ซัดคนน้องเสร็จ ต่อไปก็พี่สินะ? (ฟรี)

หวังหยวนห่าวตะโกนลั่น สั่งการด้วยน้ำเสียงกร้าวกระด้าง ไม่นานก็มีบอดี้การ์ดหลายคนวิ่งกรูมาจากทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ล้อมตัวเสิ่นหลินไว้ทันที

ในตอนนั้นเอง โจวฝานกับผู้จัดการของเขาก็ยืนมองเสิ่นหลินด้วยสายตาเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

ไอ้โง่ กล้าทำร้ายคุณชายหวังกลางงานเลี้ยงดาวแบบนี้ เตรียมตัวรับกรรมเถอะ

หัวหน้าทีมบอดี้การ์ดคนหนึ่งเดินเข้ามาถามหวังหยวนห่าว

“คุณชายหวัง เกิดอะไรขึ้นครับ?”

“ไม่ต้องพูดมาก จัดการไอ้บ้านี่ก่อนเลย! เอาแขนมัน!”

“ถ้าเรื่องมันเลยเถิด ฉันรับผิดชอบเอง!”

ตอนนี้หวังหยวนห่าวคลั่งไปแล้วโดยสมบูรณ์ เขาตั้งใจจะใช้โอกาสนี้จัดการให้มันรู้ซะบ้างว่าใครใหญ่

‘ฉัน หวังหยวนห่าว หนึ่งในสามฟ้าของเซี่ยงไฮ้!’

หัวหน้าทีมพยักหน้ารับคำ ก่อนจะหันไปพูดกับลูกน้องที่ล้อมเสิ่นหลินอยู่

“ลุยเลย พังมันให้หมด!”

“หยุดเดี๋ยวนี้ หยวนห่าว! ไม่จำเป็นต้องทำกันขนาดนี้ ถ้ามีอะไรก็นั่งลงคุยกันดีกว่า”

ในตอนนั้นเอง อาจารย์หวังขมวดคิ้วแน่น มองไปยังหวังหยวนห่าวกับบอดี้การ์ดที่ล้อมเสิ่นหลินอยู่

“จะเอายังไงกัน? คิดจะเป็นนักเลงรึไง?”

ถังเจียเฉิงเองก็ไม่เคยชอบขี้หน้าหวังหยวนห่าว ถ้าไม่เพราะพี่สาวของมันล่ะก็ เจ้านี่ไม่มีทางได้นั่งร่วมโต๊ะกับพวกเขาเลยด้วยซ้ำ

ฉินเฟิงที่เป็นคนเชิญเสิ่นหลินมาเอง ก็อดไม่ได้ต้องออกปากช่วย

“หยวนห่าว ถือว่าฉันขอหน้า นายปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปเถอะ”

“เราทุกคนก็เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น ไม่เห็นต้องทำให้เรื่องมันตึงเครียดขนาดนี้เลย”

สิ้นคำพูดของฉินเฟิง หวังหยวนห่าวก็ระเบิดหัวเราะออกมาด้วยสีหน้าบ้าคลั่ง เขาหันไปมองฉินเฟิง อาจารย์หวัง และถังเจียเฉิงด้วยสายตาโกรธจัด

“ฉันทำอะไรผิดนักหนา?!”

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าคำพูดง่าย ๆ แค่สองประโยคของฉินเฟิง จะเหมือนจุดชนวนระเบิดในอกของหวังหยวนห่าว

เส้นเลือดบนหน้าผากเขาปูดโปนจากความโกรธ ยกมือชี้หน้าฉินเฟิงกับพวกแล้วตะโกนลั่น

“เพื่อนกันงั้นเหรอ? ไอ้พวกเวร นี่พวกนายเห็นฉันเป็นเพื่อนจริง ๆ เหรอ?!”

“ไอ้หมอนี่ เพิ่งมาไม่นาน พวกนายก็รีบเอาอกเอาใจ! พวกนายรู้จักมันมากี่วัน แล้วรู้จักฉันมากี่ปี?!”

“ตอนนี้อะไร! พวกนายทุกคนจะเข้าข้างมันหมดเลยรึไง?!”

“หยวนห่าว ฉันว่ามันก็แค่การต้อนรับเพื่อนใหม่อย่างอบอุ่นเท่านั้นแหละ ถ้านายรู้สึกไม่พอใจ กลับไปเดี๋ยวฉันจะขอโทษด้วยการดื่มให้สามแก้ว เอาแบบนี้ได้ไหม จบเรื่องกันเถอะ”

ฉินเฟิงขมวดคิ้ว มองหวังหยวนห่าวอย่างเหนื่อยใจ

โง่ชะมัด

ไม่ใช่แค่ฉินเฟิงที่คิดแบบนั้น อาจารย์หวังกับถังเจียเฉิงก็คิดไม่ต่างกัน

ในใจของแต่ละคน ล้วนแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา

คนที่อายุเท่านี้แต่สามารถควักเงินหนึ่งพันห้าร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐออกมาซื้อเกาะได้ง่าย ๆ คิดหรือว่าจะไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลัง?

แค่เรื่องที่คนอย่าง หยินตี้ โดนขังอยู่ในคุกหลายวัน แล้วกลับออกมาเงียบ ๆ ไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้สักคำ ก็ชัดแล้วว่าเสิ่นหลินไม่ธรรมดา

แม้พี่สาวของหวังหยวนห่าวจะมีความสัมพันธ์คลุมเครือกับเสิ่นชู่

แต่นายคิดจริง ๆ เหรอ ว่าตระกูลเสิ่นทั้งตระกูลจะโง่พอที่จะไปล้ำเส้นกับคนที่มีอำนาจมากกว่าตระกูลหวังของนาย เพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวที่ยังไม่แม้แต่จะเปิดตัว?

ตระกูลเสิ่นน่ะ มีอำนาจก็จริง แต่พวกเขาไม่ใช่พวกที่หาเรื่องใส่ตัวโดยไม่มีเหตุผล!

เพราะงั้น สรุปแล้วก็มีแต่หมอนี่เท่านั้นที่โง่เกินไปจริง ๆ

ที่พวกเขาให้เกียรติก็เพราะ คุณชายเสิ่นชู่ ไม่ใช่เพราะหวังหยวนห่าว

แล้วหมอนี่ก็ยังกล้าคิดว่าตัวเองเป็นคนของตระกูลเสิ่น? นี่มันเด็กอมมือชัด ๆ สมองยังโตไม่เต็มที่หรือไง?

ยุคนี้แล้วยังจะมีคนออกมาวางอำนาจโชว์พาวเพื่อเอาหน้าแบบนี้อยู่อีก?

สมัยนี้น่ะ เขาไม่ได้แข่งกันด้วยหน้าตาแล้ว เขาแข่งกันที่ เครือข่าย และ ทรัพยากร

ไม่ใช่เหรอ? งานเลี้ยงดาวครั้งนี้จัดขึ้นมาเพื่อเป้าหมายนั้นโดยเฉพาะไม่ใช่หรือยังไง?

ทั้งสามคนที่ยืนอยู่มองหวังหยวนห่าวด้วยสายตาปนความเป็นห่วงเจือความสมเพช

ให้ตายสิไอ้เด็กเมื่อวานซืน สมองยังโตไม่ทันก็ออกมาเพ่นพ่านแล้วเหรอ? กลับบ้านไปกินนมก่อนเถอะค่อยคิดจะมาโชว์พาว

แบบนี้ไม่แปลกเลยที่เสิ่นหลินจะไม่เห็นหัวตั้งแต่เข้ามา

เคยมองย้อนดูตัวเองบ้างมั้ยว่าทำไมถึงโดนดูถูกมาตลอด?

หรือเพราะมัวแต่ลอยตัวไม่ยอมพัฒนาอะไรเลย?

“พูดจบยัง? หน้ากว้างแค่ไหนฉันก็ให้หมด แต่วันนี้ไม่มีใครช่วยไอ้หมอนี่ได้แน่ ลุยเลย!”

หวังหยวนห่าวไม่ฟังใครอีกต่อไป เดินหน้าทำตามอารมณ์ตัวเองล้วน ๆ

ในหัวเขาคิดแค่ว่า ถ้าเรื่องมันบานปลาย พี่สาวของเขาก็แค่ไปร้องไห้สองสามหยดต่อหน้าเสิ่นชู่ เดี๋ยวก็เคลียร์ได้เอง

วันนี้เขาต้อง สั่งสอน เสิ่นหลินให้ได้

เวรเอ๊ย! เด็กบ้านนอกที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ ยังกล้ามาทำหยิ่งในเขตปกครองของฉัน?

ถ้าปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป ต่อไปเขาจะมีหน้าวางตัวยังไงในเซี่ยงไฮ้อีก?

เสิ่นหลินหัวเราะเยาะ ก่อนจะหันไปมองฉินเฟิงกับพวกพร้อมพยักหน้ารับเบา ๆ

“ขอบคุณครับ แต่ปล่อยให้ผมจัดการเองดีกว่า”

อาจารย์หวังเห็นว่าเสิ่นหลินเอ่ยแบบนั้น ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า

“ถ้านายพูดแบบนี้ ก็แปลว่านายมั่นใจพอตัว แต่ยังไงฉันก็อยากเตือนว่าอย่าไปทำร้ายเด็กคนนั้นเกินไปนัก เรื่องอะไรก็คุยกันได้ เราแค่ สั่งสอน เขาก็พอ”

“ฉันว่า เดี๋ยวสุดท้ายก็เป็นเจ้านั่นแหละที่ต้องโทรหาพี่สาวตัวเอง ต่อให้เสิ่นชู่มาจริง ฉันก็เชื่อว่าเขาจะไม่ถึงขั้นทำอะไรนายหรอก เราจะช่วยพูดให้เอง”

เสิ่นหลินยิ้มบาง ๆ แล้วพยักหน้ารับ อย่างน้อยกลุ่มนี้ก็ยังพอคบหาได้ ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าอีกฝ่ายมี ‘เส้นสาย’ แต่ยังเลือกจะยืนข้างเขา

แบบนี้ ยังพอเป็นมิตรได้ในอนาคต

“พวกแกจะยืนบื้ออะไรกันอีก ฆ่ามันเดี๋ยวนี้เลย!”

หวังหยวนห่าวเห็นเสิ่นหลินยังยืนสงบนิ่งอยู่ต่อหน้าก็ยิ่งหัวเสีย รีบสั่งเสียงดัง

ได้ยินคำสั่ง บอดี้การ์ดทุกคนต่างขมวดคิ้ว ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีเสิ่นหลิน

แต่ขอโทษด้วย พวกเขาเลือกผิดคนแล้ว

เมื่อการโจมตีเริ่มต้น เสิ่นหลินก็ไม่ออมมืออีกต่อไป

กลิ่นอายของผู้เชี่ยวชาญระดับสูงพุ่งทะยานขึ้นในพริบตา

การเคลื่อนไหวของเสิ่นหลินเฉียบขาดและรวดเร็ว บอดี้การ์ดคนไหนเข้าใกล้ก็ถูกจัดการด้วยท่าเดียวราบคาบ

ผัวะ!

พลั่ก!

ปั้ก!

ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที บอดี้การ์ดของหวังหยวนห่าวก็ลงไปนอนกองร้องโอดโอยกันอยู่บนพื้น

ฉากที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำเอาฉินเฟิงและคนอื่น ๆ ตะลึงงัน

พระเจ้าหมอนี่ต้องเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่แน่ ๆ การฝึกต่อสู้นี่ไม่ใช่ธรรมดาแน่นอน ต่อให้จะตายพวกเขาก็ไม่เชื่อว่าไอ้หมอนี่เป็นแค่คนธรรมดา!

หวังหยวนห่าวเห็นลูกน้องของตัวเองโดนเสิ่นหลินกวาดเรียบ ก็ตกใจไม่น้อย ใบหน้าเริ่มเครียดจัด แต่พอนึกถึงพี่สาว เขาก็ยังคงเชิดหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยม

ในตอนนั้น เสิ่นหลินปัดฝุ่นเบา ๆ ที่เสื้อ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาหวังหยวนห่าวอย่างช้า ๆ

“จะจะทำบ้าอะไร! ฟังนะ ถ้าแกแตะต้องตัวฉัน ไม่มีใครช่วยแกได้แน่!”

เพี๊ยะ!

เสิ่นหลินเดินเข้ามาถึงตัว คว้าคอเสื้อหวังหยวนห่าว แล้วตบหน้าเขาเต็มแรงโดยไม่พูดแม้แต่คำเดียว

“มึ...”

เพี๊ยะ!

ยังไม่ทันด่าจบ เสิ่นหลินก็ตบซ้ำอีกครั้ง คราวนี้แรงกว่าครั้งก่อนเสียอีก

เขาไม่พูดให้เปลืองน้ำลาย ถ้ายังมีแรงด่าอยู่ แสดงว่าตบยังไม่แรงพอ

โจวฝานกับผู้จัดการที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ พอเห็น พี่ใหญ่ ที่พวกเขาพึ่งพาถูกฟาดหน้าเป็นชุด ต่างก็ถอยกรูดไปเองโดยอัตโนมัติ

เฟิงต้ากังที่พอเห็นฝีมือของเสิ่นหลินกับตา ก็รีบควักมือถือโทรหาพี่สาวของหวังหยวนห่าวทันที

แต่เมื่อเห็นหวังหยวนห่าวโดนตบซ้ำไปหลายที เขาก็อดไม่ได้ต้องก้าวเข้ามาห้าม

“คุณหลิน หยุดได้แล้วครับ ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นคุณจะไม่มีที่ยืนในเซี่ยงไฮ้อีกต่อไป!”

เสิ่นหลินกระชากคอเสื้อหวังหยวนห่าว ยกตัวมันขึ้นมาเหมือนลูกเจี๊ยบ แล้วหันไปมองเฟิงต้ากังด้วยสายตานิ่งเย็น

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าพวกแกจะทำให้ฉันไม่มีที่ยืนในเมืองนี้ได้ยังไง!”

ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อ เสียงผู้หญิงเย็นเยียบก็ดังมาจากอีกฟากของห้อง

“ปล่อยน้องชายฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้แกไม่มีโอกาสแม้แต่จะก้าวขาออกจากเซี่ยงไฮ้!”

ตอนก่อน

จบบทที่ ซัดคนน้องเสร็จ ต่อไปก็พี่สินะ? (ฟรี)

ตอนถัดไป