ฉันไม่สนใจธุรกิจเล็ก ๆ แบบนี้ (ฟรี)

ถังเจียเฉิงหัวเราะนิด ๆ พลางพูดกลับด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง

“พูดแบบนั้นก็เกินไปครับคุณหลิน แต่ยังไงก็ขอแลก วีแชท ไว้ก่อน เผื่อวันไหนอยากซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเซี่ยงไฮ้ ลองแวะดู ทอมสัน อี้ผิ่น ของผมได้นะ เดี๋ยวผมดูแลให้เต็มที่ รับรองไม่ผิดหวัง”

ถังเจียเฉิง พูดพลางหยิบมือถือขึ้นมาอย่างเป็นกันเอง

เสิ่นหลินยิ้มเล็กน้อยนั่นก็เป็นไปได้เหมือนกัน เพราะตอนนี้ กลุ่มเยียนหลิน กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ในอนาคตเขาอาจต้องใช้เวลาอยู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้แห่งนี้นานพอสมควร

พอผลิตภัณฑ์แก้เมาวางขายแล้ว พอเริ่มทำเงินได้มากขึ้น เขาก็วางแผนว่าจะซื้อบ้านในเซี่ยงไฮ้สักหลังอยู่เหมือนกัน

ใช้จ่ายในสิ่งที่ควรใช้ ประหยัดในสิ่งที่ควรประหยัด นั่นคือหลักของเสิ่นหลิน

ว่าแล้ว เขาก็แลก วีแชท กับถังเจียเฉิงด้วยรอยยิ้ม

แม้ว่าเขายังไม่ได้กลับเข้าสู่ครอบครัวอย่างเป็นทางการ แต่แค่เครือข่ายคนที่เขารู้จักในตอนนี้ก็มากพอจะเขย่าวงการได้แล้ว

เมื่อเขาแลก วีแชท กับถังเจียเฉิงเสร็จ คนอื่นในห้องก็ทยอยเข้ามาแลกด้วยเช่นกัน

ทุกคนยกเว้น หวังหยวนห่าว ที่ยังนั่งนิ่ง ๆ จิบไวน์เงียบ ๆ

เขามองเสิ่นหลินเป็นระยะ ๆ ดวงตาเหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่

หลังจากทุกคนแลก วีแชท เสร็จ ฉินเฟิง ก็ยิ้มและเริ่มอธิบายถึงงาน [คลับสตาร์] ให้เสิ่นหลินฟัง

“กลุ่มพวกเรานี่ปกติก็เน้นเรื่องการลงทุนในภาพยนตร์หรือซีรีส์ละครกันครับ เราจะนั่งคุยกันเรื่องต้นทุนการผลิต แหล่งทุน ช่องทางฉาย อย่างเช่นพี่หวังที่เชี่ยวชาญเรื่องสายโรงหนัง”

“พูดง่าย ๆ ก็คือ ทรัพยากรดี ๆ ในวงการบันเทิง อยู่ในมือพวกเราทั้งนั้นแหละ”

“วงการนี้ยังมีเค้กก้อนใหญ่อีกมากนะครับ รายได้แต่ละปีสูงเอาเรื่องอยู่”

เสิ่นหลินฟังแล้วก็เริ่มเข้าใจภาพทั้งหมดชัดเจนขึ้น นี่แหละคือ ทุนของวงการบันเทิง ตัวจริง

คนพวกนี้นี่เองที่ควบคุมทุกอย่างอยู่เบื้องหลัง ทั้งเรื่องนักแสดง บท โปรดักชัน การจัดจำหน่าย แม้กระทั่งข่าวในสื่อ

“ว่าแต่ คุณหานจาก ไชน่าฟิล์ม ก็เป็นหนึ่งในพวกเราด้วยนะครับ”

ฉินเฟิงนึกขึ้นได้ก็เอ่ยเสริมขึ้นอีก

หานซานสือ เหรอ?”

“โอ้โห คุณหลินรู้จักด้วย? ใช่เลยครับ คนเดียวกันนั่นแหละ”

เสิ่นหลินหัวเราะบาง ๆ “ถ้างั้น พวกคุณที่รวมตัวกันอยู่นี่ ก็คงเป็นกลุ่มใหญ่สุดในวงการแล้ว รองจาก กลุ่มปักกิ่ง เลยใช่ไหม?”

“ประมาณนั้นแหละครับ คนในวงการบันเทิงจริง ๆ มีไม่กี่กลุ่มหรอก พวกเราก็เจอกันประจำ ถ้าต้องร่วมงานก็ร่วมกันไป แต่ฝั่งปักกิ่งบางทีก็ชอบรังแกคนอื่น เลยรวมกลุ่ม คลับสตาร์ นี้ขึ้นมา”

“กลุ่มปักกิ่งเป็นพวกสายเก่า ส่วนพวกเรานี่แหละ สายใหม่”

อาจารย์หวังพูดเสริมขึ้นพลางยกแก้วชนกับเสิ่นหลิน

“ที่เรารวมตัวกันวันนี้ก็เพื่อคุยกันเรื่องหนังละครของครึ่งปีหลังน่ะครับ ดูว่าจะลงทุนเรื่องไหน ทำกำไรได้มากแค่ไหน”

แล้วเขาก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ หันมาถามตรง ๆ

“ว่าไงคุณหลิน สนใจลงทุนด้วยกันไหม?”

พูดไม่ทันขาดคำ อาจารย์หวังก็เอื้อมมาจับแขนเสิ่นหลินไว้เบา ๆ กระซิบเสียงลึกในแบบคนรู้กัน

“มันสนุกนะ เป็นนักลงทุนหน่ะ ได้เลี้ยงดาวน้อย ๆ สักคนสองคน ว่านอนสอนง่ายเชียว”

เสิ่นหลินเห็นสายตาและน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ของอาจารย์หวัง ก็อดยิ้มขำไม่ได้ ก่อนจะตอบกลับเบา ๆ อย่างติดตลก

“งั้นทำไมไม่เลี้ยง ดาวใหญ่ ไปเลยล่ะ?”

“เฮ้อ ดาราระดับท็อปเนี่ย ต้องคอยดูแลให้ดี ใช้เลี้ยงเป็นวัวรีดนมได้ แต่ก็ต้องระวังไว้หน่อย เพราะพวกนี้มีอิทธิพล ถ้ากดมากไป โพสต์ เวยป๋อ แค่โพสต์เดียวก็อาจปั่นเรื่องให้กลายเป็นดราม่าใหญ่ ถึงจะไม่ถึงขั้นตาย แต่ก็ปวดหัวอยู่ดี”

พอได้ยินแบบนั้น เสิ่นหลินก็พยักหน้าเบา ๆ เห็นด้วย

สิ่งที่อาจารย์หวังพูดนั้นไม่ผิดเลย

โดยทั่วไป ดาราระดับหนึ่งไม่ใช่ว่าจะ หลุดพ้น จากการควบคุมของทุนได้หรอก เพียงแต่ว่าอย่างที่อาจารย์หวังว่า ความร่วมมือคือการชนะทั้งสองฝ่าย และสามารถแปรเปลี่ยนเป็น เครื่องจักรผลิตเงิน ได้

เพราะถ้าหากปล่อยให้เป็นเรื่องจนกระแสสังคมตีกลับขึ้นมา ระดับเบื้องบนก็อาจจะต้องลงมาแทรกแซง แล้วเรื่องจะยุ่งยากทันที

แน่นอนว่า นี่ไม่ได้หมายความว่าแค่คุณเป็นดาราระดับหนึ่งแล้วจะสามารถ ล้มทุน ได้หรอกถ้าคุณไม่มีแบ็คเลย มันก็แค่ฝันกลางวัน

คุณต้องเข้าใจ วงใน เสียก่อน ถึงจะรู้ว่าทำไมคำว่า ทุน ถึงทรงพลังขนาดนั้น

เพราะมันไม่ใช่แค่มีเงินอย่างเดียวเท่านั้น

เสิ่นหลินจิบไวน์เตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าในตอนนั้นเอง หวังหยวนห่าว ก็พูดแทรกขึ้นมา

“โอเค พวกเรามาต่อกันเลยนะครับ ครึ่งปีหลังมีหนังทั้งหมดหกเรื่อง ผู้กำกับเฟิงจะกำกับเรื่องหนึ่ง วางงบไว้เบื้องต้นสองร้อยล้าน ตอนนี้มาคุยกันว่าแต่ละคนจะลงเงินกันเท่าไหร่ดี?”

“เงินไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ สิ่งที่ คิวอี้วิดีโอ สนใจคือเราจะได้สิทธิ์นักแสดงมากแค่ไหน ถ้าให้มากพอ ผมก็พร้อมลงทุนในหนังของผู้กำกับเฟิงอยู่แล้ว”

กงอวี่ ประธานของ คิวอี้ กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“ใช่เลย หยวนห่าว ฉันก็เชื่อมั่นว่าหนังของผู้กำกับเฟิงมีพลังดึงดูดคนดูอยู่แล้ว ฉันเองก็อ่านบทของ มือปืนรุ่นเก๋า แล้ว พูดตรง ๆ ว่าโอเคเลย แต่ถ้าอยากให้เปรี้ยงจริง ๆ ต้องหา ตัวท็อป มาแสดง แล้วแน่นอน บทพระเอกต้องแบ่งให้เราส่งนักแสดงไปออดิชันด้วย”

กู้หย่งเฉียง ประธานของ เหลียงคู่ วิดีโอ พูดพลางยกแก้วไวน์ และหันไปหอมแก้มดาราระดับสามที่นั่งข้างตัวอย่างเป็นธรรมชาติ

ถังเจียเฉิง มองคนในห้องแล้วส่ายหน้าเบา ๆ

“เรื่องนี้ ให้ผู้กำกับเฟิงจัดการไปก็พอ ผมน่ะ ไม่ค่อยปลื้มละครที่ใช้ดาราวัยรุ่นแสดงเท่าไหร่”

หลังจากถังเจียเฉิงพูดจบ หวังหยวนห่าว ก็หันไปมอง เฟิงต้ากัง

เฟิงต้ากังพยักหน้า ก่อนจะหันไปถาม อาจารย์หวัง

“ เว็ต ออเนียน โรงหนังของคุณจะให้ฉันฉายรอบเท่าไหร่?”

อาจารย์หวังยกไวน์จิบ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ผู้กำกับเฟิง ฉันจัดรอบให้เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในเจ็ดวันแรกก่อนฉาย หลังจากนั้นค่อยดูยอดขายตั๋วกับอัตราผู้ชม ถ้าผ่านเกณฑ์ก็เพิ่มรอบให้ ถ้าไม่ถึง ต่อให้ฉันอยากดันเอง คนอื่นก็จะโวย ถือว่านี่คือความจริงใจของฉัน”

“แต่ถ้าคุณล็อคตัวนักแสดงนำไว้แล้ว และฉันเห็นว่ามีแนวโน้มดึงคนได้ ฉันจะเพิ่มให้อีกสิบเปอร์เซ็นต์ในสัปดาห์แรก”

พูดจบ อาจารย์หวังก็วางแก้วลงเงียบ ๆ

หวังหยวนห่าว กับ เฟิงต้ากัง มองหน้ากันแล้วก็ยิ้มอย่างรู้กัน

เฟิงต้ากังหัวเราะเสียงทุ้ม

“ดูท่าฉันต้องขอสิบเปอร์เซ็นต์นี้จริง ๆ ล่ะ”

“หือ? หมายความว่ายังไง?”
อาจารย์หวังแสดงสีหน้าสนใจ

เสิ่นหลินนั่งอยู่ข้าง ๆ เงียบ ไม่พูดอะไร

ตอนนั้นเอง เฟิงต้ากังยกแก้วดื่ม ก่อนจะลูบมือไปบนตัว สวีชิง อย่างไม่เกรงใจ แล้วพูดขึ้นว่า

“นักแสดงนำก็อยู่ที่นี่วันนี้ เดี๋ยวจะให้เขาขึ้นมาเลยดีไหม?”

“เดี๋ยวสิ ผู้กำกับเฟิง”
เสียงของ หวังหยวนห่าว ดังแทรกขึ้นอย่างรวดเร็ว

“มีอะไรเหรอ?”

เฟิงต้ากังขมวดคิ้วใส่ประธานบริษัทของตัวเอง

หวังหยวนห่าวยิ้มพลางหันไปมองเสิ่นหลินแล้วพูดว่า

“คุณหลินครับ ไม่ทราบว่าคุณจะขอหลบออกไปก่อนสักครู่ได้ไหม? เพราะสิ่งที่เราจะพูดต่อจากนี้เป็นเรื่องภายในของ คลับสตาร์ ค่อนข้างละเอียดอ่อนขออภัยนะครับ”

เสิ่นหลินยิ้มบาง ๆ แววตายังสงบนิ่ง แต่ภายในใจเริ่มไม่พอใจขึ้นมานิด ๆ

เอ้า ก็พวกนายเชิญฉันขึ้นมาเอง แล้วจู่ ๆ จะไล่ฉันออกไปเนี่ยนะ?

ก่อนที่เขาจะตอบอะไร ฉินเฟิง ก็พูดขึ้นก่อน เสียงเรียบแต่แฝงความหนักแน่น

“หยวนห่าว คุณหลินเป็นแขกของฉัน ฉันเชื่อว่าเขาจะไม่เปิดเผยข้อมูลอะไรแน่ นายพูดแบบนี้ไม่เหมาะ”

อาจารย์หวังก็พูดเสริมพลางยกไวน์ขึ้นจิบ

“ฉันก็คิดแบบนั้น คุณหลินไม่ใช่คนที่จะเอาเรื่องพวกนี้ไปแฉหรอก”

หลังพูดคุยกับเสิ่นหลินเมื่อครู่ เขาเองก็เริ่มรู้สึกดีกับเด็กคนนี้ และจากที่ดูแล้ว เสิ่นหลินต้องมีแบ็คกราวด์ที่ไม่ธรรมดาแน่นอน

หวังหยวนห่าว อาจจะมองไม่ออก แต่คนอื่นในห้องนี่ไม่โง่

จะไปหาเรื่องกับ คุณชาย โดยไม่มีเหตุผลทำไม?

หวังหยวนห่าวรู้สึกไม่พอใจยิ่งกว่าเดิมทั้ง อาจารย์หวัง และ ฉินเฟิง ยังมาเข้าข้างเสิ่นหลินอีก

ในใจเขาเริ่มไม่พอใจตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ก็งานนี้เขาเป็นคนจัดเอง แต่ดันมีแขกที่เขาไม่รู้จักถูกเชิญมา แถมยังไม่เคยทักเขาด้วยซ้ำ

ทุกคนก็พูดกันว่าเสิ่นหลินมีแบ็คกราวด์ แต่เขาไม่เคยเห็นชัด ๆ ว่ามีอะไร เลยไม่แน่ใจว่าจะเชื่อดีหรือไม่

ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เสิ่นหลินก้าวเข้ามา เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน

ขโมยซีนชัด ๆ!

จากมุมมองของหวังหยวนห่าว เขารู้สึกเกลียดเสิ่นหลินเข้าไส้โดยไม่ต้องมีเหตุผลมากกว่านี้

แต่พอถูกสองตัวเป้งในห้องขัดไว้ เขาก็ไม่สามารถไล่แขกออกไปได้ตรง ๆ จึงได้แต่แค่นเสียงประชด

“ก็ในเมื่อทุกคนรับประกันกันขนาดนี้ งั้นก็เอาเถอะครับเพียงแต่ว่า นี่เป็นโปรเจกต์ใหญ่ของ หัวอี้ ในครึ่งปีหลัง ผมไม่อยากให้คนที่ไม่มีที่มาที่ไปมาทำข้อมูลรั่วจนขาดทุนขึ้นมา”

เสิ่นหลินได้ยินแล้วก็ยิ้มบาง ๆ วางแก้วไวน์ลงช้า ๆ แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่าย

“ขอโทษนะครับคุณหวังใช่ไหม?”

“คุณวางใจได้เลยครับธุรกิจเล็ก ๆ แบบนี้ ผมไม่สนใจหรอก”

ตอนก่อน

จบบทที่ ฉันไม่สนใจธุรกิจเล็ก ๆ แบบนี้ (ฟรี)

ตอนถัดไป