เพื่อนใหม่ (ฟรี)
เสิ่นหลินรู้ดีว่าเสิ่นชู่เองก็มีศักดิ์ศรีและความทะเยอทะยานของตัวเอง
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่เซี่ยงไฮ้มากนัก แต่ทุกครั้งที่กลับมา เสิ่นหลินก็มักจะได้ยินข่าวลือหรือเสียงซุบซิบถึงพี่ชายอยู่เสมอ
ตำแหน่งที่เสิ่นชู่ได้ในตอนนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะมีพ่อที่ดีหนุนหลัง
แม้เสิ่นชู่จะมีความสามารถ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงาของครอบครัวยังคงครอบงำเขาอยู่
วิธีเดียวที่จะพิสูจน์ตัวเองได้ ก็คือการลงไปบริหารพื้นที่จริง แล้วแสดงศักยภาพให้ทุกคนเห็น
นั่นไม่ใช่แค่การพิสูจน์ตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการปูทางสู่อนาคตในสายงานการเมืองด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว ในเมื่อครอบครัวเสิ่นเริ่มขยับเล่นงานตระกูลหลี่ พวกตระกูลใหญ่อีกห้าตระกูลในเมืองหลวง ยกเว้นตระกูลหนี่ ต่างก็ไม่อยากเห็นตระกูลเสิ่นครอบงำอำนาจแต่เพียงผู้เดียว
การเติบโตในสายงานของเสิ่นชู่ในอนาคตจะต้องเต็มไปด้วยอุปสรรคแน่นอน
แต่ตราบใดที่เขาสร้างผลงานได้โดดเด่นพอ ก็จะทำให้พวกนั้นต้องหุบปาก
ในฐานะรุ่นสามของตระกูลเสิ่น เสิ่นชู่ถูกวางตัวให้เป็นผู้นำในวงการการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่สำหรับเสิ่นหลินในตอนนี้ เขาชอบทำธุรกิจมากกว่าเพราะมันให้อิสระและความเป็นตัวของตัวเองมากกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะพัฒนาบนเกาะเยียนหลินในอนาคต หากอยู่ภายใต้อิทธิพลของครอบครัวตัวเอง ก็จะเติบโตได้เร็วกว่าเดิม
และการตัดสินใจระหว่างเสิ่นชู่กับเขาในวันนี้ ก็เปรียบได้กับการวางรากฐานให้รุ่นสามแห่งตระกูลเสิ่นในอนาคต!
แน่นอนว่ายังมีพี่ชายอีกคนหนึ่งที่เขาไม่เคยพบหน้ามาก่อน
แต่หากพูดกันตามตรง พี่ชายคนนั้นอาจยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลเหนือกว่ารุ่นก่อน ๆ ของตระกูลเสียด้วยซ้ำ
ทว่าทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องของอนาคตที่จะมาถึง
หลังจากพูดคุยกับเสิ่นชู่อยู่พักหนึ่ง ทั้งสองก็เดินออกจากห้องพร้อมรอยยิ้ม
“พี่ชู่! คุณชายหลิน!”
“พี่ชู่! คุณชายหลิน!”
“……”
ทันทีที่ก้าวออกมา อาจารย์หวังและคนอื่น ๆ ก็รีบกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม
เสิ่นชู่พยักหน้ารับ แล้วหันไปมองอาจารย์หวังก่อนจะพูดขึ้น
“อาจารย์หวัง ต่อไปนี้น้องชายฉันต้องฝากให้ช่วยดูแลด้วย”
พอได้ยินแบบนั้น อาจารย์หวังก็หันมารีบตอบทันที
“พี่ชู่พูดเล่นอีกแล้ว ผมน่ะต่างหากที่ต้องให้คุณชายหลินดูแล!”
“เอาล่ะ พวกนายคุยกันต่อไปก็แล้วกัน ฉันขอตัวก่อน”
เสิ่นชู่มองอาจารย์หวังด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็หันหลังเดินออกจากคลับไป
หลังจากเสิ่นชู่จากไป ทุกสายตาก็หันมามองที่เสิ่นหลิน
เสี่ยวเสี่ยวเดินเข้ามาหาเขาอย่างแนบเนียน คว้าแขนเขาไว้แน่นโดยไม่พูดอะไร
เสิ่นหลินมองพวกเขาด้วยสายตาขบขัน
“พี่น้องทั้งหลาย เลิกเรียกผมว่าคุณชายหลินได้แล้ว ถ้าคิดว่าผมเป็นเพื่อน ก็เรียกว่าเสิ่นหลินเถอะ”
พูดตามตรง เสิ่นหลินไม่ค่อยชินกับการถูกเรียกแบบนั้นจากคนสนิทนัก
พอได้ยินถ้อยคำนั้น อาจารย์หวังกับคนอื่น ๆ ก็มองหน้ากันก่อนจะหัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า
“ในเมื่อพูดมาขนาดนี้ งั้นพวกเราก็ขอเสียมารยาทเรียกเสิ่นหลินแล้วกัน”
“ว่าแต่ เสิ่นหลิน วันนี้ฉันจัดการเรื่องไม่ดีเลยจริง ๆ”
ฉินเฟิงหันมาพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเล็กน้อย
เสิ่นหลินหัวเราะเบา ๆ
“ไหน ๆ ก็ไม่ได้เตรียมไว้ งั้นนายก็จัดให้มันสมบูรณ์ในช่วงครึ่งหลังสิ”
“แน่นอน! ไปดื่มกันต่อที่บาร์ดีกว่า!”
ฉินเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนที่กลุ่มคนจะพากันมุ่งหน้าไปยังบาร์ต่อ
ส่วนงานปาร์ตี้ในวันนี้ บอกได้เลยว่าปิดฉากลงแล้วอย่างสิ้นเชิง
บาร์ N1T ในเซี่ยงไฮ้ เป็นบาร์หรูมีสไตล์ที่ต้องเป็นสมาชิกเท่านั้น
ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของศูนย์การเงินเซี่ยงไฮ้
คนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นนักธุรกิจร่ำรวยหรือไม่ก็ดารามีชื่อเสียง
พอเห็นอาจารย์หวังกับเพื่อน ๆ ท่าทางคุ้นเคยกับที่นี่ เสิ่นหลินก็พอเดาได้ทันทีว่าพวกเขาน่าจะมาเป็นประจำ
พอมาถึงบาร์ เสิ่นหลินก็ไม่ให้เสี่ยวเสี่ยวตามขึ้นไปด้วย
ด้วยสถานการณ์ที่เป็นข่าวอยู่ตอนนี้ หากปล่อยให้เธออยู่ด้วย อาจจะโดนขุดเจอได้ง่าย ๆ
เขาจึงส่งเธอกลับทันที พร้อมบอกให้ไปหาคนรัก แล้วไว้ค่อยนัดกันใหม่คราวหน้า
เสี่ยวเสี่ยวมองเสิ่นหลินด้วยแววตาน้อยใจสุดขีด แต่เสิ่นหลินไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย
วันนี้ฉันก็ช่วยเธอออกหน้าไปตั้งขนาดนั้น ยังจะมาทำตาเคืองใส่อีกเหรอ?
คราวหน้าจะตีก้นให้เข็ดเลยคอยดู!
ในห้องส่วนตัวหมายเลข 1 ของบาร์ N1T เสิ่นหลินกับอาจารย์หวังกำลังนั่งสูบซิการ์ คิวบา และจิบเหล้านอกกันอย่างสบายอารมณ์
“เสิ่นหลิน นี่แหละที่พวกเราคิดกันมา นายว่าไงบ้าง?”
อาจารย์หวังเล่าไอเดียที่เขากับฉินเฟิงเพิ่งปรึกษากันให้เสิ่นหลินฟังเกี่ยวกับเรื่องบริษัทหัวอี้ บราเธอร์ส
เสิ่นหลินได้ยินแล้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
“แล้วถ้าฉันอยากได้ดาราสักคนล่ะพอจะจัดให้ได้ไหม?”
พรวด!
พอได้ยินประโยคนั้น อาจารย์หวังกับคนอื่นก็หัวเราะพรืดออกมา
“เสิ่นหลิน แค่นั้นเองเหรอ? เดี๋ยวถึงเวลา ฉันจะส่งให้ถึงเตียงเลย!”
อาจารย์หวังพูดพลางตบอกตัวเองอย่างมั่นใจเต็มที่
เสิ่นหลินยกแก้วขึ้นจิบเบา ๆ พร้อมยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
“แล้วถ้าเป็นซุนอี้หนิงล่ะ? พอไหวไหม?”
พรวด!
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
คำพูดของเสิ่นหลินทำเอาฉินเฟิงกับถังเจียเฉิงถึงกับหลุดหัวเราะลั่นก่อนจะหันไปมองหน้าอาจารย์หวังเป็นตาเดียว
อาจารย์หวังถึงกับชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ ออกมา
“ระดับนั้น ฉันไม่ไหวจริง ๆ!”
“แน่ใจเหรอว่าสู้ไม่ได้? งั้นสาบานเลยสิว่าไม่ไหว?”
“เฮ้อถ้าเป็นดาราทั่ว ๆ ไปก็พอมีลุ้นนะ แต่ถ้าเป็นซุนอี้หนิงน่ะเหรอฉันยอมแพ้แต่โดยดี!”
พูดจบก็ซัดเหล้าเข้าไปอีกแก้วราวกับระบายความอัดอั้น
โดนหยอกขนาดนี้ ใครมันจะไหวล่ะ!
เสิ่นหลินหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ
“โอเค ไม่แกล้งแล้วก็ได้ ว่าแต่ หยางมี่ล่ะ? พอคุยกันรู้เรื่องไหม?”
“ฉันยอมแล้ว ปล่อยฉันเถอะ! เดี๋ยวขอชนแก้วไถ่โทษแล้วกัน ได้ไหม?”
อาจารย์หวังรู้ตัวดีว่าถูกเสิ่นหลินแกล้งเล่นเต็ม ๆ แต่ก็ไม่ถือสาเพราะนี่แหละคือมิตรภาพระหว่างพวกเขา
เขาหัวเราะ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น
“หยางมี่น่ะ ถือว่ามีทั้งทุนและอำนาจ เป็นเบอร์ต้น ๆ ของวงการเลยก็ว่าได้ มีอิทธิพลเยอะพอตัว”
“แต่ถ้าจะเป็นเพื่อนกันล่ะก็ไม่ยาก”
“ส่วนจะดึงเธอมาเข้าข้างเราได้หรือเปล่าอันนี้ก็อยู่ที่เสน่ห์ของนายนั่นแหละ!”
พูดจบก็ยกแก้วขึ้นอีกครั้ง ดื่มหมดรวดเดียว
เสิ่นหลินพยักหน้ารับที่ถามไปก็แค่ล้อเล่น
“เอาล่ะ ไม่พูดเล่นแล้ว ตามที่พวกนายเสนอมาก็โอเคนะ แต่ขออย่างเดียวฉันจะไม่ลงมาบริหารบริษัทเอง ตำแหน่งในแง่การค้าฉันไม่เอา ฉันขอแค่อยู่ในตำแหน่งตรวจสอบเท่านั้นก็พอ”
เสิ่นหลินครุ่นคิดก่อนตอบตกลงเขาตัดสินใจแล้วว่าจะลองเข้าสู่วงการบันเทิงดูบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง
พูดถึงชื่อเสียง เสิ่นหลินหยิบมือถือขึ้นมาดูพบว่าค่าชื่อเสียงของเขาในค่ำคืนนี้พุ่งทะลุสามล้านแล้ว
เฮอะ เป็นเพื่อนกับดารานี่มันดีจริง ๆ!
“สบายใจได้เลย เสิ่นหลิน พวกเราจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องบริหาร เดี๋ยวหาผู้จัดการมืออาชีพมาดูแลแทนก็ได้ นายแค่โผล่มาร่วมงานปีละครั้งสองครั้ง ถ้ามีอีเวนต์ไหนน่าสนใจก็ค่อยไปก็พอ!”
ฉินเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม
เสิ่นหลินพยักหน้า ถอดซิการ์ คิวบา ออกจากปากแล้วหยิบบุหรี่ บริกซ์ ของตัวเองขึ้นมาแทน
“สูบซิการ์ยังไงก็ไม่สู้แบรนด์บ้านเรา รสสัมผัสยังไม่ถึงใจเลย ใครอยากลองไหม?”
“เก็บให้ฉันมวนหนึ่ง!”
อาจารย์หวังรีบตอบ
“เอามาเลย ฉันก็ไม่ชอบสูบซิการ์เท่าไหร่”
ถังเจียเฉิงยื่นมือออกไปรับด้วยท่าทีสบาย ๆ
“เฮ้อ ถ้าไม่ใช่เพราะต้อนรับนาย ฉันเลิกสูบซิการ์ไปนานแล้ว”
ฉินเฟิงวางซิการ์ลง แล้วยิ้มให้เสิ่นหลิน
เสิ่นหลินได้แต่หัวเราะในใจ พวกนายก็แค่ทำในสิ่งที่ฉันอยากให้ทำอยู่แล้ว!
คืนนั้น ในห้องส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของ เซี่ยงไฮ้ ไฟแนนเชียล เซ็นเตอร์ แบรนด์ บริกซ์ ก็สามารถล้มแชมป์เก่าอย่าง คิวบา ได้อีกครั้ง
เสิ่นหลินหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพ พร้อมอัปสเตตัสลง วีแชท สตอรี่
แคปชั่น: “คิวบา งั้นเหรอ? ยังสู้ บริกซ์ ไม่ได้! เพื่อนใหม่ โคตรเท่!”
รูป: ภาพซิการ์ คิวบา พร้อมบุหรี่ บริกซ์ และบรรยากาศร่วมกับอาจารย์หวังและคนอื่น ๆ
พอโพสต์เสร็จ เสิ่นหลินก็วางมือถือ
เขาหันไปถามอาจารย์หวังแทน
“อาจารย์หวังจะอยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้อีกกี่วัน?”
“ฉันเหรอ? อย่างน้อยก็เดือนหนึ่งล่ะ”
เสิ่นหลินพยักหน้า
“งั้นพรุ่งนี้มีนัดไหม?”
พอเสิ่นหลินถามจบ ถังเจียเฉิงก็สะบัดเถ้าบุหรี่ออกแล้วตอบพร้อมรอยยิ้ม
“พรุ่งนี้ฉันจะไปตกปลาที่ทะเล ชวนเพื่อนไว้หลายคนเลย นายจะไปด้วยไหม?”
พอได้ยิน เสิ่นหลินก็ตาเป็นประกายทันที
“ไปสิ! งั้นนัดเจอกันที่โรงแรมพรุ่งนี้ละกัน วันนี้พอแค่นี้ กลับบ้าน!”