าบู๊ตยาว

เสิ่นหลินได้แต่คิดในใจว่าไม่กลัวร้อนกันเลยสินะ

“แล้วเธอล่ะ?”

“พี่หลิน หนูเรียนด้านการกำกับค่ะ”

“โอ้ ผู้กำกับเลยเหรอ ชอบนะ ฉันชอบ โดยเฉพาะแบบชัดระดับ 4K ไม่เซนเซอร์ ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่เลย”

ปุฟ!

ทันทีที่เสิ่นหลินพูดจบ เสี่ยวเสี่ยวก็หลุดหัวเราะออกมาทันที

เธอตบไหล่เขาเบา ๆ พลางว่า

“คนอะไร ขี้เกี้ยวจริง ๆ!”

“เทียบกับเธอแล้ว ฉันยังเด็ก ๆ อยู่เลย!”

ปู้ปู้ก็หน้าแดงขึ้นมาทันที แถมยังเหลือบตามองเสิ่นหลินอีกสองสามครั้งอย่างอดไม่ได้

ชายหนุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่หล่อที่สุด ยังดูเจ้าชู้ที่สุดด้วยในกลุ่ม

“พอ ๆ พูดกันพอแล้ว มากินกันเถอะ!”

เสิ่นหลินโบกมือเรียกพนักงานมารินไวน์ให้

ไม่นาน บรรยากาศก็เริ่มครึกครื้นขึ้นทันตา เพราะมีสาว ๆ อยู่ในวงสนทนา

พอผ่านไปรอบสองรอบของการชนแก้ว เสิ่นหลินก็หันไปมองหูเส้าด้วยสายตาสงสัย

“หูเส้า เรื่องที่โทรมาคุยกันเมื่อตะกี้ จริงหรือเปล่า?”

หูเส้าวางตะเกียบลงแล้วยิ้มกว้าง พยักหน้า

“จริงๆและลูกชายหวังจงเหลยเป็นเจ้าภาพด้วยนะ เขาจัดพวกนี้บ่อยจะตายไป”

พอได้ยินแบบนี้ เสิ่นหลินก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น

“โห คลับดาราอะไรนั่น ฉันยังไม่เคยไปเลยสักครั้ง!”


ตอนก่อน

จบบทที่ คลับสตาร์อย่างนั้นหรือ? (ฟรี)

ตอนถัดไป