เขาคือน้องชายของฉัน (ฟรี)
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก และเสิ่นชู่ก้าวเดินออกมา
ทั่วทั้งคลับสายตาของทุกคนก็พลันหันมามองชายหนุ่มผู้นั้นเป็นตาเดียว
ชายผู้ซึ่งแค่ยืนเฉย ๆ ยังสะกดบรรยากาศได้จนเงียบงัน
สำหรับเสิ่นชู่แล้ว ฉากแบบนี้เขาชินเสียแล้ว
“คุณชู่ มาแล้วครับ!”
“อัยการใหญ่เสิ่น มาแล้ว!”
“คุณชู่ หล่อขึ้นอีกแล้วนะคะ!”
“……”
ไม่ว่าเขาจะเดินอยู่ที่ไหน ต่อให้ไม่รู้จักกันโดยตรง ผู้คนก็จะเข้ามาทักทายพร้อมรอยยิ้มเสมอ
เสิ่นชู่เพียงพยักหน้าให้เบา ๆ เป็นเชิงรับรู้
เขาเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงบันไดทางขึ้นชั้นบน ผู้คนที่ยืนเบียดกันอยู่ตรงนั้นต่างหลบทางให้เขาอย่างเงียบ ๆ ราวกับเปิดเส้นทางให้ราชา
เปิดทางให้เสิ่นชู่
ทันทีที่หวังหยวนห่าวกับหวังหยวนซินเห็นเสิ่นชู่มาถึง ทั้งสองก็รีบตั้งท่าต้อนรับด้วยท่าทีตื่นเต้น
โดยเฉพาะหวังหยวนซิน ที่เหมือนได้พบเสาหลักของชีวิต เธอรีบเดินเข้าไปหาเสิ่นชู่ต่อหน้าทุกคน
“พี่ชู่่ ในเมื่อพี่มาแล้ว วันนี้พี่ต้องช่วยทำเรื่องนี้ให้กระจ่างนะคะ ดูสิว่าน้องชายฉันโดนซ้อมจนเละขนาดไหน!”
ว่าแล้วเธอก็จับแขนเสิ่นชู่ เดินไปด้านหน้าหวังหยวนห่าวที่ยังคงนั่งหน้าบวมเป่ง น้ำตาไหลอาบแก้ม
“พะ พี่ชู่ ฮือ พี่ พี่ต้องช่วยผมเอาคืนมันนะ”
เสิ่นชู่มองสภาพของหวังหยวนห่าวแล้วขมวดคิ้วเบา ๆ
“โอ้โห เล่นหนักนะ ปากจะพูดแทบไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว”
“พี่ชู่่ อย่าแกล้งน้องสิคะ! คนที่ทำร้ายน้องชายน่ะ หยิ่งผยองมาก พูดตรง ๆ เลยว่า ต่อให้พี่มาถึงก็ไม่มีความหมาย! เขาบอกให้พี่กลับไปด้วยซ้ำ!”
หวังหยวนซินพูดพลางเกาะแขนเสิ่นชู่ กระพริบตาถี่เหมือนเด็กน้อยที่โดนแกล้ง
เสิ่นชู่ขมวดคิ้ว สีหน้าเริ่มเย็นชา มองเธอด้วยแววตาคมดุ
“เขาพูดแบบนั้นจริงเหรอ?”
“จริงสิคะพี่ชู่ พี่ยังไม่เชื่อฉันอีกเหรอ?”
ในใจเสิ่นชู่ พึมพำเบา ๆ ถ้าเธอพูดจริงครึ่งเดียวก็บุญแล้ว
เสิ่นชู่ไม่ใช่คนโง่ เขารู้ดีว่าหวังหยวนซินต้องเอาชื่อเขาไปอ้างแน่ และหากอีกฝ่ายอยู่ในวงการเดียวกัน ไม่มีทางไม่รู้จักเขา
ขนาดคนรุ่นสามของอีกหกตระกูลใหญ่ ยังไม่กล้าใช้ถ้อยคำแบบนั้นกับเขาเลยด้วยซ้ำ
แต่ถึงอย่างนั้นผู้หญิงคนนี้ ก็ยังเป็น คนของเขา
“ไป ดูกันให้รู้เรื่องซะที ถ้าเธอพูดจริง ฉันจะจัดการให้ แต่ถ้าเธอโกหกเธอก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ใช่ไหม?”
หวังหยวนซินได้ยินดังนั้น ใจเต้นวูบ แต่ก็รีบพยักหน้าเร็ว ๆ
“พี่ชู่ อยู่ในห้องข้างบน เดี๋ยวหนูพาไปค่ะ!”
เสิ่นชู่พยักหน้า ส่วนหวังหยวนห่าวตอนนี้ แทบจะดีใจจนร้องไห้ออกมา
ไอ้เสิ่นหลิน แกตายแน่!
ระหว่างทางที่เสิ่นชู่กับหวังหยวนซินเดินไปยังห้องวีไอพี พวกกงอวี่กับกู้หย่งเฉียงก็รีบออกมาต้อนรับ
“พี่ชู่ มาแล้วครับ!”
“ยินดีต้อนรับครับ คุณชายเสิ่น!”
เสิ่นชู่เพียงพยักหน้ารับด้วยความเยือกเย็น
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องวีไอพี เสิ่นหลินกำลังนั่งจิบชาด้วยท่าทีสบาย ๆ
เขาเหลือบดูนาฬิกาแล้วพูดขึ้นเบา ๆ
“คงจะใกล้มาถึงแล้ว”
อาจารย์หวังมองเสิ่นหลินที่ยังคงใจเย็นขนาดนี้ ก็ยิ่งมั่นใจในใจว่า เสิ่นหลินต้องเป็นคนของตระกูลเสิ่นแน่นอน ไม่งั้นใครจะนิ่งได้ขนาดนี้?
ยังไม่ทันพูดอะไร
ประตูห้องถูกเปิดออก
ทั้งอาจารย์หวัง ฉินเฟิง และถังเจียเฉิง เงยหน้าขึ้นทันที และเมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหวังหยวนซิน
ทุกคนก็พลันกลั้นหายใจ
เขามาแล้วในที่สุด เขา ก็มา
ทั้งสามคนลุกขึ้นพร้อมกัน
“พี่ชู่! หล่อขึ้นอีกแล้วนะครับ!”
“พี่ชู่ ไม่ได้เจอกันนานเลยครับ ไม่คิดว่าจะมาจริง ๆ ด้วย”
“พี่ชู่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”
ทั้งสามคน อาจารย์หวัง ฉินเฟิง และถังเจียเฉิง กล่าวทักทายเสิ่นชู่ด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่อีกมุมหนึ่งของห้อง เสิ่นหลินยังคงนั่งสงบนิ่งบนโซฟา มองชายผู้มาใหม่ด้วยแววตาขบขันเจืออยู่ในดวงตา
ข้าง ๆ เขา เสี่ยวเสี่ยวเห็นเสิ่นชู่ปรากฏตัวก็อดไม่ได้ที่จะบีบแขนเสิ่นหลินแน่นแล้วกระซิบเบา ๆ
“พี่คะถ้ามันไม่เวิร์ก หนูโทรหาคุณแม่ได้นะคะ แม่เคยทำงานกับพี่ชู่มาก่อน คุยกันได้แน่นอน”
เสิ่นหลินลูบมือเธอเบา ๆ เป็นเชิงบอกว่า ไม่จำเป็น
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง หวังหยวนซิน หวังหยวนห่าว โจวฝาน และผู้จัดการของเขาที่เดินตามเสิ่นชู่เข้ามา ต่างพากันมองเสิ่นหลินด้วยสายตาเย้ยหยัน
โจวฝาน : คุณชายหวังมีพี่เสิ่นชู่หนุนหลัง แกจะเหลืออะไรให้เล่นอีก?
ผู้จัดการโจวฝาน: ไอ้เด็กโง่ เมื่อกี้ยังอวดดีอยู่เลย ทำไมพอพี่เสิ่นชู่มาถึง ถึงได้เงียบเป็นเป่าสากล่ะ?
เฟิงต้ากัง : ยังเด็กเกินไป
ส่วนหวังหยวนห่าวยิ่งดีใจสุดขีด เดินนำออกมาทันทีแล้วชี้ไปที่เสิ่นหลิน
“พี่ชู่! ไอ้หมอนี่แหละที่ซ้อมผม แล้วมันยังพูดจาดูถูกพี่อีก! มันบอกว่าพี่เป็นแค่ขยะ! ไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็นคนถือรองเท้าให้มัน!”
ในห้องค่อนข้างสลัว ทำให้เสิ่นชู่ที่เพิ่งเข้ามาไม่ทันเห็นหน้าคนชัด
แต่พอหวังหยวนห่าวชี้ให้ เขาก็เงยหน้ามองไปยังโซฟา แล้วก็เห็นเสิ่นหลินที่กำลังนั่งยิ้มบาง ๆ มองเขาอยู่
เสิ่นชู่ชะงักไปทันที ไม่ใช่เหรอ นั่นมันน้องชายฉัน!
สายตาทั้งสองสบกันอย่างเงียบงัน
แต่แล้ว หวังหยวนซินก็เดินเข้ามาเสริมทันที
“พี่ชู่ คนที่ดูถูกพี่ก็เจ้านี่ล่ะค่ะ พูดจาหยาบคาย เหิมเกริมแบบไม่มีใครห้ามได้ ถ้าเขาไม่ลามถึงพี่หนูจัดการไปนานแล้ว!”
ได้ยินแบบนั้น อาจารย์หวังก้าวออกมาทันที
“พี่เสิ่น เรื่องนี้มันมีความเข้าใจผิด”
“จะเข้าใจผิดหรือไม่ฉันตัดสินเอง”
เสิ่นชู่พูดขึ้นเรียบ ๆ พลางหันไปยิ้มให้อาจารย์หวัง
แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้อาจารย์หวังใจเต้นโครม แม่งเอ๊ย เดาถูกจริง ๆ ด้วย! เสิ่นหลินต้องเป็นคนของตระกูลเสิ่นแน่นอน!
เขาเคยอยู่ที่เมืองหลวง เคยคลุกคลีอยู่กับกลุ่มของเสิ่นชู่มาก่อน รู้ดีว่าเวลาเสิ่นชู่ ไม่พอใจ เขาไม่เคยแสดงออกด้วยความโกรธตรง ๆ
ไม่มีคำพูดด่า
ไม่มีสีหน้ากระด้าง
มีเพียง รอยยิ้มบาง ที่น่ากลัวกว่าทุกอย่าง
และนั่นก็คือรอยยิ้มที่เขาเห็นในตอนนี้
คนที่เหลือพอเห็นเสิ่นชู่พูดแบบนั้น ก็เงียบกริบทันที
หวังหยวนซิน หวังหยวนห่าว โจวฝานและพวก หันมามองเสิ่นหลินอีกครั้ง สีหน้าเต็มไปด้วยความสะใจ เมื่อกี้ยังทำเป็นกร่างดีนัก ตอนนี้ทำไมไม่พูดอะไรซะล่ะ?
แต่แล้ว
เสิ่นชู่ก็หัวเราะออกมาเบา ๆ
“ไอ้เจ้าเด็กแสบ”
ปัง!!
คำพูดของเสิ่นชู่ทำให้ห้องทั้งห้องเงียบกริบในพริบตา
คนที่กำลังรู้สึกเหนือกว่าทั้งหมด หวังหยวนซิน หวังหยวนห่าว โจวฝาน ผู้จัดการ เฟิงต้ากัง เหมือนถูกฟ้าผ่าลงตรงหน้า
นี่เขาได้ยินถูกใช่ไหม?
นี่มันน้องชายของเสิ่นชู่?!
นี่มันอะไรกัน?!
หวังหยวนซินถึงกับขยับริมฝีปาก พึมพำอยู่ในใจ
ไม่ฉันต้องหูฝาดแน่ ๆ
หวังหยวนห่าวก็นิ่งอึ้งไปเช่นกัน หน้าเริ่มซีดเผือด
ถ้ามันเป็นเรื่องจริง
งั้นคนที่ฉัน จะกระทืบและดูถูกมาทั้งหมดคือน้องชายแท้ ๆ ของเสิ่นชู่?!
เมื่อเทียบกับอาจารย์หวังและพวกอีกสามคน คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามตอนนี้ถึงกับสบตากันนิ่ง
ฉินเฟิง ถึงกับอ้าปากค้างในใจ อย่างนี้นี่เองคุณหลิน นายคือน้องชายของเสิ่นชู่จริง ๆ?!
ถังเจียเฉิง ยิ่งตื่นเต้นกว่าใคร เวรเอ๊ย! ก่อนหน้านี้หวังหยวนซินกับพวกทำตัวใหญ่โตเพราะมีเสิ่นชู่หนุนหลัง แล้วดูสิ วันนี้คุณหลินกลับมีพี่ชายเป็นถึงคุณชายตระกูลเสิ่น!
อาจารย์หวัง ในใจตะโกนลั่น ใช่! ใช่เลย! ใช่โว้ย!!
ตื่นเต้นยิ่งกว่าคนอื่นเสียอีก
ในจังหวะนั้น หวังหยวนห่าวที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดดี เดินมาข้างหน้าแล้วพูดกับเสิ่นชู่
“พี่ชู่ เรื่องนี้มัน”
เพี๊ยะ!!
เสิ่นชู่ยังยิ้มให้เสิ่นหลินอยู่เลย จากนั้นก็หันกลับไปฟาดฝ่ามือลงบนหน้าหวังหยวนห่าวเต็มแรงต่อหน้าทุกคน
เสียงตบก้องห้อง
ทุกคนที่อยู่ในห้องพลันเข้าใจทันที พวกเขาไม่ได้หูฝาด!
ไม่แปลกเลย ไม่แปลกที่หมอนั่นจะไม่กลัวเสิ่นชู่แม้แต่น้อย
ก็ใครมันจะกลัว พี่ชาย ตัวเองกันล่ะ?
โจวฝานกับผู้จัดการถึงกับหน้าถอดสีทันที ตายแน่! ไปทำตัวล่วงเกินตระกูลเสิ่นเข้าแล้ว!
ขาเริ่มสั่น
หวังหยวนซินถึงกับชะงักไปทันที ที่แท้เป็นแบบนี้เอง
แต่เธอก็ยังมีไหวพริบพอจะคิดหาทางลงให้ตัวเอง รีบยิ้มกลบเกลื่อนพูดออกมา
“พี่ชู่ เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ก็เพราะหนูไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่งั้นจะกล้าลงมือได้ยังไงกันล่ะคะ!”
“ใครเป็นครอบครัวเธอ?”
คำพูดเย็นชาดังขึ้นจากอีกมุม เสิ่นหลินที่นั่งจิบไวน์อยู่หันมามองหวังหยวนซินด้วยสายตาขบขันเย็นชา
หวังหยวนซินหน้าแข็งค้าง เธอยิ้มเจื่อน ๆ มองเสิ่นหลินอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ในใจเริ่มคิดทันที
ก็แค่คนสายรอง จะไม่รับไมตรีที่ฉันยื่นให้เลยหรือไง?
คิดได้แบบนั้น เธอก็รีบคว้าแขนเสิ่นชู่ไว้แล้วออดอ้อนเสียงอ่อน
“พี่ชู่ ดูสิคะ น้องชายพี่เข้าใจผิดหนูแน่ ๆ หนูไม่ได้ตั้งใจ”
แต่เสิ่นชู่กลับดึงแขนตัวเองออกจากมือเธอ แล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ พูดช้า ๆ ทีละคำ
“เล่ามาทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้ ถ้าเธอปิดบังแม้แต่นิดเดียวฉันช่วยอะไรเธอไม่ได้แน่”
“เสิ่นหลินคือน้องชายแท้ ๆ ของฉัน ลูกชายของท่านลุง ฉันเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องเขาอยู่สูงกว่าฉันในตระกูลด้วยซ้ำ เธอเข้าใจรึยัง?”
ปัง!
ประโยคนั้นราวกับระเบิดลงกลางใจของทุกคน
คนที่พอเดาได้ก่อนหน้านี้ ก็ยังต้องอึ้งเมื่อได้ยินคำยืนยันจากปากเสิ่นชู่
สายตาทั้งหมดหันไปที่เสิ่นหลินที่ยังคงนั่งจิบไวน์ด้วยสีหน้าราบเรียบ
อาจารย์หวังถึงกับเหงื่อตก ให้ตายเถอะ เพื่อนที่ฉันเพิ่งกินชาด้วยเมื่อกี้คือน้องชายแท้ ๆ ของคุณชายอันดับหนึ่งแห่งตระกูลเสิ่น?!
คนเดียวที่ยังไม่รู้ว่าท่านลุงคือใคร ก็คงมีแต่พวกโจวฝานกับเฟิงต้ากัง
แต่สำหรับคนอื่นรู้ดีทั้งหมด
และตอนนี้เอง
สีหน้าของหวังหยวนซินซีดเผือดลงทันที
เธอมองเสิ่นหลินด้วยความตกใจสุดขีด
ตัวจริง คุณชายตระกูลเสิ่นที่แท้จริง!
ข้าง ๆ เสิ่นหลิน เสี่ยวเสี่ยวก็หน้าแดงหูแดง หัวใจเต้นแรงเหมือนจะระเบิด
ไม่นะ ฉัน ฉันได้นอนกับคุณชายตระกูลเสิ่นสองครั้งแล้วเนี่ยนะ?!
นี่มันเว่อร์เกินไปแล้วไหม!?!
ส่วนหวังหยวนห่าว ตอนนี้ถึงกับทรุดตัวลงกับพื้น มือเท้าอ่อน มองเสิ่นหลินที่กำลังจิบไวน์อย่างไม่สนใจโลกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
จบแล้ว ชีวิตฉันจบแล้ว
พอเห็นแววตาเย็นชาของเสิ่นหลิน หวังหยวนห่าวก็รีบคว้าโจวฝานมาแล้วตบหน้าดังลั่น!
เพี๊ยะ!
“ไอ้เวรเอ๊ย! เรื่องทั้งหมดมันเป็นความผิดแก! แกเป็นคนเริ่ม! ว่าไหม?!”
“พี่ชู่! ทุกอย่างเป็นเพราะโจวฝาน พวกเขาเริ่มก่อน!”
หวังหยวนซินเห็นน้องชายโยนความผิดให้โจวฝาน ก็ตีหน้าตื่นแล้วรีบเสริมทันที
“จริงค่ะพี่ชู่ พวกโจวฝานเป็นฝ่ายเริ่มก่อนทั้งหมด!”
แต่เสิ่นชู่เพียงยิ้มยิ้มที่อึดอัดยิ่งกว่าความเงียบ
แล้วในวินาทีถัดมา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบทันที
“หวังหยวนซินเธอเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้มาให้หมดดีกว่า แต่ถ้ากล้าโกหกหรือปิดบังแม้แต่นิดเดียว ฉันก็ช่วยตระกูลหวังไม่ได้แล้วนะ”
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยยุ่งเรื่องที่เธอทำเลย ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหน”
“แต่เรื่องวันนี้ เธอต้องอธิบาย เพราะฉันต้องให้คำตอบกับ น้องชายของฉัน!”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเสิ่นชู่ หวังหยวนซินก็หน้าซีดเผือด รู้ได้ทันทีว่าคราวนี้พี่ชู่โกรธจริง
เธอรีบก้มหน้าก้มตา เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่กล้าแต่งเติมคำแม้แต่น้อย
เมื่อพูดจบ เสิ่นชู่ยังคงยิ้มแต่ในวินาทีถัดมา
เพี๊ยะ!!
ฝ่ามือฟาดลงบนหน้าหวังหยวนซินเต็มแรง
หญิงสาวเซถอยไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นกุมแก้ม ไม่กล้ามองหน้าชายตรงหน้าแม้แต่น้อย ทั้งตัวสั่นสะท้าน
“หวังหยวนซินตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอใช้ชื่อฉันทำธุรกิจ ฉันก็ไม่เคยว่าอะไร ถือซะว่าเป็นการชดเชยให้เธอเรื่องเก่า ๆ”
“แต่สิ่งที่เธอ ไม่ควรทำ คือเอาชื่อของตระกูลเสิ่น ออกไปกร่างข้างนอก ทำตัวหยิ่งผยอง รังแกคนอื่นอย่างไม่มีเหตุผล”
“วันนี้ฉันจะบอกให้ชัดเลย ต่อให้ไม่ใช่น้องชายฉัน แต่ใครก็ตามที่เอาชื่อฉันไปใช้ในทางสกปรก มันก็เกินไปแล้ว!”
“เธอยังจำคำที่ฉันพูดตอนเดินเข้ามาได้ไหม?”
หวังหยวนซินสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าแน่น ไม่กล้าตอบ
เสิ่นชู่ถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันไปยิ้มให้เสิ่นหลิน
“ไอ้เด็กนี่ รู้งี้โทรหาพี่ตั้งแต่แรกก็ดีหรอก!”
เสิ่นหลินหัวเราะเบา ๆ พลางยกไวน์ขึ้นจิบหนึ่งคำ ก่อนจะมองกลับไปที่เสิ่นชู่แล้วพูดอย่างใจเย็น
“จะให้พี่จัดการหรือให้ผม?”
เสิ่นชู่ยิ้มเจื่อน ๆ ยกมือยอมแพ้
“ไหน ๆ นายก็พูดขนาดนี้แล้ว ฉันก็ไม่ยุ่งละกัน”
“แต่ขอพูดไว้ก่อน ฉันไม่เคยขัดเรื่องเธอจะใช้ชื่อฉันทำธุรกิจ แต่ น้องชายของฉันไม่มีวันยอมให้เอาชื่อของตระกูลเสิ่นไปใช้ข่มเหงคนอื่น ถ้าทำผิดก็ต้องรับโทษ!”